เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

RC:บทที่ 7 ชนพวกมิจฉาชีพ

RC:บทที่ 7 ชนพวกมิจฉาชีพ

RC:บทที่ 7 ชนพวกมิจฉาชีพ


RC:บทที่ 7 ชนพวกมิจฉาชีพ

บ้านของหลินเฟิงนั้นยังค่อนข้างที่จะห่างจากตัวเมืองแต่มันก็เร็วกว่ามากถ้าขับมอเตอร์ไซค์มา โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงหลินเฟิงก็เกือบจะถึงตัวเมืองแล้ว

ในเวลานี้ หลินเฟิงกำลังมุ่งหน้าไปที่ถนนตะวันออก ซี่งเขาเคยทำงานที่ถนนตะวันตก ซึ่งมันระยะห่างพอสมควรระหว่างทั้งสองแห่งนั้น ดังนั้นหลินเฟิงจึงไม่กังวลว่าเขาจะถูกจางเล่ยหรือจ้าวหลงตามตัวพบ

แต่ก่อนหน้าที่จะเข้าไปที่ตลาด หลินเฟิงได้พบกับผู้คนมหาศาล

ในช่วงเช้าเช่นนี้มีผู้คนจำนวนมาก ซึ่งทำให้เห็นว่าตลาดแห่งนี้วุ่นวายมากขนาดไหน โชคดีที่ถนนนั้นกว้าง หลินเฟิงจึงค่อยๆ ขับมอเตอร์ไซค์อย่างระมัดระวังและค่อยๆ นำองุ่นของเขาเข้าไปด้านในตลาดอย่างช้าๆ

“วันนี้มีผู้คนมากมายที่ต้องการที่จะซื้อองุ่นที่รสชาติดีเช่นนี้ในราคาที่ดี เพียงแค่มีใครสักคนได้ชิมมันพวกเขาจะต้องตกหลุมรักมันอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเขาก็สามารถที่จะสร้างโชคได้ด้วยการพึ่งพาพวกมัน ฮ่า ฮ่า!”

“ถ้าฉันขายดีนะ ฉันก็สามารถที่จะปลูกองุ่นเพื่อที่จะจุนเจือครอบครัวได้ ฉันสามารถที่จะซื้อรถ ซื้อบ้าน และอาจจะได้แต่งงานเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

หลินเฟิงขับรถไปด้วยและฮัมเพลงไปด้วย

จิตใจของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าเขากำลังขับรถมอเตอร์ไซค์อยู่บนถนน

ขณะที่หลินเฟิงกำลังรำพันกับตัวเองอยู่นั้น เขาไม่ได้สังเกตเห็นชายแก่ที่มอมแมมอยู่ตรงหน้าเขา เสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยปะและผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง ซึ่งแลดูคล้ายขอทาน

“ทำไม! ฉันถึงได้รู้สึกถึงความแปรปรวนของพลังวิญญาณที่แปลกประหลาดแบบนี้นะ?” ชายชราชำเลืองมองไปรอบๆ อย่างสงสัย

ในเวลานั้นหลินเฟิงขับมอเตอร์ไซค์ของเขาอย่างช้าๆผ่านไปยังชายชรา ทันใดนั้นชายชราก็หันหันหลังกลับมาและจ้องมาที่หลินเฟิง ต้องพูดว่าเขาจ้องไปที่องุ่นที่อยู่บนรถคันนั้น

ถ้ามีใครสักคนเห็นสายตาของชายชราแล้วล่ะก็เขาจะต้องประหลาดใจเพราะว่าสายตาของเขานั้นเปล่งประกายเป็นแสงสีทอง และเป้าหมายนั้นก็คือสิ่งที่ถูกบรรทุกมาบนรถมอเตอร์ไซค์

จากนั้นชายขอทานชราคนนั้นก็ลูบเคราและยิ้มออกมา

“พ่อหนุ่ม...!” เมื่อรถของหลินเฟิงมาถึง ขอทานชราก็ตรงไปยังรถของหลินเฟิงและยกมือขึ้นมาขวางเพื่อที่จะหยุดเขา

แต่ในครู่ต่อมานั้น

ตูม!

ทันใดนั้นก็มีเสียงเบาๆ ดังขึ้น รถของหลินเฟิงหยุดลงในทันที ในเวลานี้หลินเฟิงกลับมาได้สติอีกครั้ง

“โอ้ย! พ่อหนุ่ม นี่เธอจะฆ่าฉันงั้นหรือ มันกำลังจะฆ่าฉัน!” ชายชราร้องออกมาและสายตาของผู้คนโดยรอบเขาต่างพากันมองมาที่หลินเฟิง

“มันจบแล้ว ฉันใจลอยและชนคนเข้าแล้ว! มันจบแล้ว!”

ตอนนี้หลินเฟิงนั้นยากจน เขามีเงินไม่ถึง 100 หยวนเลยด้วยซ้ำ เขาชนเข้ากับชายชราเพราะว่าเขาใจลอย ถ้าเขาเป็นอะไรไปหลินเฟิงก็คงจะต้องจ่ายเงินเพื่อใช้หนี้มากกว่าสิบปีเป็นแน่

แต่ในตอนนี้ หลินเฟิงพบว่ามีบางอย่างผิดปกติเพราะว่าชายชราที่ถูกเขาชนและได้ลอยไปไกลหลายเมตร ไกลออกไปเกือบจะสิบเมตรเลยทีเดียว

เกิดอะไรขึ้นกับชายชราคนนั้นกันนะ เขาเด้งขึ้นจากพื้นดินจากนั้นก็ตกลงมา เด้งขึ้นเด้งลงอยู่อย่างนั้นเหมือนกันลูกบอลติดสปริง จากนั้นเขาก็เด้งต่ออีกสองสามทีและนอนลงบนพื้นดินอย่างเงียบๆ

ผู้คนต่างพากันตื่นตะลึงเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมันดูเกินความเป็นจริง เพราะว่าด้วยความเร็ว 100 หลาไม่อาจที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ของการชนเช่นนี้ได้

ยิ่งไปกว่านี้ที่นี่ก็มีผู้คนมากมาย อย่างมากความเร็วของหลินเฟิงก็ไม่เร็วไปกว่าคนเหล่านี้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะลอยไปไกลขนาดนั้น และมันยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเด้งขึ้นเด้งลงราวกับติดสปริงเช่นนั้นซึ่งมันช่างขัดกับความเป็นจริง

“ขอทานชราคนนี้คงไม่ใช่พวกมิจฉาชีพที่แกล้งมาชนรถหรอกนะ? แม่ ทำไมผมถึงโชคร้ายเช่นนี้!” หลินเฟงรีบจอดรถไว้ที่ริมถนนและวิ่งไปยังขอทานชราคนนั้น

“ผมขอโทษ ผมขอโทษ!” หลินเฟิงกล่าวคำขอโทษอย่างไว

หลินเฟิงเอื้อมมือออกไปและพยายามที่จะพยุงเขาขึ้น แต่เขากลับพบว่าเขาไม่สามารถที่จะพยุงชายขึ้นมาได้เลย มันรู้สึกเหมือนกับกำลังยกอะไรสักอย่างที่หนักเป็นแสนๆ ตัน และเขาก็พบว่าชายชราคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย

“ท่านผู้เฒ่า ผมไม่ยอมให้คุณมาโกงผมหรอกนะ คุณเห็นไหม ว่าผมมันจนและไม่มีเงิน! คุณต้องการอะไร?” หลินเฟิงกระซิบที่ข้างหูของเขา

หลินเฟิงกล่าวและพยายามอย่างที่สุดเพื่อที่จะช่วยให้เขาลุกขึ้น แต่ชายชราก็ยังคงนอนอยู่อย่างนั้น เขาทำราวกับเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่นอนอยู่ที่นั่น

ชายชราคนนี้คงไม่ปกติอย่างแน่นอน ความรู้สึกของหลินเฟิงบอกเช่นนั้น

ในตอนนี้เริ่มมีผู้คนเข้ามารุมล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าหนึ่งโหลเลยทีเดียว ในขณะนี้ผู้คนมากมายต่างพากันมารุมล้อมแม้แต่เจ้าหน้าที่ของเมือง

หลินเฟิงไม่ต้องการที่จะให้เหตุการณ์มันใหญ่โตเช่นนี้

“เฮ้ พ่อหนุ่ม ฉันไม่ต้องการที่จะหักหลังอะไรเธอเลยนะ ฉันแค่อยากจะได้องุ่นจากรถของเธอสักสองสามจิน!” ชายชรากล่าวออกมาอย่างหยาบคาย

“เพราะองุ่นของฉันอย่างนั้นหรือ ได้สิ! ฉันนี่โชคร้ายเสียจริง! เอ๊ เดี๋ยวก่อนนะ คุณรู้ได้ยังไงว่าในตะกร้าบนรถของผมมีองุ่นอยู่?” หลินเฟิงประหลาดใจ

ขอทานชราคนนี้ไม่ปกติเป็นแน่ เพราะองุ่นของหลินเฟิงถูกบรรจุอยู่ในถุงขนาดใหญ่ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน พวกเขาได้ห่อหุ้มมันอย่างแน่นหนา จากที่ปรากฏแล้วพวกเขาไม่มีทางที่จะเห็นได้ว่าข้างในมันคืออะไร มันช่างแปลกที่ขอทานชรารู้ว่ามันคือองุ่นเพียงแค่มองเพียงชั่วพริบตา

“ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนั้นหรอก!”

เมื่อสิ้นคำพูดของหลินเฟิง ชายชราที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ลุกขึ้นในทันทีโดยการกระโดดพลิกตัว เหมือนกับที่พวกเราเคยได้ดูศิลปะการป้องกันตัวในโทรทัศน์

“นี่คุณเคยแสดงผาดโผนมาก่อนงั้นหรือ แล้วทำไมคุณถึงได้มาถึงจุดที่ต้องเป็นมิจฉาชีพล่ะ?”

“ไปซะเถอะ นี่คุณกำลังเล่นกลอยู่งั้นหรือ?” ขอทานชรากล่าวอย่างไม่พอใจ และจากนั้นก็เหลือบมองดูองุ่นที่ด้านหลังของรถเป็นครั้งคราว

หลินเฟิงมองดูขอทานชราอย่างละเอียดถี่ถ้วยแต่เข้าก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย มันช่างน่าประหลาดเสียเหลือเกินที่เขาช่างไม่เหมือนใคร

“โอเค โอเค ฉันโอเค ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว!” ขอทานชราลุกขึ้นยืนและพูดกับพวกจีนมุง

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับขอทานชรา ฝูงชนก็ค่อยๆ สลายตัวไปอย่างช้าๆ ซึ่งทำให้หลินเฟิงโล่งใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดก็ไม่เกิดผลลัพธ์ที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

“ฮ่าฮ่า พ่อหนุ่ม องุ่นนั่น...” ขอทานชราชี้นิ้วไปที่อยู่ที่อยู่ด้านหลังของรถและขยิบตาให้เขา และแสดงให้เขาเห็นอย่างบ้าคลั่ง

“เอาล่ะ นี่ครับ มันเป็นโชคไม่ดีของผมเอง จริงๆ เลย!” จากนั้นหลินเฟิงก็หยิบองุ่นออกมาสองพวงจากตะกร้า และยื่นให้กับขอทานชรา แต่ละลูกนั้นช่างใหญ่และแข็งแรง และมีน้ำหนักประมาณห้าถึงหกจิน

“ว้าว องุ่นอะไรนี่ช่างใหญ่เหลือเกิน!” เมื่อขอทานชราได้เห็นองุ่นของหลินเฟิง น้ำลายของเขาก็หยดลงมาและเขาก็แลบลิ้นออกมาเลียที่ริมฝีปากของเขา

“นี่ไง นี่ไง!” ขอทานชราเกือบจะเอื้อมมือมาคว้ามันไว้

“ช้าก่อน จำได้ไหม อย่ามารบกวนผมอีก!” เมื่อขอทานชราเกือบจะเอื้อมมือมาถึง หลินเฟงิก็รีบชักมือกลับและพูดออกมา

“เอาล่ะ ฉันมั่นใจว่าฉันจะไม่มารบกวนนายอีกเลย โอ้ ไม่นะ แต่นายชนฉันนี่นา ใช่ไหม?”

“เอ่อ...ก็ใครบอกให้คุณมายืนขวางทางผมล่ะ?  เอาล่ะเลิกเถียงกันได้แล้ว เอานี่ไป!”

หลินเฟิงให้องุ่นสองพวงแก่ขอทานชรา และขับรถหนีออกมาอย่างเร่งรีบด้วยความกลัวว่าชายชราคนนั้นจะก่อเรื่องอะไรให้เขาอีกในภายหลัง

“พระเจ้า องุ่นหวานๆ เช่นนี้ ฉันได้กลิ่นหอมหวานตั้งแต่เธอเข้ามาแล้วล่ะ ดูที่สีของมันสิเป็นสีใสปิ๊ง เต็มไปด้วยความกลมกล่อม ลองดูสิ...” ขอทานชราเริ่มชิมรสชาติขององุ่น

“มันช่างหวาน องุ่นนี้ช่างหอมเหลือเกิน!” ขอทานชรารีบนำองุ่นลูกที่สองและสามเข้าปาก ภายในเวลาเพียงสามนานทีแม้แต่เปลือกขององุ่นก็หมดเกลี้ยง

“เอ๊? มันบรรจุพลังจิตวิญญาณอยู่จริงๆ ด้วย! ฉันอยากจะ...”

เมื่อเขาหันไปรอบๆ หลินเฟิงก็ไม่เห็นใครแถวๆ นั้นเลย

“ลืมมันซะ รีบเอาองุ่นไปก่อนดีกว่า!” จากนั้นขอทานชราก็หายตัวไป

จากนั้นไม่นาน หลินเฟิงก็มาถึงตลาดหลังจากที่หาที่จอดรถได้แล้วเขาก็เข้าไปในตลาด

เมื่อเขาหาแผงขายของที่ดีได้แล้ว เขาก็วางตะกร้าลงพร้อมกับนั่งลงตะโกน

“องุ่นครับ องุ่น ไม่คิดเงินถ้ามันไม่หอม ไม่คิดเงินถ้ามันไม่หวานครับ!”

“องุ่นครับ...”

แต่ไม่ว่าหลินเฟิงตะโกนเท่าใด ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ยังไม่ใครมาดูองุ่นของเขาเลย

แต่ในเวลานี้ ชายหนุ่มที่อยู่บนรถสามล้อเขาบรรทุกส้ม แอปเปิ้ล และผลไม้อื่นๆ เขาลงมาจากรถของเขาอย่างเร่งรีบและเดินเข้ามาหาหลินเฟิง

“คุณ เอาของของคุณออกไปและอย่ามาขวางทางผม...”

จบบทที่ RC:บทที่ 7 ชนพวกมิจฉาชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว