ตอนที่ 39
ตอนที่ 39
ตอนที่ 39
เวลา 12:30 น. เที่ยงตรง หิมะร่วงหล่นทางออนไลน์
เสวี่ยหลัวหลัว: “พี่ชาย! ให้ฉันเล่าอะไรสนุก ๆ ให้ฟังนะ!”
“วันนี้มีบ้าคนนึงบุกเข้ามาในห้องเรียนแล้วตบหน้าครูของเรา! แล้วเขายังโดดลงมาจากชั้นสามอีกด้วย!”
เสวี่ยเป่า: “…”
เสวี่ยหลัวหลัว: “ไม่ใช่ว่าน่าสนใจมากเหรอ?”
เสวี่ยเป่า: “…”
เสวี่ยหลัวหลัว: “หือ? พี่ชาย ผ่านด่าน [หน้าผาสายฟ้า] แล้วเหรอ? ใช้เวลานานเลยนะ!”
เสวี่ยเป่า: “ลั่วลั่ว เรื่องนี้ไม่สำคัญหรอก พี่อยากให้เธอช่วยติดต่อศัตรูคู่อาฆาตของพี่หน่อย…”
...
ไม่กี่นาทีต่อมา ซูหยู ก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากเสวี่ยหลัวหลัว:
“นะนะนะ ท่านอาจาร์ย พี่ชายฉันอยากเจอท่าน”
ซูหยู: “พี่ชายเธอ?”
เสวี่ยหลัวหลัว: “พี่ชายฉันคือ ‘เสวี่ยเป่า’! คนที่เพิ่งเคลียร์ดันเจี้ยน [หน้าผาสายฟ้า] เป็นครั้งแรกไง”
ซูหยู: “…”
ซูหยูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเสวี่ยหลัวหลัวจะเป็นน้องสาวของเสวี่ยเป่า!
ในชีวิตก่อน เขาไม่เคยได้ยินว่าเสวี่ยเป่ามีน้องสาวเลย
แต่ถ้าคิดดี ๆ เสวี่ยหลัวหลัวก็เลิกเล่นเกมตั้งแต่เนิ่น ๆ ในชีวิตก่อน ดังนั้นไม่แปลกที่เธอจะไม่โด่งดัง
เสวี่ยหลัวหลัว: “พี่ชายฉันอยากเจอท่าน เพราะฉันทำให้ท่านเสียเวลา พี่ชายฉันยินดีจะชดเชยให้ท่าน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในเกม, เงินในเกม, เงินสดนอกเกม หรือแม้กระทั่งบัตรแบล็กการ์ดนิรนาม จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ท่านต้องการ”
ซูหยู: “ไม่จำเป็นต้องชดเชยหรอก ให้เขามาหาฉันที่ทางเข้าหุบเขาราชาหมาป่า ระดับ 10 ก็พอ”
เสวี่ยหลัวหลัว: “ได้เลย ท่านปรมาจารย์!”
...
ซูหยูเก็บอุปกรณ์ที่แรคคูนดรอปไว้ แล้วเดินไปทางหุบเขาราชาหมาป่า
เดิมทีเขาก็คิดจะพบเสวี่ยเป่าอยู่แล้ว พอเสวี่ยหลัวหลัววเชิญมาก็เลยตอบตกลงทันที
ส่วนที่นัดเจอที่หุบเขาราชาหมาป่า ก็เพราะเขาไม่อยากให้เสวี่ยเป่าเห็นตอนเขารังแกแรคคูน มันดูน่าอายเกินไป
อีกอย่าง ตอนนี้เลเวลซูหยูขึ้นถึงเลเวล 8 แล้ว และก็ได้คิลแรกของบอสแรคคูนแล้ว ที่นี่จึงไม่มีอะไรน่าสนใจอีก
...
ป่าลมเย็นยามค่ำและหุบเขาราชาหมาป่า อยู่ฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านมือใหม่ทั้งคู่
ซูหยูมาถึงทางเข้าหุบเขาราชาหมาป่าก่อน
ไม่กี่นาทีต่อมา ทีมเสวี่ยเป่า 5 คนก็มาถึงพร้อมเสวี่ยหลัวหลัว
มองหน้าผาสูงชันที่ปากทางเข้าหุบเขา ทั้ง 5 คนมีสีหน้าจริงจังเล็กน้อย
แม้ว่าพวกเขาจะได้อุปกรณ์หายากกันคนละชิ้น แต่การเก็บเลเวลในพื้นที่มอนสเตอร์เลเวล 10 ก็ยังยากมาก การที่ศัตรูคู่อาฆาตอัพเลเวลได้ที่นี่แสดงถึงฝีมือที่ไม่ธรรมดา
ซูหยูยืนอยู่หน้าทางเข้า มองไปที่เสวี่ยเป่า
เสวี่ยเป่ามีหน้าตาเหมือนในชีวิตก่อนของเขาเป๊ะ (แม้จะฟังดูเหมือนพูดซ้ำซ้อน) ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมจีน เส้นคมชัด แววตาเด็ดเดี่ยว
เสวี่ยเป่าก็มองซูหยูเช่นกัน
ก็เป็นหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งนี่เอง...
แต่เสวี่ยเป่ารู้สึกว่าแววตาที่ซูหยูมองเขานั้นแปลก มันเป็นแววตา... เมตตา? ซึ่งเขาเคยเจอแววตาแบบนี้จากบรรดาผู้บังคับบัญชาอาวุโสในเขตทหารเท่านั้น
“สวัสดี ศัตรูคู่อาฆาต ผมเสวี่ยเป่า ยินดีที่ได้รู้จัก!”
เสวี่ยเป้ายื่นมือให้ซูหยู
แต่ซูหยูไม่มีทีท่าจะจับมือ
เขาเอามือไพล่หลัง มองอีกฝ่ายอย่างเมตตา: “สวัสดี หนุ่มน้อย”
“…” มุมปากเสวี่ยเป่ากระตุก
เขาอายุ 35 ปีกว่า ๆ แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าเรียกเขาว่า “หนุ่มน้อย”
แต่คิดถึงสิ่งที่ศัตรูคู่อาฆาตทำในเกม เขาก็ไม่กล้าประมาท
เสวี่ยเป่าพูดจริงจัง: “ผมมาครั้งนี้เพื่อชวนท่านเข้ากิลด์ของเรา”
“ถ้าท่านยอมเข้ากิลด์ ผมจะให้ตำแหน่งรองหัวหน้ากิลด์ และสิทธิ์สวัสดิการสูงสุดของกิลด์ทั้งหมด!”
เจิ้งอี้และเจินซื่อที่อยู่ข้างหลังก็เสริม: “ใช่! เข้ากิลด์เราสิ กิลด์เราสามัคคี เป็นมิตร บรรยากาศดี แถมตอนนี้ยังไม่มีผู้หญิงในกิลด์สักคน ท่านต้องพอใจแน่!”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันมามองแปลก ๆ
มุมปากซูหยูเองก็กระตุกเล็กน้อย
แต่เขายกมือขึ้นโบกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงคนแก่:
“ช่างเถอะ เรื่องแบบนี้ให้พวกคนหนุ่มเล่นกันไปเถอะ ข้า แก่จนควรจะหายไปจากประวัติศาสตร์แล้ว คงไม่เข้าร่วม”
“ควรจะหายไปจากประวัติศาสตร์?” เสวี่ยหลัวหลัวทวนคำเขาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
เสวี่ยเป่าถามต่อ: “งั้น… ท่านผู้อาวุโส ผมมีอีกเรื่องที่อยากถาม นั่นคือ รางวัลหลังจากถึงเลเวล 50 เกมนี้จะให้รางวัลอะไร?”
เสวี่ยเป่าเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลก
เพราะน้ำเสียงแก่ ๆ ของซูหยูตอนนี้ ต่างจากเสียงหนุ่ม ๆ ที่ประกาศโฆษณาเมื่อวานโดยสิ้นเชิง!
แต่เขาก็เดาไม่ออกว่าจริง ๆ เกิดอะไรขึ้น เลยตัดสินใจเล่นตามน้ำ
ซูหยูไพล่มือไว้ด้านหลัง โน้มตัวเล็กน้อย: “ให้เหตุผลหน่อย ทำไมข้าต้องบอกเจ้า?”
ทั้งห้าหันมามองหน้ากัน แลกเปลี่ยนสายตาอยู่ครู่หนึ่ง
หลังจากนั้น เสวี่ยเป่าก็ถอนหายใจ: “ท่านผู้อาวุโส เราเป็นคนของกั๋วจ๋า”
“กั๋วจ๋า? กั๋วเฟิงเซี่ยว? ฮ่า ๆ คนรู้จักเก่านี่นา” ซูหยูพยักหน้าอย่างพอใจ
ถ้าตอนนี้เขามีเคราขาวให้ลูบ คงจะดูเข้ากับบรรยากาศมากขึ้น
ซูหยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมประสบการณ์: “ก็ได้ จะบอกให้สักหน่อย”
“แต่ก่อนจะพูด ข้าอยากถามเจ้าก่อน ว่าเจ้ารู้จริง ๆ หรือเปล่าว่าโลกนี้คืออะไร?”
เขายกมือขวาขึ้น พลันมีกระแสไฟฟ้าปริมาณมากรวมตัวในมือของซูหยู พร้อมเสียงแตกเปรี๊ยะ ๆ
เจิ้งอี้ซึ่งเป็นจอมเวทย์เหมือนกัน เห็นแล้วตกใจ: “เป็นไปได้ยังไง?”
“อะไรเหรอ?” สี่คนที่เหลือหันมามอง
เจิ้งอี้อธิบาย: “นี่คือเวท [สายฟ้าฟาด] ฉันเพิ่งเก็บตำรามาจากโกดังเมื่อคืน”
“แต่พอฉันร่าย [สายฟ้าฟาด] สายฟ้าจะพุ่งออกมาทันที แต่เขากลับกักมันไว้ในมือนานขนาดนี้ได้ยังไง?”
ทั้งสี่คนฟังอย่างงง ๆ มีเพียงนักบวช “มาร์ชเหล็กกล้า” ที่ดูเหมือนจะเข้าใจ
ทั้งห้าคนมองซูหยูอีกครั้ง คราวนี้สายตาจริงจังขึ้นมาก
ซูหยูยิ้ม ยกเลิกเวท [ลูกศรสายฟ้า] แล้วเอ่ยช้า ๆ:
“พวกเจ้าคิดถึงความเป็นไปได้นี้บ้างไหม? แท้จริงแล้วนี่อาจไม่ใช่เกมเลย แต่เป็นโลกใหม่ที่ถูกสร้างจากโลกที่ตายแล้ว?”
“และพลังเวทที่เรียนรู้ในโลกใหม่นี้ อาจจะนำกลับไปยังดาวบลูสตาร์ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง?”
ซูหยูไม่ได้พูดลอย ๆ ในชีวิตก่อนมีหลักฐานเล็กน้อยยืนยันว่า ‘วิวัฒนาการ’ เป็นโลกใหม่ที่อารยธรรมผู้ขับขานสร้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เกม
ทีมเสวี่ยเป่าถึงกับตะลึงงัน
สิ่งที่ซูหยูพูดมีข้อมูลเยอะเกินกว่าจะย่อยได้ในทันที
ผ่านไปนาน เสวี่ยเป่าจึงตั้งสติ แล้วถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง:
“ท่านผู้อาวุโส หมายความว่า หลังจากถึงเลเวล 50 อาจจะนำพลังในเกมกลับมาใช้ในโลกจริงได้งั้นหรือ?!”
ถ้าเป็นแบบนั้น มันจะเป็นเรื่องใหญ่!