เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่140

ระบบใช้จ่ายตอนที่140

ระบบใช้จ่ายตอนที่140


บทที่ 140: ปาฏิหาริย์

และทันใดนั้น สิ่งชางเวินชีที่เดาไว้มันก็ถูกต้อง นักข่าวหญิงค่อย ๆ ถอดผ้าพันคอและแว่นตาของเธอออก จากนั้นใบหน้าที่สวยงามก็ปรากฏบนหน้าจอขนาดใหญ่ ด้วยการถ่ายภาพระยะใกล้มันทำให้ทุกคนทั้งในและนอกสนามแทบคลั่ง!

ตอนนี้สนามเวทีทิศตะวันตกสี่แยกวงเวียนทั้งหมดเงียบลงอย่างน่าประหลาดไปชั่วขณะ หลังจากผ่านไปห้าวินาทีเสียงเชียร์ที่คล้ายกับแผ่นดินไหวก็เริ่มดังขึ้นและดังเป็นคลื่น ผู้คนนับไม่ถ้วนตะโกนเรียกชื่อลี่เนียนเหว่ย บางคนถึงกับร้องไห้และสะอื้น ผู้ชมในสนามรู้สึกตื่นเต้นและตกใจเพราะพวกเขารู้สึกว่ามันคุ้มค่าเกินกว่าที่พวกเขาได้มาที่นี้เสียอีก ผู้คนที่อยู่นอกสนามกำลังทุบหน้าอกของตัวเอง ทำไมพวกเขาถึงซื้อตั๋วไม่ทัน! หากพวกเขาซื้อตั๋วก่อนเวลา พวกเขาคงมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเทพธิดาของพวกเขาแล้ว!

"เหว่ยเหว่ย ฉันรักคุณ!"

"เทพธิดา เธอคือเทพธิดาของฉัน!"

ทั่วทั้งสนามเต็มไปด้วยเสียงเชียร์อย่างล้นหลาม เพียงแค่ภาพของลี่เนียนเหว่ยเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนตื่นตาในค่ำคืนนี้!

“หงต้าหลี่ได้ทุ่มสุดตัว!” ชางเวินชีพูดอย่างไร้พลังเพราะหมดแรงไปกับการเชียร์ “เขากล้าที่จะให้ลี่เนียนเหว่ยทำหน้าที่เป็นนักข่าวชั่วคราวเพื่อสัมภาษณ์ดารา มันสุดยอดจริง ๆ เขาทุ่มสุดตัวจริง ๆ”

“การถลุงเงินในครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด” ดิงเชียงเฉินยอมรับ "เพียงแค่ส่วนนี้ก็ทำให้เรตติ้งรายการพุ่งกระฉูด นอกจากนี้มันคงจะทำให้ตั๋วสำหรับสองสามตอนถัดไปเป็นที่ต้องการอย่างมาก!"

“ต้องยอมรับว่าเขาเก่งจริงๆ” ชางเวินชียิ้มอย่างขมขื่น “ไอเดียของเขาไม่เลวเลย นักร้องในประเทศที่มีชื่อเสียงที่นั่งอยู่ตอนนี้คงพร้อมจะโทรหาและขอมาร่วมรายการตลอดเวลาแน่นอน”

"ก็คงงั้นแหละนะ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าพวกเขาโทรมาตอนนี้" ดิงเชียงเฉิงพูดตะคอก "นักร้องหนึ่งคนจะถูกคัดออกทุก ๆ สองตอน แล้วจะนำนักร้องพวกนั้นเข้ามาในรายการได้ง่าย ๆ ได้ยังไงกัน? แต่ฉันคิดว่า ถ้าท่านนายน้อยมอบเงินให้พวกเขาหลายแสน พวกเขาก็คงเต็มใจมาแน่นอน!"

"ฉันคิดเหมือนกัน" มู่ซีเซียวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม “การกระทำของท่านนายน้อยต้าหลี่เปรียบดั่งพระเจ้า แน่นอนว่าคงไม่มีใครเทียบเขาได้ ตอนแรกที่ฉันเห็นเขาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคอนเสิร์ตครั้งแรก ฉันคิดว่าเขาแค่เล่นสนุก ๆ แต่ตอนนี้ฉันคงต้องตบหน้าตัวเองเรียกสติซะแล้ว”

“ไม่ต่างกันเลย” ชางเวินชีส่ายหัว “ตอนนี้ไปดูการแสดงกันก่อนดีกว่า”

จากนั้นภายใต้เสียงเชียร์ของผู้ชม การจับฉลากในตอนแรกของรายการ "ฉันเป็นนักร้อง" ก็เริ่มขึ้น

"ตอนนี้มีผู้เข้าร่วม คือ .. ชูจงฉิน หลิวหยูฉิง เซี่ยหยูเหยา เฟยซาง หยางจุน เสี่ยวเหมา เจียงหยู หลี่เหว่ย" เมื่อมองไปที่ผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ ชางเวินชีแตะที่คางของเขาและพูดว่า "ถ้าจะให้พูดแล้ว นักร้องพวกนี้ที่จริงยังไม่ถือได้ว่าเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ แต่ถ้ามองดี ๆ ก็เหมือนกับว่ารายการนี้กำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้อยู่ ผู้ที่คิดรายการเช่นนี้ได้จะต้องเป็นคนที่ฉลาดมากแน่ ๆ"

ดิงเชียงเฉินพยักหน้า "เอ่อ..นักร้องเหล่านี้ก็ดีนะ แต่พวกเขาแค่ไม่ได้โอกาสที่จะเฉิดฉายแค่นั้น เหตุผลมันก็มีตั้งหลายประการ หลิวหยูฉิงมีพรสวรรค์ แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถของเขา เซี่ยหยูเหยามีทักษะการร้องเพลงที่ดี แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ค่อยสวย เฟยซางและหยางจุนมีค่าตัวไม่มากนักเลยได้มาอยู่ที่นี่ หลังจากได้รับคำเชิญจากชูจงฉิน ส่วนเสี่ยวเหมาเป็นหนึ่งในนักร้องโทนเสียงต่ำที่ดีที่สุด แต่เนื่องจากรูปร่างหน้าตาและอายุของเขาความนิยมของเขาจึงไม่สูงมากนัก เจียงหยู มีความสามารถที่ดีและหน้าตาดีและยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์ แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้เฉิดฉาย หลี่เหว่ย มีความสามารถในการร้องเพลงที่ดีและมีอัลบั้มขายดี แต่ก็มีเพียงไม่กี่อัลบั้ม น่าเสียดายที่ไม่มีเพลงดี ๆ ในอัลบั้มหลัง ๆ ของเขาเลย ทำให้ความนิยมของเขาลดลงเรื่อย ๆ และสุดท้าย ชูจงฉิน ถือได้ว่าเป็นพี่ใหญ่ของวงการดนตรี เขามีความสามารถที่ชาญฉลาด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเก่งแค่ไหน"

"ใช่ อย่างที่นายพูดเป๊ะเลย วันนี้เราคงจะได้รับชมการแข่งขันที่สนุกอย่างแน่นอน" ชางเวินชีกระซิบและยิ้ม “แต่พอมีชูจงฉินเข้ามาร่วมรายการแล้ว เขาก็ได้ที่หนึ่งแน่นอน ฉันว่าอีกเจ็ดคนที่เหลือจะแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่งที่เหลืออีกหกตำแหน่ง มันไม่ง่ายเลย!”

ดิงเชียงเฉินพยักหน้า “ใช่ แต่ยังดีที่ทุกคนที่แข่งยังมีโอกาสเหลืออยู่ โอเค กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว มาดูกันว่าใครจะได้เป็นที่สองในตอนนี้!”

ในความคิดของชางเวินชีและดิงเชียงเฉิน การแสดงที่คล้ายกัน โดยทั่วไปแล้วนักร้องจะร้องเพลงเหมือนกัน หลังจากเริ่มการแสดงทีละคน พวกเขาต้องแสดงเดี่ยวและดึงดูดผู้ชมเพื่อให้ผู้ชมทำการโหวต

แต่หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ต้องตกใจ

คนแรกที่ร้องเพลง คือ เจียงหยู นักร้องหญิงวัย 22 ปี

เธอเป็นคนที่มีความสามารถ แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้เฉิดฉาย ชางเวินชีและดิงเชียงเฉินจึงเตรียมพร้อมที่จะหลับตาฟังเธอร้องเพลงและสนุกไปกับเธอ

อย่างไรก็ตามในขณะที่พวกเขาพร้อมที่จะหลับตาฟัง จู่ ๆ แสงไฟบนเวทีก็หรี่ลง ภาพทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจนทำให้ทุกคนสับสน ผู้ชมคิดเพียงว่าการแสดงของนักร้องบนเวทีจะต้องสว่างและมีสีสัน เพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นใบหน้าของนักร้อง แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าจู่ๆบนเวทีก็มืดดับลงไป ราวกับไฟดับ

ดิงเชียงเฉินส่ายหัว “ท่านนายน้อยไม่ใช่คนที่จะทำอะไรผิดพลาดแบบนี้แน่ ฉันค่อนข้างมั่นใจในเรื่องนี้ แต่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

ชางเวินชีสงสัยและพูดอย่างสับสน "แสงสลัว ๆ แบบนี้เป็นไปได้ยังไง แล้วทีนี้จะเห็นใบหน้านักร้องยังไงละทีนี้"

ในขณะที่เขาพูด ทันใดนั้นทั้งสนามก็เงียบ

ความเงียบที่น่าขนลุก

มีผู้ชมในสนามมากกว่า 50,000 คนและขณะนี้ทุกคนเงียบสนิท

ราวกับว่าเมืองที่พลุกพล่านได้กลายเป็นเมืองร้าง

แต่ จู่ ๆ ก็มีแสงดาวส่องสว่างมาที่เจียงหยู!

มันคือแสงดาวจริงๆ! ดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากด้านข้างของเธอและลอยขึ้นศีรษะของเธอก่อนที่จะปรากฏทั่วเวทีทั้งหมดที่เจียงหยูกำลังแสดงอยู่!

ดวงดาวมีหลากหลายสีตั้งแต่สีเหลืองสีน้ำเงินไปจนถึงสีม่วง แสงดาวกระพริบเป็นครั้งคราว ดูสวยงามมาก!

"นี่มัน!!" ดิงเชียงเฉินตกใจมาก! ไม่ใช่แค่เขาที่ตกใจ แต่ทุกคนในสนามก็ตกใจด้วย! ชางเวินชีอุทาน "นี่มันอะไรกัน?! ภาพนี้มันสวยมาก"

"การฉายภาพโฮโลแกรมไงล่ะ!" มู่ซีเซียวตะโกนมาจากด้านข้าง "เป็นการฉายภาพโฮโลแกรมในหนังไซไฟ พระเจ้า! ท่านนายน้อยต้าหลี่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีตั้งแต่ตอนไหนกัน?!"

แน่นอนว่าด้วยคำอุทานของมู่ซี่เซียว จู่ ๆ ก็มีอุกกาบาตเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวของเจียงหยูอย่างช้าๆ!

อุกกาบาตเหล่านั้นมีขนาดเล็ก แต่ก็ดูสมจริงมาก ผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ แม้ไม่สามารถสัมผัสได้ แต่พอพวกเขายื่นมือออกไปสัมผัสพวกมัน ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าลูกอุกกาบาตเป็นของจริงหรือของปลอม!

ช็อกกันแทบทุกคน!

ในตอนนี้ในใจของทุกคนต่าง "ช็อก"

และเมื่อทุกคนร้องอุทานด้วยความตกใจ เพลงของเจียงหยู "น้ำตาแสงดาว" ก็ได้เริ่มดังขึ้น!

ในห้องพรีเมียม VIP

เมื่อมองไปที่ฉากนั้น หลิงยี่ก็ต้องตะลึงและอ้าปากค้าง ทันใดนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปกอดแขนหงต้าหลี่ “พี่ใหญ่ต้าหลี่! นี้เป็นการฉายภาพโฮโลแกรมในหนังไซไฟสินะ?! เครื่องฉายภาพสามารถฉายคนจริงได้ด้วยไหม?”

หงต้าหลี่หัวเราะและกินเยลลี่ที่หลิงเสี่ยวหยี่แกะให้ เขาพยักหน้า “อืม ทำได้สิ คล้ายๆกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้สามารถฉายภาพได้แค่สีขาวดำเท่านั้น”

“พี่ใหญ่ต้าหลี่ ฉันขอคารวะพี่และต่อจากนี้ไปฉันจะติดตามพี่!” หลิงยี่น้ำตาไหลออกมาด้วยความตื่นเต้น “ฉันใฝ่ฝันถึงเทคโนโลยีแบบนี้มานานแล้ว ในที่สุดก็ได้เห็นมันในวันนี้! พี่ใหญ่ต้าหลี่ หลังจากคอนเสิร์ตจบ พี่ต้องพาพวกเราไปดูนะ!”

ถังมู่ซินยิ้มและพูดว่า “ดูนายตอนนี้สิ อย่างกับคนบ้าแน่ะ ถ้าการแสดงจบลงเดี๋ยวพวกเราจะพานายไปที่นั่นเองแหละ” บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกดีมากที่ได้ทำให้คนอื่นสนุกสนาน

ดูซินเฉินจ้องมองไปที่เวทีด้านล่างและพูดไม่ออก ไม่นานนัก จู่ ๆ เขาก็พูดว่า "ฉันบอกได้เลยว่าพี่ใหญ่ต้าหลี่ได้ลงทุนอย่างหนักสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้" จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปกอดแขนหงต้าหลี่ “แต่ฉันไม่คิดว่าพี่ใหญ่ต้าหลี่จะคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้! พี่ใหญ่ต้าหลี่ ได้โปรดพาน้องชายคนนี้ไปสนุกด้วยเถอะ!”

“ฉัน.. ฉันประทับใจมากจริงๆ” ลังเฮามองไปที่เวทีด้านล่างในขณะที่บิดต้นขาของเขา “ท่านนายน้อยถึงขนาดคิดค้นเทคโนโลยีแบบนี้ขึ้นมาได้ ดูเสียงเชียร์ของผู้ชมเหล่านั้นสิและสีหน้าที่ตื่นเต้นของพวกเขาสิ บอกได้เลยว่าในตอนต่อไป ตั๋ว 50,000 ใบ คงไม่เพียงพอแน่นอน!” ลังเฮายังกอดแขนหงต้าหลี่อยู่ “พี่ใหญ่ต้าหลี่ได้โปรดสอนวิธีถลุงเงินเถอะ! วันนี้ฉันเปิดโลกทัศน์แล้วจริงๆ! ฉันจะจงรักภักดีและเป็นผู้ติดตามของพี่ต่อจากนี้ไป! ฉันอยากเป็นเหมือนพี่!”

"การถลุงเงินเป็นศิลปะที่ต้องใช้ความสามารถ!" หงต้าหลี่กระตุกจมูกและพูดอีกครั้ง "การถลุงเงินเป็นทักษะอย่างหนึ่ง นายไม่เข้าใจหรอก"

ถังมู่ซินที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ได้ยิ้มและพูดว่า "นั่นเป็นเรื่องจริง การที่จะถลุงเงินและประสบความสำเร็จแบบนี้ได้ ในโลกใบนี้มีเพียงต้าหลี่เท่านั้นที่สามารถทำได้!"

ในขณะที่หงต้าหลี่กำลังคุยกับเพื่อนของเขา ผู้ชมด้านล่างต่างก็หลงใหลในฉากนี้

โชว์ของเจียงหยู พูดได้เลยว่ามันดูสมบูรณ์แบบ ทั้งเพลงและการแสดงสดของเธอนั้นยอดเยี่ยมมากและสเปเชียลเอฟเฟกต์บนเวทีถือได้ว่าเป็นระดับโลก มันคือเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรมที่เรากำลังพูดถึง ในตอนแรกเจียงหยูสวยมาก เมื่อรวมกับเอฟเฟกต์จากดวงดาวโฮโลแกรมแล้วเธอก็ดูเหมือนเทพธิดา เมื่อเพลงถึงท่อนฮุก อุกกาบาตจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงมาจากท้องฟ้าทำให้การแสดงดูน่าทึ่ง ถ้าไม่มีใครได้เห็นหรือไม่มีใครเชื่อ คงคิดว่ามันเป็นของจริง

ในไม่ช้าเพลง "น้ำตาแสงดาว" ก็จบลงและเจียงหยูก็ได้รับเสียงปรบมือดังที่สุดในชีวิตของเธอ!

ในสนามเวทีทั้งสนามมีผู้คนมากกว่า 50,000 คนและเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นเวลา 30 วินาทีก่อนที่มันจะค่อยๆเบาลง

ด้านนอกสนาม ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนถูกย้ายไปตามฉาก นี่เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมดนตรีในรัฐสวรรค์! ถือได้ว่าเป็นงานบุกเบิกในโลกแห่งดนตรี! เพลงที่สมบูรณ์แบบควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรมอันหรูหรา การแสดงนี้ทำให้ผู้คนตกใจราวกับว่ามนุษย์พึ่งเคยขับเครื่องบินเป็นครั้งแรก

"นี้เขาเป็นนักถลุงเงินอัจฉริยะจริงๆ" ชางเวินชีทรุดตัวลงบนเก้าอี้และพึมพำ “นี่มันเรื่องใหญ่แล้ว! เทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม มันคือจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีการฉายภาพโฮโลแกรม!”

"ความสามารถของท่านนายน้อยนั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้!" ดิงเชียงเฉินถอนหายใจ "ไม่น่าแปลกใจที่นายน้อยกล้าพูดว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาผลิตบางสิ่งมันจะต้องดีที่สุด! ถ้ามันไม่ได้มาตรฐาน เขาจะทุ่มเงินทั้งหมดและทำมันให้ดีที่สุด!"

เวทีนี้จะไม่สามารถสร้างเอฟเฟกต์แบบนี้ได้ หากไม่ใช่ว่าท่านนายน้อยเป็นคนจัดการมันขึ้นมา

"มันเป็นปาฏิหาริย์จริง ๆ!"

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่140

คัดลอกลิงก์แล้ว