เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มได้

บทที่ 24: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มได้

บทที่ 24: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มได้


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 24: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มได้

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จะทำให้เฉินรุยประหลาดใจนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้สนเลย เขาพยายามขยับดู จากนั้นเขาก็ได้มาโผล่ที่บัลลังก์ คราวนี้มีหน้าจอแสงปรากฏขึ้นสามจอ ซึ่งเพิ่มจากเดิมหนึ่งหน้าจอ ในขณะเดียวกัน ข้อมูลใหม่จำนวนมากได้ถูกส่งเข้าสู่สมองของเขา

ภายในแผงสถานะของตัวละคร ตัวเฉินรุยโปร่งแสงจนเกือบจะเหมือนกับเมื่อก่อน ยกเว้นส่วนขาหนีบที่มีเปลวไฟสีขาวขนาดเท่ากำปั้น ทั้งยังมีคำว่า “อัลเคียด” ปรากฎภายในเปลวไฟด้วย!

คำอธิบายข้อความที่ด้านข้างก็กลายเป็น:

สมญา: ผู้เก็บสะสมดวงดาว

ระดับวิวัฒนาการ: หนึ่งดาว

ค่าประสบการณ์: 0%

ค่าออร่า: 21

การประเมินความแข็งแกร่ง: E

จากข้อมูลใหม่ในสมอง ร่างกายมนุษย์นั้นมีดวงดาวชีพจรทั้งหมดเจ็ดดวง ซึ่งเป็นดวงดาวพลังงานเจ็ดอย่าง ดวงดาวพลังงานเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่ฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์และสอดคล้องกับความลึกลับของจักรวาล ในขณะที่ดวงดาวชีพจรเป็นจุดกำเนิดของดวงดาวพลังงาน

“อัลเคียด” เป็นดาวชีพจรดวงแรกซึ่งเป็นชื่อของจุดเริ่มต้น มันถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติโดยวิวัฒนาการเริ่มต้น แต่มันถูกจำกัดไว้แค่ที่วิวัฒนาการเริ่มต้น ในอนาคต การเปิดใช้งานดวงดาวชีพจรจำเป็นต้องมีการควบคุมสถานะปัจจุบันให้ดีขึ้น จากนั้นจึงจะค่อยพัฒนาภายใต้เงื่อนไขบางประการ ดวงดาวชีพจรที่เปิดใช้งานทุกครั้งจะเพิ่มความแข็งแกร่ง ความสามารถและทักษะอันทรงพลัง

สถานะถัดไปหลังจาก "อัลเคียด" คือ "ไมซาร์" สถานะหลังจากนั้นจะต้องรอจนกว่าเขาจะพัฒนาสถานะให้กลายเป็น“ไมซาร์” เสียก่อนจึงจะรู้

สำหรับ "ค่าประสบการณ์" และ "การประเมินความแข็งแกร่ง" เป็นการบอกกล่าวถึงความแข็งแกร่งที่เขามีอยู่ “ค่าประสบการณ์” หมายถึงความสามารถและการใช้งานสถานะของดวงดาวพลังงานในตอนนี้ การไปถึง 100% สำหรับ "ค่าประสบการณ์" ก็เป็นข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับการไปยังสถานะถัดไป

หน้าจอของต้นไม้ทักษะเองก็เปลี่ยนไปด้วย ช่องว่างมันเพิ่มแสงสว่างขึ้น โดยด้านบนเองก็เพิ่มไอคอนใหม่สามไอคอน มันควรจะเป็นความสามารถใหม่ของ ผู้เก็บสะสมดวงดาว

'ร่างดวงดาว' (ความสามารถแสดงผลทันที - ความเร็วในการฟื้นตัวของแผลเพิ่มขึ้น เร่งความแข็งแรงทางกายภาพและการฟื้นฟูจิตวิญญาณ)

'ดวงตาวิเคราะห์' (ทักษะใช้งาน - เข้าใจและวิเคราะห์สถานะของเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ ความสามารถเพิ่มขึ้นตามระดับวิวัฒนาการ แต่ละการใช้งานจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นออร่า มีผล 10 นาที

'ยิงแสงสว่าง' (ทักษะใช้งาน โจมตีระยะไกลด้วยพลังดวงดาว ยิ่งมีความเชี่ยวชาญมากเท่าใด ความเสียหายก็จะยิ่งมากขึ้น จำกัดการใช้งานครั้งที่สองทุก 24 ชั่วโมง การใช้งานในปัจจุบันจะหักค่าออร่า - 22 ทุกๆครั้ง)

ในตอนนี้มีห้าทักษะที่แตกต่างกันอยู่ห้าอย่าง: ความสามารถแสดงผลทันทีอย่าง 'กลั้นลมหายใจ' 'ร่างดวงดาว' ทักษะใช้งานอย่าง 'แปลงออร่า' 'ดวงตาวิเคราะห์' และ 'ยิงแสงสว่าง'

ภาพเคลื่อนไหวของ 'ดวงตาวิเคราะห์' คือดวงตาทั้งสองข้างกำลังเปล่งแสงสลัวอยู่ ส่วน “ 'ยิงแสง' จะเป็นการยิ่งแสงออกจากมือที่เปิดอยู่

เขาไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรกับ 'ดวงตาวิเคราะห์' ดี ส่วน 'ร่างดวงดาว' เป็นความสามารถเชิงรับที่ใช้งานได้จริงอย่างแน่นอน ซึ่งทักษะการโจมตีระยะไกลนั้นก็เป็นสิ่งที่เขาอยากลองมากด้วย

เฉินรุยพยายามทำให้ตัวเองสงบลง จากนั้นก็ได้มองไปที่หน้าจอที่สามที่เพิ่งจะเพิ่มเข้ามาใหม่ รูปแบบสิ่งก่อสร้างหลายรูปทรงต่างๆปรากฏต่อหน้าเขา รวมถึง "คลังเก็บของ" "พื้นที่การฝึก" และ "ศูนย์แลกเปลี่ยน" มีหลายอาคารสีเทาที่ไม่มีชื่อหรือคำอธิบาย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกมันยังไม่สามารถใช้ได้ในสถานะนี้

เขาในตอนนี้จึงมุ่งความสนใจไปที่อาคาร “คลังเก็บของ” จากนั้นมันก็อธิบายลักษณะของมัน

ข้อกำหนดการเปิดใช้งาน: 500 ออร่า

ฟังก์ชั่น: เก็บวัตถุไม่มีชีวิตทุกชนิด สามารถฝากและถอนได้ด้วยใจนึก ขนาดของคลังสินค้าจะเติบโตโดยอัตโนมัติตามระดับวิวัฒนาการของเจ้าของ

ข้อกำหนดการเปิดใช้งานของพื้นที่การฝึกคือ 1,000 ออร่า มีพื้นที่ฝึกต่างๆพร้อมเงื่อนไขพิเศษต่างๆโดยต้องซื้อกฎเฉพาะด้วยออร่า

ข้อกำหนดการเปิดใช้งานของศูนย์แลกเปลี่ยนคือ 1,000 ออร่าและสามารถใช้เพื่อแลกเปลี่ยนไอเท็มพิเศษต่างๆด้วยออร่า

หลังจากเสร็จสิ้นการวิวัฒนาการครั้งแรก เฉินรุยก็ตระหนักแล้วว่าออร่าที่เขาเกลียดนักหนาสำคัญ มันเทียบเท่ากับพลังงานของระบบสุดยอดทั้งหมดหรืออาจเรียกว่าสกุลเงินเลยก็ได้

ออร่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเข้าถึงสถานะใหม่ การเปิดใช้งานอาคารใหม่ของอาราม การแลกเปลี่ยนสิ่งของและแม้แต่ทักษะที่ใช้งานในการต่อสู้ยังต้องใช้ออร่า

เฉินรุยอยากจะเปิดใช้งานอาคารทั้งสามนี้จริงๆ แต่ออร่าปัจจุบันของเขามีเพียงแค่ 21 เท่านั้น แม้ว่าอัตราการเติบโตของออร่าจะเร็วเป็นสองเท่าก่อนการวิวัฒนาการ แต่ก็ยังใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการได้รับ 1 แต้ม โดยเขาจะได้เพียง 48 แต้มต่อวัน มันยังช้าจนเกินไป ดูเหมือนว่า <แปลงออร่า> จะเป็นทักษะที่ได้ใช้มากที่สุดในอนาคต แต่เขาไม่รู้ว่าจะหาสิ่งของที่สามาระเพิ่มออร่าดไ้ยังไง

เฉินรุยออกจากระบบสุดยอดและเปิดตาของเขาขึ้น เขารู้สึกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาคมชัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีพลังประหลาดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดในร่างกายของเขา เขากระโดดขึ้นจากเตียงทันที แต่ไม่รู้ว่าเขาใช้กำลังมากเกินไปหรือเปล่า ร่างของเขาทั้งหมดลอยอยู่กลางอากาศและศีรษะของเขากระแทกกับเพดานแล้วก็ "ตู๊มม!" จากนั้นก็ตกลงกับเตียง

เขาพยายามปัดตูดและยืนขึ้นด้วยความตกใจ ระยะห่างระหว่างเตียงและเพดานห้องห่างกัน 3-4 เมตร เขายังไม่ใช้แรงทั้งหมด แต่เขากลับสามารถกระโดดไปถึงเพดานห้องอย่างง่ายดาย ถ้าเขาสามารถกลับไปยังโลกได้ในตอนนี้ เขาคงจะสามารถแข่งขันกีฬาโอลิมปิกชนะทุกคนแน่

เฉินรุยคว้าไม้สักแท่งแล้วลองใช้กำลังของเขาดู ทันใดนั้น ชิ้นไม้แข็งได้ถูกบดแตกเป็นผงทันที จากนั้น เขาก็คว้าแท่งเหล็กหนาสองนิ้วที่มุมประตูและพับมันเข้าหากันอย่างง่ายดาย มีแม้กระทั่งรอยมือของเขาบนแท่งเหล็ก

แข็งแกร่ง! นี่คือความรู้สึกของความแข็งแกร่ง!

ในที่สุด เขาก็ไม่ใช่ขยะที่ใครจะรังแกได้อีกต่อไปแล้ว! เฉินรุยตื่นเต้นมาก เขาดัดเหล็กให้ตรงและบิดเป็นเกลียว หากไม่ใช่เพราะกลัวอัลดาซและแซลลี่ตกใจ เขาคงจะลองกับของทุกอย่างในห้องนี้ เขาไม่แน่ใจว่าระดับของพลังงานที่ได้รับจากการจัดระดับดาว E นั้นสามารถเทียบกับอะไรได้?

แล้วยิ่ง <ยิงแสงสว่าง> มันยิ่งทำให้เขาคันไม้คันมือยิ่งนัก: ไม่ได้แล้ว เขาจะต้องหาที่ลองโดยด่วน!

ยามค่ำคืนได้มาถึง ได้มีชายหนุ่มเสื้อคลุมเขียวเข้มคลุมหัวได้เดินออกมาผ่านตรอกอันมืดมิด ก็เหมือนกับมารตนอื่นๆ การแต่งกายของเขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจของใครเลย

คนๆนี้ก็คือเฉินรุย เดิมทีเขาต้องการออกไปนอกเมืองเพื่อทดสอบพลังของ <ยิงแสงสว่าง> แต่เชียนั้นเข้มงวดเป็นอย่างมาก ความปลอดภัยของประตูเมืองนั้นเข้มงวดยิ่งขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นแล้ว เขาจึงได้แต่หาสถานที่ที่เงียบสงบในเมืองและเปิดใช้งาน <ดวงตาวิเคราะห์> เพื่อที่จะทดลองดู

"ต้องมีค่าออร่า 1 จุด มีผล 10 นาที”

จนถึงตอนนี้ เขามีออร่า 22 จุด แต่ละจุดที่ใช้ไปช่างเจ็บปวดเสียจริง

หลังจาก <ดวงตาวิเคราะห์> ได้ถูกเปิดใช้งาน ในสายตาของเขาก็มีสิ่งมีชีวิตต่างๆบริเวณใกล้เคียงสิบเมตรพร้อมกับมีข้อมูลเพิ่มเติมเช่น คนแคระทมิฬ: สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก การประเมินความแข็งแกร่ง- G ร่างกาย - ไม่ทราบ พลังงาน - ไม่ทราบ วิญญาณ - ไม่ทราบ ความว่องไว - ไม่ทราบ

ตอนนี้เฉินรุยเข้าใจว่าทักษะนี้เป็นเหมือนกับเครื่องมือตรวจจับ มันสามารถประเมินระดับของฝ่ายตรงข้ามและวางกลยุทธ์ในการต่อสู้ได้ ซึ่งเป็นทักษะที่มีประโยชน์มาก ยิ่งระดับวิวัฒนาการสูงขึ้น ข้อมูลที่“ไม่รู้จัก” ก็จะโผล่ออกมา

ในขณะนั้น ก็ได้มีเสียงแปลกๆดังมาจากข้างหลัง “อาจารย์ วันนี้ข้าขอกินให้อิ่มเลยได้มั้ย?”

เฉินรุยหันหลังไป แต่เขากลับไม่เห็นใครเลย เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจกับ <ดวงตาวิเคราะห์> มันมีประสิทธิภาพมากเกินไปแล้ว

“วู วู กระดูกมันอยู่ไกลเกินไป ข้าเอื้อมไม่ถึง”

เฉินรุยนั้นลองเพ่งพินิจดู เขามองเห็นสุนัขนรกที่ถูกผูกติดกับประตูและกำลังพูด มันสวยมากจนดูเหมือนสุนัขยามหรือสัตว์เลี้ยง

ว่าแต่สัตรอสูรระดับต่ำอย่างสุนัขนรกสามารถพูดภาษากลางของอาณาจักรมารได้ด้วยงั้นเหรอ?

ไม่! หรือว่ามันอาจจะเป็นเพราะ ... <ดวงตาวิเคราะห์> งั้นเหรอ?

เพื่อยืนยันสมมติฐานในใจของเขา เฉินรุยก็พบกระดูกที่สุนัขนรกบอกว่ามันไม่สามารถเอื้อมไปถึง ดังนั้นเขาจึงหยิบมันและโยนให้กับมัน

สุนัขนรกตัวน้อยส่ายหางอย่างมีความสุขและส่งเสียงครวญครางออกมา ในหูของเฉินรุย มันได้พูดขึ้นมาว่า“ขอบคุณ!”

"ไม่ต้องห่วง เจ้าอยากกินอะไรอีกไหม?"

เฉินรุยพยายามถาม แต่เขาไม่ได้รับคำตอบ เมื่อเขาถามในใจ จู่ๆเจ้าสุนัขนรกก็ได้ตอบกลับมา มันนั้นยังคงตอบกลับมาด้วยภาษาอันแสนเรียบง่าย “เนื้อ!”

“ถ้าทำได้ ข้าจะเอาเนื้อให้เจ้ากินอีกในครั้งต่อไป”

เฉินรุยพยายามพูด เมื่อถึงเวลาที่กำหนด <ดวงตาวิเคราะห์> ก็ไม่สามารถใช้ได้ เขาจึงไม่สามารถสื่อสารกับสัตว์อสูรได้ แต่หากมันถูกใช้ เขาก็จะใช้สื่อสารกับสัตว์อสูรได้ ดูเหมือนว่า <ดวงตาวิเคราะห์> จะเป็นทักษะอเนกประสงค์ด้วย!

ในขณะที่เดิน เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากตรอกด้านหน้า

“เจ้าคนแคระเจ้าเล่ห์กล้าซ่อนเงินงั้นเรอะ!”

"ท่านได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเถิด วันนี้ข้าไม่ได้รับเหรียญคริสตัลสีขาวสักเหรียญเดียวเลย มันเป็นเงินที่ข้าเก็บไว้สองสามวันก่อนเพื่อซื้ออาหารให้ลูกสาวของข้า ได้โปรดอย่านำมันไปเลย!”

“น่าสมเพชอะไรเช่นนี้ ท่านเดงคินะใจดีมากที่ให้แกยังคงมีชีวิตอยู่ หากแกยังกล้าที่จะทำตัวน่ารำคาญ เราจะพาลูกสาวของแกไปขัดดอกแทน!”

“ก็อบ ไม่ต้องพูดกับมันหรอก แค่ฆ่ามันให้ตายและนำลูกสาวของมันมาก็พอ!”

คนพวกนั้นได้รังแกชายหนุ่มและพาตัวผู้หญิงออกไป มันเป็นการปล้นและดูรุนแรงมาก แต่เหมือนว่าโลกมารแห่งนี้จะเป็นเรื่องที่ปกติ ยังไงก็เถอะ เดงคิงั้นเหรอ? ดูเหมือนเขาจะเจอะกับคนรู้จักเข้าให้แล้ว

เฉินรุยครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขาแยกชุดของเขา จากนั้นเขาก็ได้หยิบผ้าผืนหนึ่งคลุมหน้าและแอบย่องไปตามที่เสียงนั้นดังมา

ซึ่งก็เป็นไปตามที่คิด เดงคิที่เป็นผู้กล่าวหาเฉินรุยนั้นกำลังข่มขู่พ่อคนแคระทมิฬและลูกสาว

ในเวลานี้ <ดวงตาวิเคราะห์> ของเขาเพิ่งเปิดใช้งาน เฉินรุยพยายามเข้าไปใกล้ๆอย่างระมัดระวังและตรวจพบว่า "การประเมินความแข็งแกร่ง" ของเดงคิคือ F ผู้สมรู้ร่วมคิดอีกสองคนนั้นอยู่ไกลเกินไป แต่จากความจริงที่ว่าพวกเขาถูกนำโดยเดงคิ ความแข็งแกร่งของพวกเขาคงจะต่ำกว่า ถึงกระนั้น F มันก็ต่ำกว่าระดับ E ของเขา

ถ้าเขาไม่มีความสามารถ เขาก็อาจจะเป็นคนงี่เง่ามาก แต่ถ้าเขามีความสามารถ ยังไงเขาก็คงจะสามารถต่อกรกับพวกนี้ได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องธรรมดาในอาณาจักรมาร แต่เฉินรุยได้วางแผนที่จะทำการทดลองอยู่ดี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดีที่จะสั่งสอนบทเรียนให้แก่เดงคิ

เดงคิกำลังจะจับลูกสาวที่น่าสงสารของคนแคระมา แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงคนตะโกนจากด้านหลังของเขา

"หยุดเดี๋ยวนี้! ภายใต้แสงสว่างในตอนกลางวัน…ไม่ดิ ภายใต้พระจันทร์สองดวงอันแสนสวยงามของอาณาจักรมาร แกกล้าที่จะรังแกผู้อื่นเช่นนั้นหรือ? ไม่ละอายใจบ้างหรือไง?”

กฎการเอาชีวิตรอดของอาณาจักรมารนั้นต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งและผู้อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อเสมอ แล้วพอมีประโยคที่ดูขัดหูขัดตาเช่นนี้ เดงคิและพรรคพวกล้วนแล้วแต่ตกใจ แม้แต่พ่อและลูกสาวที่เป็นเหยื่อเองก็ยังตกใจ

เนื่องจากความสามารถแฝงของ <กลั้นลมหายใจ> คนที่สวมเสื้อคลุมและปกปิดใบหน้าจึงดูไม่มีกำลังเลยต่อหน้าชายทั้งสามคน เซนทอร์ที่ชื่อก็อบจึงเยาะเย้ยแล้วกล่าวว่า "ไอ้โง่นี้มาจากไหน ให้ข้าสั่งสอนเจ้าด้วยกำลังไหมว่าความอ่อนแอมันน่าละอายใจมากกว่าขนาดไหน!”

หลังจากพูดจบ มันก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับกำปั้น ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะ <ดวงตาวิเคราะห์> หรือความแตกต่างของระดับ เมื่อเฉินรุยจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของก็อบ ก็ดูเหมือนมันจะช้าลงมาก มันเหมือนกับภาพสโลว์โมชั่นในหนังเลย นี้ยิ่งทำให้เขาหลบง่ายมาก

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 24: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! เริ่มได้

คัดลอกลิงก์แล้ว