เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 ความตกใจของหลิงปิงหนิง

ตอนที่ 11 ความตกใจของหลิงปิงหนิง

ตอนที่ 11 ความตกใจของหลิงปิงหนิง


ตอนที่ 11 ความตกใจของหลิงปิงหนิง

【"ติ้ง! ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจในการชุมนุมครั้งนี้จนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ชุดเครื่องแบบของสำนักได้ถูกส่งมอบแล้ว โปรดตรวจสอบ"】

【"ติ้ง! ภารกิจสำเร็จสมบูรณ์แบบเต็มร้อย คะแนนพิเศษ! ชุดเครื่องแบบของสำนักสามารถจัดส่งได้ไม่จำกัด"】

“ความสำเร็จยิ่งใหญ่? ฆ่าล้างยอดฝีมือทั้งหมดไปแล้ว จะไม่ให้โดดเด่นได้อย่างไรกัน”

ครานี้ชื่อเสียงสำนักชิงหยุนของข้า คงจะต้องสะท้านสะเทือนทั่วภาคตะวันออก อีกไม่นานนักก็จะบรรลุภารกิจแห่งการสร้างชื่อเสียงอันเกรียงไกรได้แน่แท้

“ชุดเครื่องแบบของสำนักก็ถูกส่งมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าหน้าตาจะเป็นเช่นไร? มีคุณสมบัติพิเศษหรือไม่?”

【ในฐานะผู้สืบทอดที่จะก้าวสู่สำนักเทพอันดับหนึ่งของมหาจักรวาลในอนาคต รางวัลชุดเครื่องแบบของสำนักจากระบบย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! หากใครมาเห็นสำนักเรายังไม่ชุดสำนัก นั่นไม่อายหรอ】

【“ติ๊ง! ชุดเครื่องแบบของสำนักไม่เพียงแต่จัดส่งได้ไม่จำกัด แต่ยังงดงามอย่างสูงส่ง เมื่อสวมใส่จะไม่มีสิ่งสกปรกเปื้อนติด ไม่ถูกน้ำไฟทำลาย และยังมีโชคลาภจากมหาวิถีคุ้มครอง”】

“ข้าไม่เคยรู้เลยว่า สำนักของท่านจะมีผู้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ นับเป็นความผิดพลาดของข้าเอง”

ยอดฝีมือขอบเขตเบิกฟ้าฟ้าขั้นสูงสุด แม้แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกนาง ก็ยังนับเป็นกำลังหลักที่สำคัญ

สำนักชิงหยุนกลับยิ่งดูลึกลับในสายตาของนางมากยิ่งขึ้น

“การที่แม่นางมาช่วยเหลือในยามยากลำบากเช่นนี้ ย่อมนับเป็นความกรุณายิ่ง

แต่เมื่อข้าอาวุโสสายนอกของสำนักชิงหยุนอยู่ที่นี่แล้ว พวกตัวตลกเหล่านี้คงไม่อาจทำสิ่งใดได้”

“อาวุโสสายนอก!”

“เพียงแค่ผู้อาวุโสสายนอกยังมีฝีมือแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”

นางคิดว่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตเบิกฟ้าขั้นสูงสุดผู้นี้ คงต้องเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของสำนักชิงหยุนอย่างแน่นอน แต่มิได้คาดคิดว่ากลับเป็นเพียงผู้อาวุโสสายนอกเท่านั้น

โฉมงามผู้เย็นชาอย่าง หลิงปิงหนิง ที่ไม่เคยแสดงอารมณ์กลับสั่นคลอนเล็กน้อย สำนักชิงหยุนนี้ช่างลึกลับและยิ่งใหญ่จริงๆ หรืออาจเป็นสำนักลับที่ซ่อนตัวอยู่!

“ศิษย์พี่! ศิษย์พี่ ท่านปลอดภัยดีหรือไม่!”

เด็กสาวคนหนึ่งร้องเรียกอย่างร้อนรนพลางวิ่งเข้ามา

“เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าไม่ได้บอกให้เจ้ากลับไปก่อนแล้วหรือ? เหตุใดเจ้าถึงกลับมาอีก”

ผู้ที่มาถึงคือหลิวเสวี่ย ศิษย์น้องของหลิงปิงหนิง

“ศิษย์พี่ยังไม่กลับ ข้าก็จะไม่กลับเช่นกัน”

เมื่อตะกี้นางเห็นศิษย์พี่ของนางบินไปยังเวทีกลางเพื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือมากมาย นางก็ร้อนใจแทบจะเอาสิ่งที่อาจารย์ให้ไว้เพื่อรักษาชีวิตมาใช้

แต่แล้วก็เห็นคนจากสำนักชิงหยุน บินออกมาหนึ่งคน เป็นชายวัยกลางคนที่มีพลังรุนแรง ทำลายทุกคนในคราวเดียว นางจึงรีบวิ่งกลับมาอย่างร้อนรน

หลิงปิงหนิงรู้สึกซาบซึ้ง ศิษย์น้องที่ไม่ทอดทิ้งนางแม้จะเป็นการตัดสินใจส่วนตัวของนาง

“เอาล่ะ เรื่องราวก็สิ้นสุดลงแล้ว กลับสำนักเถิด

จริงสิ เพื่อแสดงความขอบคุณ ข้าขอเชิญแม่นางมาเป็นแขกที่สำนักชิงหยุนของข้า

ไม่ทราบว่าแม่นางจะยินยอมหรือไม่?”

เฟิงชิงหยางยืนอยู่ด้วยท่าทีสง่างาม พลางกล่าวคำเชิญ

นางได้ช่วยเหลือเราเช่นนี้ ย่อมต้องตอบแทนด้วยความสมควรเช่นกัน

แน่นอนว่ามี “สิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด” อีกประการหนึ่ง นั่นคือภายในสำนักของตนเองนั้นล้วนแต่เป็นบุรุษทั้งสิ้น การมีโฉมงามสองนางนี้อยู่ด้วย ย่อมชวนมองยิ่งนัก

“ข้าจะตามใจท่าน ข้ากับศิษย์น้องเพียงแค่มาท่องเที่ยวภาคตะวันออกนี้พอดี ก็นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ชมความยิ่งใหญ่ของสำนักท่าน”

.….

เฟิงชิงหยางและคณะ เดินทางวันละพันลี้จนในไม่ช้าก็มาถึงเบื้องล่างประตูภูเขาของสำนักชิงหยุน

ระหว่างทางนั้น หลินไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะถามศิษย์พี่ใหญ่ สือฮ่าว ด้วยความตื่นเต้น

“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านช่างเท่เสียจริง!”

“ท่านเพียงผู้เดียวกลับท้าทายเหล่าอัจฉริยะสิบกว่าคน และยังเอาชนะได้แม้ต้องต่อสู้ข้ามขั้น!

ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านเก่งกาจถึงเพียงนี้ ใช้เวลาฝึกฝนมานานเท่าใดแล้ว?”

เมื่อมองดูศิษย์น้องที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สือฮ่าวก็ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ จากที่ตนเองถูกทำลายพลังจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ถึงสามวันดี

“ไม่น้อยไม่มาก เพียงสองวันครึ่งเท่านั้น”

“สองวันครึ่ง!”

เขาเองฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดสิบปี แต่ยังคงอยู่เพียงขอบเขตหลอมรวมขั้นต้นเท่านั้น เช่นนั้นเขาคงเป็นเพียงสุนัขที่เรียนวิชาไม่สำเร็จแน่แท้!

ใต้ภูเขาชิงหยุน

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เทือกเขาชิงหยุน หลิงปิงหนิงและหลิวเสวี่ยก็รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างได้ทันที

บรรยากาศแห่งพลังวิญญาณที่นี่เข้มข้นกว่าภายนอกหลายเท่านัก!

และยิ่งลึกเข้าไป พลังวิญญาณก็ยิ่งบริสุทธิ์หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

จนเมื่อถึงบริเวณเชิงเขาของสำนัก พลังวิญญาณนั้นก็มากมายเพียงพอเทียบเท่าดินแดนภาคกลาง

“ช่างสมกับเป็นสำนักลับที่ยิ่งใหญ่! ที่ตั้งก็ได้เปรียบเป็นอย่างยิ่ง”

หลิงปิงหนิงเผยริมฝีปากสีแดงแผ่วเบาในขณะที่ใจคิดว่าช่างไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้

เฟิงชิงหยางสะบัดมือครั้งใหญ่ บันไดที่ทอดยาวหลายร้อยลี้ยืดยาวลงมาจากยอดเขา บนบันไดนั้นมีหมอกเมฆลอยล่อง แสงสีสันผันเปลี่ยนดูคล้ายเป็นบันไดสู่แดนเซียน

“ไปกันเถิด”

เมื่อเดินผ่านบันไดเข้าสู่ภายในสำนักชิงหยุน

จู่ๆ ทิวทัศน์ก็เปิดกว้าง ดุจดั่งหลุดจากความมืดสู่แสงสว่าง ศาลาและอาคารต่างๆ ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พลังแห่งธรรมชาติหมุนเวียนรอบบริเวณนั้น พลังวิญญาณเข้มข้นจนกลายเป็นหมอกบางๆคลุมทั่วสถานที่ ดุจดั่งดินแดนสวรรค์

“ศะ...ศิษย์พี่ เรานี่มาอยู่ในแดนเซียนใช่หรือไม่?”

หลินไป๋ผู้ที่เพิ่งมาเยือนพร้อมกับศิษย์พี่น้องของหลิงปิงหนิงนั้น เหมือนกับได้หลุดเข้ามาในอาณาจักรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ทุกคนต่างตะลึงงันไปหมด!

สือฮ่าวมองเห็นท่าทางของทุกคน ก็แอบยิ้มเล็กน้อย

“ฮ่าๆ ความรู้สึกแบบนี้ช่างดีจริง ตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ครั้งแรกก็คงทำหน้าตาเช่นเดียวกันนี่เอง”

ณ หอชิงหยุน

“นั่งเถิด”

เฟิงชิงหยางเชิญให้ทุกคนได้นั่งลงพร้อมกับสั่งให้สือฮ่าวไปชงชาให้พวกเขา

ใบชานั้นไม่ได้เป็นใบชาชั้นดีอะไรนัก เพียงแค่เป็น ชาวิถี ที่ขุดมาจากระบบเมื่อสองวันก่อนเท่านั้น

หลิงปิงหนิงและหลิวเสวี่ยนั่งลงอย่างระวัง พวกนางจับถ้วยชาขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวหมด

“!!!”

ชาเย็นสดชื่นไหลลงคอ แล้วกลายเป็นพลังแห่งธรรมชาติหมุนเวียนทั่วร่างกาย

“นี่มันชาวิถี!”

เมื่อรู้สึกถึงพลังแห่งธรรมชาติในกาย หลิงปิงหนิงอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ใบชานี้แม้แต่ใน ตำหนักหยกขจี ของนางก็นับว่าหายากยิ่ง นางเคยเห็นแค่ครั้งเดียวตอนที่เจ้าสำนักเชิญแขกผู้มีอิทธิพลมาร่วมงานเลี้ยง

“มิใช่ชาดีอันใด ดื่มตามสะดวกเถิด”

เฟิงชิงหยางพูดอย่างจริงใจ ในขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดว่าจะหาข้ออ้างอะไรไปขุดเอาชาดีๆจากระบบมาอีก

‘ดื่มชานี้เข้าไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนี่นา’

ระบบ: เจ้าเป็นคนบ้ารึ! ใบชาวิถีนี้เป็นสมบัติของสำนักใหญ่ เชื่อมต่อกับพลังแห่งปราชญ์ แม้แต่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้ดื่มได้ง่ายๆ การที่คนธรรมดาได้ดื่มนั้นถือว่าเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว!

ดูเจ้าสิ ในสองวันเจ้าดื่มไปเท่าไหร่แล้ว ข้าอยากจะถามจริงๆ ว่าเจ้ายังมีสติบ้างหรือไม่ ดื่มมากมายจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว!

หลินไป๋เห็นว่าหลิงปิงหนิงตกตะลึงถึงเพียงนั้น ก็คิดว่าชานี้คงมิใช่สิ่งธรรมดา จึงดื่มรวดเดียวหมดเช่นกัน

พลังแห่งธรรมชาติหมุนเวียนในกายของเขา หลั่งไหลไปทั่วร่างกาย

“เป็นอย่างไรบ้าง ศิษย์น้อง รู้สึกอะไรหรือไม่?”

สือฮ่าวถามหลินไป๋ด้วยความอยากรู้ เพราะเขาเองก็ได้ดื่มชานี้มาไม่น้อย รู้ถึงความล้ำลึกของมันดี

“เอิ๊ก!”

“ศิษย์พี่! ข้าจะทะลวงขั้น...เอ่อ...แต่ก็ยังอยู่ใน ขอบเขตหลอมรวมขั้นต้นอยู่ดี...”

หลินไป๋เรอออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าขมขื่น

นอกจากจะรู้สึกได้ว่า ขอบเขตหลอมรวม ขั้นต้นของตนนั้นสมบูรณ์ขึ้นแล้ว ระดับพลังกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

“ศิษย์พี่ ข้าว่าข้าเคยเห็นใบชาแบบนี้ที่อาจารย์เก็บรักษาไว้อย่างดีนะ อาจารย์ของข้ามักจะหวงแหนราวกับเป็นของล้ำค่า”

อาจารย์ที่หลิวเสวี่ยพูดถึงก็คือเจ้าสำนักแห่งตำหนักหยกขจีนั่นเอง

หลังจากดื่มชาเสร็จ และสนทนาเรื่อยเปื่อยกันครู่หนึ่ง

หลิงปิงหนิงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม

“ท่านเจ้าสำนักเฟิง สำนักของท่านได้กระทำให้สำนักศักดิ์สิทธิ์ของภาคกลางไม่พอใจ ท่านควรเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้า

ระวังตัวไว้ไม่เสียหาย หากมีเรื่องใดที่พวกเรา ตำหนักหยกขจีพอจะช่วยเหลือได้ ก็ยินดีจะช่วยเสมอ”

นางนั้นนอกจากจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งตำหนักหยกขจีแล้ว ยังเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่ากับบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้นางมีอำนาจในการตัดสินใจไม่น้อย

ตำหนักหยกขจีเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่ยิ่งใหญ่ จึงย่อมทราบความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าใคร พลังอำนาจเหล่านี้ล้วนไม่มีที่ใดที่ง่ายดาย

“ขอบคุณแม่นางหลิงที่มีน้ำใจ แต่สำนักชิงหยุนของข้านั้นมีผู้เชี่ยวชาญมากมาย การที่จะกระทำการล่วงเกินพวกนั้นก็เพราะเราไม่กลัวพวกเขา”

เฟิงชิงหยางตอบกลับอย่างใจเย็น สำนักชิงหยุนมีบรรพชนใน ขอบเขตมหาจักรพรรดิ คอยปกปักษ์รักษาอยู่ แดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็หาได้เป็นปัญหาไม่ แม้กระทั่งอำนาจระดับมหาจักรพรรดิมาก็ไม่กลัว

จบบทที่ ตอนที่ 11 ความตกใจของหลิงปิงหนิง

คัดลอกลิงก์แล้ว