เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 เลือดสาดกระเซ็น

ตอนที่ 22 เลือดสาดกระเซ็น

ตอนที่ 22 เลือดสาดกระเซ็น


ตอนที่ 22 เลือดสาดกระเซ็น

“เจ้าพวกที่ไม่รู้จักความตายเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?”

กลุ่มของขุมอำนาจต่างๆ ต่างมองไปยังผู้ที่กล้าเข้ามาขัดขวางเส้นทางของพวกเขาอย่างดูแคลน

“ศิษย์ตระกูลหลิน ลงมือฆ่าศัตรู!”

สมาชิกตระกูลหลินนำเรือรบพุ่งเข้าใส่เหล่าขุมอำนาจใหญ่ๆที่อยู่รอบๆ

“ใครอยากเล่นกับแมลงเหล่านี้?”

ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนจีกล่าวด้วยความไม่ใส่ใจ โดยเขาไม่คิดจะลงมือกับพวกแมลงเหล่านี้

“ข้าจากสำนักดาบสวรรค์จะไปเอง”

อาวุโสจากสำนักดาบสวรรค์ก้าวออกมาอย่างมั่นใจ

“ดี ไปเล่นกับพวกมันให้สนุก ให้พวกมันรู้ว่าการมายุแหย่กับพวกขุมอำนาจใหญ่ๆนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย”

ในเมื่อยังมีเวลาเหลือเยอะ พวกเขาก็ไม่รีบร้อน

สำนักชิงหยุนหนีได้แค่คน แต่คงไม่สามารถย้ายสำนักหนีได้

พวกเขาต้องให้โลกเห็นผลของการขัดขืนขุมอำนาจใหญ่ๆ

“เร็วๆนี้ดูสิ! ผู้บ่มเพาะจากสำนักดาบสวรรค์ออกมาแล้ว”

“อ๊ะ! สำนักดาบสวรรค์! พวกเขาคือหนึ่งในสามสำนักที่แข่งแกร่งที่สุดของแคว้นหลิงโจว!”

ผู้คนต่างฮือฮากับการปรากฏตัวของสำนักดาบสวรรค์ สำนักที่มีชื่อเสียงแม้จะชั่วร้าย แต่มีความแข็งแกร่งเหนือทุกสิ่งในแคว้นหลิงโจว

ผู้บ่มเพาะจากสำนักดาบสวรรค์พุ่งออกมา นำโดยอาวุโสที่ถือดาบ พร้อมกับผู้บ่มเพาะอีกหลายสิบคนที่ตามมา

การปะทะเริ่มขึ้นทันที!

เสียงของดาบที่ปะทะกัน เสียงการระเบิดของพลังวิญญาณ และเสียงร้องคร่ำครวญของผู้คน ดังสะท้านไปทั่ว

“ฮึๆ นี่คือการเล่นที่พวกเจ้าเลือกเอง เส้นทางสู่สวรรค์พวกเจ้ากับไม่เลือก แต่กลับเลือกที่จะเดินเข้ามาหาประตูนรกเอง”

“อย่ามาพูดมาก! มาสู้กันต่อ!”

สนามรบเกิดขึ้นสามแห่ง ได้แก่สนามรบขอบเขตผู้ไร้มลทิน, ขอบเขตสร้างวิญญาณ และขอบเขตแปรวิญญาณ แต่ด้วยจำนวนของผู้บ่มเพาะจากตระกูลหลินที่น้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม ทำให้พวกเขาถูกตีถอยหลังอย่างต่อเนื่อง

“ช่างน่าสงสาร! ตระกูลหลินต้องพ่ายแพ้แล้ว”

“ใช่แล้ว การที่ยืนเคียงข้างกับสำนักชิงหยุนช่างไม่ดีเลยจริงๆ”

“ท่านผู้นำตระกูล ท่านพาผู้คนหนีไปยังสำนักหลักเถิด พวกเราไม่อาจต้านทานได้แล้ว!”

หลินจ้านและผู้บ่มเพาะจากตระกูลหลินอีกท่านเผชิญหน้ากับผู้บ่มเพาะขอบเขตไร้มลทินถึงสี่คน

“จะหนีไปไหน? พวกเรายังไม่สนุกเลย”

อาวุโสจากสำนักดาบสวรรค์เลียเลือดบนดาบของตน

ผู้คนจากตระกูลหลินถูกตีถอยหลังจนแทบไม่สามารถขยับไปไหนได้ พวกเขาถูกล้อมจนเป็นเหยื่อในกระบอกไม้ พวกเขาไม่สามารถหนีไปไหนได้

“ผู้ใดกล้าขัดขวางผู้คนจากสำนักชิงหยุน!”

เสียงอันดังดังออกมา ตามมาด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่พัดพาผู้บ่มเพาะจากสำนักดาบสวรรค์ออกไป

พวกเขาลอยไปถึงสองวินาทีครึ่ง ก่อนจะหยุดลง ผู้บ่มเพาะขอบเขตไร้มลทินทั้งสี่ ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนอื่นๆล้วนถูกพลังนั้นบดขยี้จนสิ้นชีพ

“ฮึ! แข็งแกร่งมาก!”

“ผู้แข็งแกร่งจากสำนักชิงหยุนมาแล้วใช่หรือไม่? พวกเขาปรากฏตัวและทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องพ่ายแพ้ทันที”

“ใช่แล้ว เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณก็ทำให้ผู้บ่มเพาะมากมายตายได้แล้ว สำนักชิงหยุนไม่ธรรมดาจริงๆ”

อาวุโสจากสำนักดาบสวรรค์หรี่ตาแคบลง พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าเจ้าของแห่งสำนักชิงหยุนตัวจริงมาถึงแล้ว

เขาอยากดูว่าพวกเขาจะมีแผนการอะไรออกมารับมือ

จากห่างไกลที่ขอบฟ้า ผู้คนทั้งหกบินมาทางนี้

แน่นอนว่า เป็นเฟิงชิงหยาง สือฮ่าว หลินไป๋ บรรพชนหลี่ชิงหยุน รวมถึงอาวุโสสายนอกเย่ไป๋ และผู้คุ้มกันหวังเจี้ยนที่เดินทางมาพร้อมกัน

เสื้อผ้าสีขาวและสีฟ้าของสำนักชิงหยุนสะท้อนแสงแดดอย่างเด่นชัด ดูเหมือนว่ามีบางพลังลึกลับไหลเวียนภายในเสื้อผ้านั้น

“เล่นอะไรอยู่? เหตุใดสำนักชิงหยุนส่งแค่หกคนมา โดยในนั้นมีสามคนเป็นเด็กหนุ่ม”

“ใช่แล้ว หรือข่าวลือนั้นจะเป็นเท็จ?”

“แต่เสื้อผ้าของพวกเขานั้นดูเท่ดีจริงๆ”

ผู้คนที่ยืนอยู่ต่างก็พากันพูดคุยและมองไปที่เฟิงชิงหยางกับคนอื่นๆดูเหมือนพวกเขาจะคิดว่าแค่หกคนนี้จะมารับมือกับพวกขุมอำนาจทั้งหลายได้จริงหรือ?

“ท่านพ่อ ท่านทั้งสองไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

หลินไป๋รีบเดินไปตรวจอาการบาดเจ็บของหลินจ้านและคนอื่นๆ ทันที

“ไม่เป็นอะไร ขอบคุณที่ท่านเจ้าสำนักมาถึงทันเวลา”

“ไม่เป็นไรแล้ว พวกท่านพ่อกลับไปพักก่อนเถิด ให้พวกเราจัดการเอง”

“ท่านทั้งหลายคงรีบร้อนกันแล้วใช่หรือไม่? แต่ขอให้ท่านทั้งหลายใจเย็นๆก่อน

เดี๋ยวพวกเราจะพาท่านไปพบกับผู้ที่รอท่านอยู่ยมโลก”

เฟิงชิงหยางมองไปยังเหล่าผู้นำของขุมอำนาจทั้งหลายด้วยสายตาดูหมิ่น

ในสายตาของเขา พวกเขาทั้งหมดเป็นแค่ฝูงมด

“โอหังเกินไปแล้ว!”

“เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร?”

“ข้าเคยเห็นคนโอหังมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นใครที่โอหังเช่นนี้! วันนี้เหมือนกับมีมีดใบเล็กๆมาจ่อก้น ทำให้เปิดหูเปิดตาจริงๆ!”

“อ้อ? สองคนที่อยู่ในขอบเขตไร้มลทิน อีกหนึ่งคนในขอบเขตเบิกฟ้าขั้นสูงสุด นี่นะหรือรากฐานของสำนักชิงหยุน?”

ยังมีอีกสองคนที่มีการบ่มเพาะไม่สูง แต่ก็ยังไม่มีนัยยะสำคัญใดๆ ส่วนชายชราอีกคนดูเหมือนจะยังคงมองไม่ออกว่ามีพลังระดับไหน

ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนจีจ้องมอง และคิดอยู่ในใจ

“ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว เร่งบดขยี้พวกมันเลย”

หลังจากคำสั่งของผู้อาวุโสจากสำนักเทียนจีดังออกมา

เรือรบขนาดยักษ์หลายลำเริ่มระดมยิงใส่ทันที

ผู้แข็งแกร่งจากแต่ละสำนักพุ่งออกมาจากเรือรบและมุ่งตรงไปยังเฟิงชิงหยาง

“เย่ไป๋ เจ้าช่วยเล่นกับพวกเขาก่อน”

อาวุโสเย่ไป๋ได้ยินคำสั่ง ก็พุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ

ด้วยพลังการบ่มเพาะขอบเขตเบิกฟ้าขั้นสูงสุดที่เขามี เขาปลดปล่อยพลังออกเต็มที่ทันที

"ซี...!"

"พลังบ่มเพาะช่างน่าสะพรึงกลัว คนผู้นี้คือผู้แข็งแกร่งขอบเขตเบิกฟ้าขั้นสูงสุดจากสำนักชิงหยุนหรือ?"

"ใช่ สำนักชิงหยุนมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขากล้าที่จะท้าทายทุกสำนักใหญ่ๆ!"

"แค่พวกปลาซิวปลาสร้อย ยังกล้าบุกโจมตีสำนักชิงหยุนของข้ารึ?"

"ฆ่า!"

เย่ไป๋พูดจบ พุ่งเข้าไปในท่ามกลางศัตรูและตบมือหนึ่งครั้ง มือของเขาฟาดลงไปในกลุ่มศัตรูทำให้คนหลายคนตายไปในพริบตา

ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกเลือดหนาแน่น ปกคลุมท้องฟ้าและแสงแดดทำให้ท้องฟ้าทั้งหมดกลายเป็นสีแดง

ปฏิทินปี10086 นับเป็นปีที่ท้องฟ้าของแคว้นหลิงโจวเปื้อนเลือด วันที่ศักดิ์สิทธิ์ในประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกในภายหลังในนาม "ชิงหยุนบี้มด"

"อ๊า! คนผู้นี้คือปีศาจ!"

"ช่วยด้วย! ท่านผู้นำช่วยข้าด้วย!"

ไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากการต่อสู้เริ่มต้น สถานการณ์ก็เข้าสู่ขั้นวิกฤติ

ผู้แข็งแกร่งจากทุกสำนักต่างถอยร่นไป

ผู้แข็งแกร่งจากสำนักชิงหยุนโหดเหี้ยมเกินไป ไม่ต้องมีท่าไม้ตายอะไรมากมาย

แค่ตบมือก็ทำให้คนในกลุ่มกระเด็นออกไปไกล หลายคนกลายเป็นหมอกเลือดทันที

หมอกเลือดที่ลอยในอากาศยังคงลอยไม่หายไป

"ฮ่าๆๆ แค่พวกมดปลวกแค่นี้ยังกล้ามาบุกโจมตีสำนักชิงหยุนของข้า?"

"ท่านผู้อาวุโสเย่ไป๋สุดยอด!"

สือฮ่าวและหลินไป๋ ยืนมองด้วยความตกตะลึง

ทั้งสองคนถึงแม้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยพบกับการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน หลินไป๋แทบจะไม่มีประสบการณ์การต่อสู้จริงๆด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นอาวุโสเย่ไป๋ที่ท้องฟ้าเหมือนกับเทพสงคราม พวกเขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชมและนับถือ

“เห็นแล้วใช่หรือไม่? ดูให้ดีๆและเรียนรู้ให้มากๆ

ถ้าพวกเจ้าพยายามฝึกฝนอย่างหนักในภายภาคหน้า พวกเจ้าก็สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างเขาได้”

เฟิงชิงหยางพูดพลางลูบไหล่ของทั้งสองพรางคิดอยู่ในใจ

ส่วนข้า… ข้าแตกต่างออกไป! ข้าจะเปิดการโกง!

“กะอีแค่รังแกผู้อ่อนแอมีอะไรน่าภูมิใจ พวกข้าจะเล่นกับเจ้าเอง!”

ทั้งสามสำนักชั้นนำส่งผู้อาวุโสในขอบเขตเบิกฟ้ารวมถึงเจ้าสำนักเทียนจีสาขาภาคตะวันออกมา พวกเขามีกำลังในขอบเขตเบิกฟ้ารวมกันถึงสี่คน!

พลังมหาศาลระเบิดออกไปอย่างรุนแรง

“ตอนนี้ท่าจะลำบากแล้วล่ะ การสู้กับสี่คนนี้ โอกาสชนะน้อยมาก ถ้าสำนักชิงหยุนไม่มีแผนสำรอง คงหนีไม่พ้นการพ่ายแพ้”

ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนจียิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ การต่อสู้สี่ต่อหนึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของพวกเขา

“ถ้าพวกเจ้ากำลังรีบร้อนที่จะตาย ข้าจะส่งพวกเจ้าขึ้นสวรรค์ไปก่อน!”

“โอหังนัก!”

การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเบิกฟ้าได้เริ่มขึ้นแล้ว!

การปะทะของทั้งห้าคนทำให้พื้นดินสะเทือนและท้องฟ้าดูเหมือนจะสั่นสะเทือนตาม

อาวุโสเย่ไป๋ ยังคงยืนอยู่ได้โดยไม่พ่ายแพ้ในสภาพที่ต้องเผชิญกับศัตรูถึงสี่คน

“ซี! ทรงพลังมาก นี่คือพลังการต่อสู้ที่น่ากลัวของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเบิกฟ้าหรือ!”

“ใช่แล้ว แม้แต่พื้นที่ก็ยังถูกทำลาย!”

ภาคตะวันออกประกอบด้วยสิบสามแคว้น ซึ่งในหมู่พวกเขา แคว้นหลิงโจวไม่มีดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่ แต่ก็มีอำนาจของฝ่ายสำนักชั้นนำหลากหลายอยู่ เช่นสำนักเทียนจี ที่ยังไม่เกรงกลัวดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นขอบเขตเบิกฟ้าจึงถือเป็นเพดานพลังการต่อสู้ของแคว้นหลิงโจว

แม้จะเป็นเช่นนี้ หลายคนก็ยังไม่เคยได้เห็นมันในชีวิต

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเบิกฟ้าผู้ที่ต่อสู้ในวันนี้จะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาจะได้เห็นในชีวิตนี้

ในเวลานี้ท่ามกลางสี่คนที่ต่อสู้ มีคนหนึ่งแสดงความบกพร่องออกมา

เย่ไป๋จับจังหวะนี้ได้และใช้พลังทั้งหมดโจมตี

“ตายซะ!”

ด้วยเสียงคำรามของเย่ไป๋ ผู้บ่มเพาะที่แสดงความบกพร่องในขอบเขตเบิกฟ้าได้ถูกโจมตีจนระเบิดเป็นชิ้นๆ

“บรรพชน!”

จบบทที่ ตอนที่ 22 เลือดสาดกระเซ็น

คัดลอกลิงก์แล้ว