เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่137

ระบบใช้จ่ายตอนที่137

ระบบใช้จ่ายตอนที่137


บทที่ 137: เหนือความคาดหมาย

หลังจากออกจากคฤหาสน์ตระกูลหง หงเหว่ยกูก็ถอนหายใจยาว ๆ “ในที่สุดฉันก็สามารถลดเงื่อนไขได้สักที ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแฮะ”

เขาถอนหายใจออกเบาๆและหลังจากที่เขาปรับอารมณ์ให้สงบลงได้ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรหาหลานรุยชี เขาพูดว่า "ที่รัก ทุกอย่างถูกตัดสินแล้ว คนเหล่านี้ต่างอิจฉาต้าหลี่มากจนเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาเลยล่ะ"

"ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า ฉันรอคุณอยู่ที่บ้านกลับมาเร็ว ๆ นะ" หลานรุยชีที่พูดอยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ "วันนี้อย่ากังวลกับงานเกินไปนะคะ เรื่องของต้าหลี่สำคัญกว่านะ"

"ฉันรู้แล้ว ฉันจะกลับเร็ว ๆ นี้ล่ะ" หงเหว่ยกูพูดก่อนที่จะวางสายโทรศัพท์

หงวูวิลล่า บ้านของหงเหว่ยกู

"ที่รักไปรอฉันที่ห้องทำงานนะ" หลังจากที่หงเหว่ยกูเข้ามาในบ้าน เขาก็โยนเสื้อผ้าของเขาลงบนโซฟาจากนั้นก็ตรงไปที่ห้องทำงานชั้นสาม

ในห้องทำงาน

หลังจากที่หงเหว่ยกูดื่มชาไปสองถ้วยเพื่อให้ชุ่มคอ เขาก็พูดว่า "ตามที่คิดไว้เลย หลังจากที่คนจำนวนมากรู้ว่าสุขภาพของต้าหลี่ดีขึ้น พวกเขาก็เริ่มโต้เถียงกัน โชคดีที่ฉันไปถึงทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องยากสำหรับต้าหลี่ หากการตัดสินนั้นเสร็จสิ้นไปก่อนที่ฉันจะถึง"

"โชคดีที่พวกเขายังใส่ใจและรู้ว่าหงเจียนหยี่เข้ามาในคฤหาสน์เพื่อการนี้" หลานรุยชียิ้มอย่างขมขื่น “ด้วยธุรกิจขนาดใหญ่ของเรา พวกเขาจะต้องอิจฉาและคิดแค้นเราไว้อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ต้าหลี่อ่อนแอและล้มป่วย ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่เขาจะตายเพื่อที่พวกเขาจะได้ครอบครองธุรกิจ ตอนนี้ร่างกายต้าหลี่เริ่มที่จะดีขึ้น พวกเขาเลยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทันทีเพื่อผลักดันเขาออกจากวงหลักของตระกูล เพื่อเงิน พวกเขากลุ่มนี้เลยยอมทำทุกอย่าง”

"ใช่" หงเหว่ยกูพูดอย่างช่วยไม่ได้ “เราทั้งคู่รู้ดีว่าการมองการณ์ไกลของต้าหลี่นั้นค่อนข้างดี แต่สิ่งที่เขาทำอยู่นั้นไม่สามารถถูกประเมินจากทีมตรวจสอบได้ ถ้าทีมตรวจสอบประเมินเขา เขาอาจจะล้มเหลวได้ โชคดีที่ฉันสามารถแย่งโอกาสนี้มาได้ พ่อของฉันเลยเปลี่ยนกฎในครั้งนี้ ด้วยเงินยี่สิบล้านที่ฉันให้ต้าหลี่เป็นเงินค่าขนม เงินนี้จะทำหน้าที่เป็นยอดรวมพื้นฐานของเขา ซึ่งจะผ่านการตรวจสอบต่อเมื่อเขาสามารถทำกำไรจากสิ่งที่เขาลงทุนไป อย่างน้อยที่สุดผลกำไรของโรงแรมและเย่ไหลเซียงหลายแห่งก็น่าจะเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด”

"ตอนนี้ฉันก็เริ่มอารมณ์ดีแล้วสิ" หลานรุยชียิ้ม "ที่รัก คุณทำงานหนักมากเลยนะ"

"ในฐานะคนเป็นพ่อแล้ว การทำงานหนัก ๆ ทั้งหมดนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเท่าต้าหลี่หรอกน่า"

หงต้าหลี่ไม่รู้เลยว่าเรื่องครอบครัวมันหนักขนาดไหน

ในเวลานี้เขากำลังเตรียมการขั้นตอนสุดท้ายสำหรับรายการ "ฉันเป็นนักร้อง"

"ทุกคน! ในการแสดงของเรา เราไม่ได้ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา! พวกเราจะทำให้มันดีที่สุดและทำให้ผู้ชมตั้งตารอทุกคน เข้าใจไหม?"

"เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ!" ผู้คนต่างตะโกนลั่น

"พี่สาวไก ฉันอาจจะรบกวนเธอหน่อยนะ ฉันจะให้เธอทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ" หงต้าหลี่ยิ้ม “มันอาจจะเหนื่อยหน่อยนะ ฮิฮิ”

"ท่านนายน้อย ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ค่ะ" ในฐานะผู้จัดการ มุมมองของจางไกก็ไม่ได้แย่ เธอพูดเก่งมากและแสดงท่าทางนิ่ง ๆ สุขุม ดังนั้นเธอจึงเหมาะที่จะเป็นเจ้าภาพ "พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ดิฉันเองก็เคยจัดรายการสองรายการมาก่อน ไม่น่ามีปัญหาค่ะ”

"อืม" หงต้าหลี่จึงถามว่า "พวกนักร้องอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย? พวกเขาพร้อมหรือยัง?”

"พวกเขาพร้อมแล้วค่ะ" จางไกพูด “การซ้อมก็ใกล้จะเสร็จแล้วด้วย ชูจงฉินยังพูดอีกว่าท่านนายน้อยสบายใจได้เลย ตอนนี้เขาเตรียมพร้อมสำหรับขึ้นเวทีและจะไม่ทำให้ท่านนายน้อยผิดหวังอย่างแน่นอน”

"โอเค ตามนั้น!" หงต้าหลี่มองไปที่เวลาและโบกมือของเขา “งั้นก็เริ่มกันเลย!”

สองวันถัดมา กระแสโฆษณารายการ "ฉันเป็นนักร้อง" ก็เริ่มขึ้น

โฆษณาที่สร้างความตกใจให้กับคนทั้งรัฐสวรรค์ จริง ๆ แล้วเกิดจากประโยคเดียวจากหงต้าหลี่: "เมื่อต้าหลี่ผลิตอะไรไปแล้ว มันต้องดีที่สุด!"

“หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้าหลี่ก็จะทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าดีที่สุด”

บริษัทที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ก็มักจะบอกว่าผลิตภัณฑ์ที่พวกเขากำลังจะผลิตนั้นจะดีที่สุด อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงผู้บริโภคจะไม่เชื่อคำกล่าวอ้างพวกนี้ ซึ่งสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้จริงๆ คือ ประโยคที่สองต่างหาก

"หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้าหลี่จะทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าดีที่สุด"

แค่พูดประโยคนี้ก็ทำให้ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตารอแล้ว!

แต่เดิมคอนเสิร์ตของลี่เนียนเหว่ยและหนังไม่คาดคิด! ทั้งสองทำโดยหงต้าหลี่ และก็ตอนนี้เป็นรายการ "ฉันเป็นนักร้อง" ซึ่งผู้คนต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม อีกทั้งพอเขาพูดอะไรแบบนี้ก็มักจะกลายเป็นเรื่องเด่นทันที

ใครกันที่อยู่เบื้องหลังบริษัทไกเหว่ยเอนเตอร์เทนเมนท์? หงต้าหลี่! ใครคือหงต้าหลี่? กล่าวได้ว่าเขาเป็นอาเสี่ยอัจฉริยะอันดับหนึ่งของโลก! ยิ่งไปกว่านั้นวิธีการที่เขาถลุงเงินก็แปลกมากเช่นกัน บางทีคนอื่นอาจคิดว่าหงต้าหลี่เป็นคนประเภทใช้จ่ายสิ้นสุรุ่ยสุร่ายผลาญเงินไปกับการพนันและหาลูกไก่

แต่ตอนนี้มันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าเขาจะได้รับการยอมรับว่าเป็นอาเสี่ยน้อยที่อัจฉริยะ แต่ก็มีความเห็นของผู้คนว่าเงินของหงต้าหลี่นั้นถูกใช้ไปกับสิ่งที่ใช้ได้จริงเสมอ! และเนื่องจากเขากล้าที่จะประกาศคำพูดวลีเด็ดนั้นไปแล้ว รายการ "ฉันเป็นนักร้อง" จึงทำให้ผู้คนต่างรู้สึกตกใจ!

แม้ว่านักร้องทั้งหมดจะถูกแทนที่ด้วยนักร้องน่าใหม่ที่ไม่มีชื่อเสียงหรือนักร้องคาราโอเกะ แต่ก็ยังคุ้มค่าที่จะไปแสดงสด เนื่องจากการแสดงจัดโดยหงต้าหลี่ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวทีจะแปลกตาแค่ไหนและบรรยากาศจะคึกคักขนาดไหน

ดังนั้นรายการ "ฉันเป็นนักร้อง" แม้จะยังไม่ได้ออกอากาศ แต่บริษัทไกเหว่ยเอนเตอร์เทนเมนท์ก็ได้สร้างกระแสให้กับทุกภาคส่วนของสังคม ทำให้ทุกคนพูดคุยเกี่ยวกับรายการนี้อย่างดุเดือดและทำให้รายการ "ฉันเป็นนักร้อง" เป็นที่รู้จักของทุกคน

เรื่องนี้ไม่ได้พูดเกินจริงเลย แม้จะไม่ใช่คนที่รอรับชม พวกเขาต่างต้องเคยได้ยินชื่อรายการนี้มาครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามในเวลาเพียงวันเดียวตั้งแต่เริ่มโฆษณาจนถึง 20:00 น. ของเย็นวันอาทิตย์ ความคาดหวังของผู้คนก็เกินความคาดหมายจากเดิมมาก หลิงเสี่ยวหยี่รายงานไปยังหงต้าหลี่ หน้าผากของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ: “ท่านนายน้อยค่ะ ตอนนี้บัตรรายการ”ฉันเป็นนักร้อง“ขายหมดแล้วและจากสถิติพบว่าจำนวนผู้ที่ต้องการชมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ เกินจำนวนที่นั่งไปมาก หากเป็นเช่นนี้ ฉันเกรงว่าจะมีผู้ชมจำนวนมากเกินไป”

หงต้าหลี่ที่กำลังนอนอยู่บนต้นขาของลี่เนียนเหว่ยก็พูดว่า "ขายตั๋วไปแล้วกี่ใบ? มันเกินไปหรือเปล่า?”

“ทั้งสนามรวมถึงสนามข้าง ๆ ขายตั๋วได้ทั้งหมด 55,000 ใบ ที่นั่ง VIP และที่นั่งปกติคิดเป็นเงินเฉลี่ยประมาณ 60 หยวนสำหรับตั๋วหนึ่งใบ” หลิงเสี่ยวหยี่พูดต่อว่า "ซึ่งหมายความว่าเราทำรายได้มากกว่าสามล้านจากการขายตั๋วเพียงอย่างเดียวค่ะ"

"อะไรนะ!" ถังมู่ซินประหลาดใจจนคางของเธอเกือบแตะพื้น เธอคำนวณอย่างรวดเร็ว “ถ้าคำนวนจากเอพพิโสดแรกเราทำรายได้ 3 ล้าน ถ้ารายการมีสิบเอพพิโสดจะทำรายได้ให้เราทั้งหมด 30 ล้าน และถ้าหักต้นทุน 15 ล้าน เราก็ยังได้กำไรสุทธิถึง 15 ล้าน!” เมื่อนับถึงตรงนี่ เธอเริ่มดึงแขนของหงต้าหลี่และเขย่าอย่างแรง “ต้าหลี่ นายอยากจัดรายการแบบนี้เพิ่มอีกไหมในอนาคต? คงไม่มีใครกล้าพูดว่านายใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแล้ว!”

หงต้าหลี่พูดว่า “การใช้เงินมันเป็นทักษะนะรู้ไหม?” จากนั้นเขาก็บอกกับหลิงเสี่ยวหยี่ทันทีว่า "ถ้าเราทุ่มเงิน 3 ล้านที่เราเพิ่งได้มาจะยังมีที่นั่งเพียงพอในการแสดงสดไหม? ติดตั้งจอโปรเจคเตอร์สิบจอนอกสนาม ฉันอยากให้ทุกคนรอบสนามได้เห็นการถ่ายทอดสด!"

เมื่อพูดจบประโยค เขาไม่ลืมที่จะเพิ่มเติมว่า "เมื่อต้าหลี่ผลิตอะไร มันจะต้องดีที่สุด! สถานที่จัดงานจะเล็กเกินไปได้ยังไง?!"

ดังนั้นการเตรียมการจึงดำเนินต่อไปจนถึงวันอังคารซึ่งเป็นวันที่รายการ "ฉันเป็นนักร้อง" เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ

ในฐานะผู้ผลิตเพลง บริษัทกูจี ชางเวินชีกำลังติดตามรายการนี้อยู่และได้ขับรถออกจากอาคารของ บริษัทไปยังสนามที่เขาถ่ายทอดสดที่ทิศตะวันตกสี่แยกวงเวียน ตอนนี้เวลา18.30น เป็นเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม กำลังจะเริ่มรายการ "ฉันเป็นนักร้อง" โดยปกติเวลานี้พวกเขาสามารถเตรียมการได้อย่างสะดวก แต่เขาประเมินผิดพลาดไปเพราะตอนนี้แม้แต่รถของเขาก็ไม่สามารถเข้าไปในเส้นรอบวงหนึ่งกิโลเมตรของสนามเวทีได้ เพราะมันมีคนอีกมากมายที่มาก่อนหน้าเขา

เขามองเห็นที่จอดรถแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ แม้แต่สุนัขก็ไม่สามารถเดินผ่านถนนที่แออัดนี้ได้

ขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะจอดรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมืออาชีพก็เข้ามาเคาะหน้าต่าง หลังจากที่ชางเวินชีดึงหน้าต่างลง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็พูดว่า "คุณครับ โปรดอย่าขับรถเข้าไปอีก หลายคนยืนบนหลังคารถเพื่อรอการแสดงอยู่แล้ว ถ้ารถของคุณไม่มีปีก คุณก็คงจะไม่สามารถเข้าไปได้หรอกครับ"

หลังจากฟังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชางเวินชีก็เต็มไปด้วยเหงื่อและมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัว เขาถามอย่างใจจดใจจ่อว่า “มีคนเข้ามาแล้วกี่คน? ยังเหลือเวลาและอีกประมาณสองกิโลเมตรก่อนที่เราจะไปถึงสนามใช่ไหม?”

"ตามข่าวล่าสุดที่ผมได้รับ" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพูดอย่างหมดหนทาง "มีคนอย่างน้อยที่ขับรถเข้าไปประมาน 120,000 คน ในเส้นรอบวงสองกิโลเมตรของสนามกีฬา และ.." เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงเช็ดเหงื่อที่ศีรษะของเขา "จำนวนผู้คนยังคงเข้ามาเรื่อย ๆ คาดว่าน่าจะทะลุ 200,000 คน ในเวลา 20.00 น."

"โอ้ พระเจ้า" ชางเวินชีมองไปที่เพื่อนร่วมงานของเขาและพูดอย่างรีบร้อน "เราซื้อตั๋ว VIP กันหมดแล้ว นายคงไม่บอกว่า เราเข้าไปไม่ได้ใช่มั้ย? คือเรื่องเงินที่เสียไปมันก็เล็กน้อย แต่โครงการของบริษัทของเราไม่สามารถล่าช้าได้ โอ้ ใช่" ชางเวินชีรีบหยิบตั๋วVIPและนามบัตรที่เขานำมา "ผมคือ ชางเวินชี เป็นโปรดิวเซอร์จากบริษัทกูจี นี่คือตั๋วที่ผมซื้อและรหัสของผม เจ้าหน้าที่ลองตรวจสอบดูครับ"

หลังจากได้รับตั๋วและเอกสารที่ส่งมาจากชางเวินชี  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ดูอย่างระมัดระวังและหลังจากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหา เขาก็พูดทันที "ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านจอดรถและมากับผมเลยครับ การเอารถเข้าไปคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่โชคดีสำหรับคุณ เจ้านายได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้เป็นพิเศษถึงยี่สิบลำครับ"

"เฮลิคอปเตอร์ยี่สิบลำ!" ชางเวินชีและเพื่อนร่วมงานของเขาได้แต่ทุบบริเวณหน้าอกของพวกเขาเพื่อลดความตื่นเต้น “โอ้ ฉันต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในสนามเพื่อดูคอนเสิร์ตหรือเนี้ย สุดยอดมาก ฉันตื่นเต้นจะตายแล้วเนี่ย”

แถวรถต้องถอยหลังไปตลอดทางและหลังจากที่พวกเขาถอยออกมาประมานสามร้อยเมตร ในที่สุดพวกเขาก็พบที่จอดรถ ชางเวินชีรีบหันเข้ามา เขาไม่สนใจคนอื่นเลย และรีบยัดรถของเขาเข้าไปในช่อง จอดรถสำเร็จสักที!

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่137

คัดลอกลิงก์แล้ว