เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 1

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 1

นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 1


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 1

ฉันกำลังจะตาย

ในคืนที่หนาวเหน็บและมีแสงจากดวงจันทร์สาดส่อง สัญชาตญาณของฉันจากการใช้ชีวิตเป็นนักฆ่าร้องตะโกนออกมาแต่คำเดิมๆ

ฉันกำลังจะตาย

ฉันมองไปรอบๆ ตัว

มีเส้นทางมากมายในสวนอันกว้างใหญ่แห่งนี้ แต่ฉันไม่เห็นเส้นทางที่จะมีชีวิตเลย มีเพียงแค่ทางไปหาความตาย

"ราอน"

ฉันเงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินเสียง เป็นที่เสียงที่สร้างความหนักอึ้งในใจของฉัน ชายผู้ที่ดูเหมือนน้ำแข็ง ผมสีเงินยาวถูกหวีมาอย่างดีกำลังก้าวเข้ามาใกล้ฉัน

นั่นไงล่ะเขา

เดรุส โรเบิร์ต

เพียงชายผู้เป็นถึงหัวหน้าตระกูลโรเบิร์ตก้าวเข้ามา ก็เหมือนกับกลิ่นอายความตายกำลังคืบคลานเข้ามาในสวนแห่งนี้

"เป็นงั้นเองสินะ"

ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและค่อยๆ อ้าปากกล่าว

"เธอได้แสดงความสามารถของในฐานะหัวหน้าแห่งเงาแล้ว ตระกูลของเราเติบโตขึ้นมากด้วยฝีมือของเธอที่คอยจัดการเบื้องหลัง"

"ฉันทำตามหน้าที่"

ฉันไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกไป เสมือนเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่ง

"แต่ว่านะ... ราอน"

เขาเริ่มกล่าวเสียงเบา

"เธอคิดว่าเงาจำเป็นต้องมีอิสระไหม?"

เดรุสยื่นมือของเขาออกมา เงาที่พื้นก็ลากออกมาตามเช่นกัน

"เงาต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย ทั้งความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ของพวกนั้นมันไม่จำเป็น"

"ใช่"

"ในเมื่อรู้ตัว ทำไมถึงยังเลือกทำแบบนี้อีกกันล่ะ?"

เสียงแหลมคมของเดรุส ค่อยๆ เย็นยะเยือกกัดกินถึงหัวใจฉัน

"สุดท้ายเธอก็ทำลาย 'สิ่งปลูกฝัง' ที่เราฝังไว้ในร่างจนได้ "

ขนของฉันเริ่มลุกชันไปถึงกระดูกสันหลัง ฉันถึงกับกัดลิ้นตัวเองซ่อนความตกใจ

อะไรกัน?

ฉันไม่ได้พูดออกไปหรือทำตัวแตกต่างจากเมื่อก่อนเลยนี่ เขารู้ได้ยังไงว่ามันถูกทำลายไปแล้ว

"พูดสิ เธอทำลายมันตอนไหน และยังไง?.."

ฉันกัดริมฝีปากแล้วเงยหน้าขึ้น

การปลูกฝังนั่น...

หัวหน้าตระกูลโรเบิร์ตใช้การปลูกฝังเพื่อควบคุมเหล่าทีมนักฆ่าเงา

พวกเขาลักพาตัวหรือไม่ก็ซื้อเด็กเล็กๆ แล้วเมื่อไรก็ตามที่กำจัดอารมณ์ได้แล้ว พวกเขาก็จะปลูกฝังเด็กเหล่านั้นด้วยเครื่องมือบางอย่างและให้พวกนั้นเป็นนักฆ่าเงาไปตลอดชีวิต

ฉันเองก็ได้รับการปลูกฝังนั่น แต่กลับสามารถกำจัดพันธนาการอันน่ากลัวนั่นด้วยบางสิ่งที่พิเศษ

"เธอคงกำลังคิดจะหลบหนีสินะ"

เดรุสกล่าว

"แต่ที่จริง ฉันใส่สายจูงให้นักฆ่าอยู่สองครั้ง รวมถึงเธอด้วยนะ ครั้งแรกนั้นเป็นการปลูกฝัง ส่วนครั้งที่สอง..."

"อั้ก!"

ฉันส่งเสียงร้องจากความเจ็บปวดสุดขีด อย่างกับว่าหัวใจและปอดกำลังถูกเลื่อยเป็นชิ้นๆ

"หนอนแห่งความโกรธเกรี้ยว หนอนที่ฝังอยู่ร่างกายที่พร้อมจะทะลวงหัวใจออกมาตามคำสั่งของฉัน"

"ห...หนอนแห่งความโกรธเกรี้ยว"

หนอนแห่งความโกรธเกรี้ยวเป็นเวทย์มนต์ดำที่เลวร้ายที่สุด มันถึงขนาดรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้เลย

ดูเหมือนหนอนแห่งความโกรธเกรี้ยวคงจะรู้ไปถึงแผนการหนีออกจากตระกูลโรเบิร์ตของฉัน

"คะ..แค่ที่เป็นมันไม่พอหรือไง? ถึงขนาดต้องฝังหนอนแห่งความโกรธเกรี้ยวใส่ฉันเนี่ยนะ? ไอ้สารเลวน่ารังเกียจเอ้ย!"

"น่ารังเกียจเหรอ? เรียกว่ารอบคอบดีกว่านะ เพราะสุดท้ายเธอก็ทำลายสายจูงอันแรกไปจริงๆ"

เดรุสยิ้มพร้อมกับสีหน้าปั้นแต่งที่เขาชอบเผยออกมาในที่สาธารณะ

"มีคนเคยพูดเอาไว้ มนุษย์ทุกคนใช้ชีวิตใต้หน้ากาก แต่ว่าหน้ากากของฉันมันหนาและพิเศษกว่าคนอื่นๆ น่ะ"

"เดรุส โรเบิร์ต......"

ฉันกัดฟันแน่น ยกตัวขึ้น สะกดความเจ็บปวดเอาไว้

ฉันยังตายไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่าง

ฉันถูกลักพาตัวมาตั้งแจ่จำความไม่ได้ และถูกเลี้ยงมาให้เป็นสุนัขล่าเนื้อและมือสังหารของตระกูลโรเบิร์ต

ฉันเติบโต ลืมสิ้นอารมณ์ความรู้สึก และบังเอิญหลุดมาจากการปลูกฝังได้

เคยคิดว่าในที่สุดก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ เพียงแต่ว่ากุญแจนั่นดันไม่ใช่กุญแจไขคุกที่ขังฉันเอาไว้ มันเป็นเพียงกุญแจอันนำไปสู่ความตาย

ฉันทำบาปอะไรไว้กันนะ ถึงต้องมาถูกใช้เยี่ยงสุนัข ฉันมันไม่รู้อะไรเลย...

แม่งเอ้ย!

หยาดเลือดสีแดงเติมเต็มความรู้สึกที่หายไป มันกลายเป็นความโกรธที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“จะทนอยู่ในสภาพนั้นได้นานแค่ไหนล่ะ?”

ท่าทางของเดรุสเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"ฉันไม่ยอมตายไปกับความอัปยศหรอก"

ฉันจับดาบที่เอว

สัญชาตญาณที่รับรู้ถึงความตายยังคงไม่เปลี่ยนไปตั้งแต่ก้าวเข้ามาในสวนนี่แล้ว

ฉันจะตายที่นี่

แต่ถ้าถูกกำหนดให้ตาย ก็จะไม่หนีการเผชิญหน้า อย่างน้อยแขนของมัน… ไม่สิ... อย่างน้อยก็ต้องสร้างบาดแผลก่อนแล้วค่อยตาย

"อ้ากกก"

ฉันชักดาบออกจากฝัก ด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม

ในขณะนั้นเอง...

ดาบที่หักครึ่ง

เสียงสร้อยคอที่หล่นลงพื้น

โลกและดวงจันทร์ที่พลิกกลับ ดวงตานิ่งเฉยของเดรุส

อา....

แล้วฉันก็ได้รู้ หัวของฉันถูกดาบของเดรุสตัดขาดแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ฉันเห็น..

เศษดาบที่หักพุ่งเข้าหาใบหน้าของเดรุส

“หยาบคายจังนะ”

เดรุสโบกมือรำคาญ ปัดการโจมตีครั้งสุดท้ายของฉันออกไปด้วยท่าทางเบาๆ ราวกับว่าเขาแค่ตีแมลงตัวหนึ่ง

อย่างที่คาดไว้…

เดรุสเป็นนักรบที่ได้รับการกล่าวขานว่าแข็งแกร่งที่สุดในทวีป คิดไว้แล้วว่าไม่สามารถชนะได้

เพราะเขาแข็งแกร่งและฉันก็อ่อนแอ ทำอะไรไม่ได้เลย

ไม่… มัน… ต้องได้สิ!

ความเดือดดาลที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจฉันเดือดพล่าน

มันไม่ยุติธรรมเลยที่ทั้งชีวิตของฉันจะต้องถูกเดรุสกุมในกำมือ ฉันยังไม่สามารถสร้าง 'วงแหวนแห่งไฟ'

จะมาตายแบบนี้ไม่ได้

พระเจ้า.. หรือปีศาจก็ได้

ฉันปรารถนาที่จะฉีกหน้ากากของเดรุสออกและเชือดคอของมัน ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม จะกลืนกินทั้งตัวฉันก็ได้

ทว่าแม้นจะปราถนาจะแก้แค้นเพียงใด วิสัยทัศน์ของฉันก็มืดสนิทไปทั้งอย่างนั้น...

* * *

* * *

"อืม...."

เดรุส โรเบิร์ต ยกมือขวาขึ้นและขมวดคิ้ว

'ฉันกันมันไว้ได้แล้วแน่ๆ'

มีบาดแผลเล็กน้อยปรากฎที่หลังมือ แม้ว่าเขาจะป้องกันการโจมตีสุดท้ายจากขยะชิ้นนั้นด้วยดาบอย่างสมบูรณ์แบบแล้วก็ตาม

นานหลายปีแล้ว ที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บจนเลือดไหลเช่นนี้

'น่าขันชะมัด'

เจ้าขยะนี้ได้ลบบล้างการปลูกฝัง อดทนต่อการทรมานของหนอนแห่งความโกรธเกรี้ยว และยังทิ้งบาดแผลไว้บนร่างกายของเดรุสได้อีก

ทำไมสุนัขล่าเนื้อที่เขาเลี้ยงไว้ใช้ถึงมีความแข็งแกร่งขนาดนี้กัน?

"แต่มันก็จบแค่นี้แหละ..."

ตอนนี้ราอนเสียชีวิตไปแล้ว จะคิดเรื่องของเจ้าขยะนี้ต่อไปก็ใช่ว่าจะสำคัญ

"ทำความสะอาด"

ทหารที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของสวนรีบออกมาและเคลื่อนตัวเข้าหาร่างของราอน ในจังหวะที่ดรุสหันหลัง

เพียงกระพริบตาเท่านั้น

สร้อยคอของราอนจมที่อยู่ในเลือดสีแดง เปล่งแสงสีฟ้าออกมา แต่ไม่มีใครทันมองเห็นมัน

ท่านคุณได้รับเลือกจาก <ราธ> <ราธ> จะลงมาบนร่างกายของคุณ… ร่างกายของท่านตายแล้ว..! เกิดข้อผิดพลาด…

* * *

กลับชาติมาเกิด...

แนวคิดอันแปลกประหลาดที่หลายคนเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายคนไม่เชื่อ

ราอนไม่เชื่อเรื่องการเกิดใหม่เช่นกัน

เขาได้รับการปลูกฝังมาทั้งชีวิต และเมื่อเขาหลุดพ้นจากมัน เขาก็วุ่นอยู่กับการเตรียมการเพื่อหนีจากตระกูลโรเบิร์ต ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่สนใจเรื่องอะไรเช่นนี้เลย

เขาคิดว่าความตายคือจุดจบ

อย่างไรก็ตาม…

“เจ้าดวงตะวัน ดูนี่สิ!”

หญิงสาวหน้าตาสละสลวย มีดวงตาสีแดงและผมสีทองอ่อนคลอเคลียบนไหล่ของเธอ กำลังเขย่าของเล่นเด็กสีฟ้าในมือ

“มีสีแดงด้วย!”

เธอถือสีแดงไว้ในมือซ้ายเช่นกัน

กุ๊งกิ๊ง กุ๊งกิ๊ง

แม้ว่าเขาจะย่นหน้าเมื่อได้ยินเสียงเขย่า แต่หญิงสาวผมบลอนด์ก็ไม่หยุดสั่น

“บูววว”

ราอนถอนหายใจเบา ๆ และเอื้อมมือไปหาของเล่นเด็ก

"ใช่แล้ว! มาทางนี้จ้ะ!"

หญิงผมบลอนด์ส่งเสียงอย่างตื่นเต้นและเขย่าเร็วมากขึ้น

มีสองอย่างที่เขามองเห็น แขนคู่หนึ่ง อวบอ้วนเหมือนไส้กรอก และผู้หญิงที่เขย่าของเล่นเด็กทารก

'ไม่ชินเลย แขนนี่คือแขนของฉัน ส่วนผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของฉัน...'

ผู้หญิงเบื้องหน้าฉันชื่อซิลเวีย แม้ว่ามันจะยังค่อนข้างไม่น่าเชื่อ แต่ตัวฉันได้กลับชาติมาเกิดเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น ในขณะที่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตในอดีตที่เป็นนักฆ่า

ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นความฝัน

ฉันคิดว่าทุกอย่างจะจบลงหลังจากที่ฉันหลับไปได้สักระยะหนึ่ง แต่ดูเหมือนฉันจะไม่เคยตื่นจากความฝันประหลาดนี้เลย ไม่ว่าจะหลับไปมากแค่ไหนก็ตาม

และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปเป็นหนึ่งร้อยวัน ตอนนั้นเองที่ราอนยอมรับความจริงว่าเขาได้กลับชาติมาเกิด

"เจ้าดวงตะวัน! ทางนี้!”

“อะ-อู!”

เมื่อเขาค่อยๆ คลานไปหาของเล่น ซิลเวียก็ค่อยๆ ถอยหลังทีละนิด

"ใช่! อีกนิดๆ!"

ราอนค่อยๆ คลานตามซิลเวียและเอื้อมมือไปที่ของเล่นนั่น

“อาบู…”

แต่ร่างกายของเขาไม่สามารถทนต่อน้ำหนักของศีรษะที่หนักอึ้งของเขาได้ และเริ่มเอนเอียงไปทางขวา

"โอ้!"

ซิลเวียเหวี่ยของเล่นออกไปและรีบหันไปทางราอน โอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขนของเธอ

'เธอเร็วมาก'

ร่างกายของเธอเร็วมาก แม้ว่าเขาจะไม่สามารถตรวจจับพลังได้ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคุ้นเคยกับศิลปะการต่อสู้พอสมควร

“ตกใจไหม? ไม่เป็นไรนะจ้ะ ไม่เป็นไร”

ซิลเวียตบหลังราอน

“โอ้”

ราอนจับมือของเธอ ทว่าเธอก็ยังคงไม่หยุด แม้ว่าเขาจะทำทีท่าบอกไปว่าเขาไม่ตกใจเลยและไม่เป็นอะไรสักนิดเดียว

“เจ้าดวงตะวันของแม่ เราไปดูดอกไม้กันไหม?”

ซิลเวียเดินไปที่หน้าต่างและเปิดผ้าม่านพร้อมกับอุ้มเขา แสงแดดอุ่นๆ ส่องมาอย่างแผ่วเบาราวกับผ้าห่มผ้าฝ้ายนุ่มๆ

‘ทำไมเธอยังเรียกฉันว่าเจ้าดวงตะวันอีก…?’

'เจ้าดวงตะวัน' ที่ซิลเวียเรียกนั้นไม่ใช่ชื่อจริงของเขา มันเป็นชื่อเรียกตั้งแต่อยู่ในครรภ์

เจ้าตระกูลต้องเป็นคนมาเลือกชื่อให้เขา แต่ดูเหมือนเขาคงจะยุ่งมาก และราอนก็ยังไม่เห็นวี่แววของเจ้าตระกูลบ้านนี้เลย

ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถูกเรียกด้วยชื่อ 'เจ้าดวงตะวัน' แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่าร้อยวันแล้วก็ตาม

‘ฟู่วว…’

ราอนมองไปรอบ ๆ ขณะยังอยู่ในอ้อมแขนของซิลเวีย

ห้องกว้างพอที่จะวิ่งเล่นได้ ผนังมีรูปประดับเป็นสีน้ำทะเลหรูหรา และมีโคมไฟวิเศษที่สว่างขึ้นได้แม้ในตอนกลางคืนห้อยลงมาจากเพดาน

เขาไม่สามารถระบุอะไรได้มากนัก เพราะร่างกายของเขายังเป็นทารกและนอนหลับมากกว่ายี่สิบชั่วโมงต่อวัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ

นี่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยและเป็นตระกูลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก

'ไม่เลว'

ไม่ว่ายังไงตระกูลที่ร่ำรวยหรือมีอำนาจย่อมดีกว่าตระกูลธรรมดา ตอนนี้เขาได้เกิดใหม่แล้ว

'ฉันต้องแก้แค้น'

ความรู้สึกอันน่าสยดสยองของการถูกเดรุสตัดคอของเขายังคงแจ่มชัดอยู่ในใจของเขา

เขาคิดว่าความรู้สึกทั้งหมดของเขาหมดไปแล้วในขณะที่ถูกเลี้ยงดูมาในฐานะนักฆ่า แต่ความทรงจำก่อนตายของเขายังเข้มข้น เพราะความโกรธและความกระหายที่จะแก้แค้นยังคงอยู่อย่างชัดเจน

'แต่ฉันไม่ควรใจร้อน'

ราอนสูดลมหายใจลึกและสงบสติอารมณ์

เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรือมีตำแหน่งอะไร ในขณะที่เขาอาศัยอยู่ในห้องนี้

แค้นหลังจากเข้าใจสถานการณ์แล้ว คงไม่สายเกินไปที่จะเตรียมการแก้

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักฆ่าคือความอดทน และครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด

เขาสามารถควบคุมความรู้สึกและความกระหายที่จะแก้แค้นได้ตลอดเวลา

'แล้วก็…'

ด้วยความโชคดีบางอย่าง ในชีวิตที่แล้วเขาได้รับ 'วงแหวนแห่งไฟ' มา ซึ่งกล่าวกันว่ามันเป็นทักษะที่ทรงพลังที่สุดที่นักดาบสามารถบรรลุได้ในพันปี

ถ้าเขาเชี่ยวชาญ 'วงแหวนแห่งไฟ' อาจเป็นไปได้ที่เขาจะฆ่าเดรุส โรเบิร์ต ไม่ใช่ด้วยการลอบสังหาร แต่เป็นการเผชิญหน้าโดยตรง

เขาจะต้องทนแล้วทนอีกเพื่อให้วันนั้นมาถึง

'ยังไงก็เถอะ ฉันดันง่วงอีกแล้ว...'

เขารู้สึกง่วงนอนในอ้อมแขนของซิลเวียภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น

ร่างกายของเด็กทารกไม่สะดวกในหลายๆ ด้าน เขาคิดได้เพียงชั่วครู่ก็หลับไปแล้ว

“ง่วงนอนเหรอเจ้าดวงตะวัน? งั้นเราไปพักผ่อนกันเถอะ”

ซิลเวียค่อยๆ ลูบหลังเขาด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่เขากำลังเคลิ้มหลับและคอของเขาก็เอนไปข้างหลัง...

“ท่านหญิงซิลเวีย!”

ประตูเปิดออกโดยไม่มีเสียงเคาะ และสาวใช้ของซิลเวียก็เข้ามาในห้อง

“เจ้าตระกูลกำลังมา!”

"ท่านพ่องั้นเหรอ?"

ซิลเวียเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำพูดของสาวใช้

'พ่อ?'

ดูเหมือนว่าเจ้าตระกูลจะไม่ใช่พ่อของเขา แต่เป็นปู่แน่ เพราะมารดาของเขาในชาตินี้เรียกเจ้าตระกูลว่าท่านพ่อ

“ฉัน-ฉันต้องเตรียมตัวแล้วสิ...”

"คงไม่ทันแล้วค่ะ! ท่านเจ้าตระกูลอยู่ข้างนอกแล้ว!”

“โอ้ ไม่นะ!”

ซิลเวียและสาวใช้เร่งฝีเท้าออกไปทันที

สักพักหนึ่ง

มีเสียงฝีเท้าด้านนอกบานประตูที่ถูกเปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเสียงดังพอที่จะทำให้เกร็งไปทั้งตัว

'ใครที่เป็นเจ้าตระกูลกัน'

ราอนลอบลืมตาขึ้นและหันศีรษะไปทางประตู

ชายชราที่มีดวงตาสีแดงและผมสีทองสว่างไสวปรกหน้าผากเดินเข้ามาใกล้ ซิลเวียและสาวใช้ตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่แสนเย็นยะเยือกของเขา

'อา…'

เวลาผ่านไปช้าลงเมื่อเขาเห็นดวงตาของชายชรา เกือบจะรู้สึกราวกับว่าสภาพแวดล้อมของเขาพร่ามัวเพราะการปรากฏตัวของเขา

“ทะ--ท่านพ่อ”

“เด็กคนนี้งั้นหรือ?”

ชายชราหยุดอยู่ตรงหน้าซิลเวียและชี้นิ้วไปที่ตัวฉัน สายตาของเขาเย็นชามาก

"ใช่ค่ะ"

ซิลเวียผงกศีรษะอย่างหนักและอุ้มราอนออกมาหาเขา

'อา…'

ดวงตากลมโตของราอนเบิกกว้างขึ้น ขณะที่เขามองตรงไปยังใบหน้าของเขา เขารู้สึกราวกับว่าเขาเคยเห็นเขามาก่อน

'ผมทอง นัยน์ตาสีชาด ชายชราที่มีลักษณะเย็นชาราวกับมีเหมันต์รายล้อมอยู่รอบตัว…โอ้!’

เสมือนมีสายฟ้าฟาดลงที่ศีรษะเล็กๆ ของฉัน

เกล็น ซิกฮาร์ท ราชาผู้ทำลายล้างแดนเหนือ!

ตระกูลนี้ถูกขนานนามว่าเป็นจุดสูงสุดของทวีป และคนผู้นี้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็กำลังมองลงมาที่เขา

เสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจได้เล็ดรอดออกมาจากปากเล็กๆ ของเขาเอง

ดูเหมือนว่าเขาจะได้เกิดใหม่ในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในทวีปเสียแล้ว

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ นักฆ่าเกิดใหม่กลายเป็นจอมดาบอัจฉริยะ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว