เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32: อุบัติเหตุระหว่างการฝึกอบรมพิเศษ

บทที่ 32: อุบัติเหตุระหว่างการฝึกอบรมพิเศษ

บทที่ 32: อุบัติเหตุระหว่างการฝึกอบรมพิเศษ


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 32: อุบัติเหตุระหว่างการฝึกอบรมพิเศษ

พอเห็นอาเธน่าลงมาอย่างปลอดภัย เฉินรุยก็ได้ถอนหายใจออกมา เขาเดินมาข้างหน้าขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นี้มันอันตรายเกินไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นแค่การสาธิต แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย”

เมื่ออาเธน่าเห็นหน้าตาอันแสนกังวลของเขา นางก็รู้สึกมีความสุขเล็กน้อยและก็ได้พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้ม “เจ้าจะกลัวอะไร? ขึ้นมาสิ ข้าจะสอนเจ้าเอง กริฟฟินตัวนี้มีแผ่นหลังกว้างพอสมควร นั่งสองคนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

ในตอนแรกที่เฉินรุยอยู่บนพื้นดิน เขาคิดว่าที่อาเธน่าขี่มันบินไปบินมานั้นดูจะไม่ใช่เรื่องยาก พอคิดแบบนั้น เขาเลยขอคำแนะนำจากนางเล็กน้อยและก็ได้ทดสอบบินดู

ใครจะรู้ว่าหลังจากทดลองแล้ว เขาก็เข้าใจความแตกต่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ เขาใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้กริฟฟินมันโน้มตัวลงมา จากนั้นเขาก็ขึ้นขี่มัน หลังจากนั้นเอง ตัวกริฟฟินก็ได้ลุกขึ้นมาและเริ่มวิ่ง ความเร็วของมันดูเร็วซะยิ่งกว่าตอนที่เขานั่งดูอยู่ข้างๆอีก เฉินรุยนั้นกังวลมากจนดึงขนกริฟฟินหลุดออกมา เขานั้นปรับสมดุลไม่ได้จนเอนตัวไปทางด้านหลัง

อาเธน่านั้นอยู่ด้านหลังของเขา แต่ก็ไม่ได้ใกล้นัก เพราะนางรักษาระยะห่างไว้ นางไม่คิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ นางจึงไม่สามารถหลบได้ทันและเฉินรุยก็ได้เข้าสู่อ้อมแขนของนาง จากนั้นนางก็ได้ทำสัญชาตญาณของนางและกันไม่ให้ตัวพวกเขาตกลงไปจากหลังสัตว์มาร

วันนี้อาเธน่าสวมใส่ชุดคลุมสั้น นางไม่ได้สวมเกราะหนังและนางก็ไม่ได้พกดาบยักษ์ของนางมาด้วย เฉินรุยจึงรู้สึกได้ถึงภูเขาสองลูกตระหง่านบนหัวของเขา มันทั้งนุ่มนวลและอบอุ่น ทั้งยังมีกลิ่นของผู้หญิงเล็กน้อยด้วย "ดึ๋ง!" "หัวของเขานั้นถูกเจ้าก้อนซาลาเปาสองก้อนอัดทันที อาเธน่าเองก็ตกใจมาก ส่วนเจ้ากริฟฟินมันไม่ได้สนใจอะไรนัก และเพราะด้วยความที่ถูกดึงขน มันจึงเร่งความเร็วมากและมากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้วยความที่กริฟฟินบินเร็วมาก เฉินรุยจึงไม่มีเวลาที่จะอธิบายอะไร เขาได้แต่พยายามยกหัวของเขาเพื่อรักษาความสมดุล โดยหัวของเขาตอนนี้อยู่ระหว่างกลางภูเขาสองลูก ซึ่งนอกจากนี้เขายังต้องพยายามหาที่คว้าด้วยเพื่อที่จะไม่ร่วงลงไปซะก่อน จากนั้นเอง สัตว์มารกริฟฟินก็ได้บินพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอีก

ซึ่งผ่านไปสักพัก นักบินมือใหม่ก็ได้สงบสติลงและเขาก็ได้ยินเสียงอาเธน่าที่กำลังกัดฟันอยู่ว่า “เจ้าเส็งเคร็งเอ้ย เจ้าทำบ้าอะไรกัน! เอามือของเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!”

พอเฉินรุยสงบลง เขาก็เริ่มตระหนักถึงสถานการณ์รอบๆตัวเอง ปรากฎว่า ไม่เพียงแต่หัวของเขาอยู่ระหว่างหน้าอกของนาง แต่มือข้างหนึ่งของเขายังจับต้นขาอันแสนนุ่มนิมอีก ใบหน้าของอาเธน่าตอนนี้แดงมาก นี้เป็นครั้งแรกเลยที่นางได้มาใกล้ชิดขนาดนี้กับเพศตรงข้าม อีกทั้งหัวของเขายังอยู่ใน "ภูเขา" ของนาง! แม้ว่าลมจะแรงมาก แต่ความอบอุ่นและกลิ่นกายจากผู้ชายกลับทำให้นักดาบหญิงร่างกายสั่นเทา

เฉินรุยนั้นไปไม่เป็นเลยทีเดียว : นี่ต้องเป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน! เขาไม่ได้ตั้งใจทำจริงๆนะ!

เขาไม่ได้คิดอะไรกับอาเธน่าเลย แต่ด้วยท่าทางที่น่าอึดอัดใจและการสัมผัสเนื้อสัมผัสตัวแบบนั้น มันก็ไม่มีทางที่จะคิดอย่างอื่นได้ ดูเหมือนว่าเขาจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียแล้ว...

"ข้าขอโทษ!" แม้เฉินรุยจะพูดไปอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่กล้าปล่อยมือ เพราะกลัวว่าตัวเองจะเสียสมดุลและหล่นลงไปกลางอากาศ เขาได้แต่ขยับหัวไปมาอย่างช้าๆ แต่การกระทำของเขายิ่งทำให้หัวใจของอาเธน่าปั่นปวนไปอีก เขานั้นได้ยินเสียงหัวใจจากหน้าอกของนางได้อย่างชัดเจน หัวใจของเขาเองก็เต้นแรงไม่ต่างกัน

“เจ้าบ้านี้!” ใบหน้าของอาเธน่ายิ่งแดงเป็นลูกมะเขือเทศเขาไปอีก ตอนนี้พวกเขาอยู่กันบนท้องฟ้า นางเองก็กลัวว่าเขาจะตก นางใช้มือข้างหนึ่งเพื่ออิงรับน้ำหนักตัวของพวกเขาทั้งคู่ จากนั้นก็ยื่นมือดันหลังเขาไปข้างหน้าเล็กน้อย ในตอนนี้ตัวเขาก็อยู่ห่างจากตำแหน่งอันตรายแล้ว

เฉินรุยที่เพิ่งตั้งท่ากลับเป็นท่าปกติได้ก็รู้สึกอายเป็นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจ แต่กลิ่นกายของนางได้ฝังลึกแน่นไปในสมองของเขาแล้ว ขณะที่เขากำลังจะขอโทษ เขาก็ได้ยินอาเธน่าพูดว่า “หยุดเรื่องไร้สาระพวกนี้เถอะ ตอนนี้พวกเราอยู่บนท้องฟ้านะ! จงเรียนรู้ที่จะบินซะ หากเจ้าไม่อยากที่จะตาย!”

พอได้ยินแบบนั้น เฉินรุยก็พยายามลบความรู้สึกที่ได้รับมาจากการสัมผัสหน้าอกนั้นและเริ่มให้ความสำคัญกับการขี่กริฟฟิน เพราะเขาเป็นมือใหม่ คำสั่งของเขาและการกระทำของสัตว์มารจึงไม่สอดคล้องกัน เขาไม่สามารถทำให้กริฟฟินเคลื่อนไหวได้ตามที่เขาปรารถนา เขาคงจะกังวลมากเกินไป จนเขาลืมอะไรบางอย่าง เขาดันลืมใช้ 'ดวงตาวิเคราะห์' นี้สิ !

เฉินรุยรีบเปิดใช้งาน 'ดวงตาวิเคราะห์' พร้อมกับเอาหูแนบเข้าใกล้กริฟฟินเพื่อที่จะเริ่มสื่อสาร สติปัญญาของกริฟฟินไม่ได้สูงนัก หลังจากได้ให้คำสัญญากับมันว่าจะให้อาหาร ตัวของเขาก็ถูกมันยอมรับอย่างรวดเร็ว

อาเธน่าที่รู้สึกทั้งอับอายและโกรธกลับค่อยๆรู้สึกประหลาดใจ ในระยะเวลาอันสั้น เฉินรุยซึ่งเป็นมือใหม่ที่บินซุ่มซ่ามมาก่อนหน้านี้ก็สามารถควบคุมกริฟฟินได้อย่างชำนาญมากขึ้น! ตอนนี้ นางไม่โกรธกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว นางในตอนนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขข้อผิดพลาดของเขามากกว่า

หลังจากกริฟฟินบินไปมาสักสองสามรอบ มันก็ลงจอดอย่างมั่นคงภายใต้คำสั่งของเฉินรุย

เฉินรุยสังเกตเห็นว่า 'ดวงตาวิเคราะห์' ก็ได้บอกว่าอาเธน่านั้นมีความแข็งแกร่งระดับ E เท่ากับเขา เห็นได้ชัดว่าอาเธน่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของโจเซฟ แต่เขาจำได้ว่าอาเธน่านั้นบอกว่าตัวนางมาถึงจุดสูงสุดของการเป็นมารระดับกลางแล้ว จากการประเมินของปากลีโร ระดับดวงดาวอัลไคน์มีสถานะทัดเทียมกับมารระดับกลาง อย่างไรก็ตาม ในบรรดามารระดับกลางแล้ว ความแตกต่างในด้านความแข็งแกร่งก็ห่างกันค่อนข้างมาก อย่างน้อย ในตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของอาเธน่าได้

อาเธน่าสังเกตุว่าเฉินรุยไม่ต้องการเพื่อนร่วมขี่อีกต่อไป ดังนั้นนางจึงแนะนำให้เขาขี่คนเดียว หลังจากได้รับบทเรียนก่อนหน้านี้ ควบคู่พร้อมกับการที่สามารถสื่อสารกับกริฟฟินได้ ตัวเฉินรุยก็ได้ทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับสัตว์มาร

เขาตื่นเต้นที่ได้ขี่กริฟฟินบนท้องฟ้าและได้มองเห็นทิวทัศน์ของผืนดิ นี้ทำให้เขาอยากจะร้องเพลงออกมาซะจริงๆ จากนั้น เขาก็ได้ลองใช้เคล็ดลับการบินที่อาเธน่าบอก มันมีประโยชน์อย่างมาก

อาเธน่านั้นมองเฉินรุยที่ขับขี่กริฟฟินฉวัดเฉวียนไปมาราวกับเคยขี่มาก่อน เขาขี่ได้ชำนาญกว่าตะกี้มากจริงๆ นางเกือบคิดว่าตาตัวเองเบลอเสียแล้ว

คนๆนี้เป็นเพียงแค่มือใหม่แน่เหรอ? เขาจงใจล่วงเกินนางหรือเปล่า? แต่ยังไงก็ตาม นางยังคงชี้จุดผิดพลาดของเขาทีละขั้นตอนและให้เขาปรับทีละอย่าง ดูเหมือนว่า มนุษย์คนนี้จะบินครั้งแรกจริงๆ แต่ความสามารถของเขาในการเรียนรู้และปรับตัว ... ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!

สิ่งที่ยากมากในเรื่องการฝึกสัตว์มารก็คือ การสื่อสาร แต่ปัญหานี้ไม่ส่งผลอะไรต่อเฉินรุยเลย เขาและสัตว์มารตัวนี้ราวกับอยู่ร่วมกันนับหลายปี ความเข้ากันได้ของพวกเขาเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะถึงสถานะของ 'มนุษย์และสัตว์มารที่เป็นหนึ่งเดียวกัน' ซึ่งมีเพียงผู้ฝึกฝนสัตว์ที่มีทักษะมากพอเท่านั้นที่จะถึงขั้นนี้ได้

“คนผู้นี้…” อาเธน่ายังคงแตะหน้าอกของนางทั้งๆที่ยังรู้สึกแปลกๆอยู่ นางรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นเร็วเล็กน้อยและใบหน้านางก็เริ่มร้อน

หลังจากที่เฉินรุยพอใจในการบินแล้ว เขาก็ร่อนลงมาช้าๆ อาเธน่าก้าวไปข้างหน้าเช็คอะไรสักอย่างและพยักหน้า“ข้าต้องยอมรับว่าความสามารถของเจ้าในการฝึกฝนสัตว์ร้ายนั้นดีกว่าข้ามาก ในการแข่งขันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่เจ้ามีตอนนี้เป็นเพียงพื้นฐานการบิน ความท้าทายที่แท้จริงคือระหว่างการต่อสู้ต่างหาก ช่างน่าเสียดายที่ฟ้าตอนนี้มืดลงแล้ว ไม่มีเวลาที่จะฝึกอบรมพิเศษอีก ยังไงก็เถอะ แม้ว่าเจ้าจะมีแผนที่ครอบคลุมทุกอย่างแล้ว แต่วันพรุ่งนี้เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด”

แม้ว่านักดาบสาวกำลังทำหน้านิ่งและพูดอย่างเย็นชา แต่เฉินรุยก็ยังคงรู้สึกถึงความกังวลในคำพูดของนาง เขาหยิบยาเม็ดน้ำตาลสองขวดออกมาพร้อมกับขอโทษและกล่าวว่า “อืม ส่วนนี่คือยาแก้พิษที่ข้าไปเอามาจากมังกรพิษวันนี้ มันสามารถใช้ได้นาน 3 เดือน เราไม่จำเป็นต้องไปทุกสัปดาห์อีกแล้ว เจ้าหญิงน้อยเองก็กินมันไปหมดแล้ว เจ้ากินก่อนเลย จากนั้นค่อยให้เคียกิน ไว้ข้าจะพยายามหาวิธีล้างพิษให้หมดโดยเร็วที่สุด”

การฝึกอบรมพิเศษในอนาคตไม่สามารถปล่อยให้อาเธน่าเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ ดังนั้นเขาจึงขยายเวลาประสิทธิภาพของ“ยาแก้พิษ” เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากออกไป

อาเธน่าไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกสาวของนายพลคนแรกของจักรวรรดิอีกด้วย อีกทั้งนางยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของอลิซและคนที่เจ้าหญิงใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสุดวิสัยและอะไรที่ส่งผลต่อสัญญาชีวิตของเขา เขาจึงจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปได้

เว้นแต่ว่า…เขาจะทำตามแผนของปากลีโรที่ให้ “ได้รับตัวนางมา” แต่เฉินรุยตัดสินใจว่าจะไม่ทำตามแผนของเขา เขาไม่ต้องการที่จะหลอกลวงอาเธน่าตั้งแต่ต้น แม้ว่าเขาจะมีพลังหรือไม่มีก็ตาม เพราะตัวเขาจะไปบึงราตรีแห่งความเงียบสงบ เพียงคนเดียว เขาไม่ต้องการใช้ประโยชน์จากอาเธน่าในอนาคตอีกต่อไป

เพราะตัวอาเธน่าทั้งสวย ร่าเริง ใจกว้างและน่าหลงใหล ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเลยที่เฉินรุยจะรู้สึกอะไรบางอย่างกับนาง แต่ตอนนี้เขาไม่มีพลังมากพอ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ทริกโกหกอย่างพิษ ไว้เขาจะไปขอโทษนางละกัน หลังจากที่เขาสามารถลบล้าง 'กรงแห่งแสงสว่างและความมืด'

เมื่อเห็นอาเธน่าหยิบเม็ดน้ำตาลออกมาอย่างเงียบๆ เฉินรุยก็รู้ว่านางยังคงเสียใจอยู่ เขาขอโทษอย่างรวดเร็วพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “เรื่องนั้นนะ…”

ในขณะนั้นภาพยังคงเหมือนเดิม แต่ดวงตาวิเคราะห์กลับแปลกออกไป ความแข็งแกร่งระดับ E ของอาเธน่าเพิ่มขึ้นเป็นระดับ D ทันที เฉินรุยตกใจมาก เขาเห็นผิวของอาเธน่าเปลี่ยนเป็นสีแดงและเขาก็ได้ปรากฏบนหัวของนาง ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร เขาก็ถูกทุ่มลงกับพื้นด้วยท่าซูเพล็กซ์

เฉินรุยผงะ แต่พลังของอาเธน่านั้นแข็งแกร่งมาก แม้นางจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแกร่งกล้า แต่มันก็เพียงแค่ทำให้ร่างกายของเขาแตะกับพื้นเบาๆ ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ศีรษะของเขาเจ็บเลย

จากนั้น ก็ได้มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

อาเธน่ากระโดดกลับมาที่เดิม นางหันหน้าไปทางเฉินรุยและเมื่อนางล้มลงกับพื้น ศีรษะของนางก็ได้ตกลงมาบนหน้าอกของเขา โชคดีที่นางกลับมาร่างเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้นสองเขาบนหัวของนางคงจะทิ่มตัวเฉินรุยจนเจ็บ ถึงกระนั้น หน้าอกของเขาก็รู้สึกหายใจไม่ออก แต่เขาก็พยายามยื้อไว้ด้วยการใช้พลังแห่งดวงดาว

ศีรษะของอาเธน่ากระแทกเข้าที่หน้าอกเฉินรุย จากนั้นนางก็ใช้มือแตะที่ต้นขาของเขา ถ้าจะพูดให้ชัดเจนคือ ดูเหมือนนางจะบีบมันด้วย จากนั้น นางก็ได้กระโดดขึ้นจากพื้นพร้อมกับปัดฝุ่นบนมือของนางและพูดอย่างดุดันว่า "ก็แค่นี้แหละ! เราเจ๊ากันแล้ว! อย่าไปบอกอลิซหรือคนอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เล่า! ไม่อย่างนั้น ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”

เฉินรุยตกใจมาก ในขณะเดียวกันเขาก็ได้แต่มองอาเธน่าจากไปพร้อมกับกริฟฟิน นางช่างดูเจ้าคิดเจ้าแค้นซะเหลือเกิน! ดูเหมือนว่านางคงจะเลือกวิธีนี้ในการแก้แค้นเขาสินะ...

เขาคิดว่าเขากับอาเธน่าและเขาเข้ากันได้ดีมากเลยทีเดียว ใครเล่าจะไปรู้กันว่า.....

หรือว่าเพราะออร่าของเจ้าหญิงน้อยใจดำหรือเปล่านะ ถึงทำให้เขาไม่ได้สังเกตเห็นถึง 'ความยิ่งใหญ่' ของอาเธน่า? เหมือนกับพิพเพ่นที่อยู่ข้างๆไมเคิลจอร์แดนอะนะ? ไม่สิ นั้นเป็นการยกตัวอย่างที่ดูแปลกเกินไป ถ้าหากเปรียบเป็นหยางเพ่ยเฟิงที่อยู่รอบๆมู่กุ้ยอิงล่ะ ไม่ได้ๆ มันดูลึกซึ้งเกินไป ... เฉินรุยในตอนนี้กำลังสับสนเป็นอย่างมาก เขาหายใจเข้าและรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมจางๆที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ในหัวของเขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาที่ได้สัมผัสไออุ่นจากหน้าอกอันแสนอ่อนนุ่มในตอนที่พวกเขาอยู่บนท้องฟ้า

ในความเป็นจริง เฉินรุยเองก็ยังไม่รู้เลยว่าในตอนที่อาเธน่าหันหลังให้กับเขาและจากไปนั้น หูของนางแดงเป็นอย่างมาก

หากมีใครได้เห็นสภาพนางตอนนั้น พวกเขาคงจะไม่เชื่อว่านี้เป็นใบหน้าของ อาเธน่า มารสาวผู้มีชื่อเสียงในความอาจหาญแห่งเมืองพระจันทร์ดับ

"ไม่! คนที่ข้ารักต้องแข็งแกร่งกว่าตัวข้าสิ!” อาเธน่าได้แต่เตือนตัวเองในใจ แต่แก้มของนางยังคงร้อนผ่าวอยู่

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 32: อุบัติเหตุระหว่างการฝึกอบรมพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว