เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 71 ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางสู่ชิงหยุน

ตอนที่ 71 ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางสู่ชิงหยุน

ตอนที่ 71 ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางสู่ชิงหยุน


ตอนที่ 71 ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางสู่ชิงหยุน

อีกสองวันครึ่งถัดมา

สำนักชิงหยุน หอเจ้าสำนัก

เฟิงชิงหยางกำลังตั้งใจเริ่มต้นการบ่มเพาะประจำวัน

ในเมื่อบรรลุถึงขอบเขตปราชญ์แล้ว จะปล่อยให้ตนเองเฉื่อยชาไปกว่านี้มิได้

เขาเป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักอันยิ่งใหญ่

แม้จะไม่ต้องเป็นแบบอย่างเลิศล้ำ แต่ยังไงก็ต้องแสดงความพยายามให้สมฐานะบ้าง

เหล่าผู้เยาว์อัจฉริยะจากภาคกลางทั้งหลาย ตอนนี้คงเข้าสู่ขอบเขตแปรวิญญาณกันหมดแล้ว ส่วนพวกยอดอัจฉริยะคงไม่แคล้วบรรลุถึงขอบเขตสร้างวิญญาณ

แต่ดูเขาสิ ยังอยู่แค่ขอบเขตปราชญ์เท่านั้น…

ขอบเขตการบ่มเพาะนั้นแบ่งออกเป็น

หลอมรวม

ก่อตั้งรากฐาน

แก่นทองคำ

วิญญาณแรกกำเนิด

แปรวิญญาณ

สร้างวิญญาณ

ผู้ไร้มลทิน

เบิกฟ้า

ปราชญ์

ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์

มหาปราชญ์

ราชันปราชญ์

จักรพรรดิ

มหาจักรพรรดิ

(ถึงผู้เขียนไม่ค่อยเน้นย้ำ แต่ผู้แปลจะเน้นย้ำขอบเขตบ่มเพาะตลอดจนกว่าจะจำได้)

ในขณะที่เฟิงชิงหยางกำลังจะหลับตาเริ่มต้นการบ่มเพาะ

[“ติ๊ง! นายท่านมีข้อมูลล่าสุดที่ต้องอัปเดต”]

เจ้าสำนัก: เฟิงชิงหยาง

•ขอบเขต: ปราชญ์ขั้นต้น

•ศิษย์:

•หลินไป๋

•สือฮ่าว

•ฮวาชิงหยู

•ร่างกาย: กายาเทพเอกะจักรวาล

ผู้อาวุโสสายใน

•มู่ซุยเซียน: ขอบเขตปราชญ์

•หลัวเฉิน: กึ่งปราชญ์

•ผู้อาวุโสคุมกฎ หลัวอู่เต้า: ขอบเขตปราชญ์ขั้นสูงสุด

•ผู้อาวุโสหอคัมภีร์ เนี่ยห่ายหลง: ขอบเขตปราชญ์ขั้นสูงสุด

•ผู้อาวุโสฝ่ายหลอมโอสถ โม่เวิ้น: ขอบเขตมหาปราชญ์ขั้นสูงสุด

ผู้อาวุโสพิทักษ์

•หลงเสีย: ขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด

อสูรศักดิ์สิทธิ์ผู้ช่วยงาน

•อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่: ขอบเขตปราชญ์ (ระดับเก้า)

สำนัก

•ชื่อ: สำนักชิงหยุน

•ระดับ: ระดับหนึ่ง (9995/10000)

“แต้มสำนัก 9995?”

“เจ้ามาล้อข้าหรืออย่างไร ระบบ!”

บ้าจริง! ครั้งหน้าคงไม่อัปเป็น 9999 แล้วมาหยอกกันอีกหรอกใช่ไหม? เจ้าจะมาเล่นตลกแบบลดราคากันทำไม!

เฟิงชิงหยางมองปราดเดียวก็เห็นว่า แต้มสำนักเพิ่มขึ้นจาก 9500 มาเป็น 9995

นี่ถ้าจะอัปเกรดเป็นสำนักระดับสอง คงต้องรอกันถึงปีวอกแน่แท้!

เฟิงชิงหยางเปิดดูหมวดแต้มชื่อเสียง

พบว่าแต้มชื่อเสียงเพิ่มขึ้นถึงห้าแสนเต็มๆ

การเพิ่มขึ้นของแต้มชื่อเสียงถือว่ารวดเร็วและรุนแรงนัก

นั่นก็ใช่ ตอนนี้ชื่อเสียงของสำนักชิงหยุนได้แพร่สะพัดไปทั่วทุกแคว้น

ในสิบสามแคว้นแห่งภาคตะวันออก กว่าครึ่งถูกอำนาจของสำนักชิงหยุนกดข่ม

แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า สำนักชิงหยุนก็ทำให้สามแห่งก้มหัว และอีกหนึ่งแห่งยอมสวามิภักดิ์

ส่วนแห่งสุดท้าย…

วันไหนไม่สบอารมณ์ ก็คงไม่ไว้หน้ากันเช่นกัน

“แต้มชื่อเสียงเท่านี้ ถ้าสะสมอีกหน่อย คงพอแลกผู้แข็งแกร่ง

ขอบเขตมหาจักรพรรดิได้แล้ว”

เฟิงชิงหยางคิดคำนวณในใจ

ผู้แข็งแกร่งขอบเขตมหาจักรพรรดิ ยิ่งมีมากยิ่งดี เพราะในตระกูลมหาจักรพรรดิที่แข็งแกร่ง ตระกูลโบราณ หรือสายตระกูลแห่งยุคปฐมกาลในภาคกลาง คาดว่าย่อมต้องมีมหาจักรพรรดิประจำการอยู่

เพียงแต่บุคคลเหล่านั้นอาจไม่ย่างกรายออกจากโลกภายนอก

แน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเองเท่านั้น

ด้วยเวลาที่เขามายังโลกแห่งนี้เพียงหนึ่งเดือนครึ่ง ยังไม่อาจเข้าใจในดินแดนนอกเหนือจากภาคตะวันออกได้อย่างถ่องแท้

ในขณะนี้

ที่ตีนเขาของสำนักชิงหยุน

หลี่เยียนจือกำลังรอใครบางคนอยู่

นางเงยหน้ามองไปยังที่ไกลเป็นระยะ

“มาแล้ว!”

เพียงเห็นเรือรบขนาดมหึมาลำหนึ่งแล่นมาจากที่ไกล ก่อนจะหยุดลงที่ตีนเขาสำนักชิงหยุน

หลี่เยียนจือได้ส่งข้อความแจ้งเตือนล่วงหน้าไว้แล้วว่า บริเวณนี้เป็นเขตห้ามบิน

หากไม่ได้บอกล่วงหน้า

เกรงว่าเรือรบของแดนศักดิ์สิทธิ์อาจถูกผู้แข็งแกร่งในสำนัก ใช้เพียงฝ่ามือเดียวบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้นๆ

และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง คงเหมือนมังกรพิโรธน้ำท่วมศาลเจ้าตนเอง

บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการหลอมโอสถเพื่อสำนัก

เหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทยอยลงจากเรือรบ โดยมี หลี่ชิงซวน ผู้เป็นเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้นำ

เขาเป็นถึงปราชญ์โอสถ-ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับเก้า และเดินทางมายังสำนักหลักด้วยตนเอง เพราะทางแดนศักดิ์สิทธิ์มีปรมาจารย์ระดับบรรพชนประจำการอยู่เพียงพอ

ในใจเขาก็อยากมาเห็นความยิ่งใหญ่ของสำนักหลักด้วยตาตนเอง ว่าจะทรงอำนาจสมคำร่ำลือจากหลี่เยียนจือหรือไม่

ทันทีที่กลุ่มคนลงจากเรือรบ ก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง และพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ปะทะเข้ามา

ราวกับสำนักชิงหยุนแห่งนี้ เป็นแดนเซียนอันศักดิ์สิทธิ์โดยแท้จริง

“สวรรค์! ที่นี่พลังวิญญาณช่างเข้มข้นนัก!”

“ไม่คาดคิดเลยว่าในดินแดนหลิงโจวจะมีสถานที่อันยอดเยี่ยมเช่นนี้ สมแล้วที่เป็นสถานที่ที่สำนักหลักปักหลักอยู่ พลังวิญญาณที่นี่เข้มข้นกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราหลายเท่า”

“หากได้หลอมโอสถที่นี่ ข้าคงเพิ่มโอกาสสำเร็จในการหลอมโอสถได้อีกสามส่วน”

ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับห้าจากแดนศักดิ์สิทธิ์เอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง เขาคือปรมาจารย์หลอมโอสถระดับห้า หากการหลอมโอสถแต่ละครั้งสามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ถึงสามส่วน การก้าวหน้าบนเส้นทางโอสถของเขาย่อมพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

“หากปรมาจารย์ของสำนักชิงหยุนมาเร็วกว่านี้ก็คงดีไม่น้อย…”

ครั้งนี้แดนศักดิ์สิทธิ์หยู้ตานได้ส่งปรมาจารย์หลอมโอสถมาจำนวนมาก โดยเฉพาะปรมาจารย์ระดับสี่ขึ้นไปที่ถูกเรียกรวมตัวทั้งหมด

ปรมาจารย์หลอมโอสถระดับสี่ จำนวน 30 คน

ระดับห้า จำนวน 20 คน

ระดับหก จำนวน 15 คน

ระดับเจ็ด จำนวน 10 คน

ระดับแปด จำนวน 3 คน

ส่วน ระดับเก้าหรือปราชญ์โอสถ คือเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์และอาวุโสใหญ่ รวมกัน 2 คน

นี่คือต้นทุนและรากฐานที่แท้จริงของแดนศักดิ์สิทธิ์

ควรทราบว่า วิถีโอสถนั้นมิใช่เรื่องง่ายดายแต่อย่างใด

เพราะไม่เพียงแต่ต้องพึ่งพาขอบเขตการบ่มเพาะเท่านั้น การหลอมโอสถในระดับสูงยังต้องอาศัยพลังจิตวิญญาณที่สอดคล้องกับระดับโอสถที่หลอม ซึ่งหมายถึงพลังวิญญาณโดยตรง

ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่ง พลังวิญญาณก็ยิ่งทรงพลัง

ทั้งนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถของแต่ละคนด้วย

หากไร้พรสวรรค์ แม้ใช้ชีวิตจนถึงบั้นปลาย ก็อาจไม่อาจก้าวข้ามระดับปรมาจารย์หลอมโอสถขั้นสองได้ และอาจต้องติดอยู่ในขั้นหนึ่งหรือระดับที่ไม่เป็นที่ยอมรับไปตลอดชีวิต

สามารถกล่าวได้ว่า เส้นทางของโอสถนั้นต้องพึ่งทั้งการฝึกตนและพรสวรรค์ควบคู่กัน

ปัจจุบันแดนศักดิ์สิทธิ์ยังเหลือเพียงเหล่าผู้อาวุโส ศิษย์ และผู้แข็งแกร่งบางส่วนที่ยังประจำการอยู่

ขณะที่ทุกคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์หยู้ตานทยอยลงจากเรือรบ

และเมื่อมองเห็นเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เดินนำหน้ามา

“ท่านพ่อ!”

หลี่เยียนจือร้องเรียกเสียงดังจากระยะไกล

“เยียนเอ๋อร์!”

หลี่ชิงซวนเห็นบุตรสาวของตนอยู่ไม่ไกลนัก

เขารีบเร่งก้าวเข้าไปหาทันที

เหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์หยู้ตานต่างเดินตามเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นระเบียบ

“ท่านผู้อาวุโส ผู้คนเหล่านี้คือเหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์หยู้ตาน

พวกเราปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก เดินทางมายังสำนักชิงหยุน

หลี่เยียนจือหันไปกล่าวกับผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างกาย

“อืม เบื้องบนได้สั่งการไว้แล้ว

พวกท่านขึ้นเขาไปได้เลย”

ผู้คุ้มกันที่เฝ้าประตูได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสแล้วว่า เหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์หยู้ตานจะเดินทางมาถึงในวันนี้

หน้าที่ของเขาคือเปิดทางให้พวกเขาเดินทางขึ้นไปโดยไม่ขัดขวาง

ไม่นานนัก

สำนักชิงหยุน

เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์หลี่ชิงซวนพร้อมด้วยเหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ เดินตามหลี่เยียนจือเข้าสู่ภายในสำนัก

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตสำนัก ราวกับพวกเขาได้เข้าสู่โลกอีกใบ

แดนเซียน!

พลังวิญญาณที่เข้มข้นและลึกล้ำถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง!

ก่อนหน้านี้ พวกเขาเพิ่งถูกตะลึงไปกับบันไดสวรรค์มายาที่ทอดยาวสู่ชั้นเมฆ

ไม่คาดคิดว่าเบื้องหลังประตูของสำนักนี้ จะมีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่มากมายยิ่งกว่านั้น

พลังวิญญาณที่นี่เข้มข้นขึ้นอีกหลายสิบเท่า จนกลายเป็นละอองสายฝนโปรยปราย

หอและอาคารที่ตั้งเรียงราย งดงามราวภาพวาด แผ่นป้ายชื่อประดับหอถูกจารึกด้วยอักขระที่เปี่ยมด้วยร่องรอยแห่งมหาวิถี

ทุกฉากที่ปรากฏภายในสำนักชิงหยุน สร้างความตื่นตะลึงและตรึงลึกในใจของพวกเขา

ราวกับทำลายขอบเขตความเข้าใจเดิมๆที่พวกเขาเคยมี

ถึงแม้พวกเขาจะมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ และไม่ได้เป็นคนที่ขาดประสบการณ์หรือไร้ความรู้ แต่สิ่งที่พบเจอในวันนี้กลับเหนือกว่าทุกสิ่งที่พวกเขาเคยเห็นมา

ในเวลานี้ พวกเขาก็เหมือนกับชาวบ้านที่หลงเข้าไปในสวนสวรรค์ หรูหราจนตะลึงลาน

สำนักหลักแห่งนี้ช่างเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้จริงๆ

ไม่แปลกใจเลยที่สำนักแห่งนี้จะมีผู้แข็งแกร่งมากมายเช่นนั้น!

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาในใจ

“ท่านเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจได้เฉียบแหลมนัก!”

หากได้หลอมโอสถในสถานที่เช่นนี้ ต่อให้ต้องทำงานหนักแค่ไหน พวกเขาก็ยินดีนับหมื่นครั้ง

หลี่เยียนจือที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นปรมาจารย์หลอมโอสถจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ซึ่งเมื่อครั้งอยู่ที่นั่นต่างเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง บัดนี้กลับตกตะลึงจนแทบจะตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง

นางแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

เมื่อครั้งแรกที่นางมาเยือนสำนักหลักแห่งนี้ ตัวนางเองก็เช่นกัน ตื่นตะลึงจนเหมือนถูกเปิดโลกใบใหม่

“ที่เยียนเอ๋อร์พูดไว้ ไม่ผิดเลยจริงๆ!”

“นี่แหละคืออำนาจแห่งบารมี เมื่อทำตามกระแสแห่งความยิ่งใหญ่ สำนักชิงหยุนย่อมทะยานสู่ฟ้าไร้ขอบเขต”

หลี่ชิงซวนรำพึงในใจด้วยความซาบซึ้ง

“ไปเถิด ท่านพ่อ ข้าจะพาท่านและทุกคนไปยังหอโอสถ ผู้อาวุโสกำลังรออยู่ที่นั่น”

หลี่เยียนจือกล่าวพร้อมนำทางไปยังสถานที่อันทรงเกียรติอีกแห่งในสำนักชิงหยุน

จบบทที่ ตอนที่ 71 ปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางสู่ชิงหยุน

คัดลอกลิงก์แล้ว