เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 39

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 39

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 39


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 39

“เฮ้อ…”

หลังจากแสดงจังหวะสายน้ำทั้ง12ท่าแล้ว ราอนก็ถอนหายใจออกเบาๆ

‘ถือว่าทำได้ดีเลย’

ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวตามที่เขาคิดได้ทุกอย่าง ทั้งกระแสการไหลและท่าทางล้วนเป็นอย่างที่เขาต้องการ

ดูเหมือนว่าการใช้'วงแหวนแห่งไฟ'เพื่อทำความเข้าใจกระแสการไหลของมันก่อนที่จะลองเคลื่อนไหวร่างกายจะเป็นความคิดที่ดี

“หืม?”

คิ้วของราอนเลิกขึ้น สนามฝึกซ้อมที่ควรจะมีเสียงดังเพราะทุกคนกำลังทำการฝึกจังหวะเท้าของตัวเองกลับเงียบฉี่เหมือนกับอยู่ในห้องสมุด

ราอนรู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆ ที่จ้องมองเขาจากด้านหลังจึงหันไปมอง

"บ้าไปแล้ว…"

“นั่น…?”

เบอร์เรนและมาร์ธาต่างก็อ้าปากค้างอย่างเสียสติ รูนันกำลังโบกมือมาทางเขา เขาอ่านปากของรูนันที่กำลังขมุบขมิบแล้วดูเหมือนรูนันจะอยากให้เขาไปสอนท่าทางให้เธอ

คนที่ดูตกใจไม่ได้แค่มีแค่พวกเขาเท่านั้น ยังมีเหล่าผู้ฝึกฝนและผู้ฝึกสอนคนอื่นๆ ที่เบิกตากว้างจนดวงตาแทบจะถลนออกมา

“ทำไมเธอ…?”

“ราอน”

ราอนได้ยินเสียงคนเรียก เมื่อหันกลับไปเขาก็เจอกับริมเมอร์ที่มายืนตรงหน้าเขา

“เธอรู้จักจังหวะสายน้ำมาก่อนไหม?”

ดวงตาสีเขียวของเขาวูบไหวเบาๆ ราวกับสายพิณที่ถูกดีดเขารู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จัก”

มันอาจจะคล้ายคลึงกับฝีเท้าเงาที่เขาได้เรียนรู้ในชีวิตก่อน แต่เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับจังหวะสายน้ำมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

“แล้วเธอ...”

ริมเมอร์ยังพูดไม่จบแต่ราอนก็รู้ได้เลยว่าเขาอยากจะถามอะไร

“ผมจะอธิบายยังไงดีล่ะ…”

ราอนยิ้มออกมาเล็กน้อยและเกาคอของเขา

“ผมอ่านการไหลได้”

“อ่านการไหลเหรอ?”

"ใช่แล้วครับ ตอนที่อาจารย์สาธิตจังหวะเท้านั้นผมก็สังเกตเห็นการไหลของมันได้ก่อนที่จะเห็นท่าทางและลำดับของมันซะอีก”

จังหวะสายน้ำมีความคล้ายกับฝีเท้าเงาที่เขาเคยใช้ในชีวิตก่อน  เขาเลยสามารถเรียนรู้มันได้อย่างง่ายดาย

“ผมมองเห็นป่าก่อนที่จะมองเห็นต้นไม้ นั่นคือวิธีที่ผมทำความเข้าใจมัน”

"โห สุดยอดเลย”

ริมเมอร์จับหัวของตัวเองแล้วอุทานออกมา  ดูเหมือนเขาจะพูดไม่ออกอีกแล้ว

“ฉันคิดว่าคงต้องใช้เวลากันอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ซะอีก”

ริมเมอร์พึมพำ เขาไม่คิดว่าจังหวะเท้าที่เขาตามหามาอย่างยากลำบากอันนี้จะมีคนที่สามารถทำตามได้ง่ายขนาดนี้

“ขอโทษครับ”

“ไม่ๆ ไม่มีอะไรให้เธอต้องขอโทษหรอก ฉันแค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ”

“อ่า…”

ราอนแอบเลียริมฝีปากของเขา

'ฉันทำมันได้เร็วเกินไปเหรอ?'

เขารู้สึกตื่นเต้นมากในตอนที่เขาได้เห็นจังหวะเท้า ดังนั้นเขาถึงรีบร้อนที่จะทำมันให้ได้ เขาไม่คิดว่าริมเมอร์จะตกใจขนาดนี้

'จริงๆ แล้วฉันก็ค่อนข้างมั่นใจในจังหวะเท้าของตัวเองในชาติก่อนอยู่แล้ว'

ความเก่งกาจโดยรวมในฐานะนักฆ่าของเขาอาจจะเทียบไม่ได้กับคนที่ช่ำชอง แต่กับเรื่องจังหวะเท้าแล้วนั้นเขาคิดว่าเขาทำได้ดีไม่แพ้ผู้เชี่ยวชาญ

ประหลาดใจกับการก้าวเดินธรรมดาเนี่ยนะ… มนุษย์ช่างน่าสมเพชจริงๆ  หากย้อนกลับในตอนที่ข้ายังอาศัยอยู่ในอาณาจักรปีศาจ ราชาแห่งแก่นแท้ได้สร้าง’ก้าวแห่งบุปผาน้ำแข็ง’ ที่ใช้เพียงก้าวเดียวก็สามารถแช่แข็งทั้งภูเขาและมหาสมุทรได้...

'อ้อ โอเค'

ราอนไล่ราธซึ่งจู่ๆ ก็เริ่มโอ้อวดเกี่ยวกับตัวเองออกไป

“อะแฮ่ม”

ริมเมอร์กระแอมในลำคอ และหันหลังกลับไปโดยเอามือไพล่ไว้ที่หลัง

“เอาล่ะ แน่นอนว่าเธอทำได้ดีมากสำหรับครั้งแรก แต่ท่าทางของเธอยังขาดๆอยู่  การไหลดูดีแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ถูกทั้งหมด  เธอจะไปให้ใครช่วยก็ได้นะแต่ยกเว้นฉัน”

“รับทราบครับ”

ราอนพยักหน้าแล้วหมุนตัวกลับไป  แน่นอนว่าเขารู้ว่าเขาสามารถทำได้ดีกว่านี้อีกมาก นี่เป็นแค่ครั้งแรกเอง

"ฮะ!"

“ร-เราต้องสอนเขาเหรอ?”

“ฉันว่าเขาทำได้ดีกว่าฉันอีก…”

ผู้ฝึกสอนส่ายหัวและพากันคิ้วขมวดหน้าย่นไปหมด

* * *

* * *

หลังจากฝึกจังหวะสายน้ำ มาร์ธาก็ออกจากสนามฝึกไปพร้อมกับคาเมล

“ท่าทางพวกนั้นค่อนข้างดูดีเลยนะครับ”

คาเมลยิ้มให้มาร์ธา

“มันเป็นท่าพื้นฐานของจังหวะเท้าอื่นๆอีกทีน่ะ ฉันควรจะตั้งใจทำมันให้ถูกต้อง”

"เข้าใจแล้วครับ"

มาร์ธาพยักหน้าเบาๆ และเดินไปทางอาคารหลัก

“คุณหนูครับ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”

คาเมลรู้สึกเหมือนเธอแตกต่างไปจากปกติ เขาจึงขึ้นมาเดินข้างเธอ

“เฮ้อ…”

มาร์ธาที่เคยอยู่เงียบๆ ก็หันหน้ามาขมวดคิ้ว

“การเรียนรู้จังหวะเท้ามันยากแค่ไหนเหรอ?”

“อืม…จังหวะเท้าอันนี้เป็นแค่ขั้นพื้นฐานแน่นอนก็จริงครับ แต่การเรียนรู้มันก็ไม่น่าง่ายเลย กระแสของมันค่อนข้างซับซ้อน…”

คาเมลหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนตอบกลับ

“แต่คุณหนูของผมมีพรสวรรค์อยู่แล้วครับ น่าจะใช้เวลาไม่เกินสามวันก็เข้าใจการไหลของมันได้”

"สามวัน?  ไอ้เวรนั่น…”

อยู่ๆมาร์ธาก็สบถออกมาพร้อมกับทำสีหน้าตกตะลึง

"คุณหนู?"

“แล้วเป็นไปได้ไหมที่ผู้ฝึกฝนจะเลียบแบบมันได้ในครั้งเดียว?”

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าเป็นนักรบที่พอมีฝีมือก็อาจจะพอทำได้หรอก  แต่ผู้ฝึกฝนนั้นขาดทั้งทฤษฎี ความรู้ และประสบการณ์ พวกเขาได้รู้จักศิลปะการต่อสู้มาแค่ผิวเผิน”

“แต่มีคนทำได้แล้วนะ…”

"อะไรนะครับ? คุณหนูหมายความว่า…?”

ดวงตาของคาเมลเบิกกว้าง

'เป็นไปแล้วงั้นเหรอ?'

แม้ว่าท่าทางของจังหวะสายน้ำจะค่อนข้างธรรมดา แต่ต้องใช้เวลานานถึงจะเข้าใจการไหลของมัน

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ฝึกฝนที่เข้าใจมันได้ในทันที เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นสัตว์ประหลาดที่เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เกิด

มาร์ธายังคงดูตกใจไม่หาย

นั่นทำให้เขานึกได้ถึงผู้เข้าร่วมการฝึกฝนคนหนึ่ง

"ไม่มีทาง… คุณชายราอนงั้นเหรอครับ?”

“จะเป็นใครได้อีกล่ะนอกจากไอ้บ้านั่น!”

“ฮะ…?”

คาเมลรีบยกมือปิดปากของตัวเองก่อนที่จะเผลอสบถคำหยาบออกไป

“เกิดอะไรขึ้นบ้างเหรอครับ?”

“หลังจากการสาธิตสิ้นสุดลงทุกคนก็เริ่มลองปฏิบัติตามทันที มีแต่เขาที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วหลับตา พอการฝึกกำลังจะสิ้นสุดลงเขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วจากนั้น…”

มาร์ธาบรรยายทุกอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์อันน่าประหลาดใจที่พึ่งเกิดขึ้น

“หา…”

คาเมลส่ายหัว

'เด็กคนนั้นมันบ้าไปแล้ว'

แปลว่าเขากำลังเรียนรู้เรื่องจังหวะสายน้ำในหัวของเขาในตอนที่เขาหลับตา

'อายุแค่นี้แต่สามารถใช้มโนภาพได้แล้ว…'

เขาคิดว่าราอนก็พอจะมีพรสวรรค์อยู่บ้าง นั่นคงทำให้เขาเติบโตอย่างไม่ลำบากเท่าไหร่

แต่ว่าไม่ใช่แบบนี้

ราอน ซีกฮาร์ทเป็นสัตว์ประหลาดที่จะเป็นสะพานเชื่อมแสงของอาคารรองเข้ากับอาคารหลักได้

'ฉันต้องรีบรายงานเรื่องนี้'

นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก  เขาจำเป็นต้องบอกเดเนียร์เกี่ยวกับสิ่งนี้ในทันทีหลังจากที่เขาพามาร์ธาไปถึงอาคารหลักแล้ว

“หืม?”

ทันใดนั้นเขาก็พึ่งรู้ตัวว่ามาร์ธาไม่ได้เดินอยู่ข้างๆ เขาแล้ว เมื่อเขาหันกลับไปมองหาก็เห็นเธอเดินอยู่ด้านหลังของเขาและก้มศรีษะลงตลอดเวลา

'เวรเอ๊ย…ฉันคงประเมินมันต่ำไป'

เธอพึ่งพ่ายแพ้ให้กับราอนเมื่อไม่นานมานี้ เขาคงระวังตัวขึ้นเหมือนกัน

“คุณชายราอนกับคุณหนูของผมย่อมมีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันออกไป มันไม่มีอันไหนที่ดีไปกว่ากันหรอกครับ…”

แล้วคาเมลที่กำลังปลอบใจเธอก็ต้องหยุดหลังจากที่ได้สบตากับมาร์ธา

'สายตาแบบนั้น'

สายตาของมาร์ธาไม่ใช่สายตาของคนที่กำลังเศร้า

มันเป็นสายตาของคนที่อยากเอาชนะ

เป็นดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจะออกล่าเหยื่อ

และมันเป็นดวงตาแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นมาก่อนในที่กบดานแห่งหนึ่งของลัทธิโลหิตขาว ที่ซึ่งเขาได้พบกับเธอเป็นครั้งแรก

"ฉันตื่นเต้น"

มาร์ธาแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

“อย่างน้อยคนที่เอาชนะฉันได้ก็ไม่ใช่พวกกาก”

รอยยิ้มชั่วร้ายที่ปรากฏใบหน้าอันสง่างามของเธอดูเหมือนกับเป็นภาพฝันร้าย

'ฉันเข้าใจเธอผิดไป'

คาเมลกลืนน้ำลายลงคอ  นั้นอสักครู่มาร์ธาไม่ได้กำลังผิดหวังกับความสามารถของเธอ

แต่เธอกำลังตื่นเต้นเมื่อได้นึกถึงการเอาชนะราอนซึ่งแข็งแกร่งกว่าเธอได้

มาร์ธาไม่ใช่คนที่มีอะไรให้เขาต้องคอยกังวลเลย

"ถึงแล้วครับคุณหนู"

คาเมลโค้งคำนับให้มาร์ธาแล้วเธอก็เดินผ่านเขาไป

เขาสามารถมองเห็นอนาคตอันสดใสได้จากแผ่นหลังเล็กๆของเธอ

นักดาบหญิงที่ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์

***

“... นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น  นายว่ามันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อไหมล่ะที่เด็กอายุเท่านั้นจะเรียนรู้โดยแค่หลับตาคิดนิ่งๆได้? หลานชายของนายต้องเป็นอัจฉริยะแน่ๆ!”

ริมเมอร์ยิ้มกว้างและจ้องมองไปที่หินขนาดใหญ่บนภูเขาสุสานตอนเหนือ

“แกเป็นพ่อบ้านประจำตัวเขารึไง?  พอมาเจอหน้าฉันทีไรก็เอาแต่พูดเรื่องเขา”

เสียงอันน่าเกรงขามดังมาจากยอดหิน ในที่สุดใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของเกล็นก็ปรากฏขึ้นมาในสายตาของริมเมอร์

“ฉันแค่สนองความอยากรู้อยากเห็นของนายเท่านั้น”

ริมเมอร์ไม่หยุดยิ้มแม้เกล็นจะปล่อยแรงกดดันอันหนาวเย็นออกมาก็ตาม

“นายไม่แปลกใจรึไงเหรอที่หลานชายเรียนรู้ด้วยมโนภาพได้แล้ว”

“นั่นมันไร้สาระน่า อย่างน้อยเขาก็ต้องอยู่ในระดับสูงสุดหรือระดับผู้เชี่ยวชาญ ถึงจะใช้มโนภาพเพื่อที่จะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ได้”

เกล็นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แต่เขาไม่สามารถซ่อนมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยได้

“เขาบอกว่าเขาเลือกที่จะอ่านการไหลของจังหวะเท้าก่อน แบบว่ามองดูป่าแทนที่จะเป็นต้นไม้น่ะนะ  เขารู้ได้ยังไงนะว่าแก่นแท้ของจังหวะสายน้ำก็คือการไหล”

“นี่มันน่าทึ่งสุดๆไปเลยไม่ใช่เหรอ?  ใครจะทำแบบนั้นได้อีก!”

“......”

เกล็นไม่ตอบกลับ เขาเอามือไพล่หลังและจ้องมองไปที่อาคารหลักด้านล่างภูเขา

“นายจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ ดีนะเนี่ยที่ฉันมาเล่าให้นายฟัง”

ริมเมอร์ลอบยิ้มหลังจากที่เห็นการแสดงออกของเกล็น

"เงียบซะ ถ้าพูดเสร็จแล้วก็ออกไป แกต้องให้ความสำคัญกับเด็กทุกคนให้เท่าๆกัน อย่าให้ฉันต้องย้ำอีก”

“นายไม่ไว้ใจฉันงั้นเหรอ?  ฉันคือดาบแห่งแสงไง ดาบแห่งแสงเชียวนะ! นายไว้ใจฉันได้แน่นอน”

“ดาบแห่งแสงอะไรกัน? ก็แค่เอลฟ์แก่”

เกล็นโบกมือไล่เพื่อแสดงท่าทีรำคาญ แต่ริมเมอร์กลับพิงหลังไปทางหินแทนที่จะจากไป

“อืม…คนรับใช้ในอาคารหลักดูยุ่งๆกันนะ พวกเขากำลังเตรียมจัดงานอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า?”

ริมเมอร์ผิวปาก มองดูผู้คนในอาคารหลักที่กำลังวิ่งไปรอบๆ

“ไม่ได้จัดงานอะไรหรอก แค่จะมีแขกมาเยี่ยมเยือนนิดหน่อย”

“จะมีแขกมาเหรอ?”

“อีกไม่กี่วันทูตจากอาณาจักรโอเว่นจะมาที่นี่”

“ทูตของอาณาจักรโอเว่น…”

ริมเมอร์ขมวดคิ้ว โอเว่นคืออาณาจักรที่ตั้งอยู่ตรงกลางของทวีป เป็นหนึ่งในอาณาจักรที่อยู่ในราชาทั้งหกร่วมกับซีกฮาร์ท

"อย่างนี้นี่เอง"

มีไม่กี่กองกำลังที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับซีกฮาร์ท เขาถึงคิดว่ามันแปลกที่มีแขกมาเยี่ยมที่นี่ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอาณาจักรโอเว่นซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน

“แล้วใครเป็นคนนำล่ะ?”

“ปกติแล้วควรจะเป็นดยุคทาร์ทัน แต่ฉันได้ยินมาว่าครั้งนี้เป็นเจ้าชายคนที่สาม”

“โอ้ ไอ้หมอนั่นมันขึ้นเป็นดยุคได้แล้วเหรอ?”

ริมเมอร์ยิ้มแหยๆ เมื่อได้ยินชื่อทาร์ทัน

"โอ๊ะ? เดี๋ยวสิ!   องค์ชายสามคาร์เทนยังเด็กอยู่ไม่ใช่เหรอ?  เขาน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับราอนหรือเบอร์เรน…”

“ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจหรอก”

"โอเค"

ริมเมอร์พยักหน้า  เกล็นไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรมากถ้ากษัตริย์ของอาณาจักรไม่ได้มาเป็นทูตด้วยตนเอง

“สั่งให้ผู้เข้าร่วมการฝึกฝนทุกคนรักษารูปลักษณ์ที่เป็นระเบียบเรียบร้อยให้ตลอดล่ะ”

“ฮะ? ทำไมล่ะ”

“องค์ชายสามจะพาอัศวินฝึกหัดในอาณาจักรมาพร้อมกันด้วย พวกเขาบอกว่าต้องการเห็นการฝึกของนักดาบและเด็กฝึกหัด”

“แล้วนายก็ตอบกลับไปแล้ว?”

“แน่นอน ฉันให้เขาทำได้”

สายตาของเกล็นมุ่งหันไปที่ริมเมอร์

“การถูกมองไม่ได้ทำให้ดาบของซีกฮาร์ทอ่อนแอลง  ซีกฮาร์ทไม่หนีและไม่ซ่อน”

“... ฉันไม่ได้ยินประโยคนั้นมานานแล้ว”

ริมเมอร์เคยได้ยินประโยคนั้นทุกวัน เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“ออกไปได้แล้ว  แกเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน จะแอบอู้ไปอีกนานแค่ไหนกัน?”

เกล็นทำหน้านิ่วและลดมุมปากของเขาลง

“ฮับ!”

ริมเมอร์โค้งคำนับหลังจากยกมือทำความเคารพ  เขาหันหลังและกำลังจะเดินลงจากภูเขา แต่เขาก็หยุดชะงัก

“หืม…”

เขาเลียริมฝีปากขณะมองดูสนามฝึกที่ห้าจากระยะไกล

'เจ้าชายคนที่สามกับอัศวินฝึกหัดเหรอ…'

เมื่อได้รู้ว่าทูตของอาณาจักรโอเว่นคือคนในวัยเดียวกับราอน เขาก็ผุดความคิดที่ดีๆขึ้นมาได้

ริมเมอร์หันกลับไปหาเกล็นและยิ้มกว้าง

“สีหน้าแบบนั้นของแก…กำลังคิดอะไรแผลงๆอีกแล้วสินะ…”

เกล็นขมวดคิ้วราวกับว่าเขาเห็นบางสิ่งที่ไม่น่าดู

“ไม่ใช่สักหน่อย เรื่องนี้มันจะไม่ไร้สาระ”

ริมเมอร์ยิ้มเหมือนสุนัขจิ้งจอกแก่แล้วส่ายหัว

“เพราะสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆของซีกฮาร์ท”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 39

คัดลอกลิงก์แล้ว