เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ลูกเขยพ่อมารร้ายตอนที่ 69

ลูกเขยพ่อมารร้ายตอนที่ 69

ลูกเขยพ่อมารร้ายตอนที่ 69


บทที่ 69: ทะเลสาบสีฟ้า! แผนอันผิดพลาดของรอยซ์

. . . .

เฉินรุยในตอนแรกมีความตั้งใจที่จะยื้อเวลาและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ เมื่อเห็นรอยซ์ตั้งใจจะทำอะไร ตัวเขาก็รู้สภาพเลย เขารีบตะโกนออกมาทันที "'ดาบออร่า'!"

รอยซ์ที่เห็นเฉินรุยใช้เจ้านี้หั่นมิคาสเป็นครึ่งท่อน ตัวมันจึงไม่กล้าประมาทเลยสักนิดเดียว มันจดจ่อและรอคอย แต่มันไม่คิดเลยว่าเฉินรุยเพียงหลอกล่อ และเลือกวิ่งหนีไปตรงข้าม

รอยซ์ได้แต่ยิ้มด้วยความชิงชัง ร่างกายของมันสั่นไหวเล็กน้อยและก็ได้ตามไปอย่างรวดเร็ว รอยซ์ค่อยๆเริ่มเข้าใจความรู้สึกของมิคาสก่อนหน้านี้แล้ว เอกิลผู้นี้ หรือควรเรียกว่าเฉินรุยนั้นยากที่จะรับมือมาก ก่อนที่จะก้าวไปสู่มารระดับสูงสุด ความเร็วของมันแทบจะไม่ถึงขั้นเริ่มต้นของมารระดับสูงสุด ดังนั้นรอยซ์จึงไม่ต้องกังวลอะไรเลย แต่ตอนนี้ แม้ว่าความเร็วจะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่เฉินรุยนั้นเจ้าเล่ห์มาก มันไม่สามารถหยุดเฉินรุยได้เพียงการโจมตีคราเดียว

อย่างไรก็ตาม รอยซ์ไม่ได้กังวลนัก เพราะเฉินรุยไม่ได้หลบหนีไปที่เมือง ถ้ามันหนีไปที่พระราชวังในเมือง มันก็จะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหญิงเชีย แม้แต่รอยซ์เองก็ไม่กล้าที่จะกระทำการโดยประมาท

ตอนนี้คู่ต่อสู้ของมันก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและคงกำลังตื่นตระหนกอยู่ ด้วยการหลบหนีเต็มกำลังนี้ เจ้ามนุษย์คงจะหมดแรงในไม่ช้า รอยซ์มีประสบการณ์มากมาย มันจึงมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของมันว่าสามารถเอาชนะเฉินรุยได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นมันจึงไม่เร่งรีบนัก มันเดินตามอย่างใจเย็นและอดทนรอจังหวะที่ศัตรูของมันหมดแรง เพื่อทำการโจมตีและจับตัว

เฉินรุยไม่มีออร่าเหลือแล้ว ตัวเขาไม่สามารถแลกเปลี่ยนยาดำได้อีก นอกจากนี้ เขาเพิ่งใช้ยารักษาเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นการดื่มยาอื่นจะไม่ได้ผล เขาทำได้เพียงวิ่งอย่างหมดหวัง ในที่สุด ทะเลสาบสีฟ้าอันแสนคุ้นเคยก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ในขณะที่เขาวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มที่โดยไม่ได้คำนึงถึงความแข็งแกร่งของเขา อาการบาดเจ็บของเขาก็ได้รุนรแงขึ้น เลือดได้ไหลออกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งบาดแผลที่ร้ายแรงที่สุดที่หน้าอกขวาของเขา แม้จะมีความสามารถแฝงของ 'ร่างดวงดาว' แต่มันก็ไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา

“รอยซ์!” เฉินรุยชะงักกึกหันกลับมาและตะโกนไปว่า “หยุดไล่ข้าสักที!”

"โห้? วิ่งไม่ได้แล้วสิใช่ไหมล่ะ? ตอนนี้เจ้าเองก็ไม่มีพลังพอจะใช้เทคนิคลับของเจ้าด้วยสินะ?" รอยซ์ที่อยู่ข้างหลังเฉินรุยหยุดลงและมองไปที่เฉินรุยที่กำลังหอบ เมื่อรู้ว่าศัตรูของมันหมดแรงแล้ว มันจึงไม่เร่งรีบเลยสักนิด “ในที่สุดเจ้าก็คิดได้ใช่ไหม? ไม่อยากจะเหนื่อยอีกแล้วใช่ไหมล่ะ? หรือเจ้าอยากที่จะต่อสู้ครั้งสุดท้ายงั้นหรือ? จากที่เจ้าแสดงให้ข้าเห็นในการต่อสู้กับมิคาส เจ้าน่ะเป็นคนที่ไม่ยอมใคร ตัวเลือกหลังอาจเป็นไปได้มากที่สุด แต่ข้าอยากจะขอเตือนเจ้าว่าข้าไม่ใช่มิคาส ดังนั้นเจ้าคงไม่มีโอกาสนั้นหรอก”

“แต่…ข้าให้โอกาสเจ้าได้นะ” รอยซ์ยักไหล่ “พูดตามตรง ข้าชื่นชมความเข้มแข็งและสติปัญญาของเจ้ามาก ไม่ว่าตัวตนของคุณจะเป็นอย่างไรและจุดประสงค์ของเจ้าคืออะไร ตราบใดที่เจ้าเซ็นสัญญาข้ารับใช้หลักและยอมแพ้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า บางที…ข้ายังสามารถช่วยให้เจ้าบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่างได้ด้วยนะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว ข้าจะให้เวลาเจ้าคิดสักพัก หากเจ้าปฏิเสธ ข้าจะไม่รั้งพร้อมโจมตีอย่างเต็มกำลัง”

“งั้นข้าเองก็จะมอบโอกาสให้เจ้ายอมจำนนหรือความตายเช่นกัน” เฉินรุ่ยหอบมาก แต่เขาก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน เขาชี้ไปที่ทะเลสาบพร้อมกับกล่าวออกมาว่า “เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงหนีมาที่ทะเลสาบสีฟ้า”

รอยซ์ส่ายหัวและถอนหายใจ “อย่าดูถูกสติปัญญาของข้า ไม่มีทางที่เรื่องพิสดารจะเกิดขึ้นได้ เจ้าคิดจะเรียกมังกรที่ถูกปิดผนึกในทะเลสาบสีฟ้ามาฆ่าข้าหรือไง? ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเจ้า แม้เจ้าจะทำให้ข้าโกรธได้ แต่ไม่มีทางที่เจ้าจะปลดผนึกนั้นได้ เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าเหลือเวลาอีก 40 วินาที”

"ปากรีโล!" จู่ๆเฉินรุยก็ได้กรีดร้องออกมา “ไอ้บัดซบเอ้ย หากเจ้ายังไม่โผล่หัวออกมา ข้าจะฆ่าตัวตายแล้วนะ!”

"ปากรีโล?" รอยซ์ขมวดคิ้ว “นั่นเป็นชื่อที่เจ้าตั้งให้กับมังกรที่กำลังหลับใหลอยู่ในทะเลสาบสีฟ้างั้นหรือ? อย่าเสียเวลา…”

รอยซ์ผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ตามสามัญสำนึกแล้ว ไม่มีโอกาสที่เฉินรุยจะรอดเลยสักนิด ปัญหาคือ มนุษย์ผู้นี้ไม่สามารถตัดสินโดยใช้สามัญสำนึกได้เลย ดังนั้นแล้ว แม้แต่ผู้ที่ฉลาดก็มีโอกาสที่จะถูกความฉลาดของตนหลอก

ก่อนที่คำพูดจะจบลง เสียงบางอย่างที่ด้านหลังของมารระดับสูงสุดก็ได้ดังขึ้น “มนุษย์ผู้แสนน่ากลัว ใยเจ้าถึงหาวิธีคุกคามมังกรเช่นข้ามาได้เยอะแยะจัง เจ้านี้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์เลยนะ”

จู่ๆใบหน้าของรอยซ์ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ด้วยความสามารถของมันแล้ว มันไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีคนมาอยู่ด้านหลังของมัน จากนั้น มันก็ได้นึกถึงมังกรทะเลสาบสีฟ้า ไฟมารบนร่างของมันลุกโชนและมันก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ในการเทเลพอร์ตโดยไม่ลังเล ปฏิกิริยาแรกของรอยซ์ไม่ใช่การต่อสู้ แต่คือหนี ถ้ามังกรตัวนี้ตื่นขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว ไม่ต้องพูดถึงมารระดับสูงสุดเลย แม้แต่มารระดับราชันย์ก็ไม่มีทางเทียบได้

รอยซ์เทเลพอร์ตเต็มกำลังและหนีออกไปไกลกว่า 10 เมตร อย่างไรก็ตาม เสียงนั้นยังคงดังอยู่ด้านหลังของมัน "มัจจุราชผู้น่าสงสาร ทำไมเจ้าถึงไม่ใช่เทเลพอร์ตอีกครั้งให้ปรมาจารย์ปากรีโลผู้นี้ประจักษ์กันล่ะ?”

หัวใจของรอยซ์เต้นแรงอย่างมาก มันค่อยๆหันกลับมา ตัวมันตอนนี้กำลังมองชายผู้หนึ่ง ผมสั้นสีเข้ม ผิวสีน้ำตาล ที่กำลังแสยะยิ้มให้มันอยู่ รอยซ์ตะคอกกลับไปและไฟมารของมันได้ลุกโชนขึ้น ดาบยาวสีแดงสองอันได้ปรากฏขึ้นในมือของมัน ดาบทั้งสองได้กลายเป็นดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่ทับซ้อนกัน เป็นดั่งดอกไม้มารสีแดงที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรมาร ซึ่งตอนนี้มันกำลังปกคลุมร่างของปากรีโลอยู่ มันสบัดดาบเข้าใส่ปากรีโลอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ดอกไม้ขนาดใหญ่นี้กลับแตกเป็นเสี่ยงๆทันทีและเสียงของมังกรพิษก็ได้ดังขึ้น

“การใช้ท่าไม้ตายในการโจมตีครั้งแรกเลย ช่างเป็นการตัดสินที่ดีเยี่ยมมาก ช่างน่าเสียดายที่เจ้าอ่อนแอเกินไป!”

ต่อจากนั้นเอง มันก็ได้ยินเสียงทุบพร้อมกับร่างที่ลอยปลิวไปต่อหน้าเฉินรุย รอยซ์กำลังปิดปากของมันพร้อมกับหอบอย่างหนัก มันกัดฟันยืนขึ้น ไฟบนร่างกายของมันเริ่มหรี่ลง

รอยซ์ตอบสนองเร็วมาก มันต้องการจับเฉินรุยไว้เป็นตัวประกัน แต่ร่างของปากรีโลก็ปรากฏตัวต่อหน้ามันอีกครั้งพร้อมเตะขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นเขาก็ทุบมารระดับสูงสุดผู้นั้นลงกับพื้นกลางอากาศ การโจมตีที่ดูเหมือนธรรมดานั้นได้ได้สร้างความเสียหายให้กับรอยซ์มากพอสมควร จนมันไม่อาจจะยืนได้ด้วยซ้ำ

ในที่สุด เฉินรุยก็เข้าใจได้แล้วว่าปากรีโลทรงพลังปานใด เนื่องจากตราประทับยังอยู่ มันจึงมีพลังเพียงมารระดับราชาเท่านั้น ถ้าผนึกของมันปลดออก บางทีมันอาจจะ ...

ในอาณาจักรมารแล้ว ปากรีโลไม่ใช่คนเดียวที่มีพลังระดับมารราชันย์ ไรเซ็นแห่งอาณาจักรเลือดเป็น มารระดับราชันย์ ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรมารในขณะที่ แคทเธอรีนแห่งอาณาจักรเงา ก็มีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึงชายผู้น่ากลัวที่ปิดผนึกปากรีโลเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ศัตรูของเฉินรุยเป็นเพียงมารระดับสูงสุด หากต่อจากนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับมารระดับราชา มารระดับราชันย์ มารระดับจักพรรดิล่ะก็...

แต่เฉินรุยไม่กลัว ตัวเขาตอนนี้มีจิตวิญญาณนักสู้เต็มเปี่ยม ตราบใดที่เขายังคงยืนหยัดและพยายาม การที่จะเป็นชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในตำนานก็ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน ในตอนนี้เขาไปถึงสถานะมิชาร์ได้แล้ว และด้วยการที่เขาสามารถสังหารมาระดับสูงสุดอย่างมิคาสได้ มันก็พิสูจน์แล้วว่าเขาแตกต่างจากชายที่ไร้พลังในเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง

"เห้ย! หยุดฝันกลางวันได้แล้ว“เสียงของมังกรพิษขัดจังหวะความคิดของเฉินรุย” นี่คือมารระดับสูงสุดที่เจ้าพูดถึงงั้นหรือ? อ่อนแอชะมัด ถ้าเราฆ่ามัน จากนี้ก็ไม่ต้องกังวลหรือสัญญาแล้วใช่ไหม?"

"ไม่ใช่มัน มันเป็นมารระดับสูงสุดอีกตัวหนึ่ง“เฉินรุยส่ายหัวและเอื้อมมือออกไปอย่างไร้ยางอาย” ขอหยกไข่มุกหน่อย ไม่เห็นเหรอว่าข้ากำลังจะตายแล้ว”

ไม่เพียง แต่หยกไข่มุกจะสามารถล้างพิษได้ แต่ยังช่วยรักษาบาดแผลด้วย มันมีประสิทธิภาพมากกว่ายารักษาพอสมควร นอกจากนี้ ยารักษายังเป็นยาระดับต่ำที่มีเวลา "คูลดาวน์" ค่อนข้างนาน อีกทั้งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงคูลดาวน์ ดังนั้นการดื่มมันลงไปอีกจึงไม่ค่อยมีประโยชน์

“ทำไมยามใกล้ตาย เจ้าถึงมีพลังเหลือล้นจังนะ? ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกว่าอยากจะฆ่าตัวตายหรือไง? ทำไมเจ้าไม่ตายต่อหน้าข้าเสียเลยล่ะ?”

แม้ว่าปากรีโลจะพูดแบบนั้น แต่มันก็ยังคงโยนหยกไข่มุกและมองไปที่เฉินรุยสักพัก ทันใดนั้น เสียงของมันก็ดูประหลาดใจมาก “ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเจ้า…คือมารระดับสูงสุดงั้นเหรอ?”

“ใช่ ข้าเพิ่งก้าวขั้นมาไม่นานและข้าก็ฆ่ามารที่ระดับสูงกว่าได้ ยังไงก็เถอะ เจ้านี้มันมีไหวพริบมากและมันก็ได้โผล่มาช่วงท้าย ข้าเกือบถูกมันจับตัวได้แล้ว” เฉินรุยกลืนหยกไข่มุกและขมวดคิ้ว “เจ้าขี้เหนียวชะมัด ทำไมข้าได้แค่อันเดียวกัน! อีกอย่าง รสชาติโคตรแย่ ปรับแต่งรสสักนิดไม่ได้หรือไง?”

“เจ้าคิดว่ามันเป็นยาหวาเหรอ? ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักพอเสียจริง!” ปากรีโลดูหงุดหงิดมาก“ภายใน 2 เดือน เจ้าสามารถก้าวจากมารระดับกลางเป็นมารระดับสูงสุดได้จริงๆ! ทำไมเจ้าถึงโชคดีนักนะ? นอกจากนี้เจ้ายังได้รับสมบัติสุดหายากจากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วย! โอ้ แสดงว่าสิ่งที่เจ้าพูดก็คงจะจริงทั้งหมดเลยสินะ!”

รอยซ์ที่ล้มลงกับพื้นตอนนี้ยังไม่ตาย มันพยายามที่จะเทเลพอร์ตหนีอีกครั้ง แต่มันก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถใช้พลังได้เต็มกำลัง มันคงเป็นพิษร้ายแรงจากมังกรพิษ นอกจากนี้ คำพูดของปากรีโลยิ่งทำให้มันตกใจยิ่งไปกว่าเดิม

มังกรพิษทะเลสาบสีฟ้านี้ได้ทำลายผนึกแล้วและตื่นขึ้นมาแล้ว!

อีกทั้งเอกิลผู้นี้ยังเป็นมนุษย์ ซึ่งก็คือเฉินรุย!

ความสัมพันธ์ระหว่างมังกรพิษและเฉินรุยนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน!

นอกจากนี้เฉินรุยยังใช้เวลาเพียงสองเดือนในการเลื่อนระดับจากมารระดับกลางไปสู่มารระดับสูง!

มรดกของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่คืออะไรกัน? เป็นไปได้ไหมว่าปรมาจารย์ตัวจริงไม่ใช่อัลดาส แต่เป็น...

มีความลับที่น่าตกใจมากมายเพียงใดที่ซ่อนอยู่กับมนุษย์ผู้ดูไร้พลังคนนี้…

อย่างไรก็ตาม รอยซ์ก็รู้ดีว่าสำหรับมังกรพิษแล้ว การที่มันกล้าพูดความลับมากมายต่อหน้าแล้ว มังกรพิษคงจะไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

ถ้ามันรู้อย่างนี้แต่เนินนาน ตัวมันคงจะใช้พลังทุ่มฆ่าเฉินรุยแต่แรก ตอนนี้จะเสียใจก็คงไม่มีประโยชน์แล้ว แต่ตัวมันไม่อยากจะยอมรับชะตากรรมเลยสักนิด

“ปรมาจารย์มังกรพิษ” รอยซ์คิดอยู่พักหนึ่งและพูดอะไรบางอย่างออกมา “ข้าไม่ใช่ผู้ที่กลัวความตาย แต่ข้าไม่เต็มใจที่จะตายในลักษณะนี้ หากข้ายอมจำนน ท่านจะปล่อยข้ารอดไปไหม?”

ในแดนมาร การยอมจำนนต่อผู้แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย โดยเฉพาะมังกรที่ทรงพลังอย่างปากรีโล

ปากรีโลมองไปที่รอยซ์อย่างอยากรู้อยากเห็น จากนั้นมันก็พยักหน้าและพูดออกไปว่า“ความแข็งแกร่งของเจ้านั้นแย่พอสมควร แต่ปฏิกิริยาและสมองของเจ้าก็ไม่เลวนัก ข้าเองก็ยอมรับการยอมจำนนของเจ้าได้”

ในขณะที่รอยซ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันก็ได้ยินว่ามังกรพิษเปลี่ยนน้ำเสียงชี้ไปที่เฉินรุยและพูดว่า“อย่างไรก็ตาม คนที่เจ้าต้องทำสัญญาหาใช่ข้า แต่เป็นเจ้าคนนี้”

ดวงตาของรอยซ์เต็มไปด้วยความโกรธ มันได้แต่ก้มศีรษะลงอย่างเงียบงัน ปากรีโลสังเกตเห็นอาการของรอยซ์ ก็ได้กล่าวออกไปว่า “เจ้าคิดว่ามนุษย์ผู้นี้อ่อนแอกว่าเจ้าและเป็นความอัปยศอดสูที่จะยอมจำนนต่อมันงั้นเหรอ? ข้ารับรองได้ว่าอีกไม่นานมันผู้นี้จะสามารถเหยียบย่ำเจ้าได้อย่างง่ายดายหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน”

รอยซ์เองที่เริ่มคิดขึ้นมาได้ว่า “เอกิล” สามารถก้าวข้ามระดับจนสามารถเหยียบย่ำอรัคได้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ก็ดูมีอาการเปลี่ยนไป ในตอนนี้มังกรพิษยังได้เปิดเผยอะไรบางอย่างออกมาด้วย “และข้าจะบอกเจ้าอีกอย่างด้วยว่า แม้แต่สัญญาที่ข้าทำกับเจ้านี้ก็ไม่ใช่สัญญาที่เท่าเทียมกัน แต่เป็นสัญญาชีวิต! คนทั่วไปสามารถทำสัญญาได้เพียงสัญญาเดียว แต่เจ้าคนนี้เป็นคนประหลาดอย่างแท้จริง เพราะมันทำสัญญามาสองฉบับแล้ว”

รอยซ์ตกใจมากพร้อมมองใบหน้าที่จริงจังของปากรีโลด้วยความประหลาดใจ จากนั้นสายตาของมันก็มองไปที่เฉินรุย: มนุษย์ผู้นี้มีอำนาจถึงเพียงไหนกันถึงสามารถทำให้มังกรพิษ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์มังกรอันแสนแข็งแกร่งมาทำสัญญาชีวิตแบบนี้ได้! นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตของมันจะลดลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยปีหรือไง?

มังกรพิษได้เอ่ยปากบอกความลับออกไปมากมาย ดูเหมือนว่าหากมันไม่ยอมจำนนจริงๆ ตัวมันคงได้ตายแน่นอน

“ข้ามีเกียรติของข้าและข้าขอยืนกราน” รอยซ์หายใจเข้าลึกๆแล้วพยุงร่างของมันให้ยืนขึ้น มันมองตรงไปที่เฉินรุย “ถ้าเจ้าสามารถสัญญากับข้าอย่างหนึ่ง ข้าก็เต็มใจที่จะเป็นคนรับใช้ของเจ้า หากไม่ ข้าขอยอมตายเพื่อรักษาเกียรติเสียจะดีกว่า”

จบบทที่ ลูกเขยพ่อมารร้ายตอนที่ 69

คัดลอกลิงก์แล้ว