เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 41

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 41

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 41


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 41

“หมายความว่าให้ที่บอกให้ไปดูของจริง?”

เจ้าชายลำดับที่สามกลืนน้ำลายและถอยหลังไปหนึ่งก้าว  เพราะเขาไม่ทราบถึงตัวตนและความตั้งใจของเอลฟ์ตรงหน้าที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาจึงเริ่มรักษาระยะห่าง

“ไม่ต้องกลัวกระหม่อมขนาดนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าไม่ได้กลัว”

เขาขมวดคิ้ว เงยหน้ามองไปที่เอลฟ์ผมสีแดง

“ตอบคำถามของข้ามาก่อน ที่บอกว่าให้ไปดูของจริงคืออะไร?”

“นั่นจะ…”

“ช้าก่อน”

ริมเมอร์ยังไม่ทันได้ตอบกลับ ดยุคทาร์ทันก็ปรากฏตัวขึ้นมาก่อน เขาออกมาจากที่ไหนสักแห่งโดยที่เจ้าชายไม่ทันได้รู้ตัวและมายืนกั้นระหว่างเขากับเอลฟ์ตรงหน้า

“ดาบแห่งแสงของซีกฮาร์ท ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”

“เอ๊ะ!”

ดวงตาของเกรียร์เบิกกว้างเมื่อได้ยินชื่อที่ดยุคทาร์ทันใช้เรียกเอลฟ์ตรงหน้า

'ดาบแห่งแสงของซีกฮาร์ท!'

ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเอลฟ์ตรงหน้าเป็นใคร เขาเป็นหนึ่งในผู้ติดตามที่จงรักภักดีของเกล็น ซีกฮาร์ทซึ่งมีข่าวลือว่าดาบของเขานั้นมีความเร็วเท่าๆ กับความเร็วแสง

'แต่ทำไมเขาถึงมาหาฉันล่ะ…?'

เขาเคยได้ยินเรื่องที่เขาเลิกเป็นนักดาบหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาตามหาเขา

“เอ่อ…ไม่ต้องตึงเครียดขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

ริมเมอร์ยกมือและแสดงท่าทีว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะต่อสู้

“แน่นอนว่าข้าไม่สามารถไว้ใจเจ้าได้  ข้าเคยเห็นเจ้าทำตัวเหมือนคนเสียสติมาหลายครั้งหลายคราแล้ว”

“ข้าเปลี่ยนไปเยอะแล้วน่า”

“หืม…”

ดยุคทาร์ทันเหลือบมองไปข้างหลังโดยไม่หยุดปล่อยแรงกดดัน

“องค์ชาย...เมื่อสักครู่นี้เอลฟ์ตนนี้พูดอะไรกับท่านเหรอพ่ะย่ะค่ะ?”

“เขาถามว่าข้าอยากไปลองดูของจริงหรือเปล่า”

“ของจริงงั้นเหรอ?  เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน?”

“อืม…มันอาจจะแปลกนิดหน่อยถ้าจะพูดออกมาตรงนี้”

ริมเมอร์ยกนิ้วขึ้นชี้ไปยังรอบๆ งาน  ตอนนี้บรรยากาศภายในงานเลี้ยงเงียบลงแล้วและทุกคนก็หันมามองที่พวกเขา

“ไม่มีใครต้อนรับฉันจริงๆ ด้วย”

ริมเมอร์หัวเราะให้กับการที่ถูกสายตาหลากหลายคู่จ้องมองมาจากทุกหนทุกแห่งภายในงาน และเขาก็หันกลับมาในวงสนทนา

“เจ้าชายแห่งอาณาจักรโอเว่น…”

ริมเมอร์หยุดแล้วหันกลับมาขณะที่เขากำลังเดินไปที่ทางออก

“หากท่านต้องการเห็นของจริง ได้โปรดบอกคนที่พาท่านเดินชมในวันพรุ่งนี้ว่าท่านต้องการเยี่ยมชมสนามฝึกที่ห้านะพ่ะย่ะค่ะ”

เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ออกจากโถงจัดงานเลี้ยงไป

เมื่อริมเมอร์ที่แอบเข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับเชิญได้ออกไปแล้ว ดนตรีก็เริ่มเล่นอีกครั้ง

คำพูดสุดท้ายของริมเมอร์กำลังดังก้องอยู่ในหัวของเกรียร์

'ของจริงอยู่ในสนามฝึกที่ห้างั้นเหรอ?'

***

“หื่อฮืมฮึม…!”

“เอ่อ…”

ราอนคิ้วขมวดเมื่อได้ยินเสียงฮัมเพลงของริมเมอร์ดังมาแต่ไกล

'เขาเป็นอะไรของเขาอีกแล้ว?'

ปกติแล้วในเวลานี้นั้นริมเมอร์ควรจะกำลังนอนงีบอยู่บนเวทีหลังจากที่ปล่อยให้เด็กๆแยกย้ายกันซ้อม แต่เขากลับมองมาที่เด็กๆด้วยแววตาใสแจ๋ว นั่นทำให้ราอนรู้สึกระแวงว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น

“เป็นอะไรของเขาอีกล่ะ?”

“ฉันกำลังจะพูดขึ้นมาเลย”

“หรือว่าเขากินอะไรแปลกๆเข้าไป?”

“เขาอาจจะได้เงินจากการเล่นพนันมาเยอะก็ได้”

เบอร์เรนและเด็กคนอื่นๆ กวัดแกว่งดาบของพวกเขาและแอบเหลือบมองริมเมอร์ไปด้วย

“อาจารย์…มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?”

ดอเรียนจอมสงสัยเดินไปถามริมเมอร์ตรงๆ

“จะมีแขกมาที่นี่แหละ”

'แขกเหรอ?'

ริมเมอร์เกลียดสิ่งที่น่ารำคาญแต่เขาดูตื่นเต้นที่จะมีคนมาที่นี่…นี่มันชวนสงสัยยิ่งกว่าเดิมอีก

'เลิกสนใจเขาดีกว่า'

ผู้ฝึกสอนเอลฟ์ตนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกมากซะจนไม่สามารถคาดเดาความคิดหรือการกระทำได้เลย คงจะดีกว่าถ้าราอนหันไปสนใจแค่การฝึกซ้อม

ราอนดึงเอาออร่าที่ลุกโชนจากศูนย์พลังงานของเขาออกมาและยื่นเท้าขวาออกไป

ตูม!

เริ่มต้นด้วยท่าทางที่แปลกใหม่ เขาแสดงจังหวะสายน้ำและดาบผสมผสานในคราวเดียวกัน

เขาปล่อยจังหวะเท้าออกไปอย่างเป็นธรรมชาติราวกับสายน้ำแล้วดาบที่แหลมคมก็มีแสงระเบิดออกมา

ชิ้ง!

แม้ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างจังหวะเท้าเพื่อป้องกันและการใช้ดาบเพื่อโจมตีแต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดธรรมชาติเลย นั่นเป็นเพราะว่าทั้งสองอย่างนั้นมุ่งเน้นไปที่การไหลและการผสมผสานเหมือนกัน

การไหลของมันเป็นไปตามธรรมชาติราวกับว่ามันเป็นกระบวนท่าเดียวกันอยู่แล้ว

เขาสัมผัสได้ถึงการจ้องมองจากผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ แต่เขาเคยชินแล้ว เขาจึงแสดงวิชาดาบและจังหวะเท้าต่อจนจบ

“…เฮ้อ”

ราอนปล่อยดาบของเขาลงหลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการฝึกฝนวิชาดาบและจังหวะเท้าในคราวเดียวกัน

'มันยังไม่ดีพอ'

มันยังมีส่วนที่ไม่สมบูรณ์อยู่บ้างเพราะเขาต้องพยายามอย่างมากในการผสมผสานการใช้ดาบ ฝีเท้าและออร่าเข้าด้วยกัน

เขาต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้มันถึงจะสามารถใช้งานได้ในการต่อสู้จริง

“ลองใหม่แล้วกัน”

ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มฝึกฝนใหม่อีกครั้ง เขาก็รู้สึกถึงการปรากฏตัวของคนหลายคนอยู่หน้าทางเข้าของสนามฝึก

“หืม?”

"ใครน่ะ?"

ผู้ฝึกสอนและผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ เองก็หยุดการกวัดแกว่งดาบและหันไปมองที่ทิศทางของเสียง

จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา

“ไปเปิดประตูที”

"ครับ"

ริมเมอร์ชี้นิ้วไปที่ผู้ฝึกสอนคนหนึ่ง  ผู้ฝึกสอนที่ยืนอยู่ใกล้กับประตูก็เดินไปเปิดประตูทางเข้าของสนามฝึก

“ฉันคือเกสมันจากฝ่ายบริหารทั่วไป”

ใบหน้าของชายหนุ่มที่สวมชุดเครื่องแบบที่ดูเรียบร้อยโผล่ออกมา มีอัศวินที่สวมชุดเกราะสีเงินมากมายที่รออยู่ข้างหลังเขา

“ทูตจากอาณาจักรโอเว่นต้องการชมการฝึกฝนในสนามฝึกที่ห้า  มันอาจจะกระทันหันไปหน่อยแต่เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะเข้าไป”

“เชิญเข้ามาได้เลย เรายินดีต้อนรับแขกของซีกฮาร์ทเสมอ”

ริมเมอร์ย้ายตัวเองมาที่ประตูแล้วเปิดประตูออกให้กว้างมากขึ้น

“ช-เช่นนั้น เชิญเข้าไปได้ครับ”

เกสมันโค้งคำนับ เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากและนำทางทูตของอาณาจักรโอเว่นเข้าไปในสนามฝึก

"อ่า…”

ราอนยิ้มแหยะพร้อมเก็บดาบฝึกไว้ที่เอว

'ยินดีต้อนรับแขกงั้นเหรอ?'

ริมเมอร์เคยบอกว่าการปล่อยให้คนมาเยี่ยมชมที่นี่เป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ ริมเมอร์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกของพวกเขาให้กับบุคคลภายนอกมาโดยตลอดแม้แต่กับนักดาบของตระกูลก็ตาม

เมื่อเขามองไปรอบๆ ก็เจอผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ กำลังกลอกตาใส่ริมเมอร์ด้วยเช่นกัน

“ทูตของอาณาจักรโอเว่นอุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาเยี่ยมชมพวกเรา  ไหนลองแสดงให้พวกเขาเห็นสิว่าผู้ฝึกฝนของซีกฮาร์ทได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบไหนมาบ้าง”

ริมเมอร์ปรากฎตัวขึ้นบนเวที เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินไปราวกับหายตัวได้

“แล้วเขาอยากให้เราทำอะไร?”

“เอ่อ…”

“เราก็แค่ทำเหมือนเดิมนั่นแหละ...”

ผู้ฝึกฝนเริ่มสติแตกและฝึกซ้อมต่อไปแบบเก้ๆกังๆ เมื่อมีสายตาจ้องมองจากทูตแห่งอาณาจักรโอเว่น

“ตั้งใจหน่อย!  สงบสติอารมณ์ให้มากกว่านี้และทำแบบที่พวกเธอเคยทำนั่นแหละ!”

* * *

* * *

เบอร์เรนแสดงออกเหมือนอย่างปกติ  พูดอีกอย่างก็คือ เขาเคลื่อนไหวได้ดีกว่าปกติและเป็นพยายามเป็นคนคอยนำเด็กคนอื่นๆในการฝึกซ้อมในครั้งนี้

'มันได้ผล'

เบอร์เรนรู้ว่าเขาควรแสดงออกอย่างไร

“ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะ!”

มาร์ธาตะคอกและยกมือขึ้นกอดอก  เธอแสดงความเป็นศัตรูและปล่อยแรงกดดันที่รุนแรงออกมา เธอจ้องเขม็งไปที่คนจากอาณาจักรโอเว่น

'เธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด'

มาร์ธาอาจจะอ่อนโยนกับราอนมากขึ้น แต่เธอก็ยังคงขี้โมโหและปากจัดเช่นเดิม

ส่วนรูนันไม่สนใจพวกเขาเลย  เธอกวัดแกว่งดาบโดยใช้จังหวะเท้าของเธอต่อไปโดยไม่หยุดชะงักแม้แต่นิดเดียว

'เธออาจจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในนี้ก็ได้'

การไม่เสียสมาธิในสถานการณ์ที่ยุ่งวุ่นวายแบบนี้ก็ถือเป็นพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้แล้ว

ราอนสำรวจแขกที่มาจากอาณาจักรโอเว่นทีละคนๆ  ในฝั่งของเด็กอัศวินฝึกหัดที่มีดวงตาสีฟ้าก็กำลังไล่สังเกตเบอร์เรน มาร์ธา และรูนันอย่างละเอียด

ดูเหมือนเขาจะรู้สึกดีใจกับอะไรบางอย่าง ปากของเขาเผยอออกเล็กน้อย

'เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นฉัน'

ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สังเกตเห็นถึงพลังของราอนแม้ว่าจะสังเกตเห็นพลังของทั้งสามคนนั้นแล้ว

'ก็นะ...'

ราอนยิ้มเล็กน้อยแล้วดึงดาบฝึกของเขาออกมาแล้วเริ่มตั้งท่า

'ฉันควรจะแสดงออกไปดีมั้ย?'

ทั้งจังหวะสายน้ำและดาบผสมผสานมีรูปแบบและท่าทางที่เรียบง่ายมากและการถูกจ้องมองคงไม่ทำให้ใครอ่อนแอลง

ดังนั้นก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขาจะแสดงมันให้คนอื่นได้เห็น

ซู่ว!

ราอนผสมผสานกับการไหลของดาบและจังหวะเท้าโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่น

***

เจ้าชายลำดับที่สามเกรียร์ เดอ โอเว่น ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สองแห่งก่อนที่จะมาสนามฝึกที่ห้า

ที่แห่งแรกคือสนามฝึกที่สอง ที่มีเหล่านักดาบวัยกลางคนกำลังฝึกซ้อมอยู่

'ที่นั่นน่าทึ่งมาก'

นักดาบจากสนามฝึกที่สองนั้นทรงพลังมาก สมกับชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของซีกฮาร์ท

พวกเขาไม่ได้ด้อยกว่าไปกว่ากันเลยเมื่อเทียบกับอัศวินแห่งอาณาจักรโอเว่นในเรื่องดาบ แรงกดดัน ร่างกาย และจิตใจ

'แต่สนามฝึกที่หกนั้นน่าผิดหวังไปหน่อย'

ผู้ฝึกฝนในสนามฝึกที่หกนั้นมีความสามารถ แต่ขาดการฝึกฝนที่เพียงพอ

เดิมทีเขาวางแผนที่จะให้เหล่าอัศวินประลองกับผู้ฝึกฝนของที่นี่ แต่เขาล้มเลิกไปแล้วเพราะผลลัพธ์มันจะชัดเจนเกินไป

'เท่าที่ฉันสังเกตมาก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ'

ตอนที่เขากำลังจะมุ่งหน้ากลับเขาก็นึกถึงสิ่งที่ริมเมอร์พูดขึ้นมาได้  เขาจึงบอกคนจากฝ่ายบริหารทั่วไปที่กำลังจะนำพวกเขาไปที่อื่นว่า

เขาต้องการชมสนามฝึกที่ห้า

เขาดูสับสนเล็กน้อยแต่ก็นำทางพวกเขาไปยังสนามฝึกที่ห้าโดยไม่ปฏิเสธ

แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังไว้สูงจนเกินไปนัก

เขาคิดว่าสนามฝึกที่ห้าคงจะไม่แตกต่างไปจากสนามฝึกที่หกเท่าไหร่

แต่เขาคิดผิด

เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็เข้าใจในทันทีว่าที่นี่มันแตกต่างออกไป

ความสามารถและปริมาณการฝึกฝนที่พวกเขาทำนั้นแตกต่างไปจากสนามฝึกที่หกโดยสิ้นเชิง

'ของจริงที่ริมเมอร์พูดถึงหมายถึงสนามฝึกแห่งนี้งั้นเหรอ'

ริมเมอร์พูดถูก  ผู้ฝึกฝนจากสนามฝึกที่ห้าอาจจะแข็งแกร่งพอๆกับอัศวินฝึกหัดของเขาเลย

เด็กผู้ชายผมสีฟ้าและเด็กผู้หญิงผมสีเงินตรงนั้นแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ ในระดับหนึ่ง

ส่วนเด็กสาวผมดำที่จ้องเขม็งมาที่พวกเขาก็มีแรงกดดันที่ท่วมท้นเช่นเดียวกัน

พวกเขาทั้งสามแข็งแกร่งพอๆ กับตัวเขาเองหรือไม่ก็อาจจะพอๆ กับเซทัน เด็กที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัศวินฝึกหัดที่แข็งแกร่งที่สุด

“ที่นี่คือของจริงจริงๆ ด้วย”

ดยุคทาร์ทันขมวดคิ้วขณะมองดูผู้ฝึกฝน

“ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“พรสวรรค์ของพวกเขาดูแตกต่างออกไปเพียงเล็กน้อย  แต่ที่พวกเขาดูแข็งแกร่งมากอาจจะเป็นเพราะการฝึกฝน”

“อืม…”

เกรียร์พยักหน้า สนามฝึกที่ห้ามีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากสนามฝึกที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เขาได้กลิ่นของความมุ่งมั่นที่เต็มไปด้วยเลือดและหยาดเหงื่อของเหล่าผู้ฝึกฝน

“สามคนนั้นน่าทึ่งมาก”

ดวงตาของอัศวินฝึกหัดเซตันส่องประกายด้วยความกระหายที่จะต่อสู้ เขายังคงจ้องมองเด็กทั้งสามคนไม่ละสายตา

“ข้าอยากลองสู้กับพวกเขาดู”

“กระผมก็เช่นกัน”

เจ้าชายลำดับที่สามและเซตันเลียริมฝีปากมองดูสามคนที่พวกเขาคิดว่าน่าจะแข็งแกร่งที่สุดในสนามฝึกที่ห้า

“เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ? อย่างที่กระหม่อมบอกไปว่าตัวจริงอยู่ที่นี่ ท่านได้เห็นแล้วใช่ไหม?”

เสียงที่เยือกเย็นราวกับสายลมดังมาจากด้านหลัง

“หืม?”

เมื่อพวกเขาหันกลับมาก็เจอริมเมอร์ก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับเมื่อวันก่อน

“แน่นอน ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าถึงบอกข้าแบบนั้น”

เกรียร์พยักหน้า

“ดูเหมือนท่านจะอยากต่อสู้  ลองซ้อมกับเด็กของเราสักคนดูไหมพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่คือเป้าหมายของเจ้างั้นเหรอ?”

“มันเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะได้ประลองกับผู้มีพรสวรรค์ในราชาทั้งหก และนั่นจะเป็นประโยชน์กับท่านด้วย”

ริมเมอร์ชี้ไปที่ผู้ฝึกฝนที่กำลังจดจ่ออยู่กับดาบของพวกเขา

“อืม…”

เกรียร์หันกลับไปมองดยุคทาร์ทัน เนื่องจากดยุคทาร์ทันเป็นคนนำที่แท้จริงในการพาเขามาที่นี่ เขาจึงต้องขออนุญาตก่อน

“นั่นฟังดูดีนะครับ”

ดยุคทาร์ทันพยักหน้าให้เจ้าชายและเหลือบมองริมเมอร์ด้วยสายตาเย็นชา  สีหน้าของเขาดูเหมือนจะบอกริมเมอร์ว่าจะเชือดเขาในทันทีที่เขาทำอะไรให้เจ้าชายเดือดร้อน

“ข้าก็อยากจัดการประลอง แต่ว่า…”

ริมเมอร์ยกมือทั้งสองขึ้นแล้วยิ้ม

“ท่านพอจะมีของเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ ไหมครับ?”

“เดิมพัน?”

"ใช่ครับ หลังจากการประลองยี่สิบครั้ง ผู้แพ้จะต้องให้รางวัลแก่ผู้ชนะ”

“ฮ่าๆ เจ้าคิดว่าเด็กของเจ้าจะเอาชนะเด็กของเราได้เหรอ?”

“โอ้ แสดงว่าเจ้ามั่นใจใช่ไหม?”

“แน่นอนสิ  เพราะพวกเขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในหมู่อัศวินฝึกหัดของโอเว่นเชียวนะ!”

น้ำเสียงของดยุคทาร์ทันเต็มไปด้วยความมั่นใจในขณะที่เขาเสมองไปที่อัศวินฝึกหัด

"ฉันตกลง"

ริมเมอร์ยิ้มแฉ่ง ดวงตาสีเขียวเข้มของเขาดูสดใสขึ้นกว่าเดิม

“ฉันก็เชื่อใจเด็กๆ ของฉันเหมือนกัน!”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 41

คัดลอกลิงก์แล้ว