- หน้าแรก
- เจ้าพ่อวรรณกรรมแห่งโตเกียว
- บทที่ 41 แผนการสังเกตการณ์มนุษย์
บทที่ 41 แผนการสังเกตการณ์มนุษย์
บทที่ 41 แผนการสังเกตการณ์มนุษย์
อันที่จริงแล้วสิ่งที่ฟูจิวาระ เคย์อยากจะเป็นมากที่สุดคือผู้กำกับของรายการ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้
ปีนี้เขาอายุ 22 ปี เป็นเพียงนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ และไม่มีเส้นสายใดๆ ในบริษัทโปรดักชั่นแห่งใหม่ การที่จะได้เป็นผู้กำกับโดยตรงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ต่อให้เขาได้เป็นผู้กำกับจริงๆ เขาก็คงจะถูกเพื่อนร่วมงานใหม่รวมหัวกันต่อต้านจนไม่สามารถทำรายการต่อไปได้
เจ้าเด็กที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแก ยังคิดจะมาขี่อยู่บนหัวพวกเราอีกเหรอ?
ถ้าหากฟูจิวาระ เคย์ไม่ได้เป็นลูกนอกสมรสของผู้มีอิทธิพลคนไหน เขาก็คงจะไม่สามารถทำงานในตำแหน่งผู้กำกับได้อย่างราบรื่นแน่ๆ
อันที่จริงแล้วการวางแผนในรายการวาไรตี้ก็ถือเป็นหน้าที่ของผู้กำกับเช่นเดียวกัน แต่บางครั้งมันก็ถูกแยกออกจากกัน โดยทีมวางแผนจะรับผิดชอบในการสร้างเนื้อหาของรายการ ส่วนผู้กำกับจะรับผิดชอบในการดำเนินการและรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า
"หัวหน้าฝ่ายวางแผนงั้นเหรอ......" มิซูฮาระ ยูอิลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น "แต่ฟูจิวาระคุง คุณยังขาดประสบการณ์และผลงานที่จับต้องได้ การผลิตรายการหนึ่งมันซับซ้อนมากนะ หัวหน้าฝ่ายวางแผนจำเป็นต้องคาดการณ์ล่วงหน้า รับผิดชอบในการวางแผนการถ่ายทำ นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ และอื่นๆอีกมากมาย รายการที่มีความยาวขนาดนี้จำเป็นต้องพิจารณาหลายอย่างเลยนะ เพราะฉะนั้น......"
มิซูฮาระ ยูอิหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ "ฉันว่าจะให้ตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับกับคุณ แล้วก็จะให้คุณเข้าร่วมทีมวางแผนด้วย แต่จะให้หัวหน้าฝ่ายวางแผนที่มีประสบการณ์มาช่วยแนะนำและปรับปรุงแผนการของคุณให้สมบูรณ์ขึ้น คุณว่าแบบนี้พอจะได้ไหม?"
ผู้ช่วยผู้กำกับก็ถือเป็นหนึ่งในทีมงานหลัก เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจในทีมรายการ รองจากผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และหัวหน้าฝ่ายกล้อง
ฟูจิวาระ เคย์ส่ายหน้า "ผมเข้าใจความกังวลของคุณมิซูฮาระดี แต่เงื่อนไขของผมจะไม่เปลี่ยนแปลง"
มิซูฮาระ ยูอิยกถ้วยกาแฟขึ้นมาทั้งสองมือก่อนที่จะก้มหน้ามองรอยลิปสติกที่ขอบถ้วยโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าเธอได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ อาจารย์ฟูจิวาระ พอจะอธิบายแผนการของคุณให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหมคะ?"
ฟูจิวาระ เคย์ยื่นแผนการของ 'การสังเกตการณ์มนุษย์' ให้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะพูดขึ้นว่า "นี่คือแผนการรายการวาไรตี้ที่ผมเขียนขึ้น เชิญอ่านได้เลยครับ ถ้าหากต้องการให้ผมอธิบายเพิ่มเติมก็ถามได้ตลอดเลยนะครับ"
มิซูฮาระ ยูอิรับแผนการมา ก่อนที่จะมองไปยังตัวอักษรสีดำที่ดูเป็นระเบียบบนหน้ากระดาษ
ภายในใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นว่า การสังเกตการณ์มนุษย์? ฟังดูเหมือนกับเป็นรายการข่าวเชิงสังเกตการณ์เลย นี่เป็นรายการวาไรตี้บันเทิงจริงๆเหรอ?
มิซูฮาระ ยูอิเปิดแผนการออกมาก่อนที่จะเริ่มอ่าน ในขณะที่ฟูจิวาระ เคย์และโคบายาชิ ชูโซก็นั่งรออยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ
เนื้อหาของแผนการค่อนข้างเยอะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งอ่านทีละตัวอักษร
มิซูฮาระ ยูอิอ่านเนื้อหาคร่าวๆ และเธอก็เข้าใจทันทีว่าจุดขายหลักของแผนการวาไรตี้นี้คืออะไร
อย่างแรกเลยคือราคาถูก รายการวาไรตี้ที่เน้นคนธรรมดาเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องจ้างดาราดังๆ และแน่นอนว่าหากมีละครของดาราคนไหนที่กำลังจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรายการ ก็สามารถที่จะให้มาออกรายการได้ฟรีๆ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าตัวเพิ่ม เพราะถือว่าเป็นการช่วยโปรโมทไปในตัว
อย่างที่สองคือเนื้อหาที่ดูผ่อนคลายและสนุกสนาน เหมือนกับรายการขำก๊าก ที่เป็นรายการตลกล้วนๆ ไม่ต้องสร้างคุณค่า ไม่ต้องบีบคั้นน้ำตา และไม่น่ารังเกียจ
อันที่จริงแล้วตอนนี้ก็มีรายการแกล้งคนออกมาแล้ว แต่เรื่องตลกที่นำมาเล่นส่วนใหญ่ค่อนข้างจะน่ารังเกียจ และหลายๆเรื่องก็มักจะเล่นกับเรื่องใต้สะดือ
และการสังเกตการณ์มนุษย์ถึงแม้ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้แกล้งคน แต่เมื่อเทียบกับรายการแกล้งคนที่ให้ไอดอลหญิงแกล้งทำเป็นไม่รู้จักถุงยางอนามัยแล้วเอามาเป่าเป็นลูกโป่ง หรือเอาตุ๊กแกใส่ในชุดชั้นในแล้ว รายการนี้ถือว่าสดใสและดีต่อสุขภาพมากกว่ามาก และไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกรังเกียจได้ง่ายๆ
เนื้อหาก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน ตอนนี้อาจจะเป็น "จู่ๆ สัตว์เลี้ยงก็พูดขึ้นมา" แต่ตอนหน้าอาจจะเป็น "ถ้าหากพ่อตาเป็นหัวหน้าแก๊งยากูซ่า" ทั้งหมดนี้ล้วนเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่ทำให้คนดูรู้สึกเบื่อ และยังทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาในตอนต่อไปอีกด้วย
มิซูฮาระ ยูอิคิดว่านี่เป็นเพียงแค่ร่างแผนการคร่าวๆ แต่เธอกลับไม่คิดเลยว่ามันจะละเอียดขนาดนี้ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ถ้าหากมีระดับความสามารถขนาดนี้ ต่อให้จะยังเด็กอยู่ แต่การที่จะเป็นทีมงานหลักแล้วมันจะมีปัญหาอะไรกัน?
"อาจารย์ฟูจิวาระ แผนการนี้น่าสนใจมากเลยค่ะ" มิซูฮาระ ยูอิอ่านคร่าวๆไปหนึ่งรอบก่อนที่จะพูดขึ้นทันที "ฉันตกลงตามที่คุณขอค่ะ"
เด็ดขาดจริงๆเลยนะ......โคบายาชิ ชูโซมองมิซูฮาระ ยูอิพร้อมกับคิดในใจ
โคบายาชิ ชูโซรู้สึกละอายใจขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าหากเป็นเขา เขาคงจะไม่กล้าที่จะตอบตกลงกับข้อเสนอของฟูจิวาระอย่างกะทันหันแบบนี้แน่ๆ อย่างน้อยๆก็ต้องกลับไปปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน
มิน่าล่ะ ถึงได้เป็นโปรดิวเซอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย แค่ความเด็ดขาดก็ไม่ใช่คนที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาตามลำดับอาวุโสอย่างเขาจะเทียบได้แล้ว
ฟูจิวาระ เคย์เองก็คิดว่าอย่างน้อยๆ มิซูฮาระ ยูอิก็คงจะกลับไปคิดสักวันหนึ่งก่อนที่จะให้คำตอบ ไม่คิดเลยว่าจะตอบตกลงทันที ซึ่งมันก็ทำให้เขาประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
แต่สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่ามิซูฮาระ ยูอิแสดงความเชื่อใจ และความร่วมมือในอนาคตก็คงจะไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก ซึ่งนั่นก็ทำให้ฟูจิวาระ เคย์รู้สึกสบายใจขึ้นมามาก
"คุณมิซูฮาระ ขอบคุณสำหรับความเชื่อใจนะครับ"
"ถ้าอยากจะทำรายการที่ดี การเชื่อใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ" มิซูฮาระ ยูอิพูด "ฉันมองออกว่าอาจารย์ฟูจิวาระเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง หวังว่าเราจะสามารถก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นด้วยกันได้นะคะ"
พูดจบ มิซูฮาระ ยูอิก็ยื่นมือออกมา
ฟูจิวาระ เคย์เองก็ยื่นมือออกไป ทั้งสองคนจับมือกัน
"อาจารย์ฟูจิวาระ แผนการฉบับนี้ฉันขอนำกลับไปด้วยได้ไหมคะ?" มิซูฮาระ ยูอิพูดเสริม "ฉันต้องยื่นแผนการนี้ให้กับคณะกรรมการฝ่ายผลิตของสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะเพื่อขออนุมัติงบประมาณ โครงการถึงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ค่ะ"
"คาดว่าระยะเวลาในการขออนุมัติจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันทำการ ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณฟูจิวาระ ตอนนี้ฉันยังไม่สามารถหาช่วงเวลาที่ดีได้ ตอนนี้ช่วงเวลากลางคืนของสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะมีช่วงว่างค่อนข้างเยอะ ฉันคิดว่าด้วยแผนการและความคิดสร้างสรรค์นี้ การอนุมัติคงจะไม่ใช่เรื่องยากค่ะ"
"ได้เลยครับ" ฟูจิวาระ เคย์พยักหน้า
บริษัทมิซูนามิโปรดักชั่นเป็นบริษัทในเครือของสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะ ดังนั้นเรื่องต่างๆของบริษัทส่วนใหญ่จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสถานีโทรทัศน์
รูปแบบการผลิตรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้รูปแบบการแยกการผลิตและการออกอากาศออกจากกัน รายการโทรทัศน์ส่วนใหญ่จะถูกจ้างโดยสถานีโทรทัศน์ให้บริษัทโปรดักชั่นเป็นผู้ถ่ายทำ และแน่นอนว่าสถานีโทรทัศน์เองก็มีหน่วยงานผลิตของตัวเองซึ่งเรียกว่าฝ่ายผลิตของสถานี
บริษัทโปรดักชั่นส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ลงทุนเอง อย่างเช่นบริษัทโคโคริกี้ โปรดักชั่น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้สารานุกรมภาพคนญี่ปุ่นและด้วยนามแห่งรักจะเป็นรายการที่บริษัทโคโคริกี้มีส่วนร่วม แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์แบบผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเท่านั้น
หลังจากความร่วมมือสิ้นสุดลง บริษัทโคโคริกี้ก็จะไปผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์อื่นๆ ต่อไป
แต่บริษัทมิซูนามิโปรดักชั่นกลับเป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นโดยสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะ และผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ฟุคุยามะเพียงแห่งเดียว ถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานีโทรทัศน์ และเป็นเหมือนกับสาขาย่อยของฝ่ายผลิต
ฟูจิวาระ เคย์ยิ้มออกมา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่วุ่นวายมานาน สุดท้ายก็กลับมาที่จุดเริ่มต้น......
หลังจากดื่มกาแฟจนหมดแก้ว มิซูฮาระ ยูอิก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะแลกเบอร์โทรศัพท์กับฟูจิวาระ เคย์ แล้วจึงกลับไปที่บริษัทโปรดักชั่น
โคบายาชิ ชูโซเองก็เตรียมตัวที่จะกลับเช่นเดียวกัน ฟูจิวาระ เคย์จึงพูดกับโคบายาชิ ชูโซว่า "คุณโคบายาชิ ขอบคุณมากเลยนะครับ"
"ไม่เป็นไรหรอก" ใบหน้าของโคบายาชิ ชูโซยังคงไร้ซึ่งอารมณ์ "ผมทำงานในวงการโทรทัศน์มาหลายสิบปี แต่ก็ไม่เคยสร้างผลงานที่น่าทึ่งอะไรออกมาเลย การให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆกับคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ก็ถือว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับวงการที่ผมรักแล้วล่ะครับ แล้วก็......"
"อย่าไปบอกคนอื่นล่ะว่าผมเป็นคนแนะนำคุณให้กับบริษัทมิซูนามิโปรดักชั่น เพราะถึงคุณจะไปแล้ว แต่ผมยังอยู่ที่บริษัทโคโคริกี้นะครับ......"
พูดจบ โคบายาชิ ชูโซก็หนีบกระเป๋าเอกสารไว้ใต้แขนก่อนที่จะเดินจากไปตามทางเท้า ทิ้งไว้เพียงเงาที่ยาวเหยียดบนถนนภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่แดงฉาน