เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 113

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 113

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 113


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 113

"ใจร้ายมาก!"

ดอเรียนสูดจมูก

“ลืมผมได้ยังไง!”

“ขอโทษที สถานการณ์มันพาไปน่ะ ฉันเผลอลืมนายไปเลย”

“ฮือๆ ผมไม่มีตัวตนเลยเหรอ…”

ดอเรียนคอตก

“แต่นายก็ได้ดาบดีๆ มาแล้วนี่ แค่นั้นยังไม่พอเหรอ?'

ราอนชี้ไปที่ดาบเล่มที่สองที่ห้อยอยู่ตรงเอวของดอเรียน เขาได้รับดาบเล่มใหม่หนึ่งเล่มมาจากคูเบรัด

"มันก็จริง แต่ว่า..."

“ฉันว่าการที่เราถือดาบหลายเล่มมันดูแปลกๆ”

ตอนนี้ราอนกำลังมีทั้งดาบของซีกฮาร์ท ดาบของคูเบรัด และกริชแห่งเรควีเอ็มห้อยอยู่บนเอว ดอเรียนเองก็มีดาบสองเล่มอยู่ที่เอว

พวกเขาดูเหมือนเด็กที่พยายามทำให้ตัวให้ดูเท่ในสายตาผู้ใหญ่ แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น

อืม รู้ตัวแล้วรึ มีแต่พวกอ่อนแอมักจะชอบไปไหนมาไหนกับอาวุธหลายชิ้น หากหวนกลับไปในดินแดนปีศาจ ราชาแห่งแก่นแท้พิชิตดินแดนโดยใช้เพียงกำปั้น...

ราธปล่อยไอความเย็นออกมารอบๆ ตัวราอน มันโกรธที่ก่อนหน้านี้ราอนปฏิบัติต่อมันเหมือนปรสิต แล้วมันก็เริ่มพูดจาอวดโม้ยืดยาวอีกครั้ง ราอนจึงเมินมันไป

“แล้วไม่ดีเหรอครับ? เราเหมือนคนที่ใช้ดาบคู่ได้เลยนะ หือ?”

“หืม?”

ขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากประตูเมืองคาเมลูน พวกเขาก็พบกับอัศวินที่สวมชุดเกราะสีเงินที่มีสัญลักษณ์สิงโต พวกเขาคืออัศวินของโอเว่น

"โอ๊ะ! เจอกันที่นี่อีกแล้ว”

ชายผมทองที่ยืนอยู่ด้านหน้าเหล่าอัศวินโบกมืออย่างร่าเริง เขาคือเจ้าชายคนที่สามของโอเว่น เกรียร์ เดอ โอเว่น

"ครับ"

ราอนจับมือที่เกรียร์ยื่นออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“ผมได้ดาบดีๆ มาเล่มหนึ่งด้วย ขอบคุณครับ”

"ขอบคุณเช่นกันครับ!”

ดอเรียนหมุนตัวเพื่อให้เกรียร์เห็นดาบที่เขาเพิ่งได้มา

“ดูเหมือนว่าพวกนายจะได้ดาบดีๆ มา”

เจ้าชายพยายามฉีกยิ้มอย่างอ่อนโยนแต่มันออกมาแปลกๆ

“ผมพอใจกับดาบเล่มนี้มาก...แล้วผมไม่ได้คิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่”

“ฉันรู้ๆ เขายังยืนกรานที่จะปักหลักอยู่ที่นั่นแม้ว่าฉันจะพยายามดึงกางเกงลากเขาออกมาแล้วก็ตาม”

เขาพึมพำว่ามันน่าอายมาก และมองดูดาบที่ห้อยอยู่ที่เอวของราอน

“แต่ดูเหมือนมันจะเป็นอย่างที่ฉันคิด”

"ครับ?”

“เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะให้ดาบกับใครสักคนเพียงแค่ฉันแนะนำ เขาคงให้ดาบนายเพราะเขาชอบนายแน่นอน นายรู้ไหมว่าช่างตีเหล็กมีความถือตัวมากแค่ไหน”

เกรียร์บอกว่าเขาน่าทึ่งมากสมกับที่เขายอมรับ ดูเหมือนว่าเขาอยากจะประลองกันอีกรอบ

"แล้วพวกนายจะไปที่ไหน?”

"ตอนนี้ผมต้องมุ่งไปทางเหนือ”

“งั้นจะไปกับเราไหม? เราต้องเดินทางไปทางเหนือหนึ่งวันพอดี”

เขาชี้ไปที่อัศวินข้างหลังเขา ราอนจำใครไม่ได้เลยยกเว้นเซตันที่เสมอกับเบอร์เรนเมื่อครั้งก่อน

"ได้ครับ"

เขาไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ เขาได้รับกริชแห่งเรควีเอ็มมาก็เพราะเกรียร์ดังนั้นเขาจึงอยากเล่าเรื่องของมันให้เกรียร์ฟัง

"งั้นก็ดีเลย! การเดินทางของเราจะได้ไม่น่าเบื่อ!”

"เจ้าชายครับ”

อัศวินผมแดงที่เฝ้าดูจากด้านหลังก้าวขึ้นมาข้างๆ เกรียร์

“เรากำลังอยู่ระหว่างภารกิจ เราไม่ควรรับสหายใหม่โดยประมาท…”

"ชายคนนี้คือราอนนะ ราอน ซีกฮาร์ท! การมีเขาอยู่ด้วยมีแต่จะเป็นประโยชน์”

"หือ? ราอน?"

สายตาของอัศวินเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินชื่อ 'ราอน ซีกฮาร์ท' พวกเขามองสำรวจร่างกายของราอนอย่างละเอียด

อัศวินไม่สามารถมองเห็นระดับของราอนได้ด้วยความสามารถของพวกเขาตอนนี้ พวกเขาอาจจะมองว่าราอนเป็นผู้ใช้ดาบที่เก่งกว่าทั่วไปนิดหน่อย

ในทางกลับกัน ราอนได้วิเคราะห์ความสามารถของพวกเขาทั้งหมดแล้ว เกรียร์อยู่ในระดับสูงสุดของผู้ใช้ดาบ ส่วนอัศวินคนอื่นๆ อยู่ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง

เขาสังเกตเห็นความผิดหวังในสายตาของอัศวิน

'กะไว้อยู่แล้ว’

อัศวินพวกนั้นไม่มีทางมองเห็นความสามารถที่แท้จริงของเขาได้ และมองว่าเขาแย่กว่าที่เคยได้ยินมา

พวกเขาคือความอัปยศของเหล่าอัศวิน

'พวกเขายังอายุไม่มาก ฉันมั่นใจว่าพวกเขาจะเปลี่ยนไปพอพวกเขามีประสบการณ์มากขึ้น'

เจ้าก็อายุไม่มาก เป็นเด็กด้วยซ้ำ

'ฉันเป็นอีกกรณีหนึ่ง'

เจ้าคิดว่าเจ้าพิเศษรึ? พิเศษคือฉายาของราชาแห่งแก่นแท้ ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตทีสูงส่งและสง่างามที่มีเพียงหนึ่งเดียว...

'เฮ้อ...'

เห็นได้ชัดว่ามันชอบคุยโวเกี่ยวกับตัวเองในทุกๆ สถานการณ์ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเมื่อได้ยินมัน

"ไปกันเถอะ นายเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง? รู้ไหมว่าฉันกังวลอยู่ตลอดเลย”

เกรียร์กวักมือให้เขาตามไป ราอนหัวเราะและแตะไหล่ของดอเรียน

"ไปกันเถอะ”

* * *

* * *

มีเพียงขุนนางชั้นสูง ราชวงศ์ และคนที่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องวีไอพีในชั้นใต้ดินที่สี่ของตลาดมืด

ภายในห้องนั้นมีหญิงสาวผู้หยิ่งทนงสวมชุดกระโปรงสีดำกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ใต้แสงสลัวๆ

เธอคือเจ้าหญิงแห่งบัลการ์ เจย์น่า

ขณะที่เธอกำลังเคาะโต๊ะด้วยความเบื่อหน่าย ประตูก็เปิดออก และผู้หญิงที่มีดวงตาเรียวเล็กกับผมสีม่วงยาวถึงเอวก็เข้ามา

"ขออภัยที่ให้รอนะคะ”

“เพื่อที่จะได้พบกับคุณผู้หญิงโอเรียนผู้มีอำนาจของเมฆาดำ แค่นี้ไม่เป็นไรเลยค่ะ”

เมฆาดำเป็นองค์กรข่าวกรองที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป ความสามารถด้านสติปัญญาที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาทำให้ผู้คนพูดกันว่า ถ้าพวกเขาไม่รู้ พระเจ้าก็ไม่รู้

“ดิฉันไม่ใช่ผู้มีอำนาจเลย”

ผู้หญิงที่ชื่อโอเรียนหลุบตาลงและส่ายหัว เธอเชิดคางขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“ดิฉันมารายงานข้อมูลที่คุณร้องขอ ให้ฉันเล่าให้คุณฟังไหม? หรือคุณชอบเอกสาร...”

"เล่ามาเลยค่ะ”

"โอเค"

ผู้หญิงชื่อโอเรียนพยักหน้าและยืดไหล่ของเธอให้ตรง

“สมาชิกสายตรงที่ชื่อ ราอน ซีกฮาร์ท ไม่มีอยู่ในโลกนี้”

"อะไรนะ?”

เจย์น่าตอบอย่างความประหลาดใจ

“หมายความว่า ไม่มีใครในสายตรงของซีกฮาร์ทที่ชื่อ ราอน”

"ต-แต่นั่นมันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ!”

"คะ?"

“เธอแน่ใจนะว่าข้อมูลของเธอถูกต้อง?”

เธอลืมแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวแบบเจ้าหญิง

"ถูกต้องแล้วค่ะ"

โอเรียนกระพริบตาของเธออย่างใจเย็น

“อืม… เราอาจจะหาข้อมูลได้ไม่มากนักเพราะซีกฮาร์ทเป็นตระกูลที่ไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลสู่ภายนอก แต่อย่างน้อยเราก็รู้ชื่อและหน้าตาของสายตรงของพวกเขา สายรองระดับสูง กับครอบครัวขุนนาง และสมาชิกสายตรงที่ชื่อราอนไม่มีอยู่ในซีกฮาร์ท”

"นั่นเป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางน่า!”

เจย์น่าทุบโต๊ะด้วยกำปั้นแล้วลุกขึ้นยืน

'หรือฉันจะถูกผีสิงเหรอ?'

แรงกดดันที่โดดเด่นของราอนควรจะเป็นสายตรงของซีกฮาร์ท แล้วเขาก็คุ้นเคยกับเกรียร์ เจ้าชายคนที่สามของโอเว่นด้วย

'อะไรกัน?’

ไม่มีทางที่เกรียร์จะโกหก เพราะเขาพูดเกี่ยวกับราอนว่าเป็นดาวรุ่งของซีกฮาร์ท อัจฉริยะด้านดาบ และจะกลายเป็นหัวหน้าตระกูลในอนาคต

'เขาต้องเป็นสมาชิกสายตรงแน่ๆ เขายังบอกอีกว่าเขาเป็นสายตรง…เดี๋ยวก่อนนะ'

เจย์น่ากลืนน้ำลาย

'ไม่ เขาไม่เคยพูด ไม่มีใครเคยบอกว่าเขาเป็นสายตรง!'

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอเชื่อแบบนั้น แต่ไม่มีใครเคยพูดว่าเขาเป็นสมาชิกสายตรงเลย

'บ้าเอ๊ย! เขาเป็นสายรองต่างหาก!’

นั่นเป็นอย่างเดียวที่จะอธิบายสถานการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ได้

“ฮะๆ!”

เธอหัวเราะให้ตัวเองเมื่อคิดได้ว่าเธอได้โค้งคำนับขอโทษให้เด็กที่เป็นแค่สายรอง เธอต้องการตามจับเขาและทำให้เขาคุกเข่าให้ทันที

เจย์น่ากัดฟันและมองไปที่โอเรียนที่เธอยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

นี่เป็นข้อเสียของเมฆาดำ แม้พวกเขาจะรู้ว่าราอนเป็นเพียงสายรองก็ตามแต่คำตอบของพวกเขาจำกัดอยู่เพียงคำถามที่เธอถาม

“ฉันอยากถามอีกอย่างหนึ่ง”

"นั่นต้องจ่ายเพิ่ม”

"ได้!"

โอเรียนผายมือให้เธอถาม

“ฉันอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสายรองของซีกฮาร์ทที่ชื่อราอน”

"เขาอายุสิบห้าปี เขาเป็นสายรองอย่างที่คุณพูด ปัจจุบันเป็นตัวแทนของเด็กฝึกหัดในสนามฝึกที่ห้าของซีกฮาร์ท เขาเอาชนะเกรียร์ เดอ โอเว่น เจ้าชายคนที่สามของอาณาจักรโอเว่นได้สำเร็จ และเขาได้ปราบปรามกลุ่มโจรสโนว์ไทเกอร์ที่กำลังจะเข้าร่วมสหพันธ์เหนือ-ใต้ แล้วก็..."

เธอบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยให้เธอฟัง แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับอีเดนออกมาจากปากของเธอ

“เฮ้อ…”

เจย์น่าฟังจบก็ใบหน้าแดงก่ำก่อนจะลุกขึ้นยืน เธอหยิบถุงเงินออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วโยนมันลงบนโต๊ะพร้อมรอยยิ้มอันเย็นชา

“เก่งเรื่องธุรกิจกันจริงๆ”

“ขอบคุณ”

โอเรียนยิ้มโดยแสร้งทำเป็นว่าการเสียดสีของเธอคือคำชม

“เฮอะ!”

เจย์น่าออกจากห้องแล้วกระแทกประตูปิด

"บ้าเอ๊ยยยยย!”

เสียงโกรธของเธอได้ยินมาแต่ไกล

“สายรองของซีกฮาร์ททำให้เจ้าหญิงแห่งบัลการ์กลายเป็นคนโง่… เรื่องนี้น่าสนใจนะเนี่ย?”

โอเรียนสะบัดนิ้วของเธอและเงาสีดำใต้แสงไฟก็เปลี่ยนไป

“ไปรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับราอนซีกฮาร์ทมา”

ริมฝีปากสีแดงของเธอโค้งขึ้นราวกับพระจันทร์เสี้ยว

“ฉันคิดว่าเขาเป็นของจริง ซึ่งฉันไม่ได้เห็นมานานแล้ว”

* * *

ที่เนินเขาเตี้ยๆ ห่างจากคาเมลูนประมาณหนึ่งวันเดินทาง

ราอน เกรียร์ และดอเรียนกำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟที่ช่วยให้อบอุ่นในลมหนาวยามค่ำคืน

เหล่าอัศวินออกไปลาดตระเวน ราอนจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะบอกเกรียร์เกี่ยวกับกริชอันนั้น

แม้ว่าเขาจะได้พูดแค่ประโยคแรกเท่านั้น แล้วดอเรียนก็พูดพล่ามส่วนที่เหลือต่อ

"ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยต่อให้ผมจะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง พลังงานสีแดงอันน่าสยดสยองออกมาจากกริชและเริ่มแพร่กระจายเหมือนหนวดปลาหมึก…”

“โอ้ มหัศจรรย์มาก”

“เจ้าชายควรจะได้เห็นมัน ช่างตีเหล็กกับผมต่างก็ตกใจจนแทบช็อก ผมแค่เคยได้ยินเกี่ยวกับดาบที่ถูกสิงมาก่อนแต่...”

“เฮ้อ…”

ราอนส่ายหัว มันเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งนั้น เพราะตอนนั้นดอเรียนแค่นั่งกินขนมมองเขาอยู่เฉยๆ

“และพอคุณชายพูดว่า 'จงมากับฉันซะ!' กริชก็ส่งเสียงดังก้องกังวาน! มันเหมือนกับฉากในภาพวาดเลย!”

"ว้าว!”

เกรียร์อุทานด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาดูเหมาะกับการเป็นอัศวินหรือวีรบุรุษมากกว่าการเป็นเจ้าชาย

"นั่นเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งจริงๆ ฉันอิจฉาแฮะ”

ดวงตาของเกรียร์เป็นประกายในขณะที่เขามองไปที่กริชแห่งเรควีเอ็มที่ห้อยลงมาจากเอวของราอน แต่เขาก็ไม่ได้ขอให้ราอนเอาออกมาให้เขาดู แน่นอนว่าเขารู้จักมารยาท

“แต่นั่นก็มีเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน การกระทำชั่วร้ายของลัทธิโลหิตขาวกำลังแพร่กระจายไปทั่วทั้งทวีปเลย”

"ใช่ครับ"

ราอนพยักหน้า กลุ่มลัทธินั่นแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีผู้ศรัทธาอยู่เกือบทุกที่ในทวีป

“ที่จริงแล้วภารกิจของเราก็เกี่ยวข้องกับลัทธิโลหิตขาวด้วย”

เกียร์เคาะดาบที่มีสัญลักษณ์สิงโต

"เหรอครับ?”

“เรากำลังขนส่งบางอย่างจากสาขาย่อยของลัทธิโลหิตขาวไปยังอาณาจักร นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องใช้อัศวินหลายคน…”

"เดี๋ยวก่อนครับ"

ราอนหยุดไม่ให้เกรียร์พูดต่อและยืนขึ้น เขารู้สึกได้ถึงตัวตนของคนหลายคนกำลังมาทางพวกเขา

"ก-เกิดอะไรขึ้น?”

"มีคนกำลังมาทางนี้”

“ม-ไม่ใช่พวกอัศวินหรอกเหรอ?”

ดวงตาของดอเรียนสั่นไหวและหวาดกลัวขึ้นมา

“ดูจากจำนวนแล้วไม่ใช่เลย พวกอัศวินก็สังเกตเห็นเหมือนกันและกำลังกลับมาแล้ว เจ้าชายเตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ”

"โอเค”

เกรียร์สวมหมวกเกราะและยืนขึ้นทันทีเพราะเขาเชื่อใจราอน

"เจ้าชาย!”

"เรากำลังมีปัญหา! ลัทธิโลหิตขาว...ฮะ?”

ไม่นานอัศวินก็กลับมาและเห็นราอนกับเจ้าชายเตรียมตัวพร้อมแล้ว ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง

“ฮะ? พวกคุณรู้ถึงการลอบโจมตีของพวกเขาแล้วเหรอ?”

“นักดาบราอนบอกฉันแล้ว ลัทธิโลหิตขาวกำลังมาใช่ไหม?”

"อา ใช่ครับ!"

อัศวินมองที่ราอนด้วยสีหน้าตกตะลึง พวกเขาสงสัยว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

“มีผู้ศรัทธาอย่างน้อยๆ ห้าสิบคน นักบวชห้าคน และบาทหลวงหนึ่งคนครับ!”

“อืม…”

เมื่อได้เสียงเคลือนไหวจากในป่า เกรียร์ก็คว้าดาบของเขา

“ทุกคน เตรียมพร้อมต่อสู้!”

"เตรียมพร้อมต่อสู้!”

เหล่าอัศวินต่างส่งเสียงกู่ร้องออกมาและยืนหน้าเจ้าชายเพื่อปกป้องเขา

“ต้องขอโทษด้วยนะ ถ้ารู้ว่ามันจะเกิดขึ้นฉันคงไม่ชวนนายมาด้วย”

เกรียร์หันกลับไปพูดกับราอนและดอเรียนแล้วถอนหายใจ

“ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะกล้ามาโจมตีเราในพื้นที่ของคาเมลูนกับโอเว่น”

"ไม่เป็นไรครับ"

ราอนส่ายหน้าและขึ้นไปยืนเรียงแถวเดียวกับอัศวิน

'ดูเหมือนพวกมันจะอยากได้ของนั่นคืน'

เจ้าชายบอกว่าพวกเขากำลังขนส่งอะไรบางอย่างจากลัทธิโลหิตขาว เป้าหมายของพวกมันต้องเป็นสิ่งนั้นแน่

แซ่กๆๆ

ผู้ศรัทธาโลหิตขาวที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าออกจากป่ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าแปลกๆ

เสื้อคลุมสีดำของพวกมันบางคนมีขีดสีขาวหนึ่งกับสองเส้นบนนั้น คนพวกนั้นคือนักบวชกับบาทหลวง ราอนรู้สึกได้ว่าพวกเขามีความสามารถที่สูงกว่าคนอื่นๆ ที่มาด้วยกัน

"อ๊า! พ-พวกเขามาที่นี่จริงๆ ด้วย!”

ดอเรียนเริ่มร้องเมื่อเห็นการปรากฏตัวของลัทธิโลหิตขาว ตัวของเขาสั่นแต่เขาก็ประคองสติไว้ได้

“เฮ้อ…”

ราอนถอนหายใจออกเบาๆ และจับดาบที่เขาเพิ่งได้มา

'ไม่คิดว่าจะได้ทำตามสัญญาเร็วขนาดนี้'

ขณะที่เขากำลังจะชักดาบเล่มใหม่ออกมา เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น—

วืด!

กริชแห่งเรควีเอ็ม สั่นสะเทือนจนเกิดเสียงดังพอที่จะสะท้อนไปทั่วทั้งเนินเขา

'จะให้ฉันใช้แกเหรอ?’

มันสั่นสะเทือนรุนแรงกว่าเดิมราวกับเป็นคำตอบ

'มันต้องการแก้แค้นด้วยพลังของมันเอง...'

ราอนพยักหน้า เขาเองก็ไม่ยอมให้คนอื่นแก้แค้นเดรุสโรเบิร์ตแทนเขาเหมือนกัน เขาดึงกริชแห่งเรควีเอ็มออกจากปลอก

แกร๊ก!

พลังงานอันน่าสยดสยองลุกโชนบนกริชสีแดงที่เหมือนกับสีของเลือด

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 113

คัดลอกลิงก์แล้ว