เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53: งักปุ๊กคุ้งผู้แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว!

บทที่ 53: งักปุ๊กคุ้งผู้แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว!

บทที่ 53: งักปุ๊กคุ้งผู้แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว!


บทที่ 53: งักปุ๊กคุ้งผู้แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว!

“หืม?” ปู้จิ้งอวิ๋นสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่มาจากงักปุ๊กคุ้ง จึงหันไปมองเขา “ผู้พ่ายแพ้ ยังกล้าปล่อยจิตสังหารใส่ข้าอีก วันนี้จะฆ่าเจ้าเสีย!”

เมื่อถูกคนเอ่ยถึงเรื่องที่พ่ายแพ้ให้แก่เซียวเจี้ยน ปู้จิ้งอวิ๋นก็กำลังหงุดหงิดอยู่พอดี ไม่นึกว่างักปุ๊กคุ้งจะกล้าปล่อยจิตสังหารใส่ตน ความโกรธพลุ่งพล่าน คำพูดจึงไม่เกรงใจเป็นธรรมดา

“ช่างโอหังเสียจริง ข้านี่แหละอยากจะดูว่าเจ้าจะสังหารข้าได้จริงหรือไม่!” งักปุ๊กคุ้งเดินไปทางปู้จิ้งอวิ๋นทีละก้าว พร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายของตนเองออกมาอย่างช้าๆ ทำให้คนรอบข้างต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ

“สวรรค์ เจ้าสำนักงักแห่งสำนักหัวซานก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้วรึ?”

“คราวนี้มีละครดีๆ ให้ดูแล้ว การต่อสู้ของปรมาจารย์สองคน! หลายปีถึงจะมีให้เห็นสักครั้ง!”

“เจ้าสำนักงักตอนที่อยู่ขอบเขตเซียนเทียน เคยพ่ายแพ้ให้แก่ปู้จิ้งอวิ๋น แล้วในขอบเขตปรมาจารย์จะสามารถเอาชนะปู้จิ้งอวิ๋นได้รึ?”

“ดูกลิ่นอายของเจ้าสำนักงักที่รุนแรงดุจสายรุ้ง การต่อสู้ครั้งนี้ ผลแพ้ชนะยากจะคาดเดา!”

เมื่อทุกคนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่แตกต่างกันของคนทั้งสอง ก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา กระทั่งคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปรมาจารย์สองสายที่พุ่งขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดมือ เปิดพื้นที่วงกลมขนาดใหญ่ให้คนทั้งสอง ยืนดูความครึกครื้นอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ปรมาจารย์ปรากฏตัวแล้ว พวกตนที่เป็นเพียงขอบเขตเซียนเทียน สู้ต่อไปก็ไม่มีความจำเป็นอันใด เว้นเสียแต่ว่าจะมีเหตุผลที่ต้องลงมืออย่างไม่อาจเลี่ยง

มู่หรงฟู่มองงักปุ๊กคุ้งด้วยดวงตาสีแดงก่ำ กระทั่งเจ้างักปุ๊กคุ้งคนนี้ยังก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้ว แต่ตนกลับยังไม่ได้สัมผัสแม้แต่ขอบประตู นี่เป็นการทำร้ายจิตใจตนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หวังอวี่เยียนที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าไม่พอใจของมู่หรงฟู่ จึงปลอบโยนอย่างใส่ใจ “ญาติผู้พี่ไม่ต้องร้อนใจ อายุของเจ้าสำนักงักมากกว่าท่านตั้งเยอะ รอจนท่านอายุเท่าเขา ไม่แน่ว่าอาจจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาปรมาจารย์แล้วก็ได้”

มู่หรงฟู่ได้ฟังก็หัวเราะเย็นชา “หรือเจ้าคิดว่าข้าจะทำได้เพียงเหมือนกับเขา ใช้เวลาบ่มเพาะพลังบำเพ็ญเพียรขึ้นไปช้าๆ น่ะรึ?”

หวังอวี่เยียนพลันถูกพูดจนจนมุม ในดวงตาของมู่หรงฟู่ส่องประกายความบ้าคลั่ง พึมพำกับตนเอง “เป้าหมายของข้าคือการบรรลุถึงเซียนปฐพี! มีเพียงการบรรลุถึงเซียนปฐพีเท่านั้นที่เป็นเป้าหมายของข้า”

เมื่อได้ยินประโยคนี้ หวังอวี่เยียนก็มองมู่หรงฟู่ด้วยความตกตะลึง ในขณะนี้ นางรู้สึกว่าตนเองไม่เคยเข้าใจมู่หรงฟู่อย่างแท้จริงเลย ขอบเขตเซียนปฐพี ทั่วทั้งต้าหมิงมีกี่คนกัน? ทั่วทั้งใต้หล้ามีกี่คนกัน? รวมกันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ แต่มู่หรงฟู่กลับคิดจะบรรลุถึงขอบเขตเซียนปฐพี?

มู่หรงฟู่ไม่ได้ใส่ใจความคิดของหวังอวี่เยียน เพียงแค่มองดูการต่อสู้ของงักปุ๊กคุ้งและปู้จิ้งอวิ๋นอย่างเงียบๆ

คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน งักปุ๊กคุ้งมองปู้จิ้งอวิ๋นด้วยใบหน้าเปี่ยมจิตสังหาร กระบี่ยาวในมือส่งเสียงหึ่งๆ ปราณกระบี่อันแหลมคมแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

ชั้นบน เซียวเจี้ยนมองงักปุ๊กคุ้งด้วยรอยยิ้มเย็นชา เมื่องักปุ๊กคุ้งแอบจดจำคัมภีร์กระบี่พิชิตมารเงียบๆ เขาก็รู้แล้วว่าต้องมีวันนี้ งักปุ๊กคุ้งต้องการจะเป็นประมุขห้าขุนเขา ย่อมไม่ปล่อยโอกาสใดๆ ที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น กระทั่งต้องตอนตนเอง เขาก็ไม่ยอมแพ้

“คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร ข้านี่แหละอยากจะดูว่ามันเป็นวิทยายุทธ์อะไรกันแน่!” เซียวเจี้ยนพึมพำกับตนเอง

ปู้จิ้งอวิ๋นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของงักปุ๊กคุ้ง คิ้วขมวดเล็กน้อย งักปุ๊กคุ้งกลับทำให้ตนรู้สึกถึงอันตราย! นี่ในสายตาของตนเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง!

“แสร้งทำเป็นลึกลับ! ข้านี่แหละอยากจะดูว่าเจ้าจะมีดีอะไรขึ้นมาบ้าง!” ปู้จิ้งอวิ๋นส่งเสียงฮึ่มเย็นชา ในมือปรากฏก้อนน้ำขึ้นจากความว่างเปล่า พลังลมปราณอันแข็งแกร่งทำให้คนรอบข้างร้องอุทานด้วยความตกใจ

“นี่คือฝ่ามือเมฆาคล้อยของพรรคใต้หล้า!”

“พลังทำลายล้างนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!”

“เจ้าสำนักงักเหตุใดถึงไม่ลงมือเล่า? หรือว่าถูกข่มขวัญจนกลัวแล้ว?”

ทุกคนมองงักปุ๊กคุ้งที่ยืนนิ่งเฉยอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ แต่ปู้จิ้งอวิ๋นไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ ก้อนน้ำในมือถูกพลังลมปราณขับเคลื่อน พุ่งตรงไปยังงักปุ๊กคุ้งอย่างรวดเร็ว

“ตูม!”

อากาศถูกกระแทกจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้คนในที่นั้นต่างอดไม่ได้ที่จะอุดหู

รอจนเสียงดังสนั่นผ่านไป ทุกคนจึงได้พบว่างักปุ๊กคุ้งได้หายตัวไปแล้ว

“นี่? เจ้าสำนักงักเล่า?”

“เป็นไปไม่ได้? หรือว่าจะถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว?”

ปู้จิ้งอวิ๋นสีหน้าพลันมืดลง กระบวนท่าเมื่อครู่ตนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้โจมตีโดนร่างของงักปุ๊กคุ้ง กล่าวคือ ในชั่วพริบตานั้น งักปุ๊กคุ้งหลบไปได้ ทำให้ตนโจมตีใส่อากาศ

ทันใดนั้น ปู้จิ้งอวิ๋นก็พลันหันกลับไป เห็นเพียงงักปุ๊กคุ้งยืนอยู่ด้านหลังเขาห่างออกไปสามฉื่อ กระบี่ยาวในมือแทงเข้าใส่ลำคอของตนด้วยมุมที่แปลกประหลาด

ปู้จิ้งอวิ๋นรีบหมุนตัวกลับ สองฝ่ามือพลิกไหว บีบให้งักปุ๊กคุ้งถอยกลับไป

ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างของคนทั้งสองที่รวดเร็วดุจภาพมายา โดยเฉพาะร่างของงักปุ๊กคุ้ง แปลกประหลาดและรวดเร็ว ทำให้ฝ่ามือเมฆาคล้อยของปู้จิ้งอวิ๋นพลาดเป้าทุกกระบวนท่า

“ฮ่าๆๆๆ ปู้จิ้งอวิ๋น นี่คือฝ่ามือเมฆาคล้อยของเจ้ารึ? ข้าว่าเรียกว่าฝ่ามือผ่าอากาศดีกว่า!” งักปุ๊กคุ้งพลางหลบพลางหัวเราะเยาะ ตนต้องการจะระบายความโกรธแค้นในครั้งก่อนให้หมดสิ้น

ปู้จิ้งอวิ๋นถูกงักปุ๊กคุ้งยั่วยุ กระบวนท่ายิ่งแหลมคมขึ้น พื้นดินรัศมีหลายสิบเมตรถูกตนทลายจนกลายเป็นหลุมลึกทีละหลุม เซียวเจี้ยนที่อยู่ชั้นบนกระทั่งยังสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน

“นี่คือความเร็วหลังจากฝึกคัมภีร์กระบี่พิชิตมารรึ? ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!” เซียวเจี้ยนพึมพำ นี่เป็นเพียงขอบเขตปรมาจารย์ แล้วขอบเขตมหาปรมาจารย์เล่า? ตงฟางปุ๊ป้ายฝึกเคล็ดวิชาทานตะวัน จะแข็งแกร่งเพียงใด?

สายตาของเซียวเจี้ยนลึกล้ำขึ้น ดูท่าเส้นทางที่ตนต้องเดินยังอีกยาวไกล! แต่เซียวเจี้ยนไม่ได้ท้อแท้ กลับกระตุ้นความทะเยอทะยานของตนขึ้นมา

งักปุ๊กคุ้งพลางหลบหลีกการโจมตีของปู้จิ้งอวิ๋นพลางเยาะเย้ยเขา ระบายความอัดอั้นในใจ ทำให้ปู้จิ้งอวิ๋นใจร้อนรน

“เจ้าคนขี้ขลาด มีปัญญาก็รับกระบวนท่าข้าสิ หรือว่าเจ้าจะทำได้แค่หลบ?” ปู้จิ้งอวิ๋นสองตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ไม่นึกว่าหลังจากทะลวงสู่ขอบเขตปรมาจารย์แล้วงักปุ๊กคุ้งจะรับมือยากถึงเพียงนี้ ราวกับปลาไหล ลื่นไหลจับตัวยากสิ้นดี

“เหอะๆ ในเมื่อเจ้าอยากจะลิ้มลองฝีมือของข้า เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้เห็น!” งักปุ๊กคุ้งหยุดวิชาตัวเบาอันแปลกประหลาด ยืนอยู่เบื้องหน้าปู้จิ้งอวิ๋นอย่างเฉยเมย

ผ่านการประมือเบื้องต้นเมื่อครู่ เขาก็รู้แล้วว่าพลังฝีมือของตนนั้นไม่ต่างจากปู้จิ้งอวิ๋นมากนัก แต่ในด้านความเร็ว ตนเองเหนือกว่าปู้จิ้งอวิ๋นโดยสิ้นเชิง ขอเพียงตนเองไม่หาที่ตาย ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพ่ายแพ้ให้แก่ปู้จิ้งอวิ๋น

ฉินซวงและเนี่ยฟงที่ซ่อนตัวอยู่ข้างๆ สีหน้าเคร่งขรึม ฝีมือของงักปุ๊กคุ้งอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขา

“ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าสำนักหัวซานมีวิชาตัวเบาอะไรที่โด่งดังบ้าง?” เนี่ยฟงหันไปมองฉินซวงและเอ่ยถาม ฉินซวงดูแลข่าวสารของพรรคใต้หล้า ย่อมเข้าใจเรื่องราวในยุทธภพเหล่านี้ดีกว่า หากสำนักหัวซานมีวิชาตัวเบาที่โด่งดัง ฉินซวงย่อมต้องรู้

ฉินซวงส่ายหน้า วรยุทธ์ของสำนักหัวซานนั้นธรรมดาอย่างยิ่ง อย่างน้อยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็เป็นเช่นนั้น ไม่มีวิชาที่โดดเด่นเป็นพิเศษเลย แล้วงักปุ๊กคุ้งใช้วิชาอะไรกันแน่? ฉินซวงค่อนข้างไม่เข้าใจ มองออกไปข้างนอก คิ้วขมวดมุ่น

จบบทที่ บทที่ 53: งักปุ๊กคุ้งผู้แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว