เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 ราชวงศ์ฉีหลิน

ตอนที่ 28 ราชวงศ์ฉีหลิน

ตอนที่ 28 ราชวงศ์ฉีหลิน


ตอนที่ 28 ราชวงศ์ฉีหลิน

วันที่สาม

แคว้นหวงโจว

ราชวงศ์ฉีหลิน

ราชวงศ์ฉีหลินคืออำนาจระดับจ้าวที่มีอิทธิพลมานานในแคว้นหวงโจว

ตามตำนานกล่าวว่า บรรพบชนผู้ก่อตั้งราชวงศ์มีพลังอยู่ในขอบเขตกึ่งปราชญ์

ท่านได้ทิ้งมรดกกึ่งปราชญ์ไว้ จึงทำให้ราชวงศ์ฉีหลินเป็นหนึ่งในอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในระดับจ้าวแห่งแคว้น

(ระดับของขุมอำนาจในแคว้น: ชั้นเก้า-ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง ชั้นนำ ระดับจ้าว ระดับจ้าวเหนือหัว)

ณ เมืองหลวงฉีหลิน

วันนี้เป็นวันเปิดแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณ ดังนั้นเมืองฉีหลินจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก

เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาใดๆ ราชาผู้ปกครองราชวงศ์ฉีหลินได้ส่งทหารหลวงจำนวนมากเฝ้ารักษาเมืองหลวงรอบด้าน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ในสำนักชิงหยุน

เฟิงชิงหยางได้เรียกตัวสือฮ่าวและหลินไป๋มาหา

“ท่านอาจารย์”

“วันนี้เป็นวันเปิดแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณ ถือเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ดี

เจ้าทั้งสองแม้จะมีพรสวรรค์สูงล้ำ แต่ประสบการณ์ในการต่อสู้ยังขาดอยู่ ครั้งนี้การแย่งชิงในแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณย่อมเต็มไปด้วยความดุเดือด เชื่อว่าหลังจากออกมา เจ้าทั้งสองจะมีประสบการณ์จริงที่สูงขึ้นมาก

ข้าจะไม่มอบอาวุธป้องกันชีวิตใดๆให้กับพวกเจ้า ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเจ้าเอง”

ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในแดนลับศักดิ์สิทธิ์ โบราณ เพราะหากผู้นำสูงสุดของสำนักเข้าไปด้วยจะทำให้ถูกหัวเราะเยาะได้

ครั้งนี้ที่เขาจะไปก็เพราะจะไปรับศิษย์คนที่สามผู้มีพรสวรรค์มาเข้าสำนัก

“รับทราบ ท่านอาจารย์”

สือฮ่าวและหลินไป๋มองหน้ากันก่อนที่จะรับคำ

ครั้งนี้ไม่มีการปกป้องจากท่านอาจารย์และอาวุโสของสำนัก พวกเขาต้องพึ่งพาความสามารถของตนเองเท่านั้น

ดอกไม้ในโรงเรือนที่อ่อนแอไม่อาจทนต่อพายุฝนได้ แต่ดอกไม้ที่เติบโตได้ด้วยตัวเองเท่านั้นที่จะสามารถยิ้มรับพายุได้

“ไม่ควรชักช้า ออกเดินทางเถิด”

เฟิงชิงหยางกล่าวจบก็เรียกเรือรบชิงหยุนออกจากพื้นที่ระบบ

หลังจากเตรียมศิลาวิญญาณที่เพียงพอ ทั้งสามก็ขึ้นเรือรบ

เรือรบขนาดมหึมา เมื่อเติมเต็มด้วยพลังจากศิลาวิญญาณ ก็เกิดเสียงคำราม แล้วพุ่งออกไปในทิศทางที่ห่างไกล

ในชั่วพริบตาเรือรบได้พุ่งไปไกลหลายพันลี้

……

เมืองฉีหลิน เสียงผู้คนจอแจ

อำนาจจากทุกแคว้นต่างก็ทยอยกันมาถึงที่นี่

พวกเขาทั้งหมดมาเพื่อหาสมบัติในแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณ หากศิษย์จากสำนักของตนได้รับมรดกจากของผู้บ่มเพาะขอบเขตปราชญ์ในอดีตจากในนั้น สำนักของตนก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสูงได้ทันที

แดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณนั้นมีข้อจำกัดอายุ กระดูกอายุไม่เกินยี่สิบปี ดังนั้นผู้ที่สามารถเข้าไปได้ก็เป็นศิษย์ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปีเท่านั้น

หากไม่มีข้อจำกัดนี้ สมบัติในแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณคงถูกขโมยไปหมดจากบรรดาผู้แข็งแกร่งจากทุกฝ่าย

เรือรบขนาดยักษ์ลำหนึ่งลอยอยู่เหนือเมืองฉีหลิน ทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่ว

จากเรือรบที่บินออกมามากกว่าสิบคน มีทั้งชายและหญิง

ผู้นำกลุ่มด้านหน้าเป็นชายชราผู้มีอายุ และทรงอำนาจ และชายหนุ่มรูปงามที่มีท่าทางสง่างาม

“นี่มันหยิ่งยโสเกินไป! เมืองหลวงไม่ได้ห้ามเรือบินผ่านหรือ?”

“กลุ่มคนเหล่านี้กล้าจอดเรือรบเหนือเมืองหลวง…”

ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดจบ เพื่อนข้างๆเขาก็เอามือปิดปากเขาและทำท่าให้เงียบ

“ชู่ว!”

“เบาๆ หน่อยสิ ไม่กลัวตายรึ?”

“ก็ไม่ดูวันนี้มันวันอะไร วันที่แดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณเปิดตัวพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาเยือน พวกเขาคงไม่ใส่เรื่องพันนั้นหรอก”

“รู้ไหมว่าคนที่เพิ่งไปเหล่านั้นเป็นใคร? คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตงซวน!”

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”

ชายที่ถูกปิดปากก็สะดุ้งตกใจ ดีที่มีเพื่อนเตือน เขาจึงขอบคุณเพื่อนอย่างซาบซึ้ง

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถึงยิ่งใหญ่ ดูท่าทางพวกเขามีพรสวรรค์สูงมาก”

“หลายคนยังอายุน้อยแต่ถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุดแล้วชายหนุ่มด้านหน้าที่นำกลุ่มยังถึงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว”

“อืม…ด้วยพรสวรรค์ของข้านี้ ถ้าเกิดได้เป็นศิษย์รับใช้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สักแห่งในชีวิตนี้ ก็ไม่เสียใจแล้ว”

ในเวลานี้บนเรือรบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตงซวนผู้อาวุโสกล่าว

“หลังจากที่บุตรศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่แดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณแล้ว คงต้องให้ช่วยดูแลเหล่าศิษย์สายในด้วย”

ผู้อาวุโสที่นำกลุ่มหันไปพูดกับชายหนุ่มข้างๆ

“ใช่แล้ว บุตรศักดิ์สิทธิ์มีพรสวรรค์สูงส่ง ในแดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณนี้ เราทุกคนจะพึ่งพาการนำของบุตรศักดิ์สิทธิ์”

เหล่าศิษย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ต่างก็ยกสายตาแสดงความเคารพไปที่บุตรศักดิ์สิทธิ์

พรสวรรค์และความสามารถของบุตรศักดิ์สิทธิ์พวกเขาคงทำได้แค่เฝ้ามอง หวังว่าในโอกาสนี้จะได้สร้างสัมพันธ์ดีๆกับบุตรศักดิ์สิทธิ์

จริงๆแล้ว พวกที่ได้รับเลือกให้มาเข้าร่วมฝึกฝนต่างก็มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา แต่ถ้าเทียบกับบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันต่างกันมากอยู่ดี

“ผู้อาวุโสวางใจเถิด ข้าจะดูแลเหล่าศิษย์น้องให้ดี”

บุตรศักดิ์สิทธิ์หวังเถิงยิ้มอย่างมีเสน่ห์ เขาต้องการให้เป็นเช่นนี้

ในฐานะที่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ เขารู้สึกเพลิดเพลินกับความรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นแบบนี้

ไม่นานนัก

เรือรบขนาดใหญ่อีกลำก็มาหยุดอยู่บนท้องฟ้าเหนือเมืองฉีหลิน

พวกเฟิงชิงหยางสามคนบินออกมาจากเรือรบ

“ท่านอาจารย์ เมืองหลวงแห่งนี้ช่างคึกคักเสียจริง”

เมื่อออกมาจากเรือรบ สือฮ่าวก็เห็นฝูงชนหนาแน่นรอบด้านที่เต็มไปด้วยเสียงคึกคัก

“จะไม่ให้คึกคักได้อย่างไรเล่า? พวกขุมอำนาจใหญ่จากแคว้นต่างๆมารวมตัวกันหมดแล้ว ไปเถิด ไปที่พระราชวังก่อน”

หลังจากที่พวกขุมอำนาจใหญ่เดินทางมาถึง พวกเขาจะไปที่พระราชวังเพื่อหารือกัน

“โว้ย นั่นใครกันอีกละ?”

