เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ผู้คุ้มกันสำนัก

ตอนที่ 4 ผู้คุ้มกันสำนัก

ตอนที่ 4 ผู้คุ้มกันสำนัก


ตอนที่ 4 ผู้คุ้มกันสำนัก

“ดีมาก จิตใจแห่งความไร้พ่ายเริ่มก่อตัวแล้ว”

“เนตรคู่ลึกลับเดิมที่ก็เป็นพรสวรรค์อยู่แล้ว เหตุใดต้องยืมกระดูกของผู้อื่นไปอีก”

“เส้นทางข้างหน้าของสือเทียนนั้นจะไม่ยาวไกล”

“เอาล่ะ เจ้ากลับไปบ่มเพาะเถิด ภายในสำนักเลือกห้องที่ชอบพักได้เลย”

หลังจากสือฮ่าวเดินออกไปแล้ว เฟิงชิงหยางก็เข้าสู่หน้าจอระบบ

“ระบบ ใช้บัตรอัญเชิญ”

ตอนนี้สำนักยังเงียบเหงา ควรมีคนมาเพิ่มอีกสักหน่อย

【“ติ๊ง บัตรอัญเชิญสีทองแดงใช้งานสำเร็จ กำลังทำการสุ่ม…ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี นายท่านได้รับผู้บ่มเพาะขอบเขตสร้างวิญญาณ กำลังทำการอัญเชิญ”】

“ขอบเขตสร้างวิญญาณ ดีที่บัตรสีทองแดงนี้ยังสุ่มได้ถึงขีดสุด”

ภายในสำนักชิงหยุน ขณะที่สือฮ่าวกำลังทำความคุ้นเคยกับเคล็ดวิชาของตัวเอง ก็รู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งจากด้านข้าง แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว

“เจ้าหนุ่มไม่ต้องตกใจหรอก เจ้าก็คงเป็นศิษย์ของสำนักชิงหยุนเหมือนกันใช่ไหม?”

“ใช่, ไม่ทราบท่านอาวุโสคือ…?” สือฮ่าวถามด้วยความสงสัย ขณะมองไปยังชายชุดคลุมดำที่ปรากฏขึ้นโดยไม่มีเสียงใดๆ

“ข้าคือผู้คุ้มกันของสำนักชิงหยุน กำลังจะไปคารวะท่านเจ้าสำนักไม่รบกวนท่านแล้ว”

“ผู้คุ้มกันของสำนักรึ?”

กลิ่นอายของพลังอันมหาศาลนี้ สือฮ่าวเคยสัมผัสได้จากผู้นำตระกูลสือของเขามาก่อน

“ขอบเขตสร้างวิญญาณขั้นสูงสุด!”

ผู้คุ้มกันแค่คนเดียวยังสามารถเทียบเคียงกับผู้นำตระกูลระดับสูงได้!

“สำนักของข้าช่างเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ท่านอาจารย์พูดไม่ผิดเลย!”

….

ณ วิหารชิงหยุน

“หวังเจี้ยนขอคารวะท่านเจ้าสำนัก”

ในห้องโถงใหญ่ หวังเจี้ยนในชุดคลุมดำยืนอยู่ข้างล่าง เงยหน้าขึ้นด้วยความเคารพ

“ขอบเขตสร้างวิญญาณขั้นสูงสุด! ไม่เลว”

เฟิงชิงหยางตรวจสอบระดับพลังของหวังเจี้ยนผ่านระบบ

“ระบบ, ผู้บ่มเพาะที่ถูกอัญเชิญมาด้วยการใช้บัตรอัญเชิญทั้งหมดจะอยู่ในขั้นสูงสุดของแต่ละขอบเขตใช่หรือไม่?”

【“ใช่แล้วนายท่าน ระบบเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุด”】

“ดีจริงๆ ถ้าอย่างนั้นบรรพชนที่ถูกอัญเชิญมาก็คือขอบเขตมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุด แล้วจะมีกี่คนเล่าจะต้านทานได้!”

เหนือท้องฟ้า หลี่ชิงหยุนจู่ๆก็จามเสียงดังดุจฟ้าผ่า

“แปลกประหลาด ใครกันกล่าวถึงข้าอยู่?”

“อืม เจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าเถิด”

….

“ระบบ, เอาระฆังมหาวิถีออกมาเถิด”

“โอ้ ใช่แล้ว อย่าลืมกายาเทพเอกะจักรวาลด้วย”

หลังจากหวังเจี้ยนออกไป เฟิงชิงหยางก็เริ่มใช้งานรางวัลที่เหลืออีกสองชิ้นโดยทันที การแข็งแกร่งขึ้นนั้นสำคัญเร่งด่วนยิ่งนัก ในฐานะผู้นำแห่งสำนักชิงหยุน ที่จะก้าวขึ้นเป็นสำนักเทพอันดับหนึ่งของมหาจักรวาลในอนาคต ระดับพลังของเขาจะต่ำไปได้อย่างไร?

สองรางวัลนี้เพียงแค่เห็นก็ยากจะห้ามใจได้แล้ว

ระฆังมหาวิถี: สมบัติฟ้าดินปราบปรามโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ และมีคุณสมบัติในการทดสอบพรสวรรค์ มีพลังอันไร้ขีดจำกัด เหล่าผู้แข็งแกร่งยังต้องยำเกรง

กายาเทพเอกะจักรวาล: ไม่ต้องอธิบาย เป็นร่างเทพอันดับหนึ่งของจักรวาล ไม่ต้องกล่าวเกินจริง

【“กำลังอัญเชิญระฆังมหาวิถี… อัญเชิญสำเร็จ”】

【“กำลังรวมร่างเทพ…”】

เหนือขึ้นไป สำนักชิงหยุน ทันใดนั้น ฟ้าดินก็เกิดการเปลี่ยนแปลง กระแสลมและเมฆหมอกปั่นป่วนไปทั่ว อณูพลังวิญญาณอันเข้มข้นพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า พลันแสงม่วงสาดส่องมาไกลนับสามหมื่นลี้ เสียงทำนองเทพเจ้าแว่วกังวานรอบ สำนักชิงหยุน

ภาพนักปราชญ์ขี่วัวปรากฏจากทิศบูรพา เงาร่างเทพเซียนและพุทธะจากสรวงสวรรค์แสดงตัวเบื้องบน ระฆังมหาวิถี ที่แผ่ซ่านด้วยพลังแห่งมหาวิถีปรากฏขึ้นในอากาศ แล้วตกลงบนภูเขาหลังสำนักทันทีที่ระฆังสัมผัสพื้น แสงสว่างรอบบริเวณก็หายไปอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณถูกดูดกลืนเข้าสู่ระฆังอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นระฆังเริ่มแผ่พลังแห่งมหาวิถีออกมา พร้อมเสียงทำนองเทพที่ดังกังวานจากภายใน

เมื่อปรากฏการณ์ฟ้าดินอันแปลกประหลาดหายไป สายฟ้าสีม่วงทองที่น่าสะพรึงกลัวก็พุ่งลงมาทันที

“โอ้สวรรค์! รีบดูนั่นสิ มันคือสายฟ้าทำลายล้างโลก!”

“หรือว่าสุดยอดอัจฉริยะกำลังจะถือกำเนิดขึ้น?”

“อีกแล้วที่ทิศตะวันออก! เมื่อครู่ปรากฏการณ์ฟ้าดินนั่นก็สุดจะพิลึกแล้ว ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้ข้าจะได้เห็นสายฟ้าทำลายล้างโลกที่ถูกบันทึกไว้ในยุคโบราณ!”

เหล่าผู้บ่มเพาะชั้นนำทั้งหลายได้ใช้จิตสำนึกสอดส่องเข้ามา

“หึ! มดแมลงที่ไหนกล้าสอดแนมสำนักชิงหยุนของข้า?!”

เมื่อบรรพชนมหาจักรพรรดิ หลี่ชิงหยุน สัมผัสได้ถึงการแอบตรวจสอบเหล้านี้ จึงปล่อยเสียงฮึมออกมาดังสนั่น และทันใดนั้นจิตสำนึกของเขาก็กรีดผ่านนับหมื่นลี้ ตัดขาดจิตสำนึกของผู้บ่มเพาะมากมายในพริบตา

ผู้บ่มเพาะที่ลอบตรวจสอบเหล่านั้นถูกทำลายจิตสำนึกร่วงลงมาสู่ระดับต่ำลง ครึ่งหนึ่งของอายุขัยก็หายไป สุดท้ายทำได้เพียงเตือนลูกหลานของตน “อย่าได้กล่าวถึง อย่าพยายามตรวจสอบ อย่าพูดถึงด้วยความประมาท”

เรื่องนี้ทำให้ทั่วทั้งเขตภาคกลาง ฝ่ายต่างๆรีบถอนตัวสายลับของตนออกจากสำนักชิงหยุนทันที หวั่นเกรงว่าจะดึงภัยมาสู่ตัวเอง

“ปรากฎการอันน่าพิศวงเช่นนี้เป็นฝีมือของท่านเจ้าสำนักแท้ๆ!”

หลี่ชิงหยุนเองก็รู้สึกตื่นตระหนกไม่ต่างจากคนทั่วไป เขาพินิจมองพลังที่แผ่จากระฆังยักษ์ด้วยความสั่นสะท้าน แม้ในฐานะมหาจักรพรรดิ เขายังไม่อาจสงบใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายฟ้าทำลายล้างโลกที่คืบคลานมาในครานี้!

“หรือว่านี่จะเป็นสมบัติเซียน?”

“นี่มันจะเล่นใหญ่ไปแล้วนะ ระบบ!”

เฟิงชิงหยางมองดูสายฟ้าสีม่วงทองที่เหนือท้องฟ้าอย่างตกตะลึง พลางขมวดคิ้วแน่น

“แค่ข้าหลอมรวมร่างกายแห่งเทพเท่านั้น จำเป็นต้องดึงฟ้าผ่าลงมาขนาดนี้เชียวหรือ?”

【“นายท่านแน่ใจนะว่ารู้ตัวว่ากำลังพูดอะไรอยู่?”】

【“แค่การหลอมรวมเช่นนั้นหรือ? นี่มันคือกายาเทพอันดับหนึ่งของจักรวาลนะ!”】

ระบบกล่าวพลาง สายฟ้าเทพด้านบนฟ้าก็เพิ่งอัดพลังเสร็จ รังสีมหาศาลราวกับต้องการทำลายล้างสวรรค์และโลกก็กระแทกลงมาอย่างจัง

เฟิงชิงหยางพอเห็นว่าหลบไม่ได้แล้วก็ได้แต่ทำใจยืนรับมันตรงๆ

“หลบ? จะหลบไปไหนได้! เจ้านี่มันพุ่งลงมาหาข้าชัดๆ!”

สายฟ้าทำลายล้างพุ่งลงมาฟาดเฟิงชิงหยางเต็มแรง ร่างเขาถูกกลบด้วยประกายอันทรงพลัง

……

……

เพียงไม่กี่ลมหายใจผ่านไป…

“หืม? เหตุใดข้าไม่เป็นอะไรเลย?”

เฟิงชิงหยางมองดูรอบๆ และสำรวจตัวเองอย่างละเอียด สายฟ้าเทพอันมหาศาลนี้ไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยเล็กๆไว้ให้เห็น

【“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านสำหรับการหลอมรวมกายาเทพเอกะจักรวาลสำเร็จแล้ว”】

【“อย่าได้ประหลาดใจเลย กายาเทพอันดับหนึ่งของจักรวาล การดูดซับสายฟ้าเทพเพียงสายเดียวมันก็ไม่ได้เกินเลยอะไรหรอก”】

【“คำเตือนเบาๆ ว่าการดูดซับสายฟ้ายังมีผลต่อการเพิ่มพูนระดับการบ่มเพาะด้วยนะ”】

ตามคาด เฟิงชิงหยางรู้สึกได้ว่าระดับแปรวิญญาณขั้นสูงสุดที่เพิ่งบรรลุมาเมื่อไม่นานนี้ มีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นอีกขั้น

หลังจากได้รับประโยชน์จากสายฟ้าเฟิงชิงหยางก็เริ่มยั่วยุสายฟ้าเทพจากฟากฟ้าด้วยความตื่นเต้น สายฟ้าฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องนานถึงสองชั่วโมงครึ่งก่อนจะหยุด ราวกับสายฟ้าเทพนั้นสลายกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยความเหนื่อยล้าต่อหน้าสวรรค์และโลก

บรรพชนหลี่ชิงหยุนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่เบิกตากว้าง สายฟ้าเทพที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวนี้ฟาดลงบนเจ้าสำนักถึงสองชั่วโมงครึ่ง แต่เจ้าสำนักกลับไม่เป็นอะไรเลย!

“แท้จริงแล้ว เจ้าสำนักมีพลังสูงกว่าข้านับหมื่นเท่า!”

“ฟู่!”

เฟิงชิงหยางสูดหายใจเข้าลึก หลังจากดูดซับสายฟ้าเทพเสร็จ จากนั้นก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีม่วงของเขาทอแสงน่าเกรงขาม มีประกายสายฟ้าแทรกผ่าน นี่คงจะเป็นสายตาทรงอำนาจที่ลือกันว่า “สายตาดั่งสายฟ้า” แน่นอน

“ข้าทะลวงขอบเขตถึงขอบเขตสร้างวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว!”

เมื่อรู้สึกถึงพลังวิญญาณอันมหาศาลในร่างกาย เฟิงชิงหยางรู้สึกทึ่งยิ่งนัก

จะเก่งเกินไปแล้ว! เพียงวันเดียวข้าก็ก้าวไปอีกขอบเขต?

นี่มันสุดยอดเกินจะบรรยายแล้ว!

“ก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะเป็นอัจฉริยะผู้บ่มเพาะที่รวดเร็วเท่านั้น”

“แต่ตอนนี้หลังจากหลอมรวมร่างเทพแล้ว ข้าก็คือปีศาจที่สามารถต่อสู้เหนือระดับได้!”

เฟิงชิงหยางคิดคำนวณในใจ

ความสามารถระดับนี้ ไม่ได้มีดีแค่การต่อสู้ที่เหนือระดับเท่านั้น

การหยั่งรู้, พรสวรรค์, การก้าวหน้าระดับการบ่มเพาะที่ไร้อุปสรรค

“ตอนนี้ ข้าดูดซับพลังวิญญาณได้เร็วกว่าเดิมถึงร้อยเท่า!”

“สุดยอดมาก! ระบบ!”

【“ติ้ง! ในฐานะสำนักเทพอันดับหนึ่งของมหาจักรวาลในอนาคต การมีศิษย์อัจฉริยะเพียงคนเดียวนั้นไม่พอหรอก”】

【“ภารกิจใหม่: รับศิษย์อัจฉริยะคนที่สอง หลังจากสำเร็จภารกิจจะได้รับรางวัล”】

【“อัจฉริยะศิษย์จะเดินทางมาถึงงานชุมนุมรับศิษย์ที่เมืองซวนเย่ แคว้นหลิงโจว ภายในสามวันข้างหน้า นายท่านควรเตรียมการให้พร้อม”】

“ศิษย์อัจฉริยะคนใหม่อีกแล้ว?” ระบบนี้มีประสิทธิภาพสูงจริงๆ

“งานชุมนุมรับศิษย์งั้นรึ?”

จบบทที่ ตอนที่ 4 ผู้คุ้มกันสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว