เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ปรมาจารย์ซุนหงอคงและเส้นทางฮัวหยง

บทที่ 4: ปรมาจารย์ซุนหงอคงและเส้นทางฮัวหยง

บทที่ 4: ปรมาจารย์ซุนหงอคงและเส้นทางฮัวหยง


บทที่ 4: ปรมาจารย์ซุนหงอคงและเส้นทางฮัวหยง

เมื่อเห็นว่าอลิซยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับเฉินรุยอยู่ อัลดาซก็ได้อธิบายอย่างอดทนว่า“เจ้าหญิงน้อย ถ้าเราสามารถไขความลึกลับของมนุษย์ผู้นี้ได้ พลังของเหล่ามารจะก้าวกระโดดครั้งใหญ่ สำหรับเมืองพระจันทร์ดับแห่งนี้แล้ว ผลประโยชน์นั้นมีนับไม่ถ้วน อย่างน้อยที่สุดมันก็คงจะช่วยแก้ไขปัญหาพี่สาวท่านได้นะขอรับ”

ทันทีที่อัลดาซพูดถึงพี่สาวของนาง อลิซก็รู้สึกลังเลและในที่สุดก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรออกมา เมื่อมองดูอัลดาซเดินเข้ามาทีละก้าว เฉินรุยก็รู้สึกขนลุกมากๆ

“วางใจได้ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าในทันที ข้าแค่จะแยกเจ้าออกเท่านั่นเอง” อัลดาซพูดออกมาอย่างน่ากลัว “ข้าจะแลกเปลี่ยนชีวิตของเจ้ากับการทดลอง”

x่องxึงสิ! เขาขอตายดีกว่าเป็นหนูทดลอง!

เฉินรุยรีบตอบโต้และตะโกนอย่างรวดเร็วว่า“ช้าก่อน! หากว่าท่านไม่แตะต้องตัวข้า ข้าจักบอกความลับทั้งหมดให้ฟัง!”

คำพูดของเขาได้หยุดอัลดาซและดวงตาของเขาก็จับจ้องไปที่เฉินรุย “พูดมา!”

“ทุกอย่างเริ่มต้นจากสถานที่มีชื่อที่เรียกว่าภูเขาฮัวกั่ว เมื่อข้าออกไปเดินเล่น ข้าก็พลัดตกลงไปในน้ำตกโดยไม่ตั้งใจ” เฉินรุยคิดอย่างหนักพร้อมกับพยายามที่จะสร้างเรื่องแต่จากเรื่องที่เขาคุ้นเคย “ภายในน้ำตกมีถ้ำอยู่ใต้ม่านน้ำ ข้าได้รับมรดกจากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่และเขามีนามว่า ซุนหงอคง!”

สิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่ในโลกนี้มีความคล้ายคลึงกับโลกดั้งเดิม เช่น เวลา หน่วยการเรียก คำนามทั่วไป ฯลฯ

ดังนั้นแล้ว เฉินรุยจึงพูดรวบรัดสร้างเรื่องราวไปโดยไม่ได้กังวลเลย ซุนหงอคงนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านการเล่นแร่แปรธาตุ ครั้งหนึ่งเขาได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีน้ำหนักมากหนัก 13,500 กิโลกรัมที่มีนามว่า กระบองศักดิ์สิทธิ์ มันสามารถต้านทานเวทมนตร์ทั้งหมดและสามารถเปลี่ยนขนาดได้อย่างอิสระเสรี มันสามารถแทรกชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยขนาดอันใหญ่ของมัน ทั้งยังแปลงให้มันมีขนาดเล็กเท่าเข็มได้ นอกจากนี้เขายังสร้างยาอายุวัฒนะที่มีชื่อเรียกว่า“ลูกท้อสวรรค์” ซึ่งสามารถทำให้คนธรรมดามีอายุยืนยาวเป็นพันปีและเป็นอมตะได้

