เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่203

ระบบใช้จ่ายตอนที่203

ระบบใช้จ่ายตอนที่203


บทที่ 203: การประชุมตระกูล (ตอนที่5)

หวังต้าหมิงเมื่อได้ยินเรื่องนี้ เขาก็หัวเราะ "ใช่ไหมล่ะ? ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าเขาเป็นหลานชายของนาย ฉันรู้สึกว่านายน้อยต้าหลี่ดูเป็นคนดี เขาไม่มีมาดเหมือนลูกชายตระกูลที่มีอิทธิพลคนอื่น ๆ  เขาเป็นมิตรและไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร หลังจากที่ได้พูดคุยกับเขาแล้ว ฉันก็คิดว่ามันก็ดีนะที่ได้ติดตามเขา การทำงานในร้านทำผมไม่ค่อยน่าสนใจ ความจริงก็คือฉันได้รับเงินจากเขาด้วย”

หงตูส่ายหัว “เด็กคนนี้โชคดีจริง ๆ ทำอะไรก็โชคดีไปหมด เขาเป็นคนมีดวงและคงสนุกสนานกับชีวิตของตนพอควร”

หงเหว่ยและหงหยิงต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน

หวังต้าหมิงถอนหายใจ “ทุกคนบอกว่าเขาเป็นเด็กเกเรเอาแต่ใจ แต่ตอนที่ฉันเห็นเขา เขาเป็นคนฉลาด เขามีไหวพริบและไม่อยู่กับสิ่งเล็ก ๆ อีกทั้งเขายังมีทัศนคติที่ดี มีเมตตา ตามที่กล่าวไป เราต้องยอมให้คนอื่นใช้ประโยชน์จากพวกเขาในบางครั้งเพื่อให้ตัวเองมีความสุขกับชีวิต เราต้องเต็มใจที่จะสละบางสิ่งเพื่อจะได้ประโยชน์จากผู้อื่น ฉันเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายนี้เมื่ออายุมากขึ้นและเด็กคนนั้นก็รู้แล้ว”

หงตูตีต้นขาของเขาและหัวเราะหลังจากได้ยินสิ่งที่หวังต้าหมิงพูด "ฮ่าฮ่าฮ่า นี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ เด็กคนนี้ค่อนข้างฉลาด ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ให้ความสำคัญกับเขามากขนาดนี้”

หวังต้าหมิงยิ้ม “ทำไมนายคิดว่าทุกคนรอบตัวเขาถึงดีกับเขาล่ะ?” ทันใดนั้นเขาก็ได้ถามว่า "เมื่อพูดไปอย่างนี้ ฉันรู้สึกว่านายไม่ค่อยเป็นมิตรกับคู่พ่อลูกตรงนั้นเลยนะ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?"

หงตูถอนหายใจและพูดว่า “นายหมายถึงเจียนหยี่และลูกชายของเขาใช่ไหม? ทั้งเจียนหยี่และเหว่ยกูเป็นลูกชายของฉัน ฉันเลี้ยงดูพวกเขาทั้งสองมาเป็นอย่างดี น่าเสียดาย แม้ว่ามังกรจะมีลูกชายเก้าคน แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป เหว่ยกูเป็นคนใจกว้างและมีเมตตา เจียนหยี่กลับตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนขี้น้อยใจและเอาแต่ใจ ในอดีตเหว่ยกูเก่งทางธุรกิจมากกว่า ดังนั้นฉันจึงให้เงินทุนแก่เขามากขึ้นเพื่อให้เขาได้เล่นและได้ศึกษา แต่เจียนหยี่กลับไม่พอใจ เขาโกรธในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้”

“ลูกชายของเขา อันเปามีนิสัยเหมือนกับพ่อของเขา พวกเขาทั้งสองไม่เคยยอมคน พวกเขาเอาแต่ใจและยังขี้เหนียว เฮ้อ ไม่มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้ มันยากที่จะเข้าใจพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นแบบนั้นเสมอมา”

นี่เป็นเรื่องครอบครัวของพวกเขาและไม่ใช่สิ่งที่หวังต้าหมิงควรจะเข้าไปยุ่ง ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเรื่อง "ใช่ นายพูดถูกเลย มันก็จริง การที่เป็นเสือดาวจะให้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นมันคงยาก ไม่แปลกใจที่นายเอ็นดูต้าหลี่ เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข ฉันเองก็มีปัญหาเหมือนกัน เห็นไหมว่าฉันมีลูกศิษย์ เขาต้องการที่จะท้าทายฉันเพื่อดูว่าใครจะแข็งแกร่งกว่า แต่พวกเราทั้งสองคนก็ไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดเขาพูดว่าเราควรลองสร้างสถานการณ์เพื่อดูว่าคนไหนดีกว่า ฉันกังวลว่าศิษย์ของฉันจะสร้างปัญหาให้กับต้าหลี่น่ะสิ”

หงตูพยายามนึกและก็อุทานขึ้นมาว่า “ลูกศิษย์ของนาย? กองทัพวานรเหรอ?”

หวังต้าหมิงพูดว่า “ใช่แล้ว นั่นคือเขา ชื่อของเขา คือ หมีเหล็ก เขาได้ฝึกฝนและผลักดันร่างกายให้เชี่ยวชาญในทักษะ เขามีกล้ามเนื้อที่เป็นดั่งเสื้อกั๊กเหล็ก ด้วยความสัตย์จริง เขาไม่สามารถเอาชนะฉันได้ แต่ถ้าฉันใช้มือเปล่า มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะตอบโต้เขาได้เช่นกัน เมื่อมีทักษะป้องกันถึงระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาสามารถหาจุดอ่อนอื่น ๆ ของผู้ใช้ได้ ฉันกังวลว่าเขาอาจจะทำร้ายต้าหลี่”

หงตูส่ายหัวและพูดว่า “หวังว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นนะ ร่างกายของต้าหลี่ไม่ค่อยแข็งแรง เขาไม่ควรเจออะไรแบบนี้”

“ฉันรู้ นี่คือสาเหตุที่ฉันจงใจรับศิษย์อีกคนมา เขาชื่อ มู่ซีเซียว หวังว่าเขาจะได้ช่วยเหลืออะไรได้บ้าง” หวังต้าหมิงหัวเราะ “เราจะทำในสิ่งที่ทำได้และจะทำให้ดีที่สุด นี้คือทั้งหมดที่เราทำได้ในตอนนี้”

หงหยิงซึ่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขาก็ให้คำแนะนำ "เอ่อคือว่า… ท่านทั้งสองคนหยุดพูดเรื่องที่น่าหดหู่แบบนี้ได้แล้วนะครับ ดื่มน้ำชากันเถอะ ตอนนี้เราควรพักผ่อนกันดีกว่า"

ในห้องพักที่กว้างขวางแห่งหนึ่งของที่ดินตระกูลหง หงอันเปากำลังโกรธ เขาเหวี่ยงหมอนไปมาด้วยความโกรธ เขาพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “โมโหจริงโว้ย! แม่งเอ้ย! ทำไมทุกคนถึงเข้าข้างไอ้ต้าหลี่ขนาดนั้น? ทำไม? ฉันด้อยกว่ามันตรงไหน?”

หงเจียนหยี่ขมวดคิ้ว “อันเปา ต้าหลี่ก็อยู่ในการชิงตำแหน่งทายาทรุ่นใหม่ในตระกูลนะ ลูกมั่นใจแค่ไหนที่จะชนะต้าหลี่? เมื่อไม่นานมานี้ต้าหลี่กำลังคลุกคลีอยู่กับงานบางอย่าง ดูเหมือนว่ามันจะทำได้ดีด้วย”

หงอันเปาบ่น “ไอ้ต้าหลี่เป็นคู่แข่งที่น่ารำคาญที่สุดของผมในตอนนี้เลย ผมคิดว่าตอนที่ผมหกล้มมันจะถูกตัดสิทธิ์ในวันนี้ ใครจะไปรู้ว่ามันจะมาเข้าร่วมประชุมด้วย คิดจะสละสิทธิ์อยู่ดี ๆ ก็กลับเปลี่ยนใจแบบนี้? และปู่ก็ดันเข้าข้างมันด้วย ปู่เมินเฉยกับการแสดงตลกของมัน ถ้าไม่อย่างนั้นมันคงถูกไล่ออกไปแล้ว แต่ลูกน้องของมันดันพังประตูเข้ามาซะก่อน”

หงเจียนหยี่พูดช้า ๆ ว่า “เอาล่ะ หยุดพูดได้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นไปแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดถึงมันอีก พรุ่งนี้เป็นวันเลือกทายาทรุ่นใหม่ของตระกูล ทำให้ดีที่สุดก็พอ พ่อแอบดูบัญชีไว้แล้ว รางวัลที่ 1 จะได้รับเงินลงทุน 100 ล้าน รางวัลที่ 2 จะได้รับเงินลงทุน 80 ล้าน ถึงลูกจะไม่มีโอกาสชนะมากนัก แต่รางวัลที่ 3 จะได้รับเงิน 50 ล้าน นั่นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับลูกนะ รางวัลสุดท้ายจะได้รับเงินประมาน 20 ล้าน มันต่างเกินไป ดังนั้นเราต้องพยายามให้มากกว่านี้!”

“ผมรู้ ผมได้เตรียมข้อเสนอสำหรับเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงของเราไว้แล้ว สิ่งที่ผมต้องทำ คือ นำเสนอให้ถูกต้องเมื่อถึงเวลาและทุกอย่างมันจะดีเอง”

“ใช่แล้ว ต้าหลี่ยังไม่มีข้อเสนอทางธุรกิจ ลูกมีโอกาสแล้วล่ะ”

"ผมรู้"

"ก็ดี ตอนนี้พักผ่อนเถอะ"

ณ ห้องคับแคบแห่งนี้

อาจเรียกได้ว่าเป็นห้องคับแคบ แต่หงตูไม่ได้ทำร้ายหวังหมิงหยูหรือคนอื่น ๆ พวกเขาอยู่ที่เกสต์เฮาส์สองชั้นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในเกสต์เฮ้าส์มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่มีใครออกไปได้ แต่มันก็เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างสะดวกสบาย

หงตูบอกว่ามันเป็นรางวัลสำหรับการปกป้องเจ้านายอย่างต้าหลี่ของพวกเขาอย่างซื่อสัตย์ แต่เป็นการลงโทษที่พวกเขาทำลายข้าวของ การกักขังคือการลงโทษและสภาพแวดล้อมที่งดงามเป็นรางวัล

ถังมู่ซินนั่งอยู่บนเตียงพูดอย่างโกรธ ๆ ว่า “ต้าหลี่ พวกเขาจะคัดเลือกทายาทรุ่นใหม่ในวันพรุ่งนี้แล้วนะ ทำไมนายถึงไม่กังวลอะไรเลย?” เด็กสาวที่มีความสามารถและเป็นธรรมคนนี้รู้สึกกังวลแทนหงต้าหลี่

แน่นอนว่าเธอแค่พูดเรื่องที่ผ่านมาเมื่อกี้ ไม่น่าเป็นไปได้ที่หงต้าหลี่จะเปลี่ยนทัศนคติของเขาเพราะคำพูดของเธอ เว้นแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากทิศตะวันตก

ตามที่คาดไว้หงต้าหลี่ก็นอนหนุนตักลี่เนียนเหว่ยเหมือนเดิม เขาไม่แสดงอาการเครียดอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่การประชุมตระกูลกำลังจะมาถึง เขานอนแทะเมล็ดทานตะวันอย่างสบาย ๆ แล้วพูดพร้อมกับหัวเราะว่า “ฉันไม่ได้วางแผนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันอยู่แล้ว ทำไมฉันต้องกังวลด้วยล่ะ?”

ถังมู่ซินก็ได้พูดขัดหงต้าหลี่ “แต่… แต่…” อย่างไรก็ตามลี่เนียนเหว่ยเข้าใจ เธอยิ้มและพูดว่า “ท่านนายน้อยไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัว เขาไม่สนใจชื่อเสียงหรือโชคลาภ ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องกังวลค่ะ ซินซิน ท่านหญิงไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่มีอะไรให้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ”

ถังมู่ซินคิดและตระหนักว่าไม่มีอะไรที่เธอสามารถทำได้ เธอจึงนั่งลง "ก็จริง"

คราวนี้หงต้าหลี่ก็ได้พูดว่า “จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้กังวลอะไรเลย ในทางกลับกัน เนียนเหว่ยและคนอื่น ๆ จะออกจากที่นี่ได้หลังจากต้องอยู่ที่นี้สามเดือน! แล้วฉันจะทำอะไรในช่วงสามเดือนนี้ละ?”

เมื่อเธอได้ยินคำบ่นของหงต้าหลี่ ดวงตาของถังมู่ซินก็สว่างขึ้น "ฉันคิดออกแล้ว! ต้าหลี่ นายพูดว่าถ้านายสามารถชนะและครอบครองตำแหน่งได้ นายจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรบ้างเลยเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหงต้าหลี่ก็ลุกขึ้นนั่งทันที เขาพูดอย่างมีความสุข “เอ๊ะ? ฉันคิดว่า เธออาจจะคิดถูกจริง ๆ บอกฉันมาสิ ฉันควรทำยังไง?”

ถังมู่ซินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในใจของเธอก็ว่างเปล่า “นายควร…ช่างเหอะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน แค่ปล่อยมันไปตามนั้น”

“เอิ่ม…” ขณะที่หงต้าหลี่กำลังฟังและทุกคนกำลังคิดไอเดียดี ๆ อยู่ จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของหงต้าหลี่ก็ดังขึ้น หงต้าหลี่หยิบมันขึ้นมาดูที่หน้าจอและใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้ม เขารับโทรศัพท์ "สวัสดีครับพ่อ พ่ออยู่ไหน? ผมมาถึงที่นี่แล้ว”

ในอีกด้านหนึ่งของสาย หงเหว่ยกูหัวเราะเบา ๆ “ต้าหลี่ทุกอย่างโอเคไหม? ก่อนหน้านี้พ่อไม่ได้บอกลูกเกี่ยวกับการประชุมตระกูล เพราะพ่อไม่ต้องการให้ลูกกังวล สิ่งที่ลูกต้องทำก็แค่เดินไปห้องประชุม ไม่ต้องกังวลนะ มีใครรังแกลูกหรือเปล่า?”

หงต้าหลี่ตอบอย่างชัดเจน "ไม่! พวกเขาโชคดีมากกว่าที่ผมไม่รังแกพวกเขา พ่อจะมาที่นี่เมื่อไหร่เหรอ?”

หงเหว่ยกูพูดจากปลายสายว่า “พ่อน่าจะไปถึงตอนเย็นวันพรุ่งนี้ มีประชุมสำคัญสองสามอย่างที่พ่อต้องเข้าร่วมประชุมที่บริษัท การประชุมสำหรับตระกูลใหญ่รุ่นพ่อคือวันมะรืนนี้ พ่อเลยไม่ไปวันนี้ ลูกดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้โทรหาพ่อทันทีนะ เข้าใจไหม?”

หงต้าหลี่เกาจมูก "ผมเข้าใจแล้วครับ" เขาวางแผนที่จะถามเกี่ยวกับเกณฑ์การเลือกทายาทรุ่นใหม่ แต่หลังจากคิดบางอย่างได้ หงต้าหลี่เลยตัดสินใจว่าไม่มีอะไรที่จะต้องถาม เขาไม่มีเวลาเตรียมตัวแล้ว แม้ว่าเขาจะรู้ก็ตาม อะไรที่เขาไม่รู้ ก็จะไม่ทำให้เขาเดือดร้อน “ที่นี่ดีมาก ไม่ต้องกังวลนะ พ่อ”

หงเหว่ยกูเตือนเขาอีกครั้ง "โอเค พักผ่อนเถอะ จำไว้ว่าอย่าเถียงผู้ใหญ่ ไปหาเรื่องพวกนั้นก็เหมือนเสียเวลาเปล่า”

"โอเค ผมเข้าใจแล้ว!"

ฉันจะไม่เถียงกับใคร ฉันจะทำตัวเป็นปกติแล้วให้ทุกคนต่อสู้กันเอง

หลังจากวางสาย หงต้าหลี่ก็ยักไหล่ “โอเค สำหรับตอนนี้ ทุกคนอยากทำอะไรก็ทำเลย ฉันจะไปนอนพัก”

ดังนั้นทุกคนจึงกลับไปที่ห้องเพื่อพักผ่อน

มันช่างเป็นคืนที่เงียบสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้น ญาติ ๆ ครอบครัวอื่น ๆ ทุกคนตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมโดยหวังว่าจะได้เปรียบคนอื่น ๆ และได้รับเงินทุนสำหรับการลงทุนธุรกิจของตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หงต้าหลี่ยังนอนหลับต่อ

หงต้าหลี่ลืมตาขึ้นอย่างหงุดหงิดและสำรวจรอบ ๆ ตัว “กี่โมงแล้ว…โอ้ นี่ไม่ใช่บ้านฉันนิ”

เขาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาเคลือบทองที่แขวนอยู่บนผนังแล้วพลิกกลับไปบนเตียง “แค่เก้าโมงสามสิบนาทีเองเหรอ ฉันของีบต่ออีกหน่อยละกัน อ่า พอไม่ใช่บ้านตัวเองแล้วหลับดีแบบนี้ ขอนอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน…”

ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะกลับไปนอนต่อก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้องของเขา เสียงของถังมู่ซินร้องเรียก “ต้าหลี่ตื่นเร็ว ไปทานอาหารเช้ากัน หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประชุมตระกูลตอนบ่ายสองวันนี้!”

ประชุมตระกูล? หงต้าหลี่สับสนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็จำได้

เขามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการประชุมตระกูลหรืออะไรสักอย่าง เฮ้อ เขาไม่อยากเข้าร่วมประชุมเลยจริง ๆ การประชุมที่แสนน่าเบื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอาเสี่ยอย่างเขาเลย พวกเขาทุกคนเข้าร่วมประชุมโดยไม่มีหงต้าหลี่ก็ได้ นอกจากนี้ต้าหลี่รู้ตัวดีว่าเขาสร้างความสับสนเมื่อวานนี้และทำให้หลายคนไม่พอใจในที่ประชุม

หงต้าหลี่จึงตอบอย่างเรียบเฉยว่า “ฉันไม่ไป…”

ถังมู่ซินพูดว่า "นายคิดอะไรอยู่? รีบ ๆ ตื่นเร็ว หลังจากกินข้าวเสร็จ ไปเดินเล่นข้างนอกกันเถอะ”

หงต้าหลี่ลุกขึ้นอย่างเฉื่อยชาและเปลี่ยนเสื้อผ้า “โอเค ฉันกำลังไป หยุดเร่งฉันสักที…”

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่203

คัดลอกลิงก์แล้ว