เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 หนึ่งกระบี่สังหารราชาปีศาจ

ตอนที่ 36 หนึ่งกระบี่สังหารราชาปีศาจ

ตอนที่ 36 หนึ่งกระบี่สังหารราชาปีศาจ


ตอนที่ 36 หนึ่งกระบี่สังหารราชาปีศาจ

“มดแมลงมาจากที่ใดกัน รนหาที่ตาย!”

ราชาปีศาจเห็นว่ามีคนกล้าถือกระบี่มาที่ตน จึงโกรธจนท่วมท้น

“หญิงผู้นี้คือผู้ใด กล้าหาญถึงเพียงนี้!”

ผู้คนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นมีผู้กล้าหาญตรงไปหาปีศาจบนฟ้า

“ศิษย์น้อง ระวัง!”

หลินไป๋ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการที่ศิษย์น้องของเขาที่ยืมกระบี่ของเขาไปจะ…

ตอนนี้จะห้ามก็ไม่ทันแล้ว

ขอเพียงมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็พอ

ราชาปีศาจกู่คำรามเสียงดังลั่น รัศมีปีศาจพวยพุ่งออกจากตัว เขาผนึกแรงทั้งหมดแล้วตบฝ่ามือลงไป

เขาต้องการแมลงที่หาความตายนี้ให้กลายเป็นโคลน

มู่ซุยเซียนถือกระบี่บนฝ่ามือแล้วชี้ขึ้นไปตรงๆ กระบี่ทะลวงฝ่ามือของราชาปีศาจแล้วพุ่งขึ้นไป

ความเจ็บปวดจากมือทำให้ราชาปีศาจยิ่งโกรธจนไม่อาจระงับได้

มวลพลังปีศาจแผ่ขยายทั่วทั้งท้องฟ้าและพื้นดิน

“เป็นไปไม่ได้!”

“เจ้าคือผู้ใด เหตุใดในดินแดนภาคตะวันออกถึงยังมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้!”

ราชาปีศาจกรีดร้องด้วยความโกรธ

เขานึกไม่ออกว่าเหตุใดมดแมลงผู้นี้ยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ แต่กลับมีพลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งเช่นนี้

เหล่าอัจฉริยะแห่งดินแดนภาคตะวันออกมิใช่พวกเขาได้กำจัดจนหมดแล้วหรือ?

“มดแมลงต่ำต้อย ไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อข้า”

มู่ซุยเซียนยืนถือกระบี่อยู่ในอากาศ

กระบี่บัวมรกตในมือของนางส่องแสงเจิดจ้า ก่อนที่พลังมหาศาลของกระบี่จะพุ่งออกไป

“ไม่!”

รับรู้ถึงอันตรายถึงชีวิต ราชาปีศาจก็กู่คำรามลั่น

"พวกเลือดเนื้อโสโครก ไว้รอพวกข้า กองทัพปีศาจจะกลับมาพร้อมกองกำลังมากมาย เมื่อนั้น เจ้าจะต้อง-"

ยังไม่ทันที่ราชาปีศาจจะพูดจบ กระบี่อันคมกริบก็ทะลุผ่านร่างของมัน ก่อนที่มันจะกลายเป็นควันหายไปในอากาศ

หลินไป๋ยืนนิ่ง ร่างกายทั้งหมดของเขาเหมือนโดนสะกดไว้เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ศิษย์น้องเขาฆ่าราชาปีศาจไปแล้ว…?

มองไปยังร่างที่ลอยอยู่ในท้องฟ้า กระบี่ทลายอากาศ คมกระบี่พิฆาตปีศาจ จากนั้นก็จากไปอย่างสง่างาม

เขาถอนหายใจด้วยความนึกคิดในใจ เส้นทางฝึกกระบี่ของเขายังยาวไกลเหลือเกิน

ผู้คนแม้จะปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงอยู่ในสภาพมึนงง

หากไม่จำผิด สถานที่ทดสอบนี้ก็เป็นที่สำหรับศิษย์มาเผชิญการทดสอบไม่ใช่หรือ? ราชาปีศาจนั่นแม้แต่กระบี่ของท่านยังป้องกันไม่ได้ แล้วท่านเข้ามาในที่นี้ทำไมกัน?

พวกเขาถึงได้เข้าใจในภายหลัง ว่ามันคงจะเป็นไพ่ตายที่สำนักมอบให้ เพราะสถานที่ทดสอบนี้มีข้อจำกัดว่าผู้ที่มีอายุกระดูกไม่เกินยี่สิบปีจะไม่สามารถเข้าได้ และ ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้อายุคงเกินยี่สิบปีเป็นแน่แท้แล้ว

"เหวอ! พี่สือ ศิษย์น้องของท่านแข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรือ!"

"ฮ่าๆๆ นั่นมันไพ่ตายที่ท่านเจ้าสำนักของพวกท่านให้มาหรือเปล่า?"

ดูไพ่ตายของคนอื่นชะก่อน ดูของตัวเองแล้วไม่อาจเปรียบเทียบได้

ขนาดราชาปีศาจยังมิอาจสู้ได้

หวังเถิงกล่าวด้วยความหงุดหงิด ถ้าไม่ใช่เพราะราชาปีศาจหายไปแล้ว เขาคงจะไปเตะมันซะสองสามที

"คงจะ...ใช่กะมัง"

สือฮ่าวฟื้นจากความตกใจและได้สติขึ้น

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาในฐานะศิษย์จะต้องไปสนใจ

“กระบี่ เอาคืนไปเถิด”

“เป็นกระบี่ดี”

มู่ซุยเซียนเดินมาหาหลินไป๋และยื่นกระบี่ให้เขา

กระบี่บัวมรกตเล่มนี้ในฐานะที่เขาอยู่ในขอบเขตมหาจักรพรรดิ ย่อมรู้จักดี

กระบี่ของเทพกระบี่ในยุคกลาง

แต่อยากรู้ว่าทำไมกระบี่นี้ถึงมาอยู่ในมือของศิษย์พี่ของชิงหยูได้

เมื่อครานั้นเทพกระบี่เสียชีวิตไป กระบี่ก็หายไปไม่ทราบทิศทาง ศิษย์เทพกระบี่ทั่วทั้งภาคกลางต่างพากันคลั่งหากระบี่นี้แต่ก็หามิได้ แล้วทำไมมันถึงตกมาอยู่ในดินแดนภาคตะวันออกได้ละ

สำนักชิงหยุน…

“อ๊ะ โอ้” หลินไป๋ได้สติและรีบรับกระบี่มา

หลังจากนั้นในวันถัดไป เหล่าศิษย์ของทุกสำนักต่างก็สำรวจในพื้นที่ภายในแดนลับกันเป็นเวลาเกือบหนึ่งวัน ทว่าก็ยังไม่มีใครโชคดีเหมือนเช่นครั้งก่อน มรดกสืบทอดของปราชญ์ในครั้งนี้ก็ไม่ได้ปรากฏขึ้นมา

เมื่อเวลาที่กำหนดใกล้จะมาถึง พื้นฟ้าของแดนลับเริ่มปรากฏเป็นวังวนขึ้นมา ซึ่งดูเหมือนกับตอนที่พวกเขาเข้ามา

“ไปกันเถิด พี่สือ ทางออกของแดนลับเปิดแล้ว”

ทางออกของแดนลับจะเปิดเพียงครึ่งวัน หากเลยเวลาไปแล้วก็ต้องรอจนถึงครั้งหน้าที่แดนลับจะเปิดใหม่

การเดินทางครั้งนี้ยังถือว่าไม่เสียเที่ยว

ราชวงศ์ฉีหลิน นอกเมืองฉีหลิน

บรรดาผู้อาวุโสของแต่ละสำนักต่างก็รอคอยอยู่ที่นี่ หวังว่าเหล่าศิษย์ของตนจะได้รับมรดกของปราชณ์ หรือไม่ก็หวังให้ได้ทรัพยากรเพิ่มเติมอย่างน้อย

วังวนปรากฏขึ้นนอกเมืองฉีหลิน และเหล่าศิษย์เริ่มทยอยออกมาจากภายใน

เมื่อเวลานั้นใกล้ถึง พวกศิษย์จากสำนักต่างๆ ก็เริ่มออกมาครบเกือบทั้งหมดแล้ว

เมื่อมองเห็นจำนวนศิษย์ที่ลดลงเหลือไม่ถึงครึ่ง บรรดาผู้อาวุโสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตะลึง

การเปิดแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณครั้งนี้ มีการแข่งขันที่ดุเดือดเกินไปจริงๆ

“เป็นยังไงบ้าง? มรดกของปราชณ์ปรากฏขึ้นหรือไม่?”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบเข้ามาถามทันที

“ไม่มีขอรับ และยังไม่มีอะไรดีๆเลย”

“ไม่มี? แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงแข่งขันกันอย่างรุนแรง ขนาดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากกันเล่า?” ผู้อาวุโสคนนั้นยังคงสงสัย

“ท่านผู้อาวุโส เราเจอกับปีศาจจำนวนมากในภายใน เกือบจะถูกฝังในแดนลับไปหมด”

“โชคดีที่มีแดนศักดิแดนศักดิ์สิทธิ์และหญิงสาวที่แข็งแกร่งช่วยจัดการพวกมันไว้ได้”

ศิษย์ที่พูดถึงเหตุการณ์นั้นก็ยังรู้สึกใจหวิวอยู่จนถึงตอนนี้

“ปีศาจ!”

“พี่สือ ข้าขอตัวลาก่อน หากท่านมีโอกาสมาที่แดนศักดิ์สิทธิ์ตงซวนของข้าก็เชิญมาดื่มชา”

หวังเถิงพูดจบก็หันหลังพร้อมกับศิษย์ที่เหลือเดินจากไป

ครั้งนี้พวกเขามาที่นี่รวมทั้งหมด 21 คน ในแดนลับนี้พวกเขาสูญเสียไปสามคน

“ขอลา พี่หวัง”

สือฮ่าวและอีกสองคนก็หันหลังแล้วเดินจากไป

หวังเถิงในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์ แม้จะไม่ค่อยโอ้อวดแต่ก็ยังทำให้หลายคนยินดีที่ได้รู้จัก เพื่อนหนึ่งคนคือเส้นทางหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นเด็กที่ชอบแสดงตัวเล็กน้อย…

“ท่านอาจารย์!”

ทั้งสามคนเห็นเฟิงชิงหยางจากไกลๆ ก็รีบวิ่งไปหาทันที

เฟิงชิงหยางกำลังพูดคุยกับราชาแห่งราชวงศ์ฉีหลินอย่างอารมณ์ดี

“หยูเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่ไหม?

พี่ใหญ่ของเจ้าบอกว่าในแดนลับไม่เห็นเจ้า เขาบอกว่าในนั้นมีปีศาจ พวกเจ้าไม่เจอปีศาจใช่ไหม?”

พี่ใหญ่ของฮวาหยิงยูเริ่มค้นหาความโชคดีตั้งแต่เข้าไปในแดนลับ แล้วถึงแม้จะได้ยินเรื่องปีศาจจากคนอื่นๆ แต่ก็ยังไม่ได้พบเจอกับมัน

ยังได้ยินอีกว่าเป็นหญิงสาวสวมชุดแดงที่จัดการราขาปีศาจได้ เขาก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ได้เดินเข้าไปในช่วงนั้น มิฉะนั้นคงไม่สามารถกลับออกมาได้

“ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองที่คอยปกป้อง”

เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์น้อง สือฮ่าวและหลินไป๋ก็ทำหน้ามีท่าทางไม่ค่อยสบายใจ

นึกถึงภาพของหญิงสาวที่ฟันปีศาจด้วยกระบี่เดียว…

“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรแล้วก็พอ ขอบคุณเจ้าทั้งสองทีคอยดูแลหยูเอ๋อร์”

“ไม่ๆๆ ฮวาชิงหยูเป็นศิษย์น้องของพวกเรา มันเป็นหน้าที่ของพวกเรา”

ทั้งสือฮ่าวและหลินไป๋ไม่รู้จะพูดอะไรดี

หรือจะบอกว่า… ลูกสาวท่านแข็งแกร่งขนาดฟันราชาปีศาจได้ด้วยกระบี่เดียว ไม่ต้องการการปกป้องจากพวกเรา?

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เรากลับสำนักกันเถิด”

ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือแค่การเปิดสำนักรับศิษย์ใหม่

“ขอตัวแล้ว ราชาฉีหลิน”

เฟิงชิงหยางพูด พร้อมกับเดินไปข้างหน้า ระหว่างที่แดนลับเปิดเขาถูกเลี้ยงดูอย่างดีในพระราชวัง ทั้งสองวันได้สัมผัสถึงความหรูหราอย่างเต็มที่

“ขอตัวลา ท่านเจ้าสำนักเฟิง”

“หยูเอ๋อร์กลับไปที่สำนักแล้วต้องฝึกฝนอย่างหนักละ”

ราชาแห่งราชวงศ์ฉีหลินพูดพร้อมทั้งยังไม่ลืมฝากคำเตือน

“อืม ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

ฮวาหยิงยูพูดจบก็เดินขึ้นเรือรบของสำนักชิงหยุนพร้อมกับสือฮ่าวและคนอื่นๆ

ระหว่างทาง

“ท่านอาจารย์ ครั้งนี้พวกเราได้สิ่งดีๆกลับมามากเลยละ!”

สือฮ่าวเล่าเรื่องการได้รับโอสถศักดิ์สิทธิ์และการฆ่าปีศาจทั้งหมดในแดนลับให้เฟิงชิงหยางฟัง

“โอสถศักดิ์สิทธิ์”

เฟิงชิงหยางครุ่นคิด

ใช่แล้ว ตอนนี้สำนักชิงหยุนยังไม่มีปรมาจารย์หลอมโอสถเลย จะให้บรรพชนช่วยไปเชิญปรมาจารย์หลอมโอสถเข้ามาดีหรือไม่?

“ปีศาจพวกนั้น? เราจะถอนรากถอนโคนพวกมันออกให้หมด”

“ดีแล้วที่พวกเจ้าทุกคนไม่เป็นอะไร”

ในระหว่างที่เขาอยู่ในพระราชวังสองวันนี้ เขาก็ได้ทราบถึงต้นกำเนิดของแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณแห่งนั้น

กล่าวโดยสรุป คือการต่อสู้ที่แท้จริงของโลกแห่งการบ่มเพาะ ทุกสิ่งในที่นี้ล้วนเป็นเรื่องที่โหดร้าย เพราะที่นี่คือโลกแห่งการบ่มเพาะที่ไร้ความปรานี

แต่เมื่อถึงคราวที่เหยื่อจะกลายเป็นผู้ล่า มันจะได้เห็นความน่ากลัวของสำนักชิงหยุนในภาคตะวันออก

จบบทที่ ตอนที่ 36 หนึ่งกระบี่สังหารราชาปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว