เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 10

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 10

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 10


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 10

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปตั้งแต่เด็กๆ เริ่มวิ่งรอบโรงฝึก

เบอร์เรนและรูนันยังคงวิ่งนำหน้าเด็กๆ สายรอง บุตรขุนนาง และเด็กที่ถูกแนะนำมาตามอยู่ข้างหลังพวกเขา

แน่นอนว่าคนที่ยังคงวิ่งอยู่ไม่ใช่หนึ่งร้อยหกสิบคนเหมือนเดิม

มีคนที่หมดแรงยอมแพ้ไปแล้วกำลังพักผ่อนอยู่ที่มุมหนึ่ง และจำนวนคนที่ยอมแพ้ก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งตอนนี้

“ฮ่าๆ”

ดวงตาของริมเมอร์ขยับไปทางซ้ายและขวาอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ยังนอนอยู่บนแท่นและหาวอยู่

'หมายเลขหกสิบเอ็ดยอมแพ้ก่อนที่แรงจะหมด และหมายเลขหกสิบสองยังทนอยู่'

เขากวาดสายตามองเด็กทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบคนด้วยสายตาที่ง่วงนอน

ความแข็งแรงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ริมเมอร์กำลังวิเคราะห์

' ตรวจสอบความแข็งแรงของพวกเขาไปก็ไม่ได้อะไร'

ความแข็งแรงของเด็กขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเติบโตขึ้นมายังไง พวกเขาทั้งหมดดูคล้ายๆ กันยกเว้นสายตรงสองคนและมีเด็กที่ดูเข้าตาประมาณยี่สิบคน

แม้ว่าความแข็งแรงของพวกเขาจะใกล้เคียงกันยังไง แต่มีเด็กบางคนยอมแพ้ทันทีที่หมดลมหายใจ และบางคนยังคงวิ่งต่อไปจนจบโดยที่ร้องไห้ออกมา

' ความแตกต่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่นี่'

เช่นเดียวกับที่มีคนยอมแพ้ง่าย ก็มีคนที่ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

ความแตกต่างของพลังที่ดูเล็กน้อยในปัจจุบันจะยิ่งแตกต่างอย่างมหาศาลในอนาคต

ความแข็งแกร่งสามารถเพิ่มขึ้นและความสามารถพิเศษสามารถก็พัฒนาได้

แต่การพัฒนาความอดทนนั้นยากมาก

เด็กที่ไม่เคยยอมแพ้ก็จะไม่ยอมแพ้ในอนาคตเช่นกัน และเด็กที่ยอมแพ้ง่ายๆ ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ทำเช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าบางคนก็ตระหนักและเปลี่ยนแนวทางของตน เพียงแต่นั่นเป็นเรื่องยากพอๆ กับการหาเข็มในกองหญ้า

การมองหาเด็กที่มีความมุ่งมั่นและวินัยเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

'แค่นี้คงจะได้แล้ว'

ริมเมอร์ยิ้ม เด็กกว่าครึ่งยอมแพ้แล้ว และที่เหลือเริ่มช้าลงเนื่องจากพวกเขาเหนื่อยล้า

ขณะที่ริมเมอร์กำลังเตรียมบอกสิ้นสุดการทดสอบ เขาก็เหลือบไปเห็นเด็กผมทองที่กำลังวิ่งอยู่ท้ายแถว

'ราอน ซีกฮาร์ท'

ตาของริมเมอร์เปล่งประกายราวกับดวงดาว เขาเป็นเด็กคนเดียวที่เกินความคาดหมาย

'ฉันไม่เข้าใจเลย'

ราอนหมดเรี่ยวแรงไปนานแล้ว เขาไม่น่าจะยืนได้อยู่ เพราะมีความหนาวเย็นปกคลุมร่างกายของเขาและเขาก็หายใจหอบๆ อย่างไรก็ตามเขายังคงขยับเท้าอย่างไม่ลดละโดยไม่เสียจังหวะ

'นี่เรียกว่าความมุ่งมั่นไม่ได้อีกแล้ว นี่คือความดื้อรั้นชัดๆ'

เขาได้เห็นผูมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมนับไม่ถ้วนในสนามรบ

ในหมู่พวกเขามีนักดาบที่ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทวีปได้ นักเวทย์ที่เปลี่ยนโลกได้ด้วยเวทมนตร์ได้ แต่ไม่มีใครมีความมุ่งมั่นมากเท่าราอน

เขายังคงวิ่งต่อไป แม้ว่าเรี่ยวแรงจะหมดก็ตาม

นั่นเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่เคยผ่านการต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาคิดไม่ออกว่าเด็กคนนี้จะเป็นคนมุ่งมั่นเอาเป็นเอาตายขนาดนั้นได้ยังไง

'หืม…'

เขามองไปทั่วทั้งโรงฝึก

รูนันและเบอร์เรนยังคงวิ่งนำแม้จะช้าลงแล้วแต่ก็ยังน่าทึ่ง แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับราอนที่ยังคงวิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง

สายรองและลูกๆ ของตระกูลขุนนางที่ล้อเลียนราอนกำลังน้ำลายไหลขณะวิ่งราวกับว่าพวกเขาไม่ต้องการแพ้ราอน

“ฮ่าๆ”

ริมฝีปากของริมเมอร์งอขึ้นเป็นเส้นโค้ง

“คงจะสนุกไม่น้อยที่ได้สอนพวกเขา”

***

“หืม…”

เบอร์เรน ซีกฮาร์ทหันหลังไปมอง เขาไม่สามารถมีสมาธิกับการวิ่งได้ เขาขมวดคิ้วหลังจากหันไปมอง

'ทำไม? ทำไมเจ้าหมอนั่นนั้นยังวิ่งได้อยู่?!'

ราอน ซีกฮาร์ท เขาเป็นเด็กที่อวดดีที่คุยกับหัวหน้าตระกูล เขาเป็นคนที่ไม่มีใครคาดคิดแต่เขายังคงวิ่งด้วยความเร็วคงที่จนจบแม้จะช้ามาก

'ในตอนนี้ เขาไม่ควรอยู่ในสภาพที่จะวิ่งได้สิ...'

เขารู้อาการป่วยของราอนแล้ว เขาเกิดมาพร้อมกับความเย็น ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายแบบปกติได้เท่านั้น แต่ยังทำให้การเติบโตของเขาช้าลงอีกด้วย

และเมื่อเขาเห็นเขาเป็นครั้งแรก เขาก็ดูน่าสงสารยิ่งขึ้นไปอีก เขาตัวเตี้ยและไม่มีวี่แววว่าผ่านการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย

'แล้วยัง...'

เขายังไม่ยอมแพ้

เด็กๆ มากมายซึ่งมีพรสวรรค์ที่ได้ยอมแพ้ไปแล้ว ถึงแบบนั้นเขาก็ยังวิ่งต่อไป ทั้งๆ ที่หอบราวกับว่าเขากำลังจะตาย

'เอาแต่ตามฉัน มันน่ารำคาญชะมัด'

รูนันเป็นคนเดียวที่ยังคอยตามเขา และราอนซึ่งควรจะออกไปแล้ว ต่างก็น่ารำคาญทั้งคู่

'เอาล่ะ ฉันจะแสดงให้พวกมันเห็นถึงความแตกต่างเอง'

เขาตัดสินใจว่าเขาจะทำให้ทั้งรูนันและราอนเสียกำลังใจ เขาเริ่มสับเท้าอย่างดุเดือด

ซู่ว!

เขาใช้ออร่าขยายกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง วิ่งด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน เขาหันกลับไปมอง

'ไอ้พวกนั้น?!'

ทั้งรูนันที่เขาคิดว่าเป็นคู่แข่งและราอน ต่างก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ กลับมา

พวกเขาทั้งสองต่างวิ่งตามจังหวะของตัวเองเหมือนเดิม และมันก็เป็นเด็กคนอื่นๆ ที่พยายามเร่งตามเขา

“ชิ!”

เบอร์เรนเดาะลิ้นและเพิ่มความเร็ว ตอนนี้เขานำหน้ารูนันซึ่งเคยวิ่งอยู่ข้างๆเขาไปไกลแล้ว ส่วนราอนไม่ต้องพูดถึง เขาแซงขึ้นมาหลายรอบแล้ว

ผ่านไปสักพักความเร็วของรูนันและราอนก็ยังไม่เปลี่ยน ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้สนใจ

'ฮึ!'

เมื่อตระหนักว่าเขาถูกเมินโดยผู้ที่ด้อยกว่าเขา ความโกรธก็คุกกรุ่นอยู่ในตัวเขา

'คอยดูจนกว่าพวกแกจะเลิกแกล้งทำละกัน'

* * *

* * *

“ฮู่ว!”

ราอนถอนหายใจออกอย่างแรง

'พลังไหลเข้ามาเรื่อยๆ'

เรี่ยวแรงของเขาหมดไปคล้ายกับบ่อน้ำที่เหือดแห้ง

หัวของเขาหมุนอย่างหนักจนรู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่เขายังทนต่อมันได้ ต้องขอบคุณพลังที่ 'วงแหวนแห่งไฟ' สามดาวมอบให้เขา

'เทียบกับเมื่อก่อนที่นี่ก็คือสวรรค์'

ในชีวิตที่แล้วตอนที่เขายังเด็ก เขาถูกหมาป่าไล่ตาม เขาวิ่งลงจากภูเขาพร้อมกับกุมหัวใจที่รู้สึกเหมือนจะระเบิด

หมาป่าจับเขาไว้ได้ในที่สุด เขาสู้เอาตัวรอดจนเกือบจะมีชีวิตกลับมาไม่ได้ เมื่อเทียบกับชีวิตที่เลวร้ายนั้น สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้คือการเล่นของเด็กๆ

“แฮ่ก…”

ราอนหอบหนักแต่ยังมองตรงไปข้างหน้า เด็กสายรองและเด็กที่ถูกแนะนำมายังคงวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ พวกเขามีความสามารถพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามรูนันและเบอร์เรนนั้นแตกต่างจากพวกเขา สองคนนั้นวิ่งด้วยความเร็วคงที่อย่างต่อเนื่อง

พวกเขาไม่ได้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะโดยไม่มีมูล เบอร์เรนเร่งความเร็วขึ้น เขาวิ่งผ่านรูนันและกลายเป็นคนนำ

“เห๊ะ?”

“ทะ...ท่านเบอร์เรน...?”

“วิ่งต่อ! ระวังโดนทิ้งไว้ข้างหลัง!”

เขาพูดกึ่งบังคับให้คนอื่นๆเพิ่มความเร็วตามเขา

“ฮึ่ม!”

เบอร์เรนมองไปที่รูนันและราอนราวกับบอกให้พวกเขาตามให้ทัน

'เจ้าทำอะไรอยู่? ถูกยั่วยุแต่กลับไม่ทำอะไรเลย? '

ราธกัดฟันแน่นจ้องไปที่เบอร์เรน แต่ราอนไม่ตอบกลับ

'ฉันบอกแกแล้วว่านี่ไม่ใช่การแข่งขัน'

การวิ่งเป็นการทดสอบเพื่อให้เห็นว่าทุกคนมีความแข็งแรงและความมุ่งมั่นมากแค่ไหน นี่ไม่ใช่การแข่งขัน และก็มีอีกหนึ่งคนที่รู้ความจริงนั้น

'รูนัน ซัลเลียน'

เด็กสาวผมสีเงินที่วิ่งมาเป็นอันดับสองยังคงก้าวต่อไปอย่างสม่ำเสมอ เหมือนว่าเธอไม่ได้สนใจในตัวเบอร์เรนเลยสักนิดเดียว

'เธอนำหน้าเขาอยู่หนึ่งก้าวจริงๆ'

เคยคิดว่าพวกเขาคล้ายๆ กัน แต่ดูเหมือนว่ารูนันจะมีจิตใจที่เหนือกว่าเบอร์เรนไม่น้อย

เบอร์เรนแสร้งทำเป็นเป็นผู้ใหญ่ แต่เขาทำตัวตามวัยของเขา ถ้าเขาเข้าสู่สนามรบเขาคงจะตายอย่างรวดเร็ว

'แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรสนใจ'

ราอนวิ่งต่อไปในโรงฝึก เขาวิ่งตามหลังของรูนันแทนที่จะวิ่งตามเบอร์เรน

“รา… ราอน?”

“ได้ยังไง…?”

“เขา… เขายังวิ่งอยู่เหรอ?”

สายรองที่หมดแรงจนวิ่งไล่ตามเบอร์เรนไม่ทัน พวกเขาเป็นคนที่เยาะเย้ยเขาก่อนที่การทดสอบจะเริ่มขึ้น

“แฮ่ก แฮ่ก! ขะ… เขาทำยังไง”

“แฮ่กๆ ไม่มีทาง…”

ราอนวิ่งผ่านพวกเขา พวกเขาที่หอบอยู่ก็ชะลอฝีเท้าลงและนั่งลงกับพื้นทันที

ราอนวิ่งต่อไปโดยใช้สายตาพวกนั้นเป็นแรงผลักดัน

'น่าสมเพช'

พวกคนปากมากจะอยู่ที่ไหนก็น่ารำคาญ เขาไม่ได้สนใจพวกมันตั้งแต่แรก เขาลืมพวกมันไปและวิ่งต่อ

“ฮึ่ม…”

ราอนหมุน 'วงแหวนแห่งไฟ' ด้วยการหายใจช้าๆ

'วงแหวนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว'

แม้ว่าเขาจะไม่ได้วิ่งเป็นเวลานาน แต่การฝึกฝน'วงแหวนแห่งไฟ' ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดแล้ว 'วงแหวนแห่งไฟ' ก็ยังเป็นเทคนิคการปลูกฝังที่มีคุณค่าที่แท้จริง

'มันยังคงเป็นเรื่องยากมากอยู่ดี'

วงแหวนแห่งไฟที่หมุนไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป เขารู้สึกเหมือนหัวใจและปอดถูกบดขยี้ สีข้างของเขาก็เจ็บราวกับถูกแทง

'ช่างน่าสมเพช'

ราธแลบลิ้นออกมาขณะที่เขาวิ่งเต็มที่

'ข้าไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้จากเจ้าได้ ร่างกายของเจ้าจะกลายเป็นของข้า มอบร่างกายของเจ้าให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะตามจับและแช่แข็งไอ้เด็กเหลือขอผมสีน้ำเงินนั่นให้สิ้นซากทันที'

'หุบปาก'

มันไม่ใช่การทดสอบเพื่อให้ตามกันให้ทัน มันเป็นการต่อสู้กับตัวเอง

ข้าไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้ตราบเท่าที่ข้ายังลืมตาอยู่

'งั้นก็หลับตาสิ เป็นปาฏิหาริย์แล้วที่ฉันยังวิ่งได้แบบนี้'

เขาไม่ได้โกหก

แม้ว่าเขาจะมีระบบของราธ แต่เขาก็ไม่สามารถกำจัดความเย็นภายในวงจรมานาของเขาได้ 'วงแหวนแห่งไฟ'เป็นปาฏิหาริย์ที่ทำให้เขาวิ่งต่อไปได้

'เช่นนั้นมอบร่างกายของเจ้าให้ข้า'

ราธได้เปลี่ยนเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินที่เขาเคยเห็นเมื่อวันก่อน

'ไม่ใช่ตอนนี้...'

ราอนกัดริมฝีปาก แรงกระตุ้นของราธทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากกว่าวันก่อนเป็นสองเท่าเพราะเขาเหนื่อยมาก

'มันไม่ได้ผลหรอกน่า กลับไปนอนได้แล้ว'

เขาใช้'วงแหวนแห่งไฟ' อย่างเต็มกำลัง เขาขยับขาไปเรื่อยๆ โดยแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้รับผลกระทบ

'เหอะ ทำไมพลังของราชาจึงใช้กับเจ้าไม่ได้กัน?!'

ราธกปลุกอารมณ์โกรธอย่างไม่หยุดหย่อน

“ฮึก…”

ราอนทนต่อการโจมตีทางจิตของราธด้วยความอดทนที่ใกล้หมด

'ฉันกำลังจะตาย...'

เหงื่อเย็นไหลลงหลังของเขา เขารู้สึกเหมือนจะเป็นลม

ต้องขอบคุณความสมดุลระหว่าง 'วงแหวนแห่งไฟ' และประสบการณ์ในชีวิตที่แล้วของเขา—สถานการณ์ความเป็นความตายนับไม่ถ้วน—เขาจะยืนอยู่ไม่ไหวแล้ว

'ไอ้เด็กโง่!'

'พอได้แล้ว!'

“หา!”

ในขณะที่ราอนกำลังผลักพลังของราธออกไป ริมเมอร์ซึ่งนอนอยู่บนแท่นก็ลุกขึ้นทันที

“ทุกคน หยุด!”

เด็กๆในโรงฝึกที่กำลังวิ่งหยุดลงเมื่อได้ยินประโยคยืนยันของเขา

“แฮ่ก! แฮ่ก!”

“ฮ้า!”

“อ้าก!”

แทบจะลืมตากันไม่ขึ้น เด็กนั่งบนพื้นหรือจับเข่าหอบ

“แฮ่ก…”

ราอนเหมือนจะขาดใจตาย เขาหอบอย่างหนัก

'เป็นสัตว์ประหลาดรึไง'

ราธกัดฟันแน่นและเดินกลับไปหาสร้อยข้อมือ

'บอกแล้ว เจ้าทำไม่ได้หรอก'

เขาปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก การทดสอบนั้นยาก แต่การต้านทานการโจมตีของราธนั้นยิ่งกว่า หากเขายังคงวิ่งต่อไป เขาอาจตายได้จริงๆ

'ชีวิตนี้ก็ไม่ได้สบายเหมือนกันสินะ...หืม?'

ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นในขณะที่เขากำลังดื่มน้ำ

ติ๊ง!

มีการใช้พลังกายเกินกำลังอย่างสุดขีด

ค่าความสามารถเพิ่มขึ้น

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 10

คัดลอกลิงก์แล้ว