เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ปกครองแคว้นหลิงโจว สร้างเมืองชิงหยุน

ตอนที่ 24 ปกครองแคว้นหลิงโจว สร้างเมืองชิงหยุน

ตอนที่ 24 ปกครองแคว้นหลิงโจว สร้างเมืองชิงหยุน


ตอนที่ 24 ปกครองแคว้นหลิงโจว สร้างเมืองชิงหยุน

ณ ที่เกิดเหตุ ทุกคนเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะทยอยแสดงความสวามิภักดิ์ พวกเขาทุกคนต่างตระหนักดีว่า หลังจากการต่อสู้นี้ สำนักชิงหยุนจะกลายเป็นผู้ครองแคว้นหลิงโจวอย่างแท้จริง

ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นหลิงโจว!

นี่คือครั้งแรกที่มีสำนักเพียงหนึ่งเดียวครอบครองแคว้นหลิงโจวได้อย่างสมบูรณ์

รุ่งเช้าวันถัดมา ข่าวการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ก็แพร่สะพัดไปทุกสารทิศ

ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงสู่สระน้ำก่อเกิดระลอกคลื่นนับพัน

ในศึกครั้งนี้ เหล่าผู้แข็งแกร่งจากขุมอำนาจใหญ่ของแคว้นหลิงโจวถูกสังหารจนแทบหมดสิ้น

สามอำนาจใหญ่ รีบเป็นผู้นำประกาศขับไล่ผู้ที่เข้าร่วมสงครามออกจากสำนักในทันที

แม้ว่าจะเป็นเพียงพิธีการก็ตาม เพราะคนเหล่านั้นล้วนถูกบดขยี้จนกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกเขายังส่งคนไปโปรยเถ้ากระดูกของผู้ตายให้ปลิวหายไปตามสายลม

จากนั้นจึงนำทรัพยากรของสำนักแปดในสิบส่วนทั้งหมดไปถวายสำนักชิงหยุน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและยอมรับให้สำนักชิงหยุนเป็นผู้ปกครองแคว้นหลิงโจว

นี่คือลักษณะของขุมอำนาจใหญ่ที่ยังมีพื้นฐานมั่นคง

ส่วนขุมอำนาจชั้นนำบางแห่ง เมื่อได้ยินข่าวความพ่ายแพ้ก็หวาดกลัวว่าจะถูกสำนักชิงหยุนตามคิดบัญชีภายหลัง จึงหนีหายจากที่อยู่เดิมทั้งคนและทรัพย์สิน

ท่ามกลางการเปลี่ยนขั้วอำนาจ ขุมอำนาจที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามเริ่มผนวกเอาอำนาจของกลุ่มที่อ่อนแอกว่า

พร้อมทั้งนำทรัพยากรทั้งหมดที่ยึดมาได้ถวายให้แก่สำนักชิงหยุนเพื่อขอความคุ้มครอง

นับตั้งแต่นั้นสำนักใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นราวกับดอกเห็ดที่ผุดขึ้นหลังฝนตก

ณ เมืองซวนเย่

"ศิลาวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนของข้า

พวกเจ้าเหล่าขุมอำนาจใหญ่ พวกเจ้าน่าจะตายไปซะให้

หมด!!

ข้าไว้ใจพวกเจ้าเสียเปล่า!"

หน้าโรงพนัน

หลายคนต่างกุมศีรษะร่ำให้ด้วยความสิ้นหวัง ร้องไห้จนใจ

แทบขาด

ไม่มีอะไรมาก พวกเขาทั้งหมดลงเดิมพันให้ขุมอำนาจใหญ่ชนะ กลับต้องสูญเสียจนหมดเนื้อหมดตัว

จะร้องเรียกฟ้าดินก็ไร้ผล

มีเพียงคนเดียวในสถานที่นั้นที่หัวเราะร่า

เขาคือคนที่เดิมพันทั้งหมดกับฝั่งตรงข้าม

เงินทองที่กอบโกยมาเต็มกระเป๋า

ครั้งนี้เขาคงได้ไปดื่มเหล้าและเล่นสนุกที่หอนางโลมเสียที

ข่าวแพร่สะพัดไปเรื่อยๆราวกับผีเสื้อที่กระพือปีกข้ามไปยังแคว้นอื่นของภาคตะวันออก

ณ เมืองปักฟ้า

สำนักเทียนจี

"'พวกเจ้าจะทำอะไร!"

"บังอาจแล้ว!"

"พวกเจ้า ไม่รู้หรือว่านี่คือที่ใด?"

"นี่คือสำนักเทียนจี! สำนักสาขาของสำนักศักดิ์สิทธิ์แห่งภาคกลาง พวกเจ้าต้องการตายรึ?"

"ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมดสิ้น!"

ชายร่างใหญ่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเตะชายที่พูดเมื่อครู่กระเด็นไป

“สำนักเทียนจีมันมีดีอะไรนักหนา?

ตอนนี้แคว้นหลิงโจวเป็นของสำนักชิงหยุนแล้ว

พวกเราจะนำทรัพยากรพวกนี้ไปมอบให้สำนักชิงหยุน เผื่อจะได้ตำแหน่งศิษย์รับใช้สักหน่อย”

“พวกพี่น้อง หยิบอาวุธขึ้นมา! ปล้นมัน!”

ณ เมืองเทียนอู่

“เฮ้อ! ข่าวลือทำให้ข้าต้องสูญเสีย!”

“ใครมันเป็นคนโง่ที่บอกว่า ตระกูลหลินต้องถูกทำลาย แล้วสำนักชิงหยุนต้องพังพินาศ ออกมารับผิดเดี๋ยวนี้!”

ตอนนี้ตระกูลหลินกำลังรุ่งเรืองอย่างไม่เคยมีมาก่อน

แม้ตระกูลหลินจะไม่ได้มีพลังมากมายอะไร แต่ในฐานะที่เป็นขุมอำนาจในสังกัดสำนักชิงหยุน พวกเขาได้รับความเคารพเหนือกว่าขุมอำนาจอื่นใดในแคว้นหลิงโจว

“ข่าวลือเหล่านี้ทำลายตระกูลหลี่ของข้าโดยแท้

หากข้าพาพวกในตระกูลไปเข้าร่วมกับสำนักชิงหยุนบ้าง ตอนนี้คงได้รุ่งเรืองไปไกลแล้ว”

“เลิกฝันเถิด เจ้าหนุ่ม

ปล่อยให้เจ้าได้พูดสองคำ ก็คิดว่าเป็นจริงไปหมดแล้วรึ?

ตระกูลหลี่ของเจ้าน่ะหรือ? ตระกูลหลินเป็นถึงขุมอำนาจชั้นนำ แม้พวกเขาจะรับมือไม่ไหว แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดได้อีกระยะหนึ่ง

ส่วนตระกูลหลี่ของเจ้า เป็นเพียงขุมอำนาจชั้นสองที่อ่อนแอ ถ้าเจ้าเข้าร่วมไป คงได้แต่ตายเปล่า

ในอดีต แค่ขุมอำนาจใหญ่แห่งหนึ่งจามครั้งเดียว ตระกูลหลี่ของเจ้าก็สูญสิ้นแล้ว”

ณ สำนักชิงหยุน

【“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจสร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วแคว้นหลิงโจว จะรับรางวัลหรือไม่?”】

【“ภารกิจหลัก: ชื่อกระฉ่อนแดนตะวันออก สำเร็จ 2/10 โปรดพยายามต่อไป การทำภารกิจให้สำเร็จจะได้รับรางวัลอย่างยิ่งใหญ่”】

“ภารกิจนี้ยังมีการแบ่งเป็นขั้นตอนอีกหรือ?”

“ระบบ ข้าขอรับรางวัล”

ในหอชิงหยุน เฟิงชิงหยางนั่งอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุด กำลังตรวจสอบหน้าจอของระบบ

【“รับรางวัลสำเร็จ”】

【“ขอแสดงความยินดีแก่นายท่าน ได้รับบัตรอัญเชิญสีเงินห้าใบ”】

【“ขอแสดงความยินดีแก่นายท่าน ได้รับเรือรบชิงหยุน”】

บัตรอัญเชิญสีเงิน: สามารถอัญเชิญผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในขอบเขตสร้างวิญญาณถึงขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ (แบบสุ่ม)

เรือรบชิงหยุน: เรือรบเฉพาะของสำนักชิงหยุน สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วหลายพันลี้ ป้องกันการโจมตีจากขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากชาร์จพลังแล้วสามารถยิงแสงปืน (ชาร์จด้วยศิลาวิญญาณ) พลังทำลายเทียบเท่ากับการโจมตีเต็มที่ขอบเขตปราชญ์

ของดีจริงๆ!

ไม่คิดเลยว่ารางวัลจากระบบครั้งนี้จะมอบสิ่งที่ดีให้แก่ เฟิงชิงหยาง

บัตรอัญเชิญไม่ต้องพูดถึง

แต่เรือรบชิงหยุนนี้ก็จริงๆแล้ว เป็นของดีอย่างมาก คิดดูว่าหากต้องออกศึกในอนาคต ขับเรือรบอันสง่างามไป แล้วยิงปืนแสงจนศัตรูกลายเป็นฝุ่นละออง มันคงจะยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด

ส่วนที่ต้องชาร์จพลังด้วยศิลาวิญญาณหรือ? ขอโทษ ตอนนี้สำนักชิงหยุนของข้าไม่ขาดศิลาวิญญาณเลยแม้แต่น้อย

“ท่านอาจารย์ ห้องเก็บของที่เพิ่งจัดใหม่ก็ถูกเต็มไปอีกแล้ว!”

สือฮ่าวพูดอย่างรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เพียงแค่ไม่กี่นาที ก็มีหลายสำนักนำของหลายคันรถมาส่งถึงที่

“แค่ดึงออกก็สิบคันรถ แค่บรรจุเข้าไปก็เป็นถุงใบใหญ่”

“นี่มันบ้าบอ! ทรัพยากรไม่คิดจะเก็บเอาไว้แล้วหรือ? ทำไมถึงส่งมาขนาดนี้!”

“แค่วันนี้ครึ่งวัน ห้องเก็บของก็ถูกสร้างใหม่ถึงห้าห้องแล้ว!”

“ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งต้องทุกข์ใจเพราะมีทรัพยากรมากเกินไป…”

“ศิลาวิญญาณก็รับไว้เถิด

ส่วนทรัพยากรพวกอื่นๆให้ส่งกลับไป

ทั้งเคล็ดวิชาการต่อสู้ เคล็ดวิชาบ่มเพาะ ทั้งหมดให้ส่งกลับไป

ไม่งั้นก็ทิ้งไป พวกนี้สำนักชิงหยุนเรามีมากมายแล้ว”

“ขอรับ ท่านอาจารย์”

สือฮ่าวยังคงต้องไปเก็บรวบรวมทรัพยากรต่อไปอย่างไม่เต็มใจ

เฟิงชิงหยางหันไปมองสมาชิกตระกูลหลินที่อยู่ในห้องโถงใหญ่

“การศึกครั้งนี้ แม้ตระกูลหลินของเจ้าจะมีพลังด้อยกว่า แต่ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างสำนักชิงหยุนอย่างไม่สั่นคลอน ดีมาก”

ถามหากในโลกของการบ่มเพาะที่เต็มไปด้วยการไล่ล่าและการฆ่าฟัน มีขุมอำนาจใดบ้างที่จะทำได้เช่นนี้

ไม่มีการแทงข้างหลัง หรือทำลายผู้อื่นเมื่อเขาตกลงไปในบ่อโคลน ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

“ท่านเจ้าสำนัก นี่เป็นสิ่งที่ตระกูลหลินของเราควรกะทำ

ในฐานะที่เป็นตระกูลภายใต้อานัฒิ เมื่อสำนักหลักเผชิญภัยคุกคาม แม้ว่าจะห่างไกลหลายพันลี้ แม้ว่าเราจะต้องพินาศไปพร้อมกัน ตระกูลหลินของเราจะไม่ถอยแม้เพียงก้าวเดียว”

“พวกเจ้ากลัวความตายกันบ้างหรือไม่?” เฟิงชิงหยางจ้องมองไปที่ดวงตาของสมาชิกตระกูลหลิน

ต้องรู้ว่าขณะนั้นสถานการณ์ของตระกูลหลินเหมือนกับไข่ชนกับหิน

“ถึงแม้จะมีหมื่นแสนคน พวกเราก็จะสู้!”

“ดี! ดีมาก!

จากนี้ไปตราบใดที่สำนักชิงหยุนของข้าไม่ล้มพัง ตระกูลหลินของเจ้าจะอยู่ยั่งยืนเป็นพันปี”

หลินจ้านไม่รู้เลยว่า คำพูดของเขานั้นมีความสำคัญเพียงใด และอีกหลายหมื่นปีข้างหน้าเมื่อหวนกลับมามอง จะรู้สึกโชคดีที่ได้พูดมันออกมา

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องในอนาคต

“หลินไป๋ นำท่านพ่อของเจ้าไปยังหอคัมภีร์แล้วเลือกเคล็ดวิชาหลายๆเล่ม จากนั้นไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าเพื่อรับทรัพยากรจากหออีกแห่ง”

“ไปเถิด”

พลังของตระกูลหลินยังคงอ่อนแอเกินไป ต้องรีบเสริมสร้างให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้ตามทันสำนักชิงหยุน

ถามว่าทำอย่างไรถึงจะเสริมพลังได้รวดเร็ว

ไม่ต้องถามอะไรมาก ถามแล้วก็ต้องทุ่มเงินและทรัพยากรไป

(และใช้เครื่องช่วยพิเศษด้วย)

“ขอรับ ท่านอาจารย์”

“ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก”

“เอ่อ ท่านเจ้าสำนัก ข้ามีคำขอหนึ่ง”

หลินจ้านที่กำลังจะเดินกลับก็หยุดและหันกลับมา

“เราจะสามารถสร้างเมืองหนึ่งที่อยู่ห่างจากยอดเขาของสำนักชิงหยุนแค่หนึ่งร้อยลี้ได้หรือไม่?”

“เมือง?”

ความคิดนี้ดี เขาทำไมถึงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนล่ะ

สำนักใหญ่ๆทุกสำนักล้วนมีเมืองของตนเอง และแต่ละแห่งก็โด่งดังไปทั่วโลก พวกเขาสามารถตั้งหลักและดูดทรัพยากรจากทุกทิศทุกทางได้

เช่นเดียวกับการดึงดูดผู้มีพรสวรรค์มากมายที่อยากมาเรียนรู้ และสร้างฐานให้กับการรับศิษย์ในอนาคต

“ได้เลย ความคิดนี้ดีมาก

ก็สร้างไปเลย ตั้งชื่อว่า ‘เมืองชิงหยุน’ หากขาดทรัพยากรอะไร สามารถขอจากสำนักได้ ข้าจะสั่งให้ผู้อาวุโสไปจัดการเรื่องนี้กับเจ้า”

ไม่สร้างก็ไม่สร้าง แต่ถ้าจะสร้างก็ต้องสร้างให้ดีที่สุด และที่นี่เองพลังวิญญาณเข้มข้นกว่าที่ใดๆ ภายนอกสักวันหนึ่ง เมืองชิงหยุนจะกลายเป็นเมืองยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนภาคตะวันออก หรือแม้แต่ทั้งโลกหวงหวู่

จบบทที่ ตอนที่ 24 ปกครองแคว้นหลิงโจว สร้างเมืองชิงหยุน

คัดลอกลิงก์แล้ว