“ยังกะหลุดโลกไปเลย ไม่ใช่พวกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม”

คราวนี้ชายคนนั้นเรียนรู้แล้ว รอจนกระทั่งพวกเฟิงชิงหยางเดินออกไปไกล เขาจึงเริ่มพูด

เพื่อนข้างๆของเขาไม่ได้ห้าม แต่เพียงแค่ขมวดคิ้วและคิดอะไรบางอย่าง เขาเพิ่งเห็นว่าเสื้อคลุมของพวกนั้นปักลายสัญลักษณ์สำนักชิงหยุน

“สำนักชิงหยุน…!”

“!”

“สำนักผู้ปกครองแคว้นหลิงโจว นั่นนะหรือ?”

ข่าวที่ว่าสำนักชิงหยุนได้กลายเป็นผู้ปกครองแคว้นหลิงโจวค่อยๆ ถูกแพร่กระจายออกไปยังแคว้นอื่นๆตามกาลเวลา

แม้แคว้นหลิงโจวจะไม่มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีอำนาจขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่จากสำนักเทียนจีของภาคกลาง

สำนักชิงหยุนทำลายสาขาของสำนักเทียนจี ทำให้สำนักนี้ถูกมองว่าเป็นสำนักที่ไม่มั่นคงในสายตาผู้คนภายนอก

ถึงแม้จะทำให้ผู้คนตกใจที่พวกเขาสามารถเอาชนะผู้แข็งแกร่งจากสำนักเทียนจีได้ แต่มันก็จะเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ชั่วคราว เพราะเมื่อสำนักเทียนจีรู้ตัว พวกเขาก็จะส่งผู้แข็งแกร่งกลับมาใหม่

แต่ไม่ว่าอย่างไร อำนาจใหญ่ๆต่างพากันเดินทางมาถึง

ทั้งห้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีเพียงสามแห่งที่มาถึง

ประกอบด้วย: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตงซวน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลานเย่ และดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนชิง

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลานเย่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของแคว้นเทียนโจว ซึ่งก็เป็นขุมอำนาจที่มีมานานหลายหมื่นปี

เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขามีพลังการบ่มเพาะขอบเขตปราชญ์และ เป็นผู้นำที่เดินทางมาพร้อมกับสตรีศักดิ์สิทธิ์และศิษย์จากสายใน

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนชิงตั้งอยู่ในแคว้นชิงโจว และแตกต่างจากสองแห่งก่อนหน้านี้ เพราะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหม่ที่มีรากฐานยังไม่ลึกซึ้ง

เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบันของพวกเขาคือปราชญ์เทียนชิง ชึ่งเป็นผู้ก่อตั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ด้วยเหตุการณ์พลิกผันในหลายพันปี ด้วยการเผชิญหน้าโดยบังเอิญ จากผู้บ่มเพาะขอบเขตกึ่งปราชญ์ก้าวสู่ขอบเขตปราชญ์ และจากนั้นก็พุ่งขึ้นทยานสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

สำนักเทียนชิงก็ได้ก้าวจากตำแหน่งสำนักระดับจ้าวขึ้นเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ภายในพระราชวังฉีหลิน

“ท่านพ่อ ท่านให้ข้าไปเถิด”

สาวงามในชุดกระโปรงสีแดงเพลิงกำลังขอร้องบิดาของตน

“ไม่ได้ ลูกเอ๋ย การเข้าสู่แดนลับศักดิ์สิทธิ์โบราณนั้นอันตรายเกินไป ครั้งนี้ให้พี่ชายของเจ้าไปเถิด จะปลอดภัยกว่า”

“ท่านพ่อ ข้าได้ปลุกกายาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อเดือนที่แล้วแล้ว ข้าแข็งแกร่งไม่แพ้พี่ชายของข้าเลย”

“จริงหรือ?”

“สวรรค์! ราชวงศ์ฉีหลินของข้ากำลังจะผงาด!”

ฮวาชิงหยูมีร่างกายพิเศษตั้งแต่เด็ก แต่ไม่สามารถปลุกพลังได้ แม้จะฝึกฝนจนถึงขอบเขตก่อตั้งรากฐาน ผู้เป็นราชาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาได้ถามหาคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญมากมาย แต่ก็ไม่ได้คำตอบ

กายาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์! หากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ ร่างกายนี้จะกลายเป็นร่างที่มีสักกายภาพบ่มเพาะถึงขอบเขตราชันปราชญ์ได้

“ชิงหยู เจ้าทำการปลุกมันได้อย่างไร?”

“ข้าได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดเมื่อเดือนที่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

แม้ะราชาจะยังคงสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ ทุกคนล้วนมีความลับของตนเอง

“เอาล่ะ ชิงหยู เจ้าเข้าไปกับพี่ชายของเจ้าก็แล้วกัน”

“ขอบพระคุณ ท่านพ่อ!”

ฮวาชิงหยูวิ่งออกไปด้วยความดีใจ

จบบทที่ ตอนที่ 28 ราชวงศ์ฉีหลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว