เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 เหล่ามังกร

บทที่ 46 เหล่ามังกร

บทที่ 46 เหล่ามังกร


บทที่ 46 เหล่ามังกร

“ทำได้ดีนี่เซรอนข้าไม่คาดคิดว่าเจ้าจะระเบิดภูเขาไฟและเริ่มต้นสร้างเมืองได้เร็วเช่นนี้”

หนึ่งในปีศาจระดับสูงเริ่มต้นพูดคุยกับเซรอน“ราชาครีแกนจะต้องพอใจกับผลงานของเจ้าในครั้งนี้มากและข้าจะเป็นผู้ออกปากขอรางวัลนั้นมาให้เอง!”

“หึ ไม่ว่ารางวัลพวกนั้นจะเป็นอะไรก็ตามแต่แน่นอนว่ามันจะไม่ทำให้ข้ามีความสุขมากไปกว่าสงครามที่กำลังจะมาถึง!”

“แล้วข้าอยากจะทราบมากกว่าว่าราชานั้นจะเริ่มเดินทัพได้เมื่อไร” เซรอนตอบ

“ในเรื่องนี้นั้นเป็นที่แน่นอนว่าพวกเราพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ!” ปีศาจระดับสูงอีกตนกล่าว

“แต่ทว่าตอนนี้นั้นพวกเรายังคงมีปัญหาอยู่เล็กน้อย ข้ารู้มาว่าพวกเราอาจจะไม่สามารถเริ่มโจมตีเมืองหลวงของเอราเทียพร้อมกับเจ้าแห่งดันเจี้ยนซึ่งเป็นพันธมิตรของเราในตอนนี้ได้ ตามรายงานจากสายลับค้นพบว่ามีกลุ่มคนบางกลุ่มได้ปิดกั้นเส้นทางเดินทัพไปยังแสตกวิกเมืองหลวงของเอราเทีย”

"แล้วพวกมันเป็นผู้ใด?" เซรอนพ่นลมจมูกพลางถามด้วยความไม่พอใจ

“พวกมันคือเอลฟ์อาฟรี่!” ปีศาจผู้มาเยือนตอบกลับด้วยความรำคาญเป็นอย่างมาก

“พวกมันเป็นพันธมิตรของเอราเทียมาเนิ่นนาน และไม่นานมานี้ลอร์ดของเหล่าอาฟลี่เอลฟ์ได้นำกองกำลังขนาดใหญ่เร่งเดินทางเพื่อมาสนับสนุนเอราเทีย ตอนนี้พวกมันไม่ใช่แค่เพียงปิดกั้นเส้นทางของเราเท่านั้นแต่ยังดูเหมือนว่าเหตุผลที่พวกเอลฟ์เคลื่อนไหวอาจเป็นเพราะว่าพวกเราได้ถูกค้นพบ ตามรายงานของสายลับได้รายงานอีกว่าเหล่าเอลฟ์ได้ปักหลักประจำการอยู่บนถนนสายหลักและยังเริ่มต้นสร้างป้อมปราการสำหรับป้องกันการบุกรุกจากกองทัพปีศาจของพวกเราอยู่ที่ชายแดนเอราเทีย…”

“แล้วยังไงล่ะ?งั้นก็บดขยี้พวกมันทิ้งไปซะ!” เซรอนทุบโต๊ะ

“เหล่าเอลฟ์อ่อนแอพวกนั้นมันไม่สามารถหยุดพวกเราได้ ด้วยกีบเท้าเหล็กของกองทัพอินเฟอโน่จะเผาทำลายอุปสรรคทั้งหมดจนเหลือแต่เถ้าถ่าน!”

ปีศาจระดับสูงอีกตนที่เงียบมาตลอดเอ่ยด้วยวาจาที่ส่อถึงความต้องการของเขา

“ข้ามีความคิดแบบเดียวกันเซรอนเพราะไม่ว่ายังไงวิญญาณของเอลฟ์เหล่านั้นมันมีรสชาติที่อร่อยมากทีเดียว..”

“ฮึแต่ช่างน่าเสียดายที่ข้าเกรงว่าเรื่องมันจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น! เราสืบพบว่าผู้นำของกองทัพเอลฟ์อาฟรี่นั้นถูกนำโดยราชินีมังกรทอง เธอคือผู้นำของมังกรทองมากมายในดินแดนแห่งนี้และเธอได้เคลื่อนไหวด้วยตัวเองเพื่อช่วยเหลือกองทัพเอลฟ์ รัสก้า เซรอน พวกเจ้าต้องฟังข้ามังกรทองเหล่านั้นยากนักที่พวกเจ้าสองตนจะรับมือไหว”

เกิดความเงียบภายในห้องโถงอยู่ชั่วขณะก่อนที่เซรอนจะเป็นคนแรกที่เอ่ยประโยคทำลายความเงียบ

“เจ้าพูดถูกแล้วอิกนาเชียสพวกเราต้องการกองทัพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้!”

ปีศาจระดับสูงที่ชื่ออิกนาเชียสพยักหน้า

“ในครั้งนี้พวกเราจำเป็นต้องอัญเชิญปีศาจระดับสูงตนอื่นออกมาเพิ่ม มีเพียงแค่ปีศาจระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถต่อกรกับกองทัพมังกรทองได้”

ทว่ารัสก้าและปีศาจระดับสูงบางตนได้แสดงไม่พอใจออกมา “แต่ถ้าเราชักชวนปีศาจระดับสูงตนอื่นมาช่วยอีก นั้นหมายความว่าเราจะต้องแบ่งปันผลประโยชน์ของพวกเราออกไปอีกหลายส่วน”

“มันก็แค่ดวงวิญญาณจำนวนหนึ่งเท่านั้น เพราะเมื่อมังกรที่น่ารังเกียจพวกนั้นเข้าร่วมในสงครามครั้งนี้แล้วมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะพวกมันโดยอาศัยเพียงแค่ปีศาจระดับต่ำจำนวนมาก เริ่มต้นนั้นภารกิจของเราคือการร่วมมือกับเจ้าแห่งดันเจี้ยนเพื่อล้อมโจมตีเมืองแสตกวิกเพียงเท่านั้น ซึ่งในประวัติศาสตร์ของเอราเทียเมืองเมืองนี้นั้นยังไม่เคยตกอยู่ในมือศัตรูเลยซักครั้ง แต่ทว่าในครั้งนี้มันต่างออกไปพวกเราจะทำลายประวัติศาสตร์ของมันทิ้งไปซะ” เซรอนกล่าว

"ดีมากเซรอนข้าเห็นด้วยกับเจ้าพวกเรามีมติเป็นเอกฉันท์แล้ว!“อิกเนเชียสกล่าว” แต่ว่าแล้วใครจะรออยู่ในเมืองแห่งนี้เพื่อเรียกตัวปีศาจระดับสูงตนอื่น?”

“ข้าจะไม่ยอมอยู่ที่นี่แน่!” รัสก้าตะโกนออกมาทันที

“การทำหน้าที่ผู้อัญเชิญหมายความว่าในช่วงนี้ข้าจะไม่สามารถออกไปข้างนอกเพื่อสังหารและเก็บเกี่ยววิญญาณได้อีกและนี่มันเป็นเรื่องที่ข้าทนไม่ได้!”

อิกนาเชียสส่ายหัวเมื่อเห็นว่าปีศาจตนอื่นก็ไม่สนใจเช่นเดียวกันก่อนที่เขาจะหันมาพูดกับเซรอน

“ถ้าอย่างนั้นเซรอนแล้วเจ้าอยากอยู่เพื่อทำหน้าที่นี้ไหม?”

"แล้วทำไมต้องเป็นฉันอีก?" เซรอนที่ได้ยินก็กล่าวด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง

“ในเมื่อข้าต้องเสียเวลาไปทั้งเดือนเพื่อทำหน้าที่สร้างเมืองให้กับพวกเจ้าแล้วพวกเจ้ายังคงต้องการให้ข้าจมปลักอยู่ที่นี่อีกเนี่ยนะ! ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าต้องกระหายเลือดสดๆและต้องการวิญญาณเพื่อชดเชยกับเวลาที่ข้าเสียไป!”

“เอาล่ะๆเป็นไปตามที่เจ้าว่า” อิกนาเชียสถอนหายใจ

“ในคั้งนี้เอาเป็นว่าข้าจะอยู่ที่เมืองนี้ต่อจากเจ้า พวกเจ้าสามารถออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อนได้ตามต้องการ และหลังจากที่ข้าสะสมกองทัพปีศาจได้จำนวนมากพอแล้วข้าจะออกเดินทางตามพวกเจ้าไป”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! อิกนาเชียสเจ้าเป็นสหายที่ดีจริงๆ!” รัสก้าเปิดปากหัวเราะร่า เมื่อได้ยินว่าอิกนาเชียสเต็มใจที่จะรับหน้าที่ที่น่าเบื่อหน่ายแทนตน

“แล้วไม่ต้องกังวลไปสหาย ข้าจะเตรียมเอลฟ์สาวสวยๆไว้ให้เจ้าเป็นการตอบแทน!”

"หยุดเยาะเย้ยข้าได้แล้วรัสก้า ข้ากังวลว่าข้าอาจเผลอฉีกปากเจ้าทิ้งหากเจ้ายังไม่ยอมหยุด!” อิกเนเชียสกัดฟันโกรธ

“ให้ตายเถอะข้าควรจะนำพวกขุนนางนอกรีตติดตามมาด้วยในตอนที่เดินทางมาที่นี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะได้ทิ้งพวกมันไว้ให้อยู่ทำหน้าที่นี้แทนขณะที่ข้าจะได้ออกไปพร้อมกับพวกเจ้า”

เนื่องจากฝ่ายอินเฟอโน่ซึ่งเป็นฝ่ายของปีศาจนั้นนอกเหนือไปจากปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์อย่าง เซรอน รัสก้า และอิกเนเชียสแล้วกองทัพอินเฟอโน่ก็ยังมีลอร์ดบางตนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันกับปีศาจและยังสามารถเป็นผู้นำของกองกำลังปีศาจในการทำสงครามได้อีกด้วย ผู้นำเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ที่เคยถูกทำลายและขับไล่ออกมาจากอาณาจักรเนื่องจากพวกเขามีความศรัทธาต่อปีศาจซึ่งพวกเขาเหล่านี้มักรู้จักกันในชื่อพวกนอกรีต และขุนนางนอกรีตที่อิกเนเชียสกล่าวถึงก็คือลอร์ดเผ่ามนุษย์พวกนี้

ในขณะที่รอยยืนเฝ้าอยู่นอกประตูและตั้งใจแอบฟังการสนทนาของปีศาจระดับสูงทั้งสามตนเขาก็จมดิ่งลงไปในห้วงความคิดของเขา

รอยรู้แล้วว่าที่นี่คือโลกของฮีโรส์ออฟไมต์แอนเมจิกแต่เนื่องจากมันเป็นโลกแห่งความจริง จึงส่งผลให้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้นออกจะแตกต่างไปจากเรื่องราวเดิมภายในเกมมาก

ในตอนนี้นั้นฮีโร่ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายอินเฟอโน่นั้นคือกลุ่มของปีศาจระดับสูง พวกเขาไม่ได้เกณฑ์กองทัพโดยการใช้จ่ายเหรียญทองเหมือนในเกมแต่พวกเขาอัญเชิญปีศาจมาจากเหวแทน ซึ่งตามตรรกะความจริงแล้วปีศาจสามารถทำอะไรกับเหรียญทองได้?

ในชีวิตปกติพวกเขานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนสิ่งของเลยและเหล่าปีศาจก็ไม่มีแนวคิดเรื่องการเงิน แต่กองทัพของฝ่ายอื่นๆอาจจะใช้เหรียญทองในการรับสมัครกองทัพหรือการฝึกฝนกำลังทหาร

ฮีโร่ที่นำทัพในเกมนั้นเป็นทหารปีศาจระดับสูงและในตอนนี้ก็ถูกนำโดยปีศาจตัวใหญ่ซึ่งเป็นปีศาจระดับสูงเช่นกัน และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้นำไปสู่ปัญหาของเซรอนและปีศาจตนอื่นๆ พวกเขาจะต้องแก้ไขสัญญาเพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนการเพื่อรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่ปีศาจระดับสูงนั้นไม่สามารถกดขี่ปีศาจที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันหรือสูงกว่าได้ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาข้อตกลงแทน

ปีศาจระดับต่ำถูกกดขี่ในขณะที่ปีศาจระดับกลางได้รับการปฏิบัติเหมือนกับสัตว์เลี้ยง มีเพียงปีศาจระดับสูงเท่านั้นที่สามารถทำพูดคุยกันได้อย่างเท่าเทียม จากสิ่งนี้จะเห็นได้ว่าระบบวรรณะในหมู่ปีศาจถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนมากความแข็งแกร่งของสายเลือดและระดับชั้นเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดสถานะของปีศาจ

อันที่จริงจากมุมมองอื่นๆแล้วรอยค่อนข้างที่จะได้เปรียบเมื่อเขาเข้ามาในโลกแห่งนี้ เพราะในหุบเหวนั้นรอยจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับปีศาจระดับสูงดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจการแบ่งชนชั้นในหมู่ปีศาจ แต่ในโลกฮีโรส์ออฟไมต์แอนเมจิกนั้นเขาได้พบเจอกับปีศาจระดับกลางรวมถึงปีศาจระดับสูง และด้วยการสังเกตเขาก็ได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างระดับชั้นของปีศาจซึ่งมันจะมีประโยชน์มากสำหรับการเลื่อนขั้นในอนาคตของเขา

แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่รอยค้นพบในตอนนี้นั้นมีความแตกต่างจากในเกมค่อนข้างมาก

เพราะในเกมนั้นฮีโร่ที่เป็นผู้นำกองทัพจะสามารถใช้เวทมนตร์เฉพาะของตนเองเพื่อให้ความช่วยเหลือและเพิ่มโบนัสความสามรถของกองทัพได้เพียงเท่านั้นและฮีโร่ก็ไม่สามารถโจมตีศัตรูด้วยตนเองได้แต่นั่นมันคือในเกม.. ตอนนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงเนื่องจากฮีโร่เป็นผู้นำกองทัพพวกเขาจึงต้องสามารถเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามได้นี่เป็นความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่มาก!

เนื่องจากพวกเขาจะเข้าร่วมในสงครามนั่นหมายความว่าเหล่าฮีโร่อาจตายได้โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่มีความลึกลับอย่างปีศาจ รอยไม่เชื่อว่าเซรอนและคนอื่นๆจะซ่อนตัวอยู่หลังกองทัพและทำเพียงแค่ร่ายเวทย์มนตร์เพิ่มความสามารถระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับการต่อสู้อย่างกระตือรือร้น

และเมื่อฮีโร่สามารถตายได้ในสนามรบรอยจึงตั้งใจว่าเขาจะใช้มันเป็นโอกาศในการฝึกฝนเล็กๆน้อยๆของเขา

โลกแห่งฮีโรส์ออฟไมต์แอนเมจิกเป็นโลกที่มีสงครามเป็นศูนย์กลาง และคงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่รอยจะอยู่ที่นี่นานนัก เพราะท้ายที่สุดแล้วรอยเพียงต้องการเก็บสะสมวิญญาณจำนวนมากเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวของเขาเอง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาต้องการเก็บสะสมวิญญาณแต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะทำภายใต้การบีบบังคับ ถ้าเป็นไปได้รอยต้องการรอเวลาจนกว่าเขาจะมีพลังมากพอก่อนที่จะเข้าสู่โลกแห่งนี้เพื่อต่อสู้ในฐานะของฮีโร่มากกว่า ด้วยวิธีนี้รอยจะไม่ต้องเก็บของเหลือและรับการแจกจ่ายจากผู้อื่นแต่เขาจะเป็นผู้เก็บผลประโยชน์ทั้งหมดแทน

ในความคิดของรอยเขานั้นชื่นชอบที่จะกดขี่ปีศาจตนอื่นๆ เพื่อบังคับให้พวกมันต่อสู้เพื่อเขาและเก็บเกี่ยววิญญาณเหล่านั้นภายในนามของเขา

ถึงแม้ว่ารอยจะดูเหมือนเชื่อฟังเซรอนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่การกระทำของเขาก็เพียงเพราะว่าเขาต้องการให้เซรอนไว้วางใจและคลายความระวังลง แต่ทว่าภายในจิตใจของรอยนั้นเขายังเก็บความปรารถนาที่จะกำจัดสัญญาระหว่างเขากับปีศาจตนนั้น

เนื่องจากเซรอนใช้วิธีของปีศาจในการทำสัญญากับเขา ซึ่งหมายความว่ารอยก็สามารถใช้วิธีของปีศาจเพื่อรักษาสัญญาของเซรอนได้เช่นกัน และวิธีที่ดีที่สุดในการยุติสัญญาปีศาจนั้นเป็นที่รู้กันดีในหมู่ของปีศาจว่ามันก็คือการทำให้ปีศาจเจ้าของสัญญาตายนั้นเอง!

ถ้าขนาดของสงครามในครั้งนี้ไม่ใหญ่พอรอยก็คงลำบากที่จะทำมันแต่ว่าตอนนี้รอยได้ยินข่าวที่น่ายินดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว

ศัตรูที่ปีศาจกลุ่มนี้ต้องเผชิญหน้าด้วยคือเหล่ามังกรและไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังเป็นถึงราชินีแห่งมังกรทองอีกด้วย

ในตอนแรกรอยได้เตรียมใจที่จะทำงานอยู่ภายใต้เซรอนต่อไปอีกเป็นเวลานาน แต่เขาไม่ค่อยคาดหวังว่าโอกาสที่เขารอคอยจะมาถึงในไม่ช้า รอยอาจจะไม่สามารถฆ่าเซรอนได้ด้วยมือของเขาเองแต่เขาสามารถทำได้ด้วยความช่วยเหลือของมังกร! ตราบใดที่เซรอนตายในการต่อสู้กับราชินีมังกรทองในตอนนั้นรอยก็จะเป็นอิสระ

ดังนั้นตอนนี้ก็ได้เวลาวางแผนใหม่อีกครั้งแล้ว..

จบบทที่ บทที่ 46 เหล่ามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว