เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 80

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 80

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 80


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 80

ดวงตาพายุคือจุดที่เงียบสงบท่ามกลางพายุ

มันเงียบสงบและไม่มีอะไรอยู่เลยแม้ว่าจะมีลมพายุที่รุนแรงพัดอยู่ในบริเวณรอบๆ

และมันถูกสร้างขึ้นด้านหน้าราอน

พลังการต่อสู้ของปีศาจกระหายเลือดและออร่าสีเขียวของริมเมอร์ถูกดูดออกไปโดยลมรอบๆ

แล้วจุดที่พวกเขาอยู่ก็กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่มีลมอย่างสมบูรณ์

และไม่ใช่แค่ลม มันสงบจนเหมือนกับที่นี่ไม่มีอากาศให้หายใจ ร่างกายของราอนหนักอึ้ง

ปีศาจกระหายเลือดยืนสับสน ราอนก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระเช่นกัน

วืด!

ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่แห่งนี้

ดาบของริมเมอร์ ลมสีเขียวเข้มถูกรวบรวมบนดาบที่เคยว่างเปล่าของเขา

ครืน!

ริมเมอร์พุ่งตัวออกจากพื้น

ปีศาจกระหายเลือดโจมตีมั่วๆ ด้วยความตื่นตระหนก แต่ริมเมอร์ก็เข้าใกล้มันมากขึ้นเรื่อยๆ

และฟันดาบครั้งเดียว…

เขาฟันดาบลงไปที่แขนของมัน

ฉัวะ!

แขนของมันถูกตัดออกอย่างง่ายดายและตกลงบนพื้นสีดำสนิท

แต่ว่าปีศาจกระหายเลือดเป็นนักรบในระดับเชี่ยวชาญพิเศษ การสูญเสียแขนไม่เพียงพอที่จะทำให้มันล้มลง

มันหยุดเลือดที่แขนขวาทันทีและเริ่มหนี การเคลื่อนไหวของริมเมอร์เป็นอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น

ริมเมอร์หันดาบของตัวเองไปทางปีศาจกระหายเลือด

มันพยายามหลบหนีจากดวงตาพายุ แต่พื้นที่ของดวงตาพายุจะขยับไปพร้อมกับริมเมอร์

เมื่อมันรู้ตัวว่าหนีไม่ได้ก็หยุดวิ่ง มันเปลี่ยนท่าทางแล้วรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปที่หมัดซ้าย

วืด!

พื้นดินโดยรอบสั่น พลังแห่งดวงดาวสีแดงปรากฏขึ้นและได้สร้างคลื่นขนาดใหญ่

ริมเมอร์จับดาบบางๆ ของเขาไว้แน่น

วูม!

พื้นที่ของดวงตาพายุขยายใหญ่ขึ้นและดาบของริมเมอร์ก็มีพลังมากขึ้น

ริมเมอร์เหวี่ยงดาบที่ล้อมรอบไปด้วยพายุออกไป

ฉับ!

ดาบตัดผ่านคลื่นพลังสีแดงของมัน

ฟรึ่บ!

ทันใดนั้นแสงสีขาวก็ระเบิดออกมา

'อึก!'

ราอนปิดตาแน่นเพราะแสงที่สว่างจ้าเกินไป

'จบแล้วเหรอ?’

เมื่อเขาลืมตามองก็เห็นว่าดวงตาพายุได้หายไปและโลกได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

“……”

ปีศาจกระหายเลือดและริมเมอร์กำลังจ้องหน้ากัน

"แกดูดพลังของฉันออกไปเกือบหมดแล้วก็เอาพลังลมโดยรอบไปเป็นของตัวเอง”

ปีศาจกระหายเลือดพูดอย่างโกรธแค้น

"ฉันเข้าใจว่ามันเป็นวิธีต่อสู้วิธีหนึ่ง แต่แกสร้างสนามดาบได้ยังไงกัน?”

ปีศาจกระหายเลือดไม่ใช่คนเดียวที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับมัน ราอนก็แปลกใจที่เห็นริมเมอร์สร้างสนามดาบได้

'คิดว่าคนที่สร้างสนามดาบได้มีแค่สายเลือดของซีกฮาร์ทซะอีก...'

ราชาทั้งหกและปีศาจทั้งห้ามีลักษณะต่างกันอยู่แล้ว แต่ซีกฮาร์ทกลับแตกต่างจนเรียกว่าพิเศษ

พวกเขามีความสามารถในการสร้างสนามเวทมนตร์แม้ว่าจะเป็นนักดาบ การสร้างสนามดาบของซีกฮาร์ทก็เป็นที่รู้กันไปทั่ว

แต่มีเพียงสายเลือดของซีกฮาร์ทบางคนเท่านั้นที่จะได้รับการสืบทอดมัน เรียกได้ว่ามีเพียงไม่กี่คน

ด้วยเหตุนี้จึงเขาจึงแปลกใจที่ริมเมอร์สามารถใช้มันได้ ยิ่งไม่นับว่าเขาเป็นเอลฟ์อีก

"มันไม่ใช่สนามดาบจริงๆ หรอก มันแค่เป็นอะไรที่คล้ายๆ กัน”

ริมเมอร์ยิ้ม

"เพราะฉันเป็นเอลฟ์เลยรู้จักธรรมชาติดีเลยล่ะ”

"...”

ปีศาจกระหายเลือดพยักหน้าเมื่อนึกขึ้นมาได้

"เสือที่โดนถอดเขี้ยวก็ยังเป็นเสืออยู่วันยังค่ำสินะ”

มันหัวเราะและมองมาที่ราอน

"น่าเสียดายจริงๆ ฉันควรจะกำจัดเขาเพราะเขาอาจส่งผลกระทบต่ออีเดนแท้ๆ"

"ฉันปล่อยให้ผู้ปกครองซีกฮาร์ทคนต่อไปพ่ายแพ้ไม่ได้หรอก”

"แน่นอนว่าเขามีคุณสมบัตินั้น แต่อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย”

เสียงปีศาจกระหายเลือดเริ่มที่จะสั่น

"ฝั่งของฉันก็มีคนแบบเขาอยู่ ฉันอยากให้พวกเขาได้สู้กัน”

"ทวีปนี้กว้างใหญ่จะตายไป"

ริมเมอร์พยักหน้า

"ฉันพ่ายแพ้แล้วล่ะ ดาบแห่งแสงของซีกฮาร์ท”

ปีศาจกระหายเลือดหลับตา เส้นสีแดงปรากฏจากศูนย์กลางของร่างกายของมัน

ร่างกายของมันแยกออกจากกัน ร่างใหญ่ของมันล้มหงายหลัง

วืด!

หมวกของปีศาจกระหายเลือดก็ถูกแบ่งออกเป็นครึ่ง

“ฮู่ว...”

ริมเมอร์ถอนหายใจและลงไปนั่งบนพื้น

"เมื่อกี้ดูอยู่ใช่ไหม?”

เขาหันไปหาราอนและยิ้ม ดูเหมือนเขาจะเหนื่อยล้ามากแต่พยายามแสดงท่าทีตามปกติ

"ครับ”

ราอนพยักหน้า

"นั่นเป็นเทคนิคพิเศษที่เธอควรเรียนรู้เอาไว้ในฐานะซีกฮาร์ท มันเรียกว่าสนามดาบ”

"สนามดาบ..."

ราอนทำเป็นว่าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับมัน

"มันเป็นกำแพงเวทย์ที่สร้างขึ้นโดยใช้แรงกดดันและประสบการณ์ มันไม่เหมือนกับของพวกนักเวทย์หรอกนะ”

"เพราะงั้นอาจารย์เลยสนใจแต่แรงกดดัน...”

"ใช่ การฝึกฝนแรงกดดันจะช่วยให้เธอใช้มันได้”

ริมเมอร์ยิ้ม ราอนพยักหน้าอีกครั้ง

'ใช่แล้ว…'

การฝึกฝนแรงกดดันของริมเมอร์ช่วยเด็กฝึกหัดไว้ได้มาก

ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่สามารถสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้แล้วก็วิ่งหนีไปไหนไม่ได้

"เพราะจริงๆ แล้วเธอก็เป็นสมาชิกสายตรง อีกไม่นานจะได้ใช้มันแน่นอน”

"ประสบการณ์ ความสำเร็จ ออร่าและแม้กระทั่งชีวิตในอนาคต สนามดาบถูกสร้างขึ้นโดยการผสมผสานทั้งหมดนั่น เธอจำเป็นต้องเรียนรู้และมีประสบการณ์หลายๆ เรื่อง”

เขาพูดสอนราอนและหอบหายใจไปด้วย

"พวกเธอก็ได้ดูเหมือนกันใช่มั้ย?”

* * *

* * *

ริมเมอร์หันมองไกลออกไป รูนัน,เบอร์เรน,มาร์ธา,และเด็กฝึกหัดคนอื่นๆกำลังยืนนิ่งด้วยความงุนงง

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยืนมองอยู่ด้านนอกสนามดาบมาสักพัก

“ราอน!”

รูนันวิ่งมาหาเขา ตาของเธอมีหยดน้ำตาเล็กๆ

"บ้าไปแล้ว! นายยังมีชีวิตอยู่! นายยังไม่ตาย!”

มาร์ธาจับไหล่ราอนไว้แน่น

"ท่านราอน!”

“ราอน!”

"ฮึก!”

ดอเรียนและเด็กฝึกหัดวิ่งมาหาเขาพร้อมกับน้ำตา

“ราอน ซีกฮาร์ท”

เบอร์เรนถอนหายใจโล่งอก

"ฉันดีใจจริงๆ ..."

เบอร์เรนหันไปจ้องมองริมเมอร์ที่อยู่ถัดจากราอน

"แต่ว่าอาจารย์...”

“หืม?”

"ทำไมอาจารย์ถึงสร้างสนามดาบได้ล่ะครับ?”

"ก็ฉันทำได้”

"จะบอกว่าทำได้เองเหรอ?”

"อือ"

ริมเมอร์พยักหน้า

"สนามดาบของซีกฮาร์ทมีหลายรูปแบบซึ่งปกติแล้วจะใช้การสืบทอดต่อกันในสายเลือดเท่านั้น แต่ฉันไม่ได้ไปเรียนรู้มาจากใครเสียหน่อย”

เขายิ้ม

"งั้นหนูก็จะใช้สนามดาบได้ใช่ไหม?”

มาร์ธาก้าวออกมา ดวงตาของรูนันก็ระยิบระยับ

"ไม่ได้หรอก”

ริมเมอร์ส่ายหัวอย่างใจเย็น

"มีเงื่อนไขสองข้อสำหรับคนที่ไม่ใช่สายเลือดของซีกฮาร์ท”

"เงื่อนไข?”

"ข้อแรกคือประสบการณ์ เธอจะต้องมีประสบการณ์กับสนามดาบหลายๆ ครั้ง ซึ่งฉันได้พบเจอมันหลายครั้งตั้งแต่ตอนที่สู้ไปพร้อมกับท่านหัวหน้าตระกูล และข้อที่สองคือ.."

เขามองดูทุกคน

"ความสามารถของคุณสมบัติธาตุ”

"ความสามารถแบบไหนกัน?”

มาร์ธาถาม เธอสนใจในสนามดาบอย่างมาก

"ความสามารถในคุณสมบัติธาตุ พลังของคุณสมบัติธาตุนั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่ใช่ซีกฮาร์ท อย่างเช่นที่ฉันสามารถใช้สนามดาบผ่านพลังลมของฉันได้”

“อืม…”

"แต่ฉันไม่แนะนำให้ทำแบบนั้นนะ"

ริมเมอร์ส่ายหัวด้วยสีหน้าเศร้า

"ทั้งสายรองและขุนนางของซีกฮาร์ทก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของซีกฮาร์ทเหมือนกัน ตราบใดที่ทำผลงานได้โดดเด่นก็อาจจะได้รับสืบทอดมัน แต่คงจะต้องเสียสละอะไรบางอย่างไปเพื่อให้ได้มันมา”

"เสียสละงั้นเหรอ?”

“……”

ริมเมอร์ไม่ตอบ

"พวกเธอยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ไม่เหมือนฉันที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะสร้างสนามดาบ พวกเธอสามารถแข็งแกร่งได้ด้วยพลังของตัวเอง”

เขาใช้ลมช่วยเพื่อให้ทุกคนสามารถได้ยินเขา

"ค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังละกัน ส่วนตอนนี้..."

ริมเมอร์เอาขวดน้ำออกจากแขนเสื้อและยื่นมาทางราอน

"มันจะรู้สึกเจ็บหน่อยนะ อดทนไว้”

ริมเมอร์เทน้ำในขวดลงบนแขนที่หักรวมถึงเอวและขาที่บาดเจ็บของเขา

“……”

มันเจ็บปวดมากแต่ราอนไม่ได้ร้องออกมา มันไม่ได้เจ็บปวดเท่าตอนที่เขาต่อสู้กับปีศาจกระหายเลือด

"ไม่เจ็บเหรอ?”

"เจ็บครับ”

"แต่เธอไม่ได้ร้องนี่”

"...ก็มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น”

"หึ”

ริมเมอร์หัวเราะ

"เสร็จแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”

"เดี๋ยวก่อนครับ!”

เบอร์เรนยกมือขึ้น

"ผมมีคำถามครับ”

"หืม? เราค่อยคุยกันทีหลังได้ไหมเพราะตอนนี้ฉันเหนื่อยแล้วน่ะ..."

ริมเมอร์กลืนน้ำลายและลองคาดเดาสิ่งที่เขากำลังจะถาม

"ไม่ครับ ผมอยากรู้ตอนนี้ อาจารย์ไปอยู่ที่ไหนถึงมาได้ช้าขนาดนี้กัน? เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ตามเรามาตั้งแต่แรกแต่ไม่เห็นออกมาช่วยตอนที่พวกเรากำลังจะแพ้เลย ตอนนั้นชาวบ้านก็กำลังตกอยู่ในอันต..."

“เฮ้ย! นั่นอะไรน่ะ?”

ริมเมอร์ชี้ไปทางด้านหลังของเบอร์เรน

"เฮือก!”

"ไม่เห็นมีอะไรเลย..."

เด็กฝึกหัดรีบหันกลับมาแต่ริมเมอร์ก็ไม่อยู่แล้ว

"หนีไปอีกแล้ว?”

ดวงตาของเบอร์เรนเบิกกว้าง ริมเมอร์หนีไปในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาเผลอหันหลัง

"ถามจริงเหอะ! ทำไมเขาถึงมาช้า! เราเกือบตายจริงๆ แล้วนะ!”

เขารู้สึกขอบคุณที่ริมเมอร์มาช่วยพวกเขาแต่มันก็เป็นเวลาที่น่าหวาดเสียวเกินไป เขาควรจะปรากฎตัวเร็วกว่านี้เพราะมันเกี่ยวกับความเป็นความตายของพวกเขารวมถึงชาวบ้าน

"มีใครตายหรือเปล่า?”

ราอนเดินมาที่เบอร์เรน

"โชคดีที่ไม่มีใครตาย แต่ฉันน่าจะกระชากคอเสื้ออาจารย์นั่นไว้ก่อน”

"ไม่เป็นไรหรอก”

ริมเมอร์ก็คงมีวิธีคิดของตัวเอง

"แต่..."

"มาทำความสะอาดกันเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ...”

เสื้อผ้าของราอนเต็มไปด้วยเลือด

"นายโอเคจริงๆ นะ?”

"ราอนโอเคหรือเปล่า?”

เบอร์เรนและรูนันถามขึ้นพร้อมกัน

"ฉันไม่เป็นไร"

ราอนพยักหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ราอนกำลังฟื้นฟูร่างกายและวงจรมานาของตัวเองโดยใช้วงแหวนไฟ

ยาของริมเมอร์ก็ช่วยเขาได้มากเช่นกัน

“ฉันขอโทษ”

เบอร์เรนก้มหัวให้ราอน มือของเขาสั่น

"เพราะการติดสินใจที่เชื่องช้าของฉันเกือบทำให้ทุกคนโดนฆ่า ฉันไม่คิดว่าฉันดีพอที่จะเป็นผู้นำอีกแล้ว”

"ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาดหรอกน่า นายแค่ต้องตระหนักถึงปัญหาและก้าวข้ามมันไปให้ได้ในครั้งต่อๆ ไป”

“อืม…”

"หรือจะยอมแพ้ไปเลยก็แล้วแต่นะ”

"ไม่ได้! ฉันจะเป็นผู้นำอีกครั้ง ฉันจะพัฒนาการตัดสินใจและความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อที่จะไม่แพ้ในสถานการณ์ใดๆ! ฉันขอสัญญากับนายเลย!”

"ดีมาก”

ราอนโบกมือ

'ฉันคงจะต่อยหน้าเขาไปแล้วถ้าเขาพูดขอโทษเรื่องนั้น’

ดูเหมือนเบอร์เรนจะรู้สึกผิดที่วิ่งหนีไปกับคนอื่นแทนที่จะอยู่ต่อสู้กับเขา

แต่เพราะเขายังเป็นเด็ก เขายังสามารถเติบโตได้อีกมาก

"รูนันก็ด้วย เธอควรจะหนีไปกับคนอื่นๆ นะ ไม่ใช่วิ่งไปหามันแบบนั้...”

"แต่ฉันไม่อยากไป...”

รูนันส่ายหัวพร้อมกับทำใบหน้าบูดบึ้งผิดปกติ

"ถ้าเธอเจอกับศัตรูที่ไม่สามารถเอาชนะ..."

"ไม่อยากทำ”

"มันอันตราย”

"ไม่อยากทำ”

"ไม่ๆ ฟังฉันก่อนรูนัน”

"ฉันไม่อยากฟัง ไม่ว่ายังไงฉันก็จะช่วยนาย”

เธอยกมือขึ้นปิดหูและส่ายหัวไปมา

"ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และจะแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้เคียงข้างนายได้!”

“เฮ้อ…”

ราอนแอบยิ้มเบาๆ หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นแบบแปลกๆ เขารู้สึกถึงความจริงใจในคำพูดของเธอที่บอกว่าเธอจะแข็งแกร่งเพื่อช่วยเขา

ภารกิจในครั้งนี้ยากลำบากมาก เขาบาดเจ็บหนักแต่เขาก็มีความสุขที่ได้เข้าใจเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น

“……”

ราอนมองไปที่มาร์ธา เธอกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่ละสายตา

"เรื่องมันจบแล้วล่ะ เรากลับกันเถอะ”

ราอนโบกมือให้เด็กฝึกหัดที่ยังคงยืนตะลึง

เขาสังเกตเห็นผู้คนจำนวนมากวิ่งลงมาจากบนภูเขา พวกเขาเป็นกำลังเสริมของซีกฮาร์ทที่เครนเรียกมา

เขารู้สึกผ่อนคลายเพราะในที่สุดทุกอย่างก็จบลงจริงๆ

[คุณชนะเดิมพันกับ'ราธ']

[รางวัลจะถูกแจกจ่าย]

เมื่อเขาคิดจะพักผ่อน หน้าต่างสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น

“หือ?”

????

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 80

คัดลอกลิงก์แล้ว