เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: มังกรพิษผู้แห้งเหี่ยว

บทที่ 29: มังกรพิษผู้แห้งเหี่ยว

บทที่ 29: มังกรพิษผู้แห้งเหี่ยว


ได้โปรดติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 29: มังกรพิษผู้แห้งเหี่ยว

มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างเท่านั้นที่ทำให้ 'ดวงตาวิเคราะห์' ขึ้นว่า “ไม่สามารถระบุได้” หนึ่งคือความแข็งแกร่งของโจเซฟต่ำเกินไปและอีกประการหนึ่งคือความแข็งแกร่งของโจเซฟแข็งแกร่งมากเกินกว่าทักษะดวงตาวิเคราะห์ของเขา เห็นได้ชัดว่าโจเซฟเป็นอย่างหลังและเขาก็ยังมีสถานะกลายร่างอีก!

แม้ว่าจะมีสายตาเชือดเฉือนจากอลัน แต่ในสายตาของเฉินรุยแล้ว ใบหน้ายิ้มแย้มของโจเซฟกลับน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า

“ท่านอาจารย์ได้บอกให้ข้ามาชื้อหญ้าโทสะ ดังนั้นข้าจึงมาที่ร้านของโจเซฟเพื่อมาหามัน” เฉินรุยพยายามทำให้ตัวเขาสงบลง เขาพูดถึงชื่อขออัลดาซและชี้ให้เห็นว่านี้เป็นร้านค้าของโจเซฟ เพื่อที่จะเตือนอลันกลายๆ

“โอ้ คำสั่งของปรมาจารย์อัลดาซสินะ” โจเซฟยังคงยิ้มอยู่ แต่เฉินรุยกลับรู้สึกถึงการดูถูกที่กำลังแทงทะลุไปยังกระดูกของเขา “ท่านปรมาจารย์ต้องการมันมากเท่าไหร่ละ?”

“หญ้าโทสะที่นี่มีคุณภาพไม่เลวนัก ราคาของมันแพงไปเกินกว่าที่ปรมาจารย์จำได้ ข้าจึงไม่ได้มีเงินเตรียมมามากพอนัก ดังนั้นข้าจึงจะกลับไปรายงานท่านปรมาจารย์เสียก่อน”

เฉินรุยนั้นไม่กลัวอลัน ด้วยความแข็งแกร่งที่เท่ากัน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะหลบหนีอยู่ อย่างไรก็ตาม มารสองตนที่อยู่ด้านหลังโจเซฟจะทำให้มันต่างออกไปต่างหาก สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้คือต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด

“ก็คงเพราะช่วงนี้สินค้าดีๆขาดแคลนไปมาก มันจึงทำให้ราคาของพวกมันสูงยิ่งขึ้น ยังไงก็เถอะ ครั้งก่อนหน้านี้ท่านปรมาจารย์ได้เอาชนะแซนโดรและนำความรุ่งเรืองมาให้แก่เมืองพระจันทร์ดับ มีหญ้าโทสะอยู่ที่นี่ 50 ชิ้น ข้าว่าจะมอบมันให้เป็นของขวัญแก่ท่านปรมาจารย์อยู่ ได้โปรดนำมันไปให้ท่านปรมาจารย์พร้อมกับคำทักทายอย่างจริงใจจากตระกูลอัลวินเถิด หากท่านปรมาจารย์ต้องการสิ่งใด ทางร้านก็จะขายในราคาที่ต่ำที่สุดให้”

ในตอนที่แซนโดรมาที่นี่ก่อนหน้านี้ เขาตั้งใจที่จะฆ่าอัลดาซและตัวเขากับตระกูลอัลวินยังเป็นพันธมิตรกันอย่างชัดเจน ตอนนี้ แซนโดรได้ตายไปแล้ว โจเซฟจึงได้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์กับอัลดาซ ก็เหมือนกับคำพูดที่ว่า ไม่มีศัตรูชั่วนิรันดร์ มีเพียงประโยชน์ชั่วนิรันดร์เท่านั้น

หญ้าโทสะ 50 ชิ้นก็มีราคาอย่างน้อย 100 เหรียญคริสตัลดำ เฉินรุยเอ่ยขอบคุณโจเซฟพร้อมกับรับหญ้าและออกมา เมื่อเขากำลังจะเดินออกไป โจเซฟก็ได้พูดขึ้นมา" มนุษย์ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นเพื่อนกับเจ้าหญิงน้อยและอาเธน่างั้นหรือ?”

เฉินรุยหันกลับมาพร้อมยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ข้าคงไม่อาจที่จะมีคุณสมบัติที่จะถูกเรียกเช่นนั้นได้ แค่เพียงเพราะท่านเจ้าหญิงน้อยสงสัยใคร่รู้ในตัวข้าที่เป็นมนุษย์มาก แล้วนางก็มักจะพาอาเธน่ามาในตอนที่มาพบข้าเท่านั้นเอง”

“แต่กระนั้น ข้ากลับได้ยินมาว่าอาเธน่าได้บอกอย่างเปิดเผยว่าเจ้าเป็นเพื่อน ข้าคิดว่าเจ้าหญิงน้อยก็คงจะให้ความสำคัญกับเจ้ามากพอสมควร” โจเซฟพูดด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “จะว่าไปแล้ว ข้ามีการแข่งขันกระชับมิตรกับเจ้าหญิงน้อยที่สังเวียนต้นเดือนหน้า เจ้าสนใจที่จะมาไหม?”

“แข่งขันกระชับมิตรงั้นเหรอ?” เฉินรุยไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จากอลิซหรืออาเธน่าเลย เขาจึงได้ตอบกลับไปโดยไม่คิดอะไร “ไว้คุยกันทีหลังเถิด ข้าจำเป็นที่จะต้องกลับไปรายงานให้ท่านปรมาจารย์ในตอนนี้เลย”

หลังจากเฉินรุยจากไปแล้ว อลันก็ได้กัดฟันและพูดขึ้นมาว่า“โจเซฟ เจ้ากลัวดาร์คเอลฟ์นั้น แต่ข้าไม่ ทำไมเจ้าถึงไม่ปล่อยให้ข้าฉีกกระชากมนุษย์นั้นออกเป็นชิ้นๆเล่า?”

โจเซฟหัวเราะเยาะออกมา โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหัวเราะอลันหรือเฉินรุย “นี้ไม่ใช่เวลาที่จะต่อกรกับเชียอย่างเปิดเผย ดังนั้นเราไม่ควรที่จะทำให้อัลดาซโกรธ หากเจ้าต้องการที่จะจัดการกับมนุษย์ที่อ่อนแอผู้นี้ ข้าก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้พอดิบพอดี ไปกระจายข่าวว่ามนุษย์ผู้นี้จะลงแข่งขันในนามของเจ้าหญิงน้อย หากมนุษย์ผู้นี้ตายภายใต้การแข่งขันอย่างยุติธรรมแบบแซนโดร แม้แต่อัลดาซก็คงจะไม่สามารถพูดอะไรได้”

อลันดูเหมือนว่าจะเข้าใจในทันที เขาเองก็พูดออกมาว่า "ช่างเป็นความคิดที่ดีอะไรเช่นนี้! ข้าจะร่วมมือกับเจ้าและฆ่ามนุษย์ผู้นี้ด้วยมือของข้าเองซะ”

โจเซฟยักไหล่และดูเหมือนว่าเขาเองก็หวังให้มันเป็นแบบนี้ “เมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วก็ดี ไว้ค่อยรอถึงวันสุดท้ายค่อยกระจายข่าวเพื่อให้พวกมันไม่มีเวลาเตรียมตัวเถอะ”

เฉินรุยนั้นกลับไปที่ห้องทดลองพร้อมกับนำหญ้าโทสะให้กับอัลดาซ อัลดาซพอได้ยินว่าเป็นของขวัญจากโจเซฟ เขาก็คิดเล็กน้อยและก็ไม่ได้ปฏิเสธ เฉินรุยรู้ว่าอัลดาซเข้าใจเรื่องนี้ได้ดี เขาเข้าใจถึงความตั้งใจของตระกูลอัลวินอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรมากและกลับไปที่ห้องเพื่อพัก

บางทีอลิซคงจะเข้าถึงหลักการสุดยอดการขายอย่างท่องแท้ นางจึงไม่ได้มารบกวนเฉินรุยเลยในสองสามวันนี้ และไม่ได้มาทวงนิทานจากเขาด้วย ส่วนอาเธน่าก็มาฟังเขาเล่าเรื่องสามก๊กเป็นครั้งคราว ห้องทดลองนั้นจึงมักจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพวกเขาเสมอ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เฉินรุยได้ตามแซลลี่ไปที่เมืองพระจันทร์ดับ เพื่อหาแหล่งออร่า ดังนั้นเขาในตอนนี้จึงคุ้นเคยกับเมืองพอสมควร แม้ว่าเขาจะเคยใช้ทริคเตือนพวกมารตนอื่นไปแล้ว แต่ตัวเขาก็ยังคงเจอปัญหามากอยู่ดี ต้องขอบคุณซัคจากร้านช่างเหล็ก“กิโยตีน” ที่เป็นมิตรมากและตัวเขาก็มีเครือข่ายสังคมที่กว้างขวางเขา ซึ่งมันช่วยแก้ให้เฉินรุยไม่ต้องมีปัญหาและนั้นทำให้เขาไม่จำเป็นต้องแสดงความแข็งแกร่งของตนออกมา

การดูดกลืนออร่านั้นไม่ได้มากเท่าวันแรก บางชิ้นมันก็เพิ่มเยอะ บางชิ้นก็เพิ่มน้อย ในตอนนี้เขามีออร่ารวมแล้ว 700 จุด แม้ว่าจะถึงข้อกำหนดในการเปิดใช้งานที่เก็บของ แต่ถ้าจะเปิดจริงๆก็ใช้เพียงแค่ 200 จุดเท่านั้น เนื่องจากมันเป็นการยากที่จะหาแหล่งออร่าใหม่ในตอนนี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะยังคงรอคอยอีกต่อไป

พอมาอยู่อาณาจักรมารเป็นเวลาประมาณหนึ่ง เฉินรุยก็คิดว่าข่าวลือที่บอกว่าโลกมารนั้นน่ากลัวและโหดร้ายดูท่าจะผิดไปมาก

ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอาณาจักรมารนั้นเอาตัวรอดยาก แต่โลกมนุษย์ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก อย่างมากก็คงเป็นเพียงความสวยงามของทัศนียภาพโดยรอบเท่านั้นแหละ มารส่วนใหญ่นั้นน่าเกลียด หลายตนโหดร้ายและน่ากลัว แต่หากมองลึกลงไปผ่านรูปลักษณ์ผิวนอกแล้ว ความมืดมนในจิตใจของมนุษย์คงมิอาจเปรียบได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อาณาจักรมารก็เป็นเหมือนโลกมนุษย์ แต่แค่เพียงมีรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างออกไปและเห็นดีเห็นงามในเรื่องของพลังการต่อสู้

ก็เหมือนกับคำๆหนึ่งที่เขาเห็นบนอินเทอร์เน็ต: ความมืดนั้นก็เป็นแสงชนิดหนึ่ง เพียงแต่เป็นแค่เฉดสีที่แตกต่างออกไป

ซึ่งในวันนี้เขาก็จะต้องไปเรียนภาษากับปากลีโร ดูเหมือนว่าอาเธน่าจะทำอะไรบางอย่างอยู่ นางจึงไม่มาหาเขาแล้วตั้งสองวัน เฉินรุยจึงใช้ข้ออ้างในการรวบรวมสมุนไพรพร้อมกับเช่าแรดสามเขาตรงไปยังทะเลสาบสีฟ้าในช่วงเช้า

เมื่อมาถึงทะเลสาบสีฟ้าที่คุ้นเคยแล้ว เฉินรุยก็เริ่มเตือนสติมังกรพิษด้วยการเตรียมหม้อไฟแบบพิเศษให้ปากลีโรลอง แต่ปากลีโรกลับไม่โผล่ออกมา สิ่งเดียวที่เหลืออยู่มีเพียงแต่กระดานหมากรุกที่แห้งมาก มีกระทั่งก้อนกรวดกระจายไปทั่ว

เฉินรุยผงะ เกิดอะไรขึ้นกัน? ตอนนี้ชีวิตของเขาเชื่อมโยงกับปากลีโรอยู่ หากมังกรพิษตาย เขาก็จะตายตามไปด้วย

เมื่อเฉินรุยกำลังมองหาปากลีโรรอบๆทะเลสาบ จู่ๆก็ได้มีน้ำวนปรากฏขึ้นในทะเลสาบและก็ได้มีหัวโตๆลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ หัวสีน้ำตาลเหลืองนี้ดูเหมือนไดโนเสาร์ที่กินเนื้อเป็นอาหาร เขาสั้นบนหัว คล้ายครีบ มันดูดุร้ายและยังมีฟันอันแหลมคม มันมีดวงตาสีทองเข้มพร้อมกับกำลังจ้องมองมาที่เฉินรุย

นี่…ปากลีโรสินะ!

เฉินรุยขนลุกมาก เพราะมังกรพิษตอนนี้ดูน่ากลัวจริงๆและมีโอกาสที่เขาจะโจมตีเฉินรุยเพราะอาการความจำไม่ดี เขาเตรียมที่จะใช้ 'ยิงแสงสว่าง' ทุกเมื่อแล้วตอนนี้

“เช็ดแx่มเฉินรุย!” ทันใดนั้นมังกรพิษก็ได้พูดขึ้น ซึ่งมันทำให้เฉินรุยสงบลง อย่างน้อยปากลีโรก็จำเขาได้

“ปากลีโร กลับร่างเดิมเถอะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเขานะ” เฉินรุยได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ข้ามีอะไรจะบอกเจ้า”

ปากลีโรแกว่งศีรษะของเขาไปมาด้วยความโกรธเกรี้ยวและคลื่นทะเลขนาดใหญ่ก็ได้พุ่งกระเซ็นโดยตั้งใจที่จะทำให้เฉินรุยเปียก แต่เฉินรุยตอบสนองเร็วมาก เขากระโดดไปด้านหลังประมาณ 6 เมตรเพื่อหลบมัน

"เอ๊?" เสียงของมังกรพิษดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เฉินรุยจะได้พูดอะไร มังกรก็ได้หายตัวไปและโผล่มาเตะเฉินรุยเข้ากลางอากาศ รอบนี้เฉินรุยไม่สามารถหลบได้ เขาจึงได้ใช้แขนของเขากัน แต่ทันใดนั้นเท้าของปากลีโรก็ได้เปลี่ยนมุมอย่างน่าอัศจรรย์และเตะเข้ามาที่ตูดของเขา

"โอ้ย!" เฉินรุยโดนเตะไปที่ก้นของเขาอย่างแรง หลังจากที่ปากลีโรลอยไปมาบนอากาศแล้ว เขาก็ลงมาที่พื้นพร้อมกับร่างที่เต็มไปด้วยโคลน

“ปากลีโร เxี้ยไรเนี่ย!” เฉินรุยรู้สึกเจ็บปวดที่ก้นของเขาอย่างมาก โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เขายืนขึ้นและก็ได้ตะโกนด่าออกมา

ซึ่งปากลีโรกลับเป็นคนที่โกรธมากกว่าเขา เขาวิ่งเข้ามาและก็คว้าคอเสื้อของเขา เขาพูดออกมาด้วยความโกรธว่า “เกิดบ้าอะไรขึ้นกับเจ้ากัน เจ้าเกือบจะฆ่าข้าแล้วนะ!”

“ข้าจะไปทำร้ายเจ้าทำไม? ถ้าเจ้าตาย ข้าก็ตายด้วย!”

มังกรพิษได้แต่ตะคอกไปอย่างเย็นชาและปล่อยคอเสื้อเขาไป จากนั้นเฉินรุยจึงตระหนักว่าใบหน้าของมังกรพิษนั้นเป็นสีเหลืองน้ำตาล ทั้งซีดและเหี่ยวแห้ง

"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเจ้างั้นเหรอ?"

“ข้าสิที่จะต้องถาม!” ปากลีโรพูดอย่างหงุดหงิด “ในคืนที่สองหลังจากที่เจ้าเอาพิษไป สัญญาชีวิตก็ได้เปลี่ยนไปทันที มันกลืนพลังและความแข็งแกร่งของข้าไปอย่างมาก ตอนนี้ชีวิตของข้าลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง! พลังของข้าอ่อนแอลงอย่างมาก!”

“มันเป็นแบบนั้นได้ไงกัน?” เฉินรุยก็เริ่มตระหนักถึงอะไรบางอย่าง วันนั้นเป็นวันที่การท้าทายจบลง ระบบสุดยอดก็ได้เริ่มเปิดเครื่องขึ้นและจากนั้น…ก็ได้ทำการชำระล้างกาย…ใช่แล้ว มันคือการวิวัฒนาการขั้นแรก!

ในตอนนั้น ระบบพบพลังงานชีวิตที่มีความบริสุทธิ์สูง จากนั้นมันจึงเปลี่ยนเป็นออร่าเพื่อเสริมพลัง ซึ่งแท้จริงแล้วมันก็คือพลังของสัญญาชีวิต ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาได้ยึดมันเอามาเป็นพลังแห่งดวงดาว! ดูเหมือนว่าเพื่อนมังกรพิษของเขาจะเป็นผู้ขาดทุนบ้างแล้ว

“มาทำอาหารกันก่อนแล้วค่อยคุยกันก็ได้” เฉินรุ่ยเองก็ผิด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจยัดอาหารอร่อยๆเข้าปากของปากลีโร จากนั้นเขาก็หยิบวัตถุดิบต่างๆขึ้นมา ก่อนที่จะไปผูกแรดสามเขาไว้ข้างๆและเริ่มทำหม้อไฟแบบรวดเร็ว

“ช่างอร่อยเสียจริง!” ปากลีโรได้ชิมอาหารไปเพียงไม่กี่ชิ้นแล้วเขาก็ชมเชยทันที จากนั้นเขาก็เริ่มกินอาหารอย่างรวดเร็ว

เฉินรุยสังเกตว่าอารมณ์ของมังกรพิษเริ่มดีขึ้นและจึงพูดขึ้นว่า “นี่มันเกิดจาก สิ่งที่ข้าสืบทอดจากปรมาจารย์ได้ทำงานแล้ว…”

เฉินรุยได้ “หลอก” ว่าของที่เขาสืบทอดมาจากปรมาจารย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุดยอด เขาบอกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับมัน มันจึงทำให้พลังนั้นตื่นขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้น พลังก็มีแต่ทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“จริงๆแล้วเจ้าเป็นคนที่กลืนกินพลังของข้าสินะ ไอ้ชั่วเอ๊ย! หากเป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตของข้าจะต้องสั้นลงสั้นลงแน่ๆ!” เมื่อเห็นว่าปากลีโรกำลังจะโจมตีอีกครั้ง เฉินรุยก็อธิบายให้เขาฟังอย่างรวดเร็วว่า สัญญาชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้มันตื่นขึ้นมาได้ เพราะอย่างนั้นมันจึงไม่จำเป็นอีกแล้ว ดูจากวันนี้สิที่สัญญาชีวิตไม่ได้เกิดผลอะไรแปลกๆอีก

เฉินรุยเองก็รู้สึกเศร้าว่าทำไม “พลังงานชีวิตที่มีความบริสุทธิ์สูง” ในวิวัฒนาการตอนแรกถึงไม่ปรากฏขึ้นอีก เพราะเขานั้นอยากจะได้รับออร่าเพิ่มขึ้นมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าแม้จะมีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา เขาคงไม่กล้าจะกดตกลงหรอก การมีชีวิตอยู่นั้นเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของความแข็งแกร่ง หากเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงหนึ่งวินาที เขาจะแข็งแกร่งแบบคงกระพันไปเพื่ออะไร?

หลังจากฟังคำอธิบายจากเฉินรุยแล้ว ปากลีโรก็สงบลง ช่วงชีวิตของมังกรนั้นยาวนานมาก แม้ว่ามันจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังเหลืออย่างน้อยอีกหลายล้านปี หากเขาถูกผนึกในสถานที่นี้มาเป็นเวลาสองสามล้านปีแล้ว เขาคงจะสามารถอยู่ได้เพียงแค่สองสามพันปีถ้าถูกฆ่าล่ะนะ ในแง่ของความแข็งแกร่งแล้ว ปากลีโรก็คงจะสามารถฟื้นคืนมันได้อย่างช้าๆ ซึ่งในตอนนี้เฉินรุยก็แข็งแกร่งมากพอสมควร แต่ตอนนี้เขาจำเป็นที่จะต้องรีบช่วยแก้ปัญหาของปากลีโร ไม่อย่างนั้นบางทีหากโชคร้ายมากๆแบบว่ามีคนมาฆ่าปากลีโร เขาอาจจะตายตามไปด้วยก็ได้

ทั้งสองได้ลงนามในสัญญาชีวิตกันแล้ว พวกเขาจึงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก

ไม่นานนัก มังกรพิษที่ไม่พอใจก็เริ่มสงบลงด้วยกลิ่นอันแสนหอมหวานของหม้อไฟ เมื่อเขาได้ยินว่าเฉินรุยมีทักษะการโจมตีที่สืบทอดมาจากปรมาจารย์ เขาก็รู้สึกสนใจมันเป็นอย่างมาก

ได้โปรดติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 29: มังกรพิษผู้แห้งเหี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว