- หน้าแรก
- เจ้าพ่อวรรณกรรมแห่งโตเกียว
- บทที่ 43 การเตรียมการถ่ายทำ
บทที่ 43 การเตรียมการถ่ายทำ
บทที่ 43 การเตรียมการถ่ายทำ
มิซูฮาระ ยูอิมองไปที่ฟูจิวาระ เคย์ ก่อนที่จะหันไปมองนิชิมูระ ทาโร่
"พวกคุณรู้จักกันเหรอคะ?"
ฟูจิวาระ เคย์ยิ้ม "ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานในกองถ่ายของด้วยนามแห่งรัก และเคยร่วมงานกับคุณนิชิมูระมาก่อนครับ"
นิชิมูระ ทาโร่พยักหน้า "ใช่ครับ ฟูจิวาระคุงก่อนหน้านี้......"
นิชิมูระ ทาโร่กำลังจะพูดว่าก่อนหน้านี้ฟูจิวาระ เคย์เคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในกองถ่ายของด้วยนามแห่งรัก แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตำแหน่งของอีกฝ่ายในรายการสูงกว่าเขา ถ้าหากเขาดันพูดออกไปว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเคยเป็นลูกน้องของเขา มันจะหมายความว่ายังไง? คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนรึไง?
เขาจึงรีบหยุดพูดทันที
"คุณนิชิมูระ ได้เจอกันอีกแล้วนะครับ" ฟูจิวาระ เคย์ยิ้ม "เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมจะพูดอีกรอบ"
การได้เจอกับนิชิมูระ ทาโร่อีกครั้ง ทำให้ฟูจิวาระ เคย์รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก นิชิมูระ ทาโร่เป็นคนนิสัยดี ตอนที่เขาทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับอยู่ใต้บังคับบัญชาของอีกฝ่ายก็ไม่เคยถูกกลั่นแกล้งอะไรเลย และตัวเขาเองก็มีความสามารถในการทำงาน
นอกจากจะชอบหลับอยู่บ่อยๆแล้ว ก็ไม่มีข้อเสียอะไร
นิชิมูระ ทาโร่จำฟูจิวาระ เคย์ได้ ตอนที่เขาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับทำงานได้คล่องแคล่วมาก และไม่เหมือนกับคนใหม่เลย ดูเหมือนว่าจะคุ้นเคยกับทุกอย่างในกองถ่ายเป็นอย่างดี
ตอนนั้นนิชิมูระ ทาโร่แค่คิดว่าคนๆนี้อาจจะเกิดมาเพื่อทำงานสายนี้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะได้กลายเป็นหัวหน้าฝ่ายวางแผนของรายการเร็วขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เป็นเขาที่สั่งให้ฟูจิวาระทำงาน หลังจากนี้อาจจะต้องสลับกัน......
"งั้นพวกคุณก็มีวาสนาต่อกันจริงๆเลยนะคะ" มิซูฮาระ ยูอิยิ้มพร้อมกับชี้ไปที่เก้าอี้ข้างๆ "คุณนิชิมูระเชิญนั่งค่ะ อาจารย์ฟูจิวาระ รบกวนคุณช่วยพูดอีกรอบได้ไหมคะ?"
"ไม่มีปัญหาครับ"
ฟูจิวาระ เคย์หันกลับไปก่อนที่จะเริ่มอธิบายต่อ
ฟูจิวาระ เคย์อธิบายถึงความยากลำบากในการถ่ายทำ จุดเด่น และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำ
ซาซากิ ทาคาคิรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย จากคำอธิบายของฟูจิวาระ เคย์จะเห็นได้ว่าเขาดูเหมือนจะมีประสบการณ์ในการถ่ายทำรายการเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่สอดคล้องกับอายุของเขาเลย
และเมื่อฟังคำอธิบายของเขาแล้วมันก็ไม่เหมือนกับแผนการเลย มันเหมือนกับการสรุปผลมากกว่า ราวกับว่าเขาเคยดูรายการการสังเกตการณ์มนุษย์มาก่อน และตอนนี้เป็นเพียงแค่การขอให้ทำซ้ำแบบเดิม
บางทีคนบางคนอาจจะเกิดมาเพื่อทำงานสายนี้......
ฮาเซกาวะ เอย์ถามคำถามบางอย่าง และฟูจิวาระ เคย์ก็ตอบคำถามเหล่านั้นอย่างใจเย็น
การพูดคุยเกี่ยวกับแผนการกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง น้ำแร่ในมือของฟูจิวาระ เคย์ดื่มจนหมดขวดแล้ว ถึงจะได้ข้อสรุป
"รายการนี้ต้องน่าสนใจมากแน่ๆ" ซาซากิ ทาคาคิพูดขึ้นทันที ดวงตาของเขาดูเหมือนจะเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย
เขาเคยกำกับรายการวาไรตี้มาหลายรายการ ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายการไหนที่ดังเป็นพลุแตก แต่เขาก็มีสายตาที่หลักแหลม และมีความรู้สึกที่เฉียบแหลมต่อรายการที่มีศักยภาพ
"ทีมงานหลักของเราก็คือพวกเราเหล่านี้ค่ะ" มิซูฮาระ ยูอิพูด "ส่วนทีมงานอื่นๆฉันจะไปขออนุมัติจากบริษัทและจะรีบกำหนดให้เร็วที่สุดค่ะ"
"ผมกับคุณฮาเซกาวะต่างก็มีเพื่อนร่วมงานที่ร่วมงานกันมานานแล้ว อย่างเช่นผู้กำกับในสตูดิโอ ผู้กำกับตามถ่าย ผมจะไปกำหนดมาให้เองครับ" ซาซากิ ทาคาคิพูดขึ้น
"ได้ค่ะ" มิซูฮาระ ยูอิพยักหน้า "งั้นเรื่องรายชื่อแขกรับเชิญประจำ คุณฟูจิวาระ พวกเรามากำหนดกันดีกว่าค่ะ"
ฟูจิวาระ เคย์พยักหน้า "ได้ครับ"
มิซูฮาระ ยูอิยิ้มออกมาอย่างจนใจ "สถานการณ์ของเรา คุณฟูจิวาระก็น่าจะเห็นแล้วนะคะว่าพวกเราแม้แต่ห้องประชุมอย่างเป็นทางการก็ยังไม่มีเลย เพราะฉะนั้นแขกรับเชิญประจำ อย่าเลือกคนที่ดังเกินไปนะคะ"
ได้ยินมิซูฮาระ ยูอิพูดแบบนั้น ซาซากิและคนอื่นๆต่างก็หัวเราะออกมา ซึ่งในเสียงหัวเราะนั้นก็มีความรู้สึกดูถูกตัวเองอยู่ไม่น้อย
"แต่ฉันเชื่อว่าความลำบากนี้เป็นเพียงแค่ชั่วคราวค่ะ" มิซูฮาระ ยูอิหันไปมองทุกคน "ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่ฉันก็ได้สังเกตแล้วว่ารายการช่วงกลางคืนของสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะเป็นจุดอ่อนมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแข่งขันกับรายการในช่วงเวลาทองได้ แต่ก็ยังสามารถเป็นผู้นำของรายการช่วงกลางคืนได้!"
"เอเฮ้~" ซาซากิ ทาคาคิเบ่งกล้ามเนื้อขึ้นมาก่อนที่จะตะโกนออกมา นี่คงจะเป็นวิธีการให้กำลังใจที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาสินะ
"เอาล่ะครับ เตรียมตัวกันได้แล้วทุกคน"
ซาซากิ ทาคาคิ และฮาเซกาวะ เอย์ต่างก็ไปหาทีมงานที่พวกเขาคุ้นเคย ส่วนมิซูฮาระ ยูอิก็พาเขาไปที่ห้องข้อมูล ซึ่งด้านในเป็นข้อมูลของศิลปินต่างๆ
ข้อมูลศิลปินถูกจัดแสดงในรูปแบบของเอกสาร ฟูจิวาระ เคย์มองไปยังข้อมูลศิลปินที่กองเป็นภูเขา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
นี่คือข้อเสียของการย้อนเวลากลับมาในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลาย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกมาแล้ว แต่ในหลายๆสถานการณ์ก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เลย แม้แต่ฐานข้อมูลของศิลปินก็ยังไม่มี
ตอนที่ฟูจิวาระ เคย์อยู่ที่โรงเรียนเขาเคยเรียนเขียนโปรแกรมง่ายๆมาบ้าง แต่ตอนนี้ก็ลืมไปหมดแล้ว ไม่งั้นคงจะพับแขนเสื้อแล้วสร้างให้พวกเขาดูแล้ว
ฟูจิวาระ เคย์พลิกดูข้อมูลของศิลปิน อ่านไปฉบับหนึ่งก็โยนทิ้งไปฉบับหนึ่ง ในที่สุดก็ได้ชื่อมาไม่กี่ชื่อ บุคลิกเหมาะสม ไม่มีข่าวฉาว และราคาก็อยู่ในช่วงที่สามารถของบประมาณได้
ฟูจิวาระ เคย์หยิบกระดาษขึ้นมาก่อนที่จะจดชื่อลงไปบนนั้น
"คุณฟูจิวาระ คุณว่าคุณยามาชิตะเป็นยังไงบ้างคะ?"
ฟูจิวาระ เคย์ยื่นหน้าไปดูก็พบกับ ยามาชิตะ ฟูมิฟูมิ ปีนี้อายุ 66 ปี เป็นนักแสดงละครโนหรือละครพื้นบ้าน เป็นแขกรับเชิญประจำของรายการวาไรตี้ พูดจาตลกขบขันมาก มีความรู้สึกเหมือนกับเด็กซนๆ
ฟูจิวาระ เคย์พยักหน้าก่อนที่จะจดชื่อของเขาลงไปบนกระดาษเช่นเดียวกัน
หลังจากที่ยุ่งอยู่ทั้งวัน ฟูจิวาระ เคย์ก็นำรายชื่อที่เขาเขียนขึ้นมายื่นให้กับมิซูฮาระ ยูอิ จากนั้นทั้งสองก็ลบชื่อออกไปอีกไม่กี่ชื่อ แล้วก็ให้ผู้ช่วยผู้กำกับโทรไปทีละคนเพื่อยืนยันตารางงาน ถ้าหากเหมาะสมก็จะทำการกำหนดลงไป
ทุกอย่างกำลังเตรียมการอย่างเป็นระเบียบ สองวันต่อมาทีมผู้กำกับและทีมตากล้องก็ได้รับการยืนยันเกือบทั้งหมดแล้ว ซาซากิ ทาคาคิก็ทำการประชุมกับผู้กำกับในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับ
ไม่กี่วันต่อมา มิซูฮาระ ยูอิก็ได้กำหนดรายชื่อแขกรับเชิญเกือบทั้งหมดแล้ว แขกรับเชิญประจำทั้งหมดมี 7 คน หลังจากนี้อาจจะมีการเพิ่มขึ้น
ทั้ง 7 คนนี้ได้แก่ กลุ่มนักแสดงตลก 3 คน "แอปเปิ้ลทองคำ" นักแสดงละครโนห์ชื่อดังยามาชิตะ ฟูมิฟูมิ นักแสดงที่เคยรับบทโอดะ โนบุนางะในวัยหนุ่มในละครไทกะอย่างฮายามิ โฮทาโร่ นักร้องไอดอลหนุ่มคาตาโอกะ นาโอกิ และนักแสดงหน้าใหม่ที่มีหุ่นที่น่าทึ่งและใบหน้าที่น่ารักอย่างอารากิ คิโกะ
คนอื่นๆถูกตัดสินใจโดยมิซูฮาระ ยูอิ มีเพียงแค่แอปเปิ้ลทองคำและอารากิ คิโกะที่ฟูจิวาระ เคย์เป็นคนเลือกเอง
ฟูจิวาระ เคย์เคยดูการแสดงของแอปเปิ้ลทองคำแล้ว ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าของทั้งสามคนแข็งแกร่งมาก
อารากิ คิโกะหน้าตาน่ารัก บุคลิกคือ "แกล้งทำเป็นโง่" ถึงแม้ว่าหน้าตาจะสวยงาม แต่ก็มักจะทำตัวเป็นคนใสซื่อตลอดเวลา
การแกล้งโง่ถือเป็นทักษะพื้นฐานของผู้หญิงญี่ปุ่น แต่ทว่าอารากิ คิโกะสามารถใช้ทักษะนี้ได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะพูดว่า "เอ๊ะๆๆ" อยู่ตลอด จนทำให้ฟูจิวาระ เคย์เข้าใจผิดว่าภาษาคันโตของเขาไม่ค่อยจะดีจนทำให้อีกฝ่ายฟังไม่เข้าใจ
หลังจากนั้นเขาก็เพิ่งจะรู้ว่านี่เป็นทักษะพิเศษที่ผู้หญิงญี่ปุ่นเรียกว่า "การอ่านบรรยากาศ" ถ้าหากไม่ "เอ๊ะ" สองครั้งก็จะทำให้ตัวเองดูเหมือนคนไม่รู้ความ
รายชื่อได้รับการยืนยันเกือบทั้งหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องถ่ายทำอย่างเป็นทางการแล้ว
อย่างแรกเลย สถานการณ์แรกที่จะถ่ายทำคือ ลูกชายพาแฟนสาวที่เป็นนักกินจุกกลับบ้าน
นักกินจุไม่ได้หาได้ง่ายเหมือนกับศิลปินที่มีแฟ้มข้อมูลโดยเฉพาะ มิซูฮาระ ยูอิจึงไปที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์แบบเครือที่จัดแข่งขันนักกินจุทุกปีในโตเกียว และได้พบกับผู้เข้าร่วมที่เหมาะสมจากสามอันดับแรกของทุกปี
"ฟูจิวาระ นี่คิดไม่ถึงเลยจริงๆนะ" มิซูฮาระ ยูอิพูดด้วยท่าทางประหลาดใจ "คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ชนะการแข่งขันนักกินจุส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงที่รูปร่างผอมบางอีกด้วย นายลองนึกภาพออกไหม?"
ฟูจิวาระ เคย์เองก็สังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้มานานแล้ว แต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ว่ามันมีหลักการอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่า?
มิซูฮาระ ยูอิพานักกินจุคนนั้นมา สูงประมาณ 150 ซม.ต้นๆ สวมแว่นตา ผิวขาว ยิ้มแล้วน่ารักมาก แถมยังไม่่ได้อ้วนด้วย แต่ฟูจิวาระ เคย์เคยดูวิดีโอการแข่งขันของเธอแล้ว ผู้หญิงคนเดียวมื้อเดียวสามารถกินอาหารได้เท่ากับฟูจิวาระ เคย์กินได้ครึ่งเดือนเลยมั้ง......
"แล้วใครเป็นคนแกล้งล่ะ?" ฟูจิวาระ เคย์ถามต่อ
มิซูฮาระ ยูอิยิ้ม "เป็นนิชิมูระ ทาโร่ พอดีพ่อแม่ของเขาเอาแต่เร่งให้เขาแต่งงาน พาแฟนสาวกลับบ้าน เขาก็เลยอยากจะแกล้งพ่อแม่ของเขาสักหน่อย"
ฟูจิวาระ เคย์เองก็ยิ้มออกมา เป็นลูกกตัญญูจริงๆ
"ดีเลย ให้เขากลับไปแล้วหาเรื่องให้พ่อแม่ออกไปข้างนอกก่อน แล้วพวกเราจะได้เข้าไปติดตั้งกล้องซ่อนในห้อง"