เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 - พ่นพิษ (2)

ตอนที่ 4 - พ่นพิษ (2)

ตอนที่ 4 - พ่นพิษ (2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

มาแล้ว.

 

เอมิเลียรู้สึกว่าใจเธอนั้นแทบจะทะลุอกออกมา. เธอกำหมัดไว้อย่างแน่นและจ้องเขม็งไปที่ประตูทางขวาของห้อง. ถ้าเดบราใส่ร้ายเธอล่ะก็ เธอจะรีบพุ่งออกจากห้องนี่ไปทันที.

 

บางทีเธอน่าจะออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่เอมิเลียก็คิดว่าเธอยังไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เธอหวังให้โชคเข้าข้างเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย. ตอนนี้เธอมีชีวิตที่ค่อนข้างสบายอยู่และเธอก็ยังไม่อยากเอาแต่วิ่งหนีไปวันๆ.

 

เอมิเลียได้ยินเสียงของหัวใจเธอเต้นและเสียงหัวเราะเบาๆของเดบราที่ค่อยๆดังขึ้นทุกๆวินาที. ในที่สุดเดบราก็เปิดปาก เอมิเลียก็ค่อยๆลุกขึ้นจากที่นั่งช้าๆ เตรียมพร้อมที่จะออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุดหลัง-

 

“ริต้า”

 

ห้ะ.

 

เด็กผู้หญิงผมบลอนด์ที่นั่งอยู่แถวหน้าหันหัวมาจ้องที่เดบรา “อะไร?”

 

เดบราจ้องไปทางหญิงผมบลอนด์คนนั้นแล้วกอดอก. เดบราไม่พูดมาก เธอรีบเข้าเรื่องทันที. “เธอปลอมแปลงตัวตนเข้ามาใช่มั้ย? เธอไม่ใช่เด็กกำพร้า แต่เป็นเด็กนอกสมรส. ชั้นพูดถูกมั้ย?”

 

ทุกๆคนจ้องไปที่ริต้า, เธอดูตั้งตัวไม่ติดเลย. เธอกลืนน้ำลายขณะพยายามทำหน้าให้นิ่งเข้าไว้ “เธอกล้าดียังไงมากล่าวหาชั้นแบบนั้น? ใส่ร้ายกันชัดๆ! เธอมีหลักฐานรึป่าว?” ริต้าตะคอก.

 

เดบรายิ้ม “ถ้าเรื่องนั้น, มีสิ” เธอหันหลังไปหยิบเอกสารที่บนโต๊ะมาแล้วชูให้ทุกๆคนเห็น.

 

ตอนนี้เอมิเลียกำลังลุกจากเก้าอี้ได้ครึ่งตัว อาจารย์ก็มากดเธอลงไว้ “ห้ามโดดเรียน”

เอมิเลียกัดปากแล้วพยักหน้า.

 

นี่เธอคิดมากไปงั้นหรอ?

 

เอมิเลียประหลาดใจ. แม้เธอจะโล่งอกที่ไม่ต้องวิ่งหนีอีกแล้ว แต่เธอก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เพราะทุกอย่างที่ทำมานั้นไม่เกี่ยวกับตัวเธอเลยแม้แต่น้อย.

 

เธอคิดมากไป. เดบราไม่ได้จะทำอะไรเธอเลย.

 

ขณะทื่เธอมัวคิดอยู่นั้น เซ้นต์สองคนที่มีคนนับหน้าถือตามากที่สุดกำลังปะทะกันอยู่ ขณะที่คนอื่นๆกำลังจ้องอยู่เงียบๆ.

 

เอกสารที่เดบราชูให้เห็นนั้นเป็นสูติบัตรของริต้า ซึ่งมีแค่ชื่อมารดาของเธอในนั้น. ชื่อของบิดาเธอนั้นไม่อาจทราบได้

 

เดบรากล่าวต่อ “นอกจากเธอจะเป็นลูกนอกสมรสแล้ว แม่เธอยังเป็นโสเภณีอีกด้วย”

 

สีหน้าของริต้าซีดลง, ปากของเธอเหวอหน่อยๆ.

 

พอเดบราพูดเสร็จ เหล่าเซ้นต์ในห้องเรียนก็พากันจ้องเขม็งใส่ริต้า, บ้างก็ชี้นิ้วขณะทำหน้าไม่อยากเชื่อ. พวกเขาด่าริต้าว่าเป็นความอับอายและความอัปยศของเหล่าเซ้นต์. คำพูดที่เจ็บปวดและท่าทางรังเกียจทำให้ริต้าละอายจนหัวใจเธอแทบจะระเบิดออกมา.

 

จากมุมมองของคนในยุคนี้นั้น ลูกนอกสมรสเป็นความอับอายของสังคม เป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง.

 

พระเจ้าแห่งแสงสว่างนั้นปกครองทั่วทั้งทวีปนี้และเกือบ100กว่าประเทศ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หากจะมาเป็นเซ้นต์จะต้องทำตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด.

 

ด้วยภูมิหลังที่น่าอัปยศเยี่ยงนี้ ริต้าควรจะถูกถอดถอนจากการเลือกตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ เธอไม่ควรจะเป็นเซ้นต์เลย.

 

คำพูดรังเกียจเดียจฉันถาโถมเข้าใส่ริต้า เหมือนดั่งตัวตลกในคณะที่มีแต่คนชี้และหัวเราะเยาะใส่.

ด้วยความหวาดกลัว เสียงของริต้าเริ่มสั่นขณะที่เธอพยายามจะแก้ตัว “เธอปลอมแปลงเอกสารมาแน่ๆ”

 

เดบรายิ้มอย่างน่ากลัว รอยยิ้มของเธอแทบจะถึงหู “ถ้าอย่างงั้นก็ลองไปให้ท่านโป๊บตรวจสอบให้มั้ยล่ะ? มาดูกันว่าเอกสารนี้ปลอมแปลงจรึงรึป่าว”

 

ริต้าดูหวาดกลัวสุดขีด. มือเธอสั่นไปหมด เหงื่อก็ไหลท่วมหลังเธอ.

 

เพื่อนของเดบร้าพูดขึ้นมา “แบบนี้เธอยังจะกล้ามาแข่งเป็นหัวหน้ากับเดบร้าอีกงั้นหรอ? เธอยังมีศักดิ์ศรีอยู่รึป่าวเนี่ย?”

 

“เธอมันลูกโสเภณี. เธอไม่คู่ควรกับตำแหน่งนั้น” มีเสียงจากด้านหลังดังขึ้นมา.

 

“น่าขยะแขยงมาก ชั้นไม่อยากเชื่อเลยชั้นคุยกับเธอ” เพื่อนนั่งข้างๆริต้าพูด.

 

เหล่าเซ้นต์ในห้องพากันกระซิบเสียงดังมาก ริต้าได้ยินทุกอย่าง.

 

“ว่าไง” เดบรากล่าวแล้วอ่านเอกสารอีกครั้ง ตาเธอกวาดทีละบรรทัดพร้อมกับยิ้มเย้ย “เธอจะไปด้วยตัวเอง? หรือจะให้ชั้นไปด้วยล่ะ?”

 

ริต้าหลับตาลง เธอรู้สึกว่าอ้วกขึ้นมาถึงคอแล้ว.

 

ตู้ม!

 

ประตูโบสถ์เปิดออกอย่างแรง. ประตูที่ทำจากทองคำและหยกขาวนั้นกระแทกกับกำแพง, เสียงกระทบนั่นดังสนั่นไปถึงหูของทุกๆคน. เหล่าเซ้นต์พากันหันมาแล้วเห็นคนร่างสูงคนหนึ่งกำลังเข้าห้องมา.

 

โป๊บเดินเข้าห้องมาพร้อมกับคทาในมือข้างหนึ่ง, จมูกของเขาตั้งสูงอยู่บนใบหน้าและสายตาที่จ้องเขม็งดูน่าเกรงขาม.

 

“พวกเธอไม่ต้องบอกชั้นหรอก. ชั้นได้ยินทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 4 - พ่นพิษ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว