เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

RC:บทที่ 3 คนน่ารังเกียจ

RC:บทที่ 3 คนน่ารังเกียจ

RC:บทที่ 3 คนน่ารังเกียจ


RC:บทที่ 3 คนน่ารังเกียจ

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าเขาจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็ตามทุกคนก็คงจะปฏิบัติต่อหลินเฟิงเหมือนกับคนบ้าหรือคนโง่อย่างแน่นอน

หลินเฟิงมองดูที่บ่อน้ำเสียและนำเครื่องมือวัดระดับมืออาชีพออกมาเพื่อวัดค่า COD Cr (ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี) ค่า BOD 5 (ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมีภายใน 5 วัน) ค่า SS (สารแขวนลอย) ค่า NH 3-N (ค่าแอมโมเนียไนโตรเจน) ค่า pH (ความเป็นกรดด่าง) และอื่นๆ

ไม่ว่าจะตรวจค่ามาตรฐานใด มันก็เกินกว่าค่ามาตรฐานที่ปล่อยออกมา ซึ่งเกือบจะถึงจุดของน้ำดื่มและสะอาดกว่าน้ำดื่มทั่วไป

หลินเฟิงไม่เคยคิดว่าปัญหาน้ำเสียที่เกิดขึ้นยาวนานจะสามารถถูกแก้ไขได้ด้วยกระแสน้ำวนสีดำในโทรศัพท์มือถือของเขาได้ในเพียงครู่เดียวซึ่งทำให้เขาประหลาดใจแล้วประหลาดใจอีก

ถ้าหากว่ากระแสน้ำวนสีดำนี้สามารถจัดการน้ำเสียได้ตลอดเวลา งานของเขาก็จะสำเร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที?

เมื่อหลินเฟิงถูกครอบงำด้วยงานในอนาคตของเขาโทรศัพท์ของเขาก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง

“ตี้ด การฟอกสิ้นสุด!”

“เอ๊? การฟอกงั้นหรือ? ฟอกอะไรกันนะ?” หลินเฟิงรีบถอยห่างจากโทรศัพท์ และสังเกตการณ์อย่างช้าๆ เขากลัวว่าจะมีอะไรไหลออกมาเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ในเวลานี้ โทรศัพท์ไม่ได้ขยับมากนักแต่ก็สั่นอยู่เพียงชั่วครู่ จากนั้นกระแสน้ำวนสีดำก็ปรากฏขึ้นและเริ่มหมุนเร็วขึ้นและจากนั้นหลินเฟิงก็ได้เห็นสิ่งที่เหลือเชื่อ

มีขวดเล็กๆ สองชนิด สีแดงและสีเขียว มีขวดสีแดงสองใบและขวดสีเขียวสามใบ

ขวดเล็กๆ ทั้งห้าใบนั้นลอยอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของหลินเฟิง พวกมันกำลังลอยตัวอยู่พร้อมกับเปล่งแสงสีแดงและแสงสีเขียวออกมา พวกมันช่างดูเหมือนมีเวทมนต์มาก

“แม่ง ของปลอมรึป่าว อาจมีบางอย่างกำลังจะออกมาจากโทรศัพท์มือถือ!”

แต่เมื่อหลินเฟิงคิดเช่นนั้นมันก็ไม่น่าแปลกใจที่สิ่งปฏิกูลสามารถเข้าและออกได้ในขณะนี้

“แต่มันคืออะไรกันนี่?” หลินเฟิงกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ

จากนั้นหลินเฟิงจึงเอื้อมมือออกไปและคว้าขวดเล็กๆ ทั้งห้าใบนั้นไว้ เขามองดูพวกมัน แต่ละขวดนั้นโปร่งแสงและบรรจุของเหลวปริมาณเกือบ 20 มิลลิลิตรไว้

“นี่มันคืออะไรกัน เอาไว้ใช้ทำอะไรกันนะ?” หลินเฟิงรู้สึกงุนงง จากนั้นเขาจึงเปิดขวดสีเขียวออกเพื่อที่จะดมกลิ่นมัน

ขวดนั้นไม่ได้ดูดีมากนัก แต่ของเหลวภายในขวดนั้นมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้

จากนั้นหลินเฟิงคิดที่จะเทของเหลวลงบนมือของเขาเพื่อดูว่ามันคืออะไร แต่เขาก็ทำมันหกออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

ของเหลวหยดลงบนร่องนิ้วของหลินเฟิงและหยดลงบนร่องหินที่อยู่ที่เท้าของหลินเฟิง มีต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาอยู่มากมายบนพื้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีหญ้าที่ตายแล้ว แต่ต้นไม้ที่นี่ได้ถูกปนเปื้อนโดยพิษจากน้ำเสียซึ่งได้ตายไปนานแล้ว

แต่เมื่อของเหลวสีเขียวบนมือของหลินเฟิงหยดลงไปบนพื้นดิน เส้นสีเขียวเริ่มปรากฏขึ้นและหญ้าสีเขียวก็งอกขึ้นอย่างรวดเร็วและเริ่มกระจายออกไปโดยรอบ

มีต้นไม้ขนาดเล็กเติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เช่นเดียวกับการเจริญเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ขนาดเล็กในทีวี มันเริ่มดูหนาและยาวขึ้นในทันที หนึ่งกิ่งและใบไม้ก็ขยายและงอกออกมาอย่างอุดมสมบูรณ์มาก

ก่อนและหลังภายในเวลาไม่ถึงสิบสองวินาที ต้นไม้ขนาดเล็กนี้ก็มีความสูงเกือบเท่ากับหลินเฟิง และมันยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในไม่กี่นาทีต่อมา ต้นไม้สูงตระหง่านปรากฏก็ขึ้น

“นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง นี่เป็นผลจากของเหลวสีเขียวอย่างนั้นหรือ?” หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่จ้องมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ตัวเขา

เพื่อที่จะทดสอบการคาดคะเนของเขา หลินเฟิงนำขวดของเหลวสีเขียวมาถือไว้ในมือและนำไปหยดที่สถานที่อื่น สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นภายในเวลาต่อมา หญ้าบนพื้นดินที่ไม่รู้ว่าเหี่ยวเฉามานานเท่าใดได้กลับฟื้นและเติบโตขึ้น

ภายในเวลาไม่กี่นาที หญ้าได้เติบโตขึ้นเป็นชิ้นเล็กๆ ซึ่งทำให้หลินเฟิงตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง

“พระเจ้า นี่มันน้ำยาวิเศษ!” หลินเฟิงรู้สึกตื่นเต้น

ขณะที่หลินเฟิงกำลังตื่นเต้นและอุทานออกมา

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าอยู่ทางด้านหลังของเขา

หลินเฟิงรีบเก็บโทรศัพท์มือถือของเขาและขวดน้ำยาเหล่านั้นโดยจับยัดใส่ในกระเป๋าของเขา

“เฮ้ ไอ้บ้านนอก แกถูกไล่ออกแล้วนะ ยังมัวมาทำอะไรอยู่ที่นี่? ยังไม่รีบออกไปอีกงั้นหรือ?” ทันทีที่หลินเฟิงหันกลับมาเมื่อเขาได้ยินเสียงนั้น เขาก็ได้พบกับจางเล่ย เขารู้สึกโกรธเพราะว่าจางเล่ยและหลินเฟิงนั้นเกลียดชังกันอย่างมาก มันเหมือนไฟกับน้ำ มันเป็นเพียงเพราะว่าเมื่อครั้งแรกที่พวกเราเข้ามาที่บริษัทเพื่อสัมภาษณ์งาน หลินเฟิงและอีกหลายคนได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์งานด้วยกันและเขาก็ถูกนำโดนหลินเฟิง

ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในด้านใน คะแนนของหลินเฟิงก็จะสูงกว่าของจางเล่ยอยู่เล็กน้อยเสมอ แต่เดิมจะมีเพียงคนเดียวที่จะได้ทำงานในบริษัทนี้ แต่เนื่องจากลุงของจางเล่ยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท นั่นคือหัวหน้าคนปัจจุบันของหลินเฟิง ซึ่งเป็นผู้ใช้ความสัมพันธ์ลับๆ นี้เพื่อช่วยให้เขาได้ทำงานที่นี่

ดังนั้นจางเล่ยจึงคิดว่าหลินเฟิงได้ขโมยตำแหน่งของเขาและขัดขวางหลินเฟิงครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งทำให้เขาเกิดปัญหาใหญ่ แต่เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์กับบริษัทนี้ หลินเฟิงจึงทำได้เพียงแบกลมหายใจของเขาไว้

แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มีตำแหน่งว่างในตำแหน่งของหัวหน้ากลุ่ม จางเล่ยก็ดูเหมือนจะเริ่มคิดแผนการอีกครั้ง แต่หลินเฟิงเองก็ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดได้

“เอาล่ะ นายมาทำอะไรอยู่ที่นี่? และฉันก็ประหลาดใจนะ นายรู้ได้อย่างไรว่าฉันถูกไล่ออก!” สิ่งที่จางเล่ยพูดทิ้งให้หลินเฟิงถึงกับตกตะลึง

เพราะว่าเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาที่หลังจากที่หลินเฟิงถูกไล่ออก ถึงแม้ว่าข่าวจะแพร่ไปเร็วแค่ไหนแต่ก็คงจะไม่เร็วขนาดนี้ และสำนักงานใหญ่ของบริษัทก็อยู่ห่างจากที่นี่ไปตั้งสิบนาที

“ฮ่าฮ่า นายรู้สึกแปลกใจงั้นหรือ? นายรู้ไหมว่าทำไมคนขับรถบรรทุกถึงได้ขอกลับไปทั้งๆ ที่กำลังลากขยะอยู่และก็หายไปเลยตลอดสองสามวันนี้?”

“แล้วนายรู้ไหมว่าทำไมน้ำเสียที่นายบำบัดนั้นถึงไม่ได้ตามค่ามาตรฐานตั้งหลายครั้ง ทั้งที่นายได้คำนวณไว้อย่างแม่นยำตามหลักวิทยาศาสตร์ทุกครั้ง และในที่สุดของการทดสอบมันก็ยังไม่ได้ตามค่ามาตรฐาน?”

“ยิ่งไปกว่านี้ บริษัทก็ยังมอบหมายให้นายมองหาพื้นที่สำหรับการก่อสร้างที่เทขยะ ซึ่งเห็นได้ชัดว่านายได้ทำการต่อรองราคาไปแล้ว แต่เจ้าของที่กลับเปลี่ยนใจในวันต่อมา เฮ้ นายรู้ไหมว่าทำไม?” จางเล่ยเดินไปหาหลินเฟิงและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“อะไรนะ? เรื่องพวกนี้...นายงั้นหรือ?”

ในตอนแรก หลินเฟิงไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในตอนนี้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นปรากฏออกมาเป็นลำดับ เมื่อเขาคิดว่ามีตำแหน่งว่างในบริษัทในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มและเขาถูกไล่ออก ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

“ฮ่าฮ่า ถูกต้องแล้วล่ะ เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ ฉันทำตั้งมากมายหลายอย่าง ฉันได้วางแผนจัดการทุกอย่าง ฮ่าฮ่า!” จางเล่ยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“เจ้าบ้านนอกเอ้ย ถึงแม้ว่าแกจะจบมาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ถึงแม้ว่าแกจะทำงานอย่างหนักและได้เกรดเฉลี่ยดีๆ แต่ในที่สุดแล้วแกก็เอาชนะฉันไม่ได้หรอกนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

จางเล่ยหัวเราะใส่หลินเฟิงอย่างบ้าคลั่งด้วยความทะเยอทะยานเล็กๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง

ในเวลานี้เอง สายตาของหลินเฟิงจ้องมองไปที่จางเล่ย เขากำกำปั้นอย่างแน่นและข้อนิ้วของเขาถึงกับสั่น ถ้าสายตาของเขาสามารถฆ่าคนได้ จางเล่ยก็คงจะไม่รู้ว่าเขาได้ตายไปกี่ครั้งแล้ว

“โกรธงั้นหรือ รู้สึกโดนหยามงั้นหรือ? ฮ่าฮ่า ฉันชอบนะที่ได้เห็นแกเกลียดฉันแต่แกก็ไม่สามารถทำอะไรฉันได้ ฮ่าฮ่า มันเท่มากเลย!” เมื่อจางเล่ยเห็นสีหน้าของหลินเฟิงเขารู้สึกสบายใจมากขึ้นและเสียงหัวเราะของเขาก็แผดดังขึ้น

“มันเท่มากเลย...”

จบบทที่ RC:บทที่ 3 คนน่ารังเกียจ

คัดลอกลิงก์แล้ว