ตอนนี้ชีวิตและความตายของเขาอยู่ก้ำกึ่งซึ่งกันและกัน เขาจะต้องโกหกเท่าที่เขาจะทำได้ แม้ว่าเขาจะถูกทุบตีหลังจากลงนรกไปโดยอู๋เฉิงเอินและแฟนๆ ที่ติดตามเรื่องราวการเดินทางไปสู่ชมพูทวีป เขาก็คงจะได้แค่ยอมรับมัน

สิ่งประดิษฐ์ที่สามารถต่อกรกับเหล่าเทพเจ้า! น้ำอมฤตแห่งความอมตะ! ต้นแบบของการแปรธาตุและปรุงยา! ดาร์คเอลฟ์ได้แต่ตะลึงงัน

“ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นก็อยู่ในระดับเทียมพระเจ้าแล้ว!” อัลดาซรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก แต่ในไม่ช้าเขาก็เริ่มสงสัยว่า “ถ้ามหาปรมาจารย์ผู้นี้มีความสำเร็จอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้ ทำไมข้าจักไม่ได้ยินชื่อของเขาในประวัติศาสตร์เลย?”

คำโกหกของเฉินรุยเกือบจะถูกเปิดเผยแล้วและหัวใจของเขาก็เต้นแรงมาก โชคดีที่เขาดูนิยายออนไลน์มากมายและหาจุดที่จะเติมเรื่องไปได้อยู่

ก่อนสมัยโบราณ มียุคดึกดำบรรพ์โบราณที่เก่าแก่กว่าที่รู้จักกันว่ายุคของเทพเจ้า

ซุนหงอคงเป็นคนแรกๆ ในยุคนั้น ด้วยความสำเร็จอันน่าทึ่งของเขา เขาสามารถทำให้คนธรรมดาต่อกรกับพระเจ้าได้อย่างง่ายดาย สิ่งนี้ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่เทพเจ้า ดังนั้นพวกเขาจึงส่งกองทัพ 100,000 ตนไปบุกจู่โจม แต่ก็พ่ายแพ้กลับมา

หงอคงยังรุกรานอาณาจักรของพระเจ้าและเขาก็ทำให้พระเจ้าทั้งปวงหวาดกลัว การต่อสู้ในภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "แร็คนาร็อค"

ทว่าในท้ายในที่สุด หงอคงก็ได้ถูกหยุดโดยพระเจ้าที่ทรงพลังที่สุดในหมู่พระเจ้า ตถาคตและ "ประวัติศาสตร์" ของยุคโบราณก็ได้ถูกลบเลือนหายไปโดยพระเจ้าอย่างจงใจ แม้แต่หนังสือโบราณก็ไม่มีเนื้อหาพวกนี้ถูกบันทึกไว้ แต่ก็มักจะมีเรื่องราวส่วนหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในกระดาษเหลืออยู่บ้าง

"แร็คนาร็อคงั้นเหรอ?่ เหมือนกับข้าเคยอ่านเจอมันในหนังสือ....แต่ข้ากลับจำมันไม่ได้" คำพูดของอลิซทำให้เฉินรุยตกใจ มันมีเรื่องแบบนั้นอยู่ในโลกนี้จริงๆ งั้นเหรอ? เพื่อที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เฉินรุยเลยต้องรีบใส่ไฟในเนื้อเรื่องต่อ

เขาบอกว่า เขาได้รับมรดกจากวิญญาณที่เหลืออยู่ของปรมาจารย์หงอคงในถ้ำม่านน้ำและต่อมาเขาก็ได้ถูกส่งมายังอาณาจักรมารอย่างลึกลับ ตัวตนของปรมาจารย์ของเขาทรงพลังมาก เขาให้ตัวเฉินรุยทั้งประสบการณ์และความรู้ทั้งชีวิตกับเขา เหตุผลที่เขารอดพ้นจาก "พิษ" ทั้งหมดได้ ก็เป็นผลพวงมาจากพรของท่านผู้นี้

เฉินรุยได้เรียนรู้เหตุการณ์ต่างๆ มากมายในยุคดึกดำบรรพ์จากสิ่งที่เหลืออยู่ของท่านอาจารย์หงอคง แต่ด้วยจิตวิญญาณที่อ่อนแอของเขา เขาจึงไม่สามารถรับมันเข้ามาได้ทั้งหมด เขาได้แต่ต้องรอให้พลังของเขาเติบโตขึ้นไป เพื่อที่เขาจะสามารถรับความรู้มากขึ้น

ดาร์คเอลฟ์ที่ได้ฟังดูสงบมาก คำพูดของเฉินรุยที่พูดออกมาทำให้เขาได้เข้าใจว่าการศึกษาศาสตร์ปรุงยานับครึ่งชีวิตของตนไม่ได้ไร้ประโยชน์ ก็เพราะแค่มนุษย์คนนี้ได้คำอวยพรให้มีร่างกายแสนวิเศษ

อลิซจดจ้องมองไปที่เขาและขอให้เขาเล่าเรื่องในยุคอดีตกาลมากกว่านี้ เฉินรุยจึงได้นำเรื่องราวสัตว์ประหลาดจากใน ตำราขุนเขามหาสมุทร เขาได้สร้างเรื่องราวของสัตว์ประหลาด เทาอู๋ ควาญชี่ ยิ่งจ้าว

พอนางได้ฟังเรื่องราวพวกนี้ มันก็ยิ่งทำให้ดวงตาของอลิซเต็มไปด้วยความสนอกสนใจ หากเฉินรุยไม่เคยติดกับดักนี้มาครั้งก่อน เขาอาจจะไม่สามารถมองผ่านใบหน้าและเห็นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในตัวโลลิคนนี้ได้

แต่อัลดาซไม่เชื่อและก็ได้เย้ยหยันเขา “ถึงแม้จะมียุคโบราณอยู่จริง แต่ข้าไม่เชื่อว่ามหาปรมาจารย์จะสามารถต่อสู้กับเหล่าเทพเจ้าได้และข้าก็ไม่เชื่อด้วยว่าท่านคนนั้นจะเอาคนไร้ความสามารถอย่างเจ้ามาเป็นผู้สืบทอด! หากเจ้าไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ในวันนี้ เจ้าจักต้องรับกรรมต่อคำลวงหลอกที่เจ้ากล่าวขึ้นมาอย่างทุกข์ทรมาน!”

เด็กสาวตัวน้อยในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนข้างและสุมไฟทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายขึ้นไปอีก “ตระกูลลูซิเฟอร์อันทรงเกียรติจักเป็นพยาน!”

เฉินรุยได้เรียนรู้จากความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์ของอาเธอร์ว่า การเล่นแร่แปรธาตุของโลกเวทมนตร์นี้สามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ กลศาสตร์และการปรุงยา

ซึ่งมันก็เหมือนกับเป็นการรวมกันของความรู้ทั้ง การคำนวณ การหลอม การปรุงยา เวทย์มนต์และอื่นๆ เนื่องด้วยที่มันเป็นศาสตร์ระดับสูง จึงมีผู้คนเพียงไม่กี่คนที่สามารถไปถึงระดับปรมาจารย์และสามารถไปถึงจุดที่สูงที่สุดของทั้งอาณาจักรมนุษย์กับอาณาจักรมารได้

เฉินรุยจึงได้คิดอย่างรวดเร็วและก็ปิ๊งไอเดียขึ้น “แล้วถ้าข้าสามารถพิสูจน์ได้ล่ะ?”

ใบหน้าของอัลดาซบูดบึ้งมาก หากสมมติว่าสิ่งที่เฉินรุยพูดนั้นเป็นความจริง การรักษาชีวิตของลูกศิษย์ของปรมาจารย์ระดับเทียมพระเจ้าคนนั้น สำหรับเมืองพระจันทร์ดับ อาณาจักรแห่งมารและแม้แต่โลกแห่งการเล่นแร่แปรธาตุ มันก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลย

“ข้าสาบานด้วยเกียรติของเหล่าดาร์คเอลฟ์ หากที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้าจักไม่ทำร้ายเจ้า” อัลดาซกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม

“เกียรติ” ของเหล่าดาร์คเอลฟ์อย่างงั้นเหรอ?

อลิซแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ในอาณาจักรมาร ดาร์คเอลฟ์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่แสนจะ "เจ้าเล่ห์และทรยศ" ซึ่งพวกเขาก็ภูมิใจกับมันมาก อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของนักฆ่าและฆาตกรในอาณาจักรมารทั้งหมดต่างก็เป็นเผ่าพันธุ์นี้กันทั้งนั้น ดูเหมือนว่าแม้ท่านอาจารย์จะหลงใหลในการปรุงยา แต่ตัวเขาก็ยังมีความเจ้าเล่ห์ของดาร์คเอลฟ์อยู่ลึกภายใน

ทว่าเฉินรุยไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิดเดียว เขาคิดว่าอัลดาซได้สาบานจริงๆ ดังนั้นเฉินรุยจึงพยักหน้า“วิญญาณของข้าอ่อนแอมากและนั้นทำให้ข้าไม่สามารถคงสติอยู่ได้ ข้าสามารถจดจำได้แค่เศษชิ้นส่วนความทรงจำหนึ่งถึงสองอย่าง ซึ่งสำหรับท่านปรมาจารย์แล้วมันคงเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับ…”

"มันคืออะไรกัน รีกบอกมาเร็วเข้าสิ!” ก่อนที่เฉินรุยจะได้พูดอะไร เขาก็ถูกอัลดาซขัดจังหวะด้วยความคาดหวัง ผลงานของปรมาจารย์ที่ทัดเทียมเทพนั้นมิอาจที่จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยได้

“มีดินสอและกระดาษบ้างไหม?”

“สิ่งใดคือดินสอ?”

“...”

อลิซมองไปที่เฉินรุยและอัลดาซที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำสิ่งที่ตนเองสนใจ ส่วนเจ้าอิมป์ตัวน้อยผู้น่าสงสารก็ยังกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นโดยที่ไม่มีใครคิดที่จะสนใจมันเลย

หลังจากเวลาผ่านไป งานแรกของเฉินรุยในอาณาจักรมารก็เป็นอันสำเร็จ

อัลดาซมองไปที่กรอบสี่เหลี่ยมรวมถึงก้อนไม้อะไรบางอย่างที่อยู่ข้างในอย่างสับสน ไม่มีใครสักคนจินตนาการได้เลยว่ามันจะเป็นของที่ถูกสร้างโดยสุดยอดปรมาจารย์ "นี่มันเสร็จแล้วงั้นเหรอ?"

“ธรรมดาปานนี้เลย?” อลิซถามอย่างสงสัย “ก้อนไม้ธรรมดา 9 ก้อนพวกนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง?”

เฉินรุยส่ายศีรษะและพูดอย่างจริงจัง“อย่าประมาทก้อนไม้ธรรมดาพวกนี้ ไม่ใช่ทุกชิ้นงานที่จะต้องใช้วัสดุหายาก ท่านอาจารย์หงอคงเคยกล่าวไว้ว่า ปรมาจารย์ที่แท้จริงจะต้องสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ได้!”

“เปลี่ยนขยะเป็นสิ่งประดิษฐ์งั้นหรือ? ช่างเป็นปรมาจารย์ที่ทัดเทียมเทพจริงๆ!” อัลดาซดูเหมือนจะเข้าใจถึงเรื่องนี้ดีและรู้สึกตื่นเต้นมาก น้ำเสียงของเขาในตอนนี้เองก็สุภาพมาก“ได้โปรดบอกข้าเถิด เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีไว้ทำอะไร?”

“เดี๋ยวก่อน ให้ข้าได้เพิ่มบางอย่างหน่อย” เฉินรุยเขียนคำไม่กี่คำลงไปในแต่ละก้อน ได้แก่ เตียวหุย โจโฉ จูล่ง ม้าเฉียว กวนอู ฮองตงและพลทหาร

“สิ่งนี้เรียกว่า เกมโจโฉผ่านเส้นทางฮัวหยง ซึ่งเป็นเกมหมากรุก จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด 'โจโฉ' แสดงถึงจักรพรรดิในยุคดึกดำบรรพ์และคนอื่นๆ ก็แทนเป็นอัศวินศัตรูและทหารที่กำลังขัดขวางการหลบหนีของเขา ...” เฉินรุยใช้ภาษาที่อัลดาซน่าจะเข้าใจ เพื่ออธิบายเรื่องราวและกฎของเส้นทางฮัวหยง

เส้นทางฮัวหยงเป็นเกมโบราณที่รู้จักกันดีในประเทศจีน เนื่องจากมีวิธีเล่นที่หลากหลาย มันเป็นเกมที่สามารถเทียบได้กับลูกบาศก์รูบิคและหมากข้ามเสียบ มันได้ถูกรับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทางต่างประเทศว่าเป็น“1 ใน 3 เกมปริศนาทางปัญญาที่น่าทึ่งที่สุดในโลก”

อัลดาซพอได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้น พอเมื่อเขากำลังจะลองเล่นมันดู อลิซก็พุ่งเข้ามาเร็วกว่าเขา นางคว้ามันไปและเริ่มเล่นมันอย่างตื่นเต้น อัลดาซเองก็มองอย่างกระตือรือร้นอยู่ข้างๆ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไร โชคดีที่สิ่งนี้มันทำง่ายและเขาก็ได้ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก เขาก็ได้ทำเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง จากนั้นเขาจึงได้ค่อยๆ จมไปในห้วงแห่งความสนุก

เด็กสาวตัวน้อยนั้นเป็นคนใจร้อน พอเล่นไม่ผ่านหลายครั้ง มันก็ทำให้นางอารมณ์เสียพอสมควร นางจึงได้ถามเฉินรุยว่า“เจ้ากล้าหลอกเรางั้นเหรอ? ยังไงจักรพรรดิคนนี้ก็ไม่มีทางจะหนีไปไหนได้หรอก!”

แต่เฉินรุยมั่นใจในเกมนี้มากและเขาก็ได้ตอบกลับไปว่า“ท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ ข้าสามารถรับประกันได้เลยว่า ชีวิตของเราจะสามารถแก้ไขและมีวิธีแก้ปัญหาต่างๆ มากกว่าหนึ่งวิธี กุญแจสำคัญคือการดูความสามารถของแต่ละบุคคล ยิ่งก้าวน้อยลงเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

อลิซรู้ว่าเฉินรุยกลัวตาย แต่ด้วยความที่เขามั่นใจขนาดนี้ นางจึงไม่ได้สงสัยอีกเลย ในตอนนั้นเอง ก็ได้มีเสียงอันแสนทรงเสน่ห์ดังออกมาจากด้านนอก“อาจารย์ดัลดาซ ข้าเป็นข้ารับใช้ของเจ้าหญิงน้อย เจ้าหญิงอลิซอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”

อัลดาซนั้นติดหนึบอยู่กับเส้นทางฮัวหยง จนเขาไม่สนใจอะไรเลย อลิซจึงเป็นคนตอบกลับด้วยตัวนางเอง “เคีย ข้าอยู่ข้างใน เข้ามาเลย!”

ถ้าอลิซเป็นคนที่แบบ “น่ารักมาก” เคียก็จะเป็นพวกแบบ“มีเสน่ห์” ผิวเรียบเนียนและขาวนวล ใบหน้าและริมฝีปากสุดแสนจะเซ็กซี่ หน้าอกใหญ่ที่น่าประทับใจและยังต้นขาเรียวยาวอีก ทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยสิ่งเย้ายวน

แม้เสื้อผ้าของนางจะไม่ได้เผยเนื้อหนังมังสามากนัก แต่การแต่งกายของนางก็ทำให้น่าค้นหายิ่งขึ้นไปอีก ถึงนางจะยืนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย แต่ผู้ชายคนอื่นก็คงจะไม่สามารถควบคุมความต้องการของตนเองได้

อลิซนั้นบอกว่าตัวเองเป็นคนในตระกูลลูซิเฟอร์ รูปร่างหน้าตาของนางนั้นแทบไม่ต่างกับมนุษย์ ถึงกระนั้นเคียก็แตกต่างกันออกไป นางเป็นมารสาวทั่วไป มีเขาโค้งอยู่บนหัวของนาง ทั้งยังมีปีกสีดำคู่หนึ่งที่ด้านหลังของนาง รวมทั้งหางจากก้นของนางด้วย อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ลดลงเสน่ห์ของนางเลย แต่มันกลับเพิ่มเสน่ห์ให้ดูลึกลับพิเศษขึ้นไปอีก

ซัคคิวบัส! นี่มันซัคคิวบัสแน่นอน!

“เจ้าหญิงน้อย” เคียพูดพร้อมกับหยิบธนูขึ้นมา “ท่านราชธิดากำลังรอท่านอยู่ที่ห้องเรียน ได้โปรดมากับเคียผู้นี้เถิด”

เมื่อเคียก้มโค้งลง ความแตกต่างระหว่างหน้าอกของนางก็ยิ่งสะดุดตามากยิ่งขึ้น มันทำให้เฉินรุยก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น เขาสามารถรู้สึกได้เลยว่า ฮอร์โมนเพศชายของเขาจู่ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างกระทันหัน เขากลืนน้ำลายของเขาอย่างดังและไม่กล้ามองอีกครั้งเลยสักนิดเดียว

“พี่สาวเรียกหาข้าตอนนี้งั้นหรือ? คือว่าท่านพี่รู้เรื่องที่ข้าแอบติดตามอาเธน่าไปยังป่าฝนสีดำหรือเปล่า?” เด็กสาวตัวน้อยรู้ว่าตัวเองมีความผิด แต่เมื่อนางเห็นหน้าของเฉินรุย นางก็เริ่มหัวเราะคิกคักและกล่าวต่ออีกว่า “เคีย เสน่ห์ของเจ้าทรงพลังมากขึ้นแล้วนะ แม้แต่มนุษย์คนนี้ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองจากการจ้องมองเจ้าได้เลย”

พอได้ยินแบบนั้น เคียก็มองเฉินรุยด้วยความรังเกียจ“ร่างกายของเคียผู้นี้นั้นถือว่าพิเศษในหมู่ซัคคิวบัส ความแข็งแกร่งของชายผู้นี้ช่างอ่อนแอและน่าสงสาร การจูบอย่างเดียวคงจะทำให้หัวใจของเขาสลายไปเลยด้วยซ้ำ”

ซัคคิวบัสงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าปีศาจประเภทนี้มักจะเป็นปีศาทสาวที่มักจะดูดกลืนไอ้นั้นของผู้ชายด้วยสิ.... จากนั้นเฉินรุยก็เริ่มคิดถึงภาพปีศาจสาวในความทรงจำของอาเธอร์ ความปรารถนาของเขาพลันเลือนหายไป เหลือเพียงแค่ความสั่นกลัว

ความงดงามนั้นมีค่า แต่ชีวิตนั้นมีค่าสูงยิ่งกว่า

อลิซยิ้มและออกจากห้องทดลองพร้อมกับเคียและตะกร้าของนาง ก่อนจะออกไปนางก็ไม่ลืมที่จะนำเส้นทางของฮัวหยงไปด้วย

[1] อู๋ เฉิงเอิน ผู้ประพันธ์เรื่องราวไซอิ๋ว

ติดตามผู้แปลได้ที่ แฟนเพจ:แปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 4: ปรมาจารย์ซุนหงอคงและเส้นทางฮัวหยง

คัดลอกลิงก์แล้ว