เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 21

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 21

ระบบใช้จ่ายตอนที่ 21


บทที่ 21: บรรพบุรุษหรือผู้สืบทอด

นายกเทศมนตรีเจียงจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนใจเย็น เขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์ตกใจกับเรื่องใด ๆ เลย

หงเหว่ยกูจึงรู้สึกประหลาดใจมาก " พี่เจียง พี่ดูตกใจง่ายกว่าปกตินะ แม้ว่าต้าหลี่จะซื้อที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่คิดว่าพี่จะตกใจมากขนาดนี้ ทำไมถึงออกอาการแบบนั้นเล่า? "

นายกเทศมนตรีเจียงวางปากกาแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เขาไม่ได้ตอบคำถามของหงเหว่ยกูโดยตรง แต่ได้ถามว่า " เรามาดูกันก่อนหงเหว่ยกู ถึงแม้ว่าต้าหลี่ซื้อที่ดินจำนวนมาก แต่ฉันไม่คิดว่านี้คือเหตุผลที่นายมาที่นี่เพื่อมาพบฉันหรอก? บอกฉันมาว่านายกำลังวางแผนจะทำอะไร? " การคาดการณ์ของหงเหว่ยกูในการทำธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นแม่นยำเสมอมา การที่เขามาเยี่ยมนายกเทศมนตรีเจียงในวันนี้ แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

" ไม่มีอะไรมากหรอก จริง ๆ แล้ว.. " หงเหว่ยกูยิ้มและพูดว่า " เพราะต้าหลี่ชอบใช้จ่าย ในฐานะคนเป็นพ่อ ผมก็ควรที่จะช่วยเขา พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าร่างกายของเขาอ่อนแอแค่ไหน ภรรยาของผมและตัวผมไม่สามารถที่จะด่าหรือตีเขาได้ โชคดีที่การกระทำในครั้งนี้ของเขาไปในทางที่ดี ผมจึงวางแผนที่จะช่วยเขาอีกแรง ถ้าหากเขาต้องการ ผมก็อาจช่วยเขาด้วยการซื้อที่ดินทั้งหมดในสี่แยกนี้เลย "

หงเหว่ยกูหยุดพูดและถือถ้วยน้ำชาเบา ๆ และจิบชา ก่อนที่เขาจะพูดต่อว่า " ผมวางแผนที่จะลงทุนประมาน 1 ถึง 300 ล้านหยวน เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยรอบเย่ไหลเซียง จริงๆแล้วผมแค่อยากลงทุนดูว่ามันจะมีความเสี่ยงมากแค่ไหน และผลกำไรจะเป็นอย่างไร พี่เจียง พี่คิดว่าไง? "

ด้วยความมั่งคั่งของหงเหว่ยกู การลงทุน 1 ถึง 300 ล้านหยวน เพื่อทดสอบพื้นที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น มันก็ไม่ได้แพงมากมายอะไรสำหรับเขาเลย

แต่ใบหน้าของนายกเทศมนตรีเจียงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาทำหน้าเคร่งขรึมและเขากล่าวว่า " หงเหว่ยกู ปัญหาพวกนี้ ฉันคิดว่านายควรจะขอบคุณลูกต้าหลี่ของนายจริงๆนะ "

คำพูดของนายกเทศมนตรีเจียงนั้น ทำให้หงเหว่ยกูอยากรู้มากขึ้นไปอีก " โอ้ ทำไมล่ะ? เป็นไปได้ไหมว่าที่ดินเหล่านี้ที่ต้าหลี่ซื้อมามีมูลค่าของมันอยู่แล้ว? "

นายกเทศมนตรีเจียงยิ้มฝืดๆและพูดว่า " แต่ก่อนฉันไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันไม่มีทางเลือก นอกจากจะเชื่อแล้วล่ะ " เมื่อเขาพูดแบบนั้น เขาก็ได้ยืนขึ้นแล้วหยิบเอกสารจากตู้หนังสือข้างหลังเขาและพูดว่า " ดูนี่สิ แล้วนายจะเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร "

" ดูเหมือนพี่จะทำอะไรแปลกๆนะ " หงเหว่ยกูได้รับเอกสาร เมื่อเขาเปิดดูเอกสารอย่างร่าเริง ทันใดนั้นดวงตาของหงเหว่ยกูก็เบิกกว้างขึ้นทันที " นี่…นี่มันไม่จริงใช่ไหม? ประเทศของเรากำลังวางแผนที่จะเวนคืนสี่แยกนี้ เพื่อเตรียมการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ! "

“รัฐบาลตั้งใจจะทำแบบนั้น แต่นโยบายที่เหมาะสมยังไม่ได้ถูกอนุมัติ นายรู้หรือไม่ว่าเอกสารนี้ไม่ได้มีมูลค่าแค่นั้นหรอกนะ!” นายกเทศมนตรีเจียงนั่งลงอย่างช้า ๆ และพูดอย่างเคร่งขรึม " ด้วยความสัมพันธ์ของเรา ฉันเลยบอกให้นายทราบ แต่เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ทำนโยบายนี้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นในตอนนี้ฉันจึงตัดสินใจที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ฉันไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ แต่ผู้คนในเมืองเทียนจิงมีไม่ถึงสิบคนที่รู้ถึงเอกสารนี้ " นายกเทศมนตรีเจียงก็สูดหายใจเข้าลึก ๆและพูดต่อว่า “ฉันไม่คิดเลยว่าต้าหลี่ลูกของนายในตอนนี้จะดวงดีได้ขนาดนี้ หรือพูดได้เลยว่าต้าหลี่คงจะได้สืบทอดการมองการณ์ไกลจากตระกูลหงเสียแล้วสิ”

" ด้วยการใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนั้นเนี่ยนะ " พ่อของหงต้าหลี่หัวเราะเสียงดัง " ผมไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะได้เจอกับสถานการณ์ที่บังเอิญแบบนี้ รัฐบาลกำลังวางแผนที่จะเวนคืนที่ดินเพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ ครอบครัวของผมก็จะมีโอกาสมากที่จะได้ไปพัฒนาที่ดินต่อ หากครอบครัวของผมได้รับสัญญาในการพัฒนาที่ดินผืนนี้ล่ะก็ "

หากรัฐบาลทำการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจจริง ๆ แล้ว ก็แสดงว่าที่ดินนี้มีที่ตั้งที่ดีที่สุดในพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ตราบใดที่เขามีเอกสารที่จะแสดงมูลค่าของพื้นที่นี้ ที่ดินแห่งนี้จะมีมูลค่าเป็นสองเท่าโดยไม่ต้องสงสัยทันที

นายกเทศมนตรีเจียงนั่งบนเก้าอี้และยิ้ม " เห้อ จริง ๆ แล้วฉันเคยสงสารนายนะ แต่ตอนนี้ฉันอิจฉานายแล้วล่ะ บางทีลูกต้าหลี่ของนายอาจสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่นายจริง ๆ เขาเกิดมาในครอบครัวที่ดีและมีพ่อแม่ที่รักในตัวเขาอย่างอบอุ่น แม้ว่าเขาจะถลุงเงินเสียบ่อยครั้ง แต่เขาก็สามารถทำเงินได้ไม่น้อยเลย ได้มาหลายร้อยล้านหยวนในเวลานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับคนแบบนี้ สามารถพูดได้เลยว่าไม่มีบรรพบุรุษคนไหนหรือผู้สืบทอดคนไหนหรอกที่ทำแบบนี้ได้ "

เมื่อได้ยินคำพูดของนายกเทศมนตรีเจียง พ่อของหงต้าหลี่ก็รู้สึกมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน " ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นเป็นคุณสมบัติที่เขาเก็บซ่อนไว้อย่างแน่นอน เขาเป็นลูกชายของผมนะ! " เขาหัวเราะเสียงดัง " ดูเหมือนว่าการเดินทางในวันนี้ไม่ได้เสียเปล่าแล้ว ผมได้รับข้อมูลที่มีค่ามาก เอาล่ะ ผมจะลงทุนสักสองสามร้อยล้านหยวนเพื่อซื้อที่ดินแถวนั้นโดยเร็วที่สุดเอง ผมจะลองลงสนามดูแล้วกัน "

" อ๋อ อย่าลืมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย เพราะมันยังไม่ได้เป็นข้อสรุปของทางรัฐบาลหรอกนะ " นายกเทศมนตรีเจียงเตือนเขา

" พี่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนั้นหรอก " หงเหว่ยกูกล่าว " ผมเองก็ไม่อยากที่จะมีคู่แข่ง โอเค ผมจะกลับแล้ว เวลาไม่เคยรอใคร ผมคงต้องเตรียมการให้เร็วที่สุด มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่ผมสามารถใช้ต้าหลี่เป็นข้ออ้างในการซื้อที่ดินพวกนั้นได้โดยไม่มีใครสงสัย ฮ่าฮ่า! "

เมื่อหงเหว่ยกูยินดีออกจากสำนักงานของนายกเทศมนตรี หงต้าหลี่กำลังงีบหลับอย่างมีความสุขในชั้นเรียน ...

ก่อนหน้านี้เขาได้ขอให้จิจือยั่วนำกระเป๋ามาวางไว้ที่โต๊ะให้ก่อน ดังนั้นเมื่อหงต้าหลี่เข้ามาในห้องเรียน เขาจึงหาที่นั่งได้ง่าย จากนั้นเขาก็เริ่มงีบหลับ ศีรษะของเขาพิงบนโต๊ะโดยไม่ต้องกังวลใจอะไรอีกต่อไป  จริง ๆ แล้วเขาแสร้งทำเป็นหลับไป เพื่อที่เขาจะได้ไม่สนใจเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบตัวเขา ในระหว่างนี้เขากำลังรวบรวมข้อมูลจากสิ่งที่เขาได้ยิน เพื่อหาชื่อของเพื่อนร่วมชั้นและก็เพื่อที่จะรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับคนอื่นในห้องเรียนด้วย

ตัวอย่างเช่น ผู้ชายที่อยู่ข้างเขาคือ ฉินลีปัง เขาเป็นคนที่ชอบเล่นเกมและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเกม หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา คือ หงวอนใบ งานอดิเรกของเธอ คือ การแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่นล่าสุดและอื่น ๆ

ด้วยประวัติและฐานะครอบครัวของเขา ไม่มีครูคนไหนกล้าว่าหงต้าหลี่ที่นอนในห้องเรียน ครูคนอื่น ๆ ถึงขนาดขอให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ลดระดับเสียงลงเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของเขา ดังนั้นเมื่อโรงเรียนถึงเวลาเที่ยงวัน หงต้าหลี่ก็ได้เข้าใจสถานการณ์และข้อมูลของคนทั้งชั้นอย่างคร่าว ๆ

ในกลุ่มของชั้นเรียนห้องมรณะ มีทั้งหมด 42 คน เป็นชาย 18 คน หญิง 24 คน ในวงกว้าง ๆ การพูดคุยกันนั้นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

หัวหน้าฝ่ายชาย คือ ฝางหยูเฉิง ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของเหมืองสี่แห่งใกล้กับเมืองเทียนจิงและมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 500 ล้านหยวน เขาเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ ในมาตรฐานการใช้เงินเขาดูฟุ่มเฟือยพอตัวและมีผู้สนับสนุนมากมาย ผู้นำของฝ่ายหญิงคือ ดิงหยังเหมิง ครอบครัวของเธอสร้างอาณาจักรขึ้นมาจากอสังหาริมทรัพย์และมีมูลค่าสุทธิประมาณ 600 ล้านหยวน จากคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ เธอมีพฤติกรรมโดยรวมจากการคุยกับผู้คนสามารถอธิบายได้ว่าเธอเป็นทอมบอย เธอเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะมีความสัมพันธ์แบบพี่น้องกับเขา

นอกจากนี้หงต้าหลี่ยังได้ยินข่าวสำคัญบางอย่าง อย่างคลุมเครือ มีข่าวว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งมีฉายาว่า "ยัยผีบ้า" ที่ไม่ค่อยเข้าเรียน อย่างไรก็ตามเธอเป็นผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ ไม่เพียงแต่ในชั้นเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั้งโรงเรียนด้วย ประวัติของเธอเป็นปริศนา ผู้คนต่างบอกว่าทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว เลือดจะหลั่งไหล มีผู้ชายหลายคนถูกเฆี่ยนตีโดยเธอ เธอจะเฆี่ยนจนกว่าพวกเขาจะเสียเลือด ดังนั้นเธอจึงมีฉายาว่า "ยัยผีบ้า"

เมื่อพิจารณาถึงความรุนแรงของเด็กผู้หญิงคนนี้ หงต้าหลี่ก็คงต้องการอยู่ให้ห่างจากเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าคะแนนสถานะด้านสุขภาพของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 45 แต่ก็ยังห่างไกลจากคนทั่วไปมาก

เขาไม่ได้วางแผนที่จะตายก่อนถึงเวลาตายหรอกนะเห้ย

ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่หงต้าหลี่ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายในการรวบรวม จากนั้นเขาก็ได้ใช้เวลาพักทานอาหารกลางวันอย่างมีความสุข ..

ติดตามผู้แปลได้ที่ แฟนเพจ:แปลNiyay.

จบบทที่ ระบบใช้จ่ายตอนที่ 21

คัดลอกลิงก์แล้ว