เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 แล้วเวทมนตร์ล่ะอยู่ที่ไหน?

บทที่ 14 แล้วเวทมนตร์ล่ะอยู่ที่ไหน?

บทที่ 14 แล้วเวทมนตร์ล่ะอยู่ที่ไหน?


บทที่ 14 แล้วเวทมนตร์ล่ะอยู่ที่ไหน?

รอยเดินถอยหลังเขาต้องการมั่นใจว่าอารานิย่าจะไม่กระโดดข้ามแม่น้ำมาจริงๆ

อย่างไรก็ตามรอยตัดสินว่าเขาคิดมากเกินไป เวลานี้อารานิย่าตกอยู่ในความเจ็บปวดเหลือทนและไม่มีแรงจะไล่ตามรอย เธอทำได้เพียงเฝ้าดูเขาจากไปและกัดฟันอย่างโกรธแค้น

ปีศาจเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นกับวิญญาณ ยิ่งพวกเขาเล่นกับวิญญาณมากเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งจะมีความเข้าใจมากขึ้นในศาสตร์นี้ พวกเขาสามารถใช้วิธีการบางอย่างเพื่อแยกส่วนหนึ่งของวิญญาณออกมาใช้งานได้โดยไม่ทำลายจิตวิญญาณหลักของพวกเขา ชิ้นส่วนวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีพิเศษเหล่านี้สามารถอาศัยเชื่อมต่อกับร่างกายของสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับปรสิต และเนื่องจากชิ้นส่วนวิญญาณมีออร่าของปีศาจแฝงอยู่พวกมันจึงสามารถเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตธรรมดาให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดได้ตามธรรมชาติ

โดยปกติปีศาจจะใช้แฝงชิ้นส่วนวิญญาณลงในมอนเตอร์เพื่อช่วยในการล่าเหยื่อหรือเพื่อต่อสู้ การรับรู้ทั้งหมดของพวกมันจะเชื่อมต่อกับปีศาจผู้เป็นเจ้าของโดยตรง ยิ่งปีศาจคนนั้นแยกชิ้นส่วนวิญญาณออกไปมากเท่าไหร่ก็หมายความว่าเขาจะมีขอบเขตการรับรู้ที่มากขึ้นและการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งนี่ก็คือเครือข่ายวิญญาณพิเศษ

ถ้ามองในอีกมุมปีศาจอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบท่องอินเทอร์เน็ต...

นอกเหนือจากการเก็บไว้ในร่างที่มีชีวิตแล้วชิ้นส่วนวิญญาณยังสามารถบรรจุลงในไอเทมบางอย่างได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วไอเทมเหล่านี้มักถูกเรียกว่าการสรรค์สร้างของปีศาจหรือเดม่อนไอเทมและสิ่งของเหล่านี้มักจะมีฟังก์ชั่นพิเศษบางอย่าง

อย่างไรก็ตามการแยกชิ้นส่วนวิญญาณไม่ได้โดยไม่มีผลข้างเคียงอะไร แต่เมื่อชิ้นส่วนวิญญาณเหล่านี้ถูกกลืนหรือถูกชำระให้บริสุทธิ์โดยผู้อื่นมันก็จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับดวงวิญญาณหลัก นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ที่ผู้ที่กลืนกินนั้นจะได้รับรู้ถึงบางส่วนของนามที่แท้จริงของปีศาจจากชิ้นส่วนวิญญาณได้ด้วย

ความเสียหายที่ถูกพรากชิ้นส่วนวิญญาณไปอาจทำให้สภาพจิตใจของปีศาจตนนั้นล่มสลายรวมทั้งพลังเวทย์มนตร์ของพวกมันจะลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งรอยใช้ชิ้นส่วนวิญญาณของอารานิย่าถึงห้าสิบชิ้นเพื่อสร้างปีกปีศาจของเขาจึงส่งผลให้เกิดิาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงสำหรับเธอ มันน่าเหลือเชื่อแล้วที่อารานิย่ายังไม่เสียสติไปเสียก่อนแล้วเธอจะยังมีความคิดที่จะกระโดดข้ามแม่น้ำมาเพื่อฆ่าเขาได้อย่างไร?

ตอนนี้รอยกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของอารานิย่าไปเสียแล้ว

แน่นอนว่ารอยยังไม่เข้าใจโลกปีศาจมากนักเขาจึงยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความรุนแรงที่เขาทำ

หลังจากเดินออกจากริมฝั่งแม่น้ำแล้วรอยก็ยังคงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

เกิดอะไรขึ้นฉันแค่ต้องการขับไล่เพื่อนบ้านนิสัยไม่ดีแต่ทำไมฉันถึงถูกไล่ออกมาแทน?

มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงอย่างแท้จริงที่เมอร์ฟี่ลอว์*ยังตามมาหลอกหลอนฉันที่โลกนี้ด้วย!

(เป็นสุภาษิตที่พูดเกี่ยวกับ เมื่อมีโอกาศเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้เพียงน้อยนิดแค่ไหน รับรองได้ว่าความผิดพลาดนั้นต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน)

ฉันยังไม่สามารถกลับไปที่บ้านได้ในขณะนี้อย่างน้อยก็จนกว่าที่ฉันจะหาวิธีกำจัดอารานิย่าได้เสียก่อน

น่าเสียดายที่โพรงแบบนั้นหาได้ยากรอยจึงต้องใช้เวลาอีกซักพัก โชคดีที่รอยอยู่ในอารมณ์หดหู่ไม่นานนักก่อนจะตัดสินใจออกสำรวจโลกใต้ดินอีกครั้ง เขามีงานที่ต้องทำอีกมากมายและชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป

ด้วยเหตุนี้เมื่อรอยเลือกทิศทางได้แล้วเขาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

รอยเริ่มออกล่าเหยื่ออีกครั้งหลังจากที่ถูกตามล่าโดยสไปเดอร์ควีนอารานิย่า รอยก็ตระหนักว่าอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทุกรูปแบบภายในโลกที่ไม่รู้จักเช่นนี้ หากเขาไม่ระมัดระวังตัวและฉลาดมากพอเขาตกอยู่ในอันตรายได้เสมอ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเริ่มเก็บวิญญาณไว้เป็นทุนสำรองเมื่อเขามีเวลาว่างไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน

ในระหว่างการเดินทางรอยได้ตามล่าสัตว์ประหลาดทุกตัวที่เขาสามารถเอาชนะได้และเก็บเกี่ยววิญญาณของพวกมันมา

เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปและรอยก็สามารถสรุปบางสิ่งบางอย่างได้

บางทีมันอาจจะเป็นอย่างที่อารานิย่าบอกไว้ ปีศาจที่ทรงพลังกว่านั้นยังคงอยู่ในชั้นล่างลึกลงไปในอบีสขณะที่ปีศาจในระดับบนนั้นล้วนแต่เป็นปีศาจระดับต่ำแทบทั้งสิ้น

การต่อสู้และการล่าสัตว์เป็นหัวใจของโลกใต้ดิน ปีศาจออกล่ามอนเตอร์และล่าปีศาจตัวอื่นๆเป็นบางครั้ง และเหล่ามอนเตอร์ก็เป็นเช่นเดียวกันมันไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นเผ่าพันธ์ุเดียวกันหรือเป็นปีศาจ ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่มอนเตอร์ที่ทรงพลังมากพออาจจะพัฒนากลายเป็นปีศาจได้อีกด้วย!

มอนสเตอร์สามารถสะสมออร่าของปีศาจได้จากการกินปีศาจและพวกมันสามารถเปลี่ยนเป็นปีศาจได้เองเมื่อพวกมันมีออร่าปีศาจมากเพียงพอ

นอกจากนี้ยังอธิบายว่าทำไมปีศาจระดับต่ำจึงมีรูปร่างแปลกประหลาดและยังมีการผสมกันของสายเลือดที่ซับซ้อนเช่นนี้

เป็นเพราะกฎนี้สัตว์ประหลาดที่ดุร้ายและทรงพลังบางตัวจึงมักชอบที่จะกินปีศาจตัวน้อยอย่างรอย ก่อนหน้านี้รอยเห็นปีศาจเด็กที่มีขนาดตัวพอๆกับเขาถูกมอนเตอร์เผ่าพันธ์ุคล้ายนกขนาดใหญ่บินโฉบลงมาจากท้องฟ้า และใช้ปากของมันกลืนปีศาจน้อยโชคร้ายตนนั้นไปต่อหน้าต่อตา

ฉากนี้ทำให้หัวใจของรอยเย็นชามันยังทำให้เขาเข้าใจว่าถ้าตนยังเติบโตไม่เร็วพอ ซักวันหนึ่งเขาอาจจะถูกกินทั้งเป็นแบบนี้!

ความกดดันและความเร่งด่วนในการเอาชีวิตรอดทำให้รอยตระหนักว่าเขาจะต้องเลือดเย็นให้มากขึ้นในการตามล่า ตอนนี้รอยไม่แม้แต่จะสะดุ้งเมื่อลงมือฆ่าเหยื่อ

ด้วยความสามารถของรอยในปัจจุบันยังไม่สามารถฆ่าสัตว์มอนเตอร์หรือปีศาจที่มีพลังมากเกินไปได้ รอยจึงเลือกเป้าหมายในการล่าเป็นคู่ต่อสู้ที่มีอันดับใกล้เคียงกันกับเขา เพราะด้วยการอาศัยหางพิเศษที่เขามีไม่ว่าจะเป็นการลอบโจมหรือการโจมตีแบบเปิดเผยประสิทธิภาพในการสังหารของรอยจึงสูงมาก

สิ่งต่อมาที่รอยทำหลังจากได้รับวิญญาณมากพอคือการปรับเปลี่ยนปีกปีศาจคู่เล็กใหม่อีกครั้ง

เขาขยายขนาดขึ้นและตอนนี้ปีกปีศาจจะมีขนาดสองเมตรหลังจากขยายออกจนสุด หลังจากพบว่าความสามารถในการรองรับน้ำหนักตัวเพียงพอแล้ว รอยก็เปลี่ยนคุณสมบัติเดิมที่เป็นเพียงการร่อนกลายเป็นความสามารถในการบินแทน

ในที่สุดเขาก็สามารถลอยได้โดยการกระพือปีกและบินอย่างอิสระในอากาศ ส่วนสิ่งเดียวที่ขาดคือความเร็วของเขา

ดังนั้นรอยจึงได้คิดแผนการปรับเปลี่ยนปีกปีศาจส่วนต่อไปของเขาแล้ว นั้นคือการเพิ่มคุณลักษณะการบินด้วยความเร็วสูง

หลังจากสามารถบินได้ระยะการล่าของรอยก็จะมีวงกว้างที่เพิ่มขึ้นและตอนนี้รอยก็สามารถต่อสู้กับสัตว์ประหลาดและปีศาจที่บินได้แล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปช่วงการสำรวจของรอยก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจริงๆแล้วเขาอยู่ห่างจากถ้ำที่เขาอาศัยอยู่ประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตรเท่านั้นในช่วงเวลานี้ประสบการณ์ในการล่าทำให้เขาค้นพบบางสิ่งที่ทำให้เขาไม่เข้าใจ

รอยตระหนักว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในชั้นบนของหุบเหวทั้งปีศาจและมอนเตอร์จะใช้เพียงร่างกายของพวกเขาในการต่อสู้เท่านั้น แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ใช้พิษหรือกรดเป็นอาวุธแต่วิธีการเหล่านี้ก็ยังเป็นความสามารถจากร่างกายของพวกเขาเอง มีเพียงสองเงื่อนไขที่จะตัดสินความแข็งแกร่งของปีศาจและมอนเตอร์ หนึ่งคือประเภทของเผ่าพันธ์และอีกอย่างหนึ่งก็คือขนาดของกล้ามเนื้อของพวกเขา

แม้ว่าวิธีการต่อสู้ทางกายภาพเช่นนี้จะดูน่าตื่นเต้นอยู่บ้างแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลให้รอยงงงวยและไม่เข้าใจ

แล้วสิ่งที่คล้ายกับเวทมนตร์ล่ะ? ทำไมไม่มีปีศาจตัวไหนเลยที่ต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ของพวกเขา?

จบบทที่ บทที่ 14 แล้วเวทมนตร์ล่ะอยู่ที่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว