เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 : พิมพ์เขียวชีวิตของพวกคุณเป็นแบบไหน?

ตอนที่ 21 : พิมพ์เขียวชีวิตของพวกคุณเป็นแบบไหน?

ตอนที่ 21 : พิมพ์เขียวชีวิตของพวกคุณเป็นแบบไหน?


ลมหายใจของเบ็นเริ่มสงบลง ราวกับว่าเขาควบคุมความกังวลของตัวเองได้แล้ว

มันเป็นเหมือนกับครั้งก่อนไม่ผิด...ต่างออกไปเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น – ดวงตาของเบ็นดูสงบมาก

‘สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ’ เขาบอกตัวเองอยู่ในใจ เขาเริ่มหายใจเข้าและออกอย่างช้าๆขณะที่ทุกคนจ้องมาที่เขาราวกับรอให้เขาเริ่มพูดเสียที บางคนก็เริ่มกระซิบกระซาบกันเองพร้อมส่ายหัว

“เจ้าหมอนั่นจะทำได้จริงๆเหรอ? พวกเราควรแค่ข้ามเขาไป”

“เจ้าเด็กนี่กำลังทำให้ตัวเองดูโง่อีกครั้ง...”

“การพูดต่อหน้าคนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องสำหรับทุกคน จริงๆเขาควรรู้จุดอ่อนของตัวเอง”

อาจารย์เริ่มขมวดคิ้ว และกำลังครุ่นคิดว่าบางทีเขาอาจจะต้องช่วยให้เบ็นหลีกหนีจากความอับอายในการกระทำของตัวเอง

มิยูกิเองก็กำหมัดแน่น

แซคลีเมื่อเห็นท่าทางที่กังวลของเธอก็ขมวดคิ้ว ‘ยัยกะ**นี่แกจะไปออกเดทกับฉันอยู่แล้ว แกยังไปมัวห่วงผู้ชายคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ? ถ้าฉันได้ขึ้นเตียงกับเธอเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันจะสอนเธอเรื่องมารยาทเอง!’ “มิยูกิ ฉันคิว่าพวกเราน่าจะไปอิตาลี...เธอชอบอิตาลีไหม?”

มิยูกิไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

เบ็นได้ยินเสียงกระซิบกระซาบ และการจ้องมองอย่างดูถูกทั้งหมด

เขาไม่สนใจสิ่งใดเลย เขาเลือกที่จะสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์การเรียนเทียบเท่ากับสองปี มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้รับประสบการณ์ทั้งหมดสองปีมาโดยไม่ได้มีการฝึกฝน

ร่างกายของเขาต้องการเวลาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันให้ได้ ขนาดนักพูดมืออาชีพยังมีความกังวลในบางครั้งเลย แม้จะมีความวุ่นวายอยู่ในหัวของเขา แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนก เขาคาดการณ์มาแล้วและเขาก็รู้วิธีที่จะรับมือกับมัน

การสูดลมหายใจลึกเข้าไปในแต่ละครั้ง ช่วยให้เขาเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยแขนที่สั่นเขายกน้ำขึ้นมาจิบและเดิมไปรอบๆ ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องที่เขาจะพูดในวันนี้ ‘นายเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวล นายทำได้!’ เราเริ่มสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง

หลังจากวางน้ำของเขาลง เบ็นก็กำมือและปล่อยไปมาเพื่อให้กล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลายจากนั้นมือของเขาก็หยุดสั่น เขาหลับตาเพื่อนึกถึงตอนที่เขาประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้คือเทคนิคทั้งหมดที่เบ็นใช้เพื่อรับมือกับความวิตกกังวลของเขา

จากมุมมองของผู้ที่มองมา เบ็นนั้นใช้เวลาทำสิ่งต่างๆนานมาก

แซคลีเดินไปหาอาจารย์พร้อมกล่าวว่า “อาจารย์พวกเราควรปล่อยเขาไปนั่ง เขาทำมันไม่ได้หรอก”

อาจารย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองไปยังเบ็น เขาสังเกตุเห็นสิ่งที่เบ็นทำ ทว่าการพยายามทำตัวให้ใจเย็นลงกับการประสบความสำเร็จนั้นต่างกัน หากเขาให้เวลาเบ็นมากกว่านี้มันก็คงไม่ยุติธรรมต่อคนอื่นๆ ‘ฉันควรให้เขากลับไปที่นั่งรึเปล่านะ’

เบ็นนั้นยังอยู่หน้าชั้นพร้อมหลับตาและสูดลมหายใจเข้าลึก

เสