เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 - เสียงกระซิบแห่งการทรยศ (2)

ตอนที่ 1 - เสียงกระซิบแห่งการทรยศ (2)

ตอนที่ 1 - เสียงกระซิบแห่งการทรยศ (2)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

พวกเขาล้วนอยากได้ชีวิตที่เอมิเลียมี.

 

สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอก. สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือเอมิเลียรู้สึกเจ็บใจกับการตัดสินใจของเธอในครั้งนั้นอยู่ตลอด. เธอไม่น่าเข้าศาสนาเลย.

 

เธอเป็นคนสมัยใหม่. เธอไม่มีความเชื่อและเธอเกลียดที่จะต้องเห็นการกระทำที่ดูงมงายเกินไป. แค่แกล้งทำตามเธอก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว. แถมยังต้องมาดูการประหารแบบเลือดสาดอีกมันให้ความรู้สึกแย่กว่าเดิมมากๆ. บางครั้งเธอก็ต้องทำเองด้วย เธอต้องปลิดชีวิตผู้คนทิ้งเพียงเพราะว่าพวกเขามีความเชื่อที่แตกต่างแค่นั้นเอง. เสียงร่ำไห้ของเหล่าคนที่น่าสงสารและวิญญาณที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ยังคงกึกก้องอยู่ในหูเธอตอนที่ประหารนั้น.

 

โหดร้ายและป่าเถื่อนนั่นแหละคือศาสนาแห่งแสง,ศาสนาที่อ้างว่ายอมรับทุกสรรพสิ่งอย่างหมดใจแต่ในมือกลับเปื้อนเลือดอันบริสุทธิ์แทน.

 

สิ่งที่เอมิเลียอยากทำตอนนี้คืออยู่ให้ห่างจากศาสนาแห่งแสงนี่เท่าที่จะทำได้. เธอหวังว่าจะได้ย้ายไปที่หมู่บ้านไกลๆซักแห่งนึงเมื่อศึกษาจบ เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่บ้านนอกนั่น.

 

นั่นคือทั้งหมดที่เธอต้องการ. แต่ทว่า มีบางคนพยายามจะกีดกันไม่ให้เธอทำเรื่องนั้นสำเร็จ.

 

เอมิเลียกอดหนังสือแน่นขึ้น มือของเธอเริ่มเปียกขณะที่พูดเบาๆกับตัวเองว่า “เดบรา” เธอพยักหน้าให้หัวหน้าอัศวินเล็กน้อยจากนั้นก็ออกจากโบสถ์ไป.

 

โบสถ์นั้นตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้านครหลวงมากๆ มีอัศวินคอยเดินอารักษ์พื้นที่อยู่อย่างหนาแน่น. เขตนอกของโบสถ์ล้อมรอบไปด้วยย่านการค้าและที่พักอาศัย มีผู้คนชุกชุมอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน.

 

เอมิเลียเดินผ่านพวกทหารลาดตระเวนไปทางมุมมืดของตรอกแห่งหนึ่ง. หนังสือที่เธอกอดเอาไว้หล่นลงมากระทบกับพื้นดัง ตุ่บจากนั้นมันก็กลายเป็นรถเข็นเล็กๆ.

 

ด้านในรถเข็นนั้นมีผ้าเป็นกองอยู่หลายชั้น. เอมิเลียคุ้ยผ่านผ้าพวกนั้นจนเจอผ้าคลุมสีเทาผืนหนึ่ง. เธอสะบัดมันหนึ่งทีเพื่อให้ฝุ่นปลิวออกจากนั้นก็รีบสวมมันทับชุดเอาไว้.

 

สิ่งที่เธอกำลังจะทำในวันนี้ก็คือกำจัดขวากหนามที่คอยขัดขวางไม่ให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในอนาคต และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกซะจาก เซ้นต์เดบรา.

 

ไม่กี่วันก่อนเอมิเลียสังเกตุเห็นว่าผู้หญิงคนนี้คอยแอบตามเธออยู่ในเงามืดตลอด. นางแอบเข้าห้องของเธอหลายครั้งราวกับว่ามันเป็นห้องของนางเอง. ดูเหมือนว่าเธอกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่.

 

เอมิเลียไม่รู้ว่าเธอมีเหตุผลอะไร. เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีจึงเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเอง. จนกระทั่งบ่ายวานนี้ เธอได้ยินข่าวลือว่าเดบราเจอหลักฐานที่เซ้นต์คนหนึ่งได้ทรยศต่อศาสนาและพระเจ้าของพวกเขาแล้ว. ยังลือกันอีกว่าเดบรากำลังคิดที่จะส่งหลักฐานนั้นไปให้โป๊บในอีกวันสองวัน แล้วเธอก็จะได้รับคำยินยอมจากโป๊บให้โยนคนทรยศนั่นเข้าตารางไป.

 

เอมิเลียทำหน้านิ่งเข้าไว้ตอนที่ได้ยินเรื่องนั้นและเธอก็คิดว่าเรื่องที่เธอไม่ศรัทธาต่อพระเจ้าถูกเปิดโปงแล้วแน่ๆ. เดบรารู้เรื่องนี้ได้ยังไงนั้นเธอก็ไม่รู้หรอก. เอมิเลียคิดว่าตัวเองปกปิดดีแล้วแท้ๆ แต่เธอก็ต้องเลิกกังวลเรื่องนั้นไปก่อน. สิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือจัดการเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่ความลับจะไปถึงโป๊บ.

 

ต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก.

 

ตาของเอมิเลียเริ่มมืดมัวลงพร้อมกัดฟันอย่างแน่น. เธอเอาหมวกของผ้าคลุมขึ้นมาปิดหัวไว้แล้วค่อยๆเลาะไปตามตรอก.

 

ถ้าจะเริ่มจะโบสถ์ก่อนก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะมันเสี่ยงต่อการโดนจับได้มากๆ. หลังจากที่เธอรอมาหลายวันในที่สุดเดบราก็ออกมาจากโบสถ์แล้ว เอมิเลียจับตามองเธอจากระยะไกล.

 

พอออกจากตรอกมาเธอก็ไปที่ทางแยก จากนั้นเอมิเลียก็เดินเลี้ยวไปรวมกับกลุ่มคนที่ย่านการค้า.

 

ปกติแล้วชาวเมืองจะใส่ชุดเรียบง่ายสีดำไม่ก็สีเทา ส่วนพวกเซ้นต์นั้นจะใส่ชุดสีขาวทอง ดูโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางฝูงชน.

เอมิเลียสามารถมองเห็นเดบราได้ง่ายๆจากในฝูงชนนั้น. เธอดูงดงามมากๆ สีหน้าของเธอทั้งมีความเมตตาและอ่อนโยน. ความงดงามของเธอแผ่ออกมาจากภายในจริงๆ. นางดูสว่างจ้ามากๆเมื่อเทียบกับเหล่าผู้ศรัทธารอบๆตัวเธอ.

 

“เดบรา, เวลาเราใกล้หมดแล้ว ถึงเวลาต้องกลับแล้วล่ะ” เพื่อนของนางกระซิบบอก.

 

พอมองมาข้างๆ เดบราก็พยักหน้าแล้วโบกมือลาพร้อมกับส่งยิ้มให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของเธอ ผู้หญิงคนนั้นก็โบกมือลากลับ. พอหันกลับมารอยยิ้มนั้นก็หายไปทันที ไม่เหลือแม้แต่ความเป็นมิตรเหมือนวินาทีก่อนหน้านี้เลย.

จบบทที่ ตอนที่ 1 - เสียงกระซิบแห่งการทรยศ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว