เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 51

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 51

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 51


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 51

เจคเลียริมฝีปากมองดูราอนเดินเข้าสู่ลานต่อสู้

'ในที่สุด!'

ช่วงเวลาที่น่าเบื่อได้สิ้นสุดลงแล้วและช่วงที่สำคัญที่สุดของวันก็มาถึง

วือ!

เขาหมุนวงเวทย์รอบหัวใจของเขา แบบที่ไม่มีทางที่ริมเมอร์จะสังเกตเห็น

'ฉันต้องซ่อนเวทมนตร์พวกนั้นเอาไว้'’

เขาจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ทับซ้อนหลายอย่างเพื่อจะทำให้ออร์คหลุดไปทำร้ายราอน

"คุณนักเวท”

ในขณะที่เขาคิดถึงคาถาหลายอย่างในหัวของเขา ริมเมอร์ก็เดินเข้ามาใกล้เขา

"เขาเป็นเด็กที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่ เอาออร์คที่แข็งแกร่งที่สุดของคุณออกมาได้เลย”

"ได้ครับ"

เจคพยักหน้า

'โล่งอกไป ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สังเกตเห็น’

เพราะริมเมอร์ขอให้เอาออร์คที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา เขาจึงใช้เวทมนตร์ที่เตรียมไว้ได้ง่ายขึ้น เขากลั้นเสียงหัวเราะด้วยความยากลำบากแล้วเขาก็เริ่มร่ายเวทย์

"อัญเชิญ”

เจคยกมือขึ้นเพื่อเรียกออร์คจากเทือกเขาดอลแลนที่ได้มาจากคารุน

ครืน!

พื้นสนามสั่นไหว มันเป็นออร์คที่ตัวใหญ่ที่สุดในการฝึกซ้อมครั้งนี้

ฟันเขี้ยวแหลมคมที่ยื่นขึ้นไปจนถึงหู กล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และสายตาของมันก็ดุร้ายพอที่จะกินคนทั้งเป็นได้

"กรรร!”

เด็กฝึกหัดได้ยินเสียงคำรามอันน่าเกรงขามของออร์ค

"โอ้! ออร์คตัวนี้ดูแข็งแกร่งมาก”

ริมเมอร์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"แล้วผมจะก็เสริมสร้างมันด้วยเวทมนตร์”

"อ้า โอเค"

"ความแข็งแกร่ง ความทนทาน”

ขณะที่ใช้เวทมนตร์เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางกายภาพของมัน เขายังแอบใช้เวทมนตร์เพื่อเพิ่มความคลั่งของมันเข้าไป

เวทย์บ้าคลั่ง เป็นเวทย์ที่สามารถเพิ่มความสามารถทางกายภาพได้ถึง 1.5 เท่าจากปกติ

ยิ่งไปกว่านั้น ออร์คจากเทือกเขาดอลแลนก็ไม่ได้เป็นระดับที่เด็กฝึกหัดจะสามารถต่อสู้ด้วยได้

ด้วยความดุร้ายของมัน อย่างน้อยราอนก็คงแขนขาขาดไปซักข้างก่อนที่จะมีคนเข้าไปช่วยได้ทัน

เจคทำให้ออร์คดูเหมือนมนุษย์เสร็จแล้วก็พยักหน้า

"เตรียมตัวให้พร้อมก่อนล่ะ”

ราอนพยักหน้าและเริ่มที่จะยืดหยุ่นร่างกาย เจคเปิดใช้เวทมนตร์บ้าคลั่งที่เขาแอบร่ายมันไว้แล้ว

"กรรร!”

เมื่อใช้เวทย์นั่นแล้ว กล้ามเนื้อของออร์คก็พองตัวขึ้นมาแล้ววงเวทย์ที่กักขังมันก็แตกออก

"กรรร!”

ออร์คกระโจนใส่ราอนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดตามสัญชาตญาณ

ตึงๆๆๆ!

ออร์ควิ่งเข้าใส่ราอน มันกระหายเลือดเนื้ออย่างมากและเป้าหมายของมันก็คือราอน

'ทำได้แล้ว!’

ราอนยังไม่ได้เอาดาบออกจากฝักด้วยซ้ำ และด้วยความบ้าคลั่งของออร์ค ราอนจะต้องเสียแขนไปอย่างแน่นอน

เจคเบิกบานใจตอนที่ได้เห็นออร์คพุ่งเข้าหาราอน

ฉึบ!

ดาบที่เรืองแสงสีทองตัดผ่านพื้นที่ที่มืดสลัว

"กรร...."

ร่างของออร์คหยุดนิ่ง และหัวของมันก็ตกลงไปบนพื้น

"อ-อะไร!"

เกิดอะไรขึ้น?!

นี่มันออร์คจากเทือกเขาดอลแลนที่ถูกร่ายเวทย์บ้าคลั่งเชียวนะ

ราอนตัดคอของมันลงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่มีความลังเล,ความกลัวหรือความไร้เดียงสาในการโจมตีของเขาเลย มันเป็นการโจมตีที่สมบูรณ์แบบราวกับว่าเขาเป็นนักดาบชั้นสูง

แม้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น แต่เขาเองก็ยังคิดว่ามันเป็นภาพสวยงาม

เมื่อร่างของออร์คล้มลง เขาได้สบกับสายตาของราอน หัวใจของเขาหยุดเต้นเมื่อได้พบกับดวงตาสีแดงอันแผดเผาของราอน

“อั่ก!”

เขาทรุดลงและกุมคอตัวเอง เขาหายใจไม่ออกเพราะแรงกดดันของเด็กฝึกหัด... รู้สึกเหมือนกับว่าปอดของเขาหายไป

'ป-ปีศาจ'

เขาพยายามที่จะหนีแม้ว่าจะยังคุกเข่าอยู่บนพื้น เขากำลังจะฉี่ราดกางเกงของเขาอยู่แล้ว แต่ในที่สุดแรงกดดันที่น่ากลัวก็หยุดลง

"เฮือก..."

ถึงแม้รังสีอำมหิตจะหยุดลงแล้วแต่ความน่ากลัวก็ยังคงอยู่ เจคตัวสั่นเทา ริมเมอร์เดินเข้ามาข้างๆเขา

"คุณนักเวทดูเหนื่อยมากๆแล้ว คุณคงจะใช้พลังเวทย์ในการอัญเชิญออร์คออกมาเยอะเกินไป”

ริมเมอร์ยิ้มและพยุงเขาขึ้น

"ยังเหลือเด็กอีกคนหนึ่งและเธอดูมีความมุ่งมั่นมาก ดังนั้นช่วยอัญเชิญอีกครั้งหนึ่งนะครับ”

นิ้วของริมเมอร์ชี้ไปที่รูนันที่ยืนอยู่ในสนามต่อสู้

"ผ-ผมเข้าใจแล้ว”

เจคพยักหน้าในขณะที่ตัวสั่น เขายอมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นถ้ามันหมายความว่าเขาไม่ต้องเจอกับสายตาของราอนซีกฮาร์ทอีก

เขาสูดลมหายใจ เตรียมตัวสำหรับการอัญเชิญครั้งสุดท้าย

* * *

* * *

"รูนัน เธอเป็นอะไรไหม? คิดว่าทำได้หรือเปล่า?”

"ค่ะ"

รูนันพยักหน้าตอบคำถามของริมเมอร์ และเข้าสู่สนามต่อสู้

พื้นดินเปียกโชกไปด้วยเลือดแต่เธอไม่ได้ตัวสั่นอีกต่อไป ดวงตาสีม่วงของเธอมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

"เตรียมตัวให้พร้อมนะ”

"ข-เข้าใจแล้วค่ะ”

เจคยกมือสั่นๆขึ้นและอัญเชิญออร์คออกมา แม้ว่าเขาจะยังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวแต่เขาก็สามารถร่ายคาถาได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ

"ง-งั้นเริ่มได้เลย”

หลังจากใช้เวทย์ภาพหลอนเพื่อให้ออร์คมีลักษณะเหมือนมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เอาวงเวทย์ที่กักขังออร์คออกไป

"กรรร!”

เมื่อออร์คเริ่มวิ่งเข้าหาเธอ รูนันก็เอาดาบของเธอออกจากฝัก

ครืน!

พร้อมกับแรงกดดันสีฟ้าบางๆ และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีเงิน

"กรรร!”

น้ำแข็งแผ่กระจายไปทั่วสนามแต่ก็ไม่สามารถหยุดออร์คได้ ส่วนหนึ่งของมันปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งแต่ก็ยังเล็งการโจมตีมาที่เธอ

“โฮฮฮฮ”

รูนันอึ้งเล็กน้อยและเริ่มใช้จังหวะเท้าของเธอ เธอเคลื่อนไหวไปซ้ายและขวาเพื่อหลบขวานของออร์ค

ออร์คไม่ยอมล้มลงแม้ว่าจะโดนแช่แข็ง มันก็ยังเหวี่ยงขวานของมันต่อไป มันมุ่งมั่นที่จะฆ่าเธอเพียงอย่างเดียว

“อึ่ก”

รูนันยังคงหลบขวานต่อไป เธอยังไม่สามารถหาจังหวะโจมตีมันได้ น้ำแข็งที่เธอปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่องแช่แข็งออร์คได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

“อืม...”

ราอนเดาะลิ้น มองดูรูนันที่กำลังใช้พลังน้ำแข็งค่อยๆแช่แข็งมันและวิ่งหนีไปด้วย

'เธอยังไม่หายกลัวสินะ?’

รูนันยังไม่ได้ตวัดดาบของเธอแม้แต่ครั้งเดียว เธอแค่แช่แข็งออร์คและวิ่งหนีไปเรื่อยๆ

'เธอมีจิตใจที่ดีเกินไป’

การที่ไซเรียล้างสมองเธอจึงเป็นเรื่องง่าย

เพราะเธอเป็นคนใจดี

เพราะเธอได้เจอกับการตายตั้งแต่อายุยังน้อย เธอจึงกลัวเลือดมาก

เธอแตกต่างกับราอนในชีวิตก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง เขาเคยฆ่าทุกคนตามคำสั่งเพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่รอด

การแสดงออกที่เย็นชาของเธอทำให้รูนันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนหยิ่งยโส แต่นิสัยจริงๆของเธอเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามไปเลย

'การต่อสู้ของเธอบ่งบอกมันทั้งหมดแล้ว’

การกวัดแกว่งดาบของเธอในระหว่างการประลองและการที่เธอใช้น้ำแข็งแช่แข็งศัตรู หมายความว่าเธอไม่ต้องการให้ใครได้รับบาดเจ็บ

รูนันเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีที่สุดแล้วในสนามฝึกหัดที่ห้า และไซเรียได้ใช้งานเด็กที่ใจดีคนนี้โดยการผูกมัดหัวใจของเธอเอาไว้

'รูนัน'

เหตุผลที่รูนันเข้ามาหาเขาในครั้งแรกอาจจะไม่ได้เข้ามาเพื่อยั่วโมโหหรือเลียนแบบการฝึกของเขา แต่เป็นเพราะเธอรู้สึกสงสารที่เขาอยู่คนเดียว

"รูนัน!”

"ตัดคอมันเลย!”

"รูนันสู้ๆ!”

ผู้ฝึกสอนและเด็กฝึกหัดตะโกนชื่อของรูนัน แต่เธอก็วิ่งไปเรื่อยๆเพื่อหลบการโจมตีของออร์ค

“อึก…”

การเคลื่อนไหวของรูนันเริ่มช้าลง อาจเป็นเพราะเธอใช้ออร่ามากเกินไป ออร์คยังคงแกว่งขวานของมันแม้ร่างกายส่วนใหญ่ของมันจะถูกแช่แข็งไปแล้ว

“เฮ้อ”

ราอนเลียริมฝีปากของเขาและลุกขึ้นยืน เธอไม่ควรแช่แข็งออร์คจนกว่าจะตายแบบนั้น เธอต้องฆ่ามัน เธอจะได้หลุดการล้างสมองของไซเรียเสียที

"รูนัน!”

รูนันหันหน้ากลับมามองเป็นครั้งแรก

"มันจะไม่เป็นไร"

ราอนยิ้มและบอกเธอว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร จากนั้นสายตาของรูนันที่สั่นกลัวก็หยุดลง ดวงตาสีม่วงเรืองแสงสีเงินเข้มเกมือนกับทุ่งหิมะ

ความมืดมิดในดวงตาของเธอหายไป

"โอกกก!”

เมื่อนั้นที่ออร์คเหวี่ยงขวานของมันลงมา รูนันก็ขยับหลบ แล้ววิถีของดาบสีเงินก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ

ฉึก!

ดาบที่ส่องประกายสีเงินตัดขวานให้หักครึ่งแล้วทะลุเข้าไปในอกของออร์ค

"อาา..."

ดวงตาของออร์คที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งหายไป

พรูดด

เลือดพุ่งออกมาจากหัวใจของออร์คซึ่งยังไม่ถูกแช่แข็ง แม้ว่ามือของรูนันจะเปียกโชกไปด้วยเลือดของออร์ค แต่เธอยังคงสงบ

เธอหันไปมองราอน เธอพยักหน้าถามเขาว่าเธอทำได้ดีหรือยัง แล้วเขาก็พยักหน้ากลับมา

เธอหลุดมาจากมันได้แล้ว

'แน่นอนสิ’

ราอนหัวเราะ ไม่มีความกลัวในการแสดงออกของรูนันอีกต่อไป

เธอกำลังแสดงรอยยิ้มที่สดใสออกมา

อาจจะต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการลบสิ่งที่ไซเรียทำกับเธอไว้ให้หมด แต่การล้างสมองของเขาไม่ส่งผลต่อรูนันอีกต่อไปแล้ว

'ฉันเข้าใจเรื่องแบบนี้ดี’

เพราะในชีวิตที่แล้ว เวลาชีวิตส่วนใหญ่ของเขาถูกล้างสมองโดยเดรุส เขาเข้าใจเธอดี

"ว้าว..."

"น-นั่นอะไรน่ะ?”

"นี่ราอนคุยอะไรกับเธอ เธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้?”

"น-น่ากลัว”

ทุกคนอ้าปากค้างกับการต่อสู้ของรูนัน การแช่แข็งออร์คและโจมตีเพียงครั้งเดียว และความจริงที่ว่าราอนเป็นคนทำให้เธอทำแบบนั้นได้

แม้แต่เบอร์เรนกับมาร์ธาก็มองไปที่ราอนอย่างประหลาดใจ

"น-นายบอกเธอว่าอะไรเหรอ?”

ดอเรียนเข้ามาหาเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

"ไม่มีอะไรเลย”

ราอนยิ้มและส่ายหัว

"เธอทำมันด้วยตัวเอง”

เขาตอบตามจริง แล้วราอนก็มองขึ้นไปบนเวที เจคสบสายตากับเขาแล้วอ้าปากค้างและก้าวถอยหลัง

'งั้นทีนี้ก็...’

ถึงเวลาที่จะฝังความกลัวไว้ในชายคนนั้นแล้ว เขาจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับเขาอีก

ขณะที่เขากำลังจะส่งแรงกดดันขึ้นไปยังเวที ริมเมอร์ก็เข้ามายืนบัง

"คุณดูไม่ดีเลย รีบจบการฝึกนี้เถอะ"

ริมเมอร์ยิ้มและพยุงเจคขึ้น

“เฮอะ”

ราอนต้องหยุดแรงกดดันของเขาเพราะริมเมอร์

'แต่ฉันยังไม่ได้...’

เขายังไม่ได้ฝังความกลัวใส่เจค แต่อย่างน้อยเจคคงจะไม่กล้าเจอหน้าเขาอีกครั้งหรือคงไม่ทำอะไรโง่ๆอีกแล้ว แต่ราอนอยากจะเห็นเจคฉี่ราดกางเกงจริงๆ

"ทำได้ดีมากทุกคน"

ริมเมอร์ยิ้มในขณะที่เขาพยุงเจคเอาไว้

"มันเป็นการฝึกที่ยากมาก แต่ทุกคนก็ทำได้ดีกว่าที่ฉันคิดไว้มากเลย”

เขายกนิ้วโป้งให้ทุกคน

"ประสบการณ์ในวันนี้จะช่วยพวกเธออย่างมากในการต่อสู้ของจริง ดังนั้นเมื่อการต่อสู้เริ่มต้นก็อย่าลังเล ความลังเลจะทำให้เกิดการสูญเสีย เข้าใจใช่มั้ย?”

"ครับ/ค่ะ!”

เด็กฝึกหัดตอบเสียงดังชัดเจน

"เสียงดังชัดดีนี่ ดูเหมือนพวกเธอจะพร้อมสำหรับภารกิจแล้วนะ”

"โอ้!”

"ภ-ภารกิจ?”

"จริงมั้ยเนี่ย?”

เด็กๆดูตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินคำว่าภารกิจ

"ใช่แล้ว พวกเราเริ่มเตรียมไว้บ้างแล้วล่ะ ในเมื่อการฝึกวันนี้ก็จบลงแล้วก็ขอเสียงปรบมือให้กับนักเวทเจคที่ทำงานอย่างหนักในวันนี้ด้วย!”

“ขอบคุณครับ/ค่ะ”

หลังจากสิ้นเสียงปรบมือของเด็กฝึกหัด ริมเมอร์ก็ออกจากสนามฝึกซ้อมไปพร้อมกับเจค

***

“อึก…”

เจคออกจากสนามฝึกที่ห้าด้วยการพยุงของริมเมอร์ เขาอยากเดินด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงแล้วเมื่อได้เจอกับรังดีอำมหิตของราอน

"คุณคงจะทำงานหนักเกินไปแล้ว”

ริมเมอร์พยุงเขาเดินต่อไปเหมือนไม่รู้อะไรเลย และพาเขาไปทางหอคอยเวทมนตร์

“เฮ้อ...”

เขาเริ่มเรียกสติตัวเองกลับมาได้นิดหน่อยหลังจากที่ได้สูดเอาอากาศหายใจจากลมเย็นๆเข้าไป

"ผ-ผมไม่เป็นไรแล้วครับ เดี๋ยวผมเดินเอง"

ตอนนี้พวกเขาหยุดอยู่ที่ด้านข้างสนามฝึกที่สาม เขาต้องไปที่ศูนย์บัญชาการกองทัพก่อนเพื่อรายงานการล้มเหลวของแผนการ

"โอ้ะ! เข้าใจแล้ว”

ริมเมอร์พยักหน้าแล้ววางเขาลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ

"ขอบคุณที่ช่วยนะครับ”

เจคโค้งหัวให้ริมเมอร์ขณะที่นั่ง และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป

ลมแรงพัดเข้ามาราวกับพายุจนเขารู้สึกหนาบเหน็บไปถึงข้างใน แต่แค่พักเดียว แล้วมันก็ได้หายไป

เหลือเพียงรังสีอำมหิตอันน่ากลัวที่ทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว ออกมาจากคนที่อยู่ด้านหน้าของเขา

เขาไม่กล้าขยับตัว แต่เพราะแรงกดดันแปลกๆทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมอง

เป็นเขานั่นแหละ....

นักดาบที่เคยพูดว่าจะอยู่เคียงข้างเกล็นซีกฮาร์ท ผู้เป็นดาบแห่งแสงของซีกฮาร์ท มองลงมาที่เขาด้วยดวงตาสีเหลืองเข้ม

"อะ-  อั่ก...."

แล้วคอของเขาก็ถูกบีบแน่น จมูกของเขาเริ่มมีเลือดออก เขาขยับร่างกายไม่ได้เลย

'ฉ-ฉันได้ยินว่าเขาสู้ไม่ได้แล้ว...'

เขาได้ยินมาว่าดาบแห่งแสงของซีกฮาร์ทต้องเลิกเป็นนักดาบพราะศูนย์พลังงานของเขาแตกไปแล้ว แต่คนตรงหน้าดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้นเลย เขาอาจจะอ่อนแอกว่าเดิมแต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่แข็งแกร่ง

"ออกไปจากที่นี่ซะ”

เสียงเย็นชาของริมเมอร์

"จะลูกชายของเกล็นหรือใครก็ตาม ไปบอกเขาว่าอย่ามาแตะต้องลูกศิษย์ของฉัน ไม่งั้นฉันจะตัดคอแก"

ริมเมอร์ปล่อยคอเขา แม้จะไม่ได้ใช้แรงกดดันแต่เหงื่อของเจคก็ไหลออกมาเต็มหน้าและผิวหนังที่แตกออก ริมเมอร์สามารถฆ่าหั่นศพเขาในตอนนี้ได้เลย

"แค่กๆ”

ชายคนนี้รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว แม้จะรู้ทุกอย่างแต่เขาก็แค่มองดูว่าเจคจะทำอะไร

"อึก..."

เจครู้สึกเหมือนหัวใจของเขาหยุดเต้น ความกลัวทำให้ร่างกายเขาถูกแช่แข็ง

ตูม!

ลมสีเขียวเข้มระเบิดออกมาจากพื้นดินตรงที่ริมเมอร์กำลังยืนอยู่

“อ๊าก!”

เจคหลับตาแน่นนึกว่าริมเมอร์จะโจมตีเขาอีก แต่เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนเลย

เขาจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นริมเมอร์อยู่ที่นี่อีกต่อไป แต่รังสีอำมหิตที่เขาปล่อยไว้ยังเหลืออยู่ในอากาศเล็กน้อย

“อะ...อะ.. อาจารย์กับลูกศิษย์เป็นเหมือนกัน....พวกเขาเป็นปีศาจเหมือนกัน.....”

เจคทรุดตัวลงกับพื้น น้ำมูกน้ำตาไหลออกมาจากทั้งตาจมูกปากของเขา ตัวของสั่นเหมือนกับคนบ้า

"อ้าากกก!”

ถึงราอนจะไม่รู้ แต่ริมเมอร์ได้สลักความกลัวลงไปในใจของเจคให้แทนแล้ว

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 51

คัดลอกลิงก์แล้ว