เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 การทำสัญญากับปีศาจ

บทที่ 21 การทำสัญญากับปีศาจ

บทที่ 21 การทำสัญญากับปีศาจ


บทที่ 21 การทำสัญญากับปีศาจ

รอยแผดเสียงออกมาด้วยภาษาปีศาจซึ่งเป็นภาษาที่กระทำต่อจิตวิญญาณโดยตรงซึ่งทำให้ปีศาจสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตในโลกใดๆก็ได้

อย่างไรก็ตามผลกระทบของภาษาปีศาจนั้นส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณที่เปราะบางของมนุษย์มากเกินไป ดังเช่นเสียงคำรามเนื่องจากความรำคาญของรอยได้กระทำต่อมนุษย์กลุ่มนี้จิตใจของพวกเขากลายเป็นว่างเปล่าส่วนร่างกายของพวกเขาก็ดูไม่มั่นคงและมีหลายคนที่เริ่มมีเลือดไหลออกจากจมูก

ผลกระทบมีมากเกินไปและพวกเขาก็ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะฟื้นตัวกลับมา หลังจากที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่างช้าๆมนุษย์ในที่แห่งนี้ทุกคนก็มองรอยก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงอีกต่อไป

จากฝูงชนกลุ่มนั้นค่อยๆปรากฏชายอ้วนที่มีท่าทางโง่เขลา ค่อยๆก้าวออกมาอย่างกล้าหาญจากนั้นคุกเข่าลงตรงหน้ารอยและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนประจบประแจง

“ท่านซาตานจอมราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยคือลูเซียสผู้รับใช้ของท่านและเป็นผู้ที่หาญกล้าเรียกหาตัวท่านผู้ยิ่งใหญ่ ขอขอบคุณที่ท่านตอบสนองต่อความปรารถนาและรับฟังคำอธิษฐานและจุติมายังโลกใบนี้!”

หลังจากมาถึงสถานที่แห่งนี้รอยก็ตกอยู่ในสภาวะแปลกๆและรู้สึกได้ถึงพลังลึกลับบางอย่างที่กระทำต่อร่างกายของเขามันคล้ายกับว่ากำลังมีบางสิ่งพยายามขับไล่ตัวเขาออกไป

แต่ในขณะที่รอยกำลังใช้ความคิดเพื่อเข้าใจเรื่องนี้อยู่นั้น จู่ๆเขากลับได้ยินชายอ้วนนามลูเซียสเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมา

ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ซาตาน! ทำไมฉันถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันมีชื่อเรียกเช่นนี้อยู่ด้วย?

รอยใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการตอบสนอง คนท่าทางโง่เขวาเหล่านี้อาจรับรู้เพียงพื้นฐานในอัญเชิญปีศาจและตัดสินใจที่จะลอง พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในหุบเหวอเวจีโลกของปีศาจนั้นคืออะไร และชื่อของปีศาจเพียงตัวเดียวที่พวกเขารู้จักมีเพียงชื่อของซาตานเท่านั้นพวกเขาจึงเรียกชื่อนี้ออกมา

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียกราชาปีศาจที่แท้จริงด้วยพลังเวทแสนอ่อนแอของพวกเขา รวมถึงรูปแบบเวทมนตร์ของพวกเขาที่ทำได้เพียงแค่เรียกหาปีศาจชั้นต่ำจากระดับบนของอบีสที่รอยอยู่ได้เท่านั้น ซึ่งถ้าไม่ใช่รอยที่ตอบสนองต่อการอัญเชิญของพวกเขาแต่ก็จะมีปีศาจระดับต่ำอื่นๆออกมาแทนดังเช่นปีศาจอวดดีที่รอยเพิ่งตบหัวมันไป

แน่นอนว่าการเรียกขานรอยว่า ซาตาน นั้นไม่ได้ไร้สาระเนื่องจากคำว่า ซาตาน ยังสามารถใช้เรียกรวมถึงเผ่าพันธ์ปีศาจทั้งหมดได้ ในสาระสำคัญอาจไม่มีราชาปีศาจที่มีนามว่าซาตานอยู่ในก้นบึ้งของนรก แต่ถึงแม้ว่าจะมีราชาปีศาจเช่นนี้อยู่จริงๆ คงเป็นเรื่องตลกหากว่าปีศาจนามซาตานนั้นจะต้องยุ่งวุ่นวายอยู่กับการตอบรับการอัญเชิญจำนวนมากมายเนื่องจากผู้อัญเชิญส่วนใหญ่รู้จักเพียงชื่อนี้เท่านั้น

รอยไม่จำเป็นต้องแก้ไขความเข้าใจผิดของพวกเขา

“ทำไม..มนุษย์อย่างพวกเจ้าถึงเรียกหาข้า?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ลูเซียสก็เงยหน้ามองรอยด้วยความคลั่งไคล้

“ท่านเทพปีศาจพระเจ้าของข้า! ได้โปรดมอบชีวิตนิรันดร์ให้แก่ข้าน้อยด้วยเถิดและช่วยให้ข้ากลายเป็นผู้ปกครองเหนือโลกใบนี้! ข้าในฐานะสาวกผู้ศรัทธาของท่านจะติดตามเป็นรับใช้ท่านจอมราชาปีศาจไปจวบจนนิรันดร์!”

ไม่เพียงแต่ชายอ้วนลูเซียสเท่านั้น แต่ทุกคนอื่นๆที่สวมเสื้อคลุมสีดำต่างก็คุกเข่าให้กับรอย

รอยแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าลูเซียสไอ้ปัญญาอ่อนนี้เข้าใจผิดไปว่าปีศาจคืออะไร? คำขอของมันคือชีวิตนิรันดร์และช่วยให้มันกลายเป็นผู้ปกครองโลก!?

และจากนั้นกลุ่มคนพวกนี้ทั้งหมดจะเต็มใจที่จะตอบแทนคือการเป็นสาวกและยกให้รอยเป็นเจ้านายของพวกเขา?

F*ck! สิ่งที่แม้แต่ปีศาจอย่างฉันก็ต้องการมัน แล้วฉันยกให้พวกแกได้อย่างไร!

รอยได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเขาไปนานแล้ว และไม่ต้องพูดถึงว่ารอยเป็นเพียงปีศาจระดับต่ำในหุบเหว แม้ว่าราชาปีศาจที่แท้จริงจะปรากฏตัวออกมาก็ตามพวกเขาจะต้องประหลาดใจกับคำขอที่โลภมาของลูเซียส

จริงๆแล้วสิ่งที่รอยไม่ทราบก็คือการปรากฏตัวของเขานั้นทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะหลังจากการเสริมความแข็งแกร่งด้วย ที-ไวรัส แล้วร่างกายของรอยในปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยออร่าที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง

เพียงแค่เห็นโครงสร้างกล้ามเนื้อของรอยรวมถึงฟันและกรงเล็บที่ดุร้ายสุดท้ายคือปีกปีศาจขนาดใหญ่ล้วนแต่ตรงกับสิ่งที่ลูเซียสและมนุษย์คนอื่นๆจินตนาการถึงสิ่งที่ซาตานควรจะเป็น เนื่องจากพวกเขาขาดความเข้าใจเกี่ยวกับปีศาจพวกเขาจึงประเมินความแข็งแกร่งของรอยด้วยมาตราฐานที่ไม่ถูกต้องจนเกิดความเชื่อผิดๆ ว่ารอยนั้นจะต้องมีอำนาจในการบรรดาลคำขอที่ไร้สาระของพวกเขาได้จริงๆ

เพื่อเพิ่มความประหลาดใจขึ้นไปอีกรอยจึงตอบสนองและร่างสัญญาขึ้นมา... สัญญาปีศาจปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่าต่อหน้าเขาตามคำขอของลูเซียส!

สัญญาปีศาจคือม้วนหนังแกะที่ส่องแสงสีดำจางๆรอยสามารถสัมผัสได้ว่าม้วนกระดาษเปล่งพลังงานคล้ายครึงกับประตูนรก หนังสือม้วนนี้อาจเป็นผลจากการเดินทางข้ามผ่านประตูนรก บนม้วนหนังสือเป็นสัญญาที่เขียนด้วยภาษาปีศาจซึ่งรอยเข้าใจเนื้อหาของสัญญาได้อย่างชัดเจน มันบ่งบอกว่าถ้ารอยยอมรับที่จะตอบสนองความปรารถนาของลูเซียสและทำข้อตกลงกับเขาได้สำเร็จ รอยจะสามารถเพิกเฉยต่อการขับไล่ของโลกนี้ได้ชั่วคราวและจะสามารถอยู่ที่นี้ได้จนกว่าเขาจะทำตามสัญญาจนลุล่วง มิฉะนั้นรอยจะถูกพลังของโลกขับไล่ออกไป

พลังการขับไล่ปีศาจของโลก การเซ็นสัญญาปีศาจ สิ่งเหล่านี้มันวิเศษมาก! ใครกันแน่ที่สร้างกฎเหล่านี้?

อย่างไรก็ตามรอยไม่ได้คิดมากอีกต่อไป ไม่มีอะไรจะทำให้เขาประหลาดใจได้อีกแล้วเท่ากับการที่เขาได้จุติกลายมาเป็นปีศาจ

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจำเป็นต้องเซ็นสัญญาหากไม่ต้องการถูกขับไล่ออกไปจากโลกแห่งนี้ ทว่าเงื่อนไขสัญญาของลูเซียสมันช่างน่าขันเกินไป! รอยเคยได้ยินแต่เรื่องที่ปีศาจพยายามล่อลวงมนุษย์ให้เซ็นสัญญา แต่นี้อะไรกันมนุษย์หน้าโง่นี้กำลังหลอกปีศาจให้เซ็นสัญญากับเขาแทน

รอยกลอกตาและก็หัวเราะออกมาทันที

ตั้งแต่รอยเป็นปีศาจเสียงหัวเราะของเขาจึงฟังดูชั่วร้ายตามธรรมชาติ รอยหัวเราะในคำขอไร้สาระของลูเซียส

“เจ้าต้องการชีวิตนิรันดร์? ในวันหนึ่งแม้แต่เทพเจ้าก็มีวันจบสิ้นต้องมีความกล้าเพียงใดถึงทำให้มนุษย์เช่นเจ้าคิดว่าสามารถมีชีวิตนิรันดร์ได้? แม้ว่าจะเป็นไปได้แต่เจ้ารู้ไหมว่าจะต้องจ่ายในราคามหาศาลเพียงใด”

“ถ้าอย่างงั้นท่านสามารถบอกได้หรือไม่ว่าราคามากมายเพียงใด” ลูเซียสมองไปที่รอยด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“มอบวิญญาณร้อยล้านดวงให้ข้าแล้วเจ้าจะได้รับชีวิตนิรันดร์!” รอยบอกออกมาตรงๆ

ลูเซียสตะลึงก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ “นายท่านสิ่งนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?”

“การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม” รอยยิ้มเยาะ

“ชีวิตนิรันดร์มีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน! แล้วเจ้าคิดว่าจิตวิญญาณที่สกปรกและโลภมากของตนมีค่าแค่ไหน?”

เมื่อมองไปที่สีหน้าตกใจของลูเซียสรอยก็แสรยะยิ้มออกมา

“แน่นอนว่ายังคงมีข้อเสนออื่น รวบรวมวิญญาณมาให้ข้าหนึ่งร้อยดวงแลกเปลี่ยนกับอายุขัยหนึ่งร้อยปี!”

เมื่อลูเซียสได้ยินดังนั้นเขาก็ได้สติ เขาตกใจมากในตอนแรกที่ได้ยินข้อเสนอของรอยเกี่ยวข้องกับวิญญาณจำนวนร้อยล้านดวง และตอนนี้เขาตาสว่างทันทีเมื่อได้ยินข้อเสนอและเงื่อนไขใหม่จากรอยที่ต้องการเพียงวิญญาณหนึ่งร้อยดวง

ไม่ว่าลูเซียสจะตกอยู่ในภาพลวงตาหรือไม่ก็ตามรอยก็ยังคงชักจูงต่อไป

“อืม.. ถ้าเจ้าสนใจก็สามารถใช้เวลาที่เหลือเพื่อสะสมดวงวิญญาณอย่างช้าๆและทำธุรกรรมให้สำเร็จ หากอายุขัยเพียงร้อยปีไม่มากพอเราสามารถเปลี่ยนเป็นสองร้อยหรือสามร้อยปีตราบเท่าจำนวนวิญญาณที่เจ้ามี จากนั้นสามารถทำการแลกเปลี่ยนและสุดท้ายเจ้าจะได้รับชีวิตอันเป็นนิรันดร์”

“ตกลงข้ารับข้อเสนอของท่าน!” ลูเซียสรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น

“และเจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการเริ่มต้นการแลกเปลี่ยนนี้” รอยถาม

“แน่ใจขอรับ!” ลูเซียสพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่ต้องคิด

ลูเซียนตื่นเต้นเมื่อถึงอายุไขกว่าร้อยปีที่ตนจะได้รับเนื่องจากหนึ่งร้อยปีสำหรับมนุษย์นับว่าเป็นเวลานานพอสมควร อย่างไรก็ตามชายอ้วนไม่ได้ตระหนักว่ารอยได้ชักจูงให้เขาเปลี่ยนความปรารถนาเดิมของเขาไปเสียแล้ว จากการได้รับชีวิตนิรันดร์เป็นการแลกเปลี่ยนวิญญาณเพื่อชีวิต! จากตอนแรกคือคำว่า 'ได้รับ' กลายเป็น 'การแลกเปลี่ยน' สองความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในสัญญาของปีศาจ!

สำหรับรอยเขาได้ลดความยากลำบากจากความปรารถนาดังกล่าวลงจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ตัวของรอยเองยังไม่สามารถมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ได้เลยแล้วเขามีความสามารถที่จะมอบชีวิตนิรันดร์ให้แก่ลูเซียสได้อย่างไร?

ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นการยืดอายุของลูเซียสนั้นสามารถจัดการได้ง่ายดายมาก ในกรณีสุดท้ายที่รอยอยากจำทำก็คือการสร้าง ที-ไวรัส ขึ้นมาใหม่อืม.. มันเป็นเวอร์ชันที่ลดประสิทธิภาพแล้วฉีดให้แก่ลูเซียสเพื่อทำตามสัญญา

แต่จะว่าไปแล้วบางสิ่งอย่างซอมบี้ก็มีชีวิตอยู่ได้นานเช่นเดียวกัน รอยคิดในใจถึงสิ่งที่เขาจะมอบให้แก่คู่สัญญา

จิตใจของเขาที่เคยเป็นมนุษย์มีความโลภมากเกินไปหรือว่าเป็นตัวตนของปีศาจที่ส่งผลให้เขากลายเป็นคนเจ้าเล่ห์? แม้แต่ตัวรอยเองก็ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับบุคลิกที่เขาเป็นในตอนนี้..

จบบทที่ บทที่ 21 การทำสัญญากับปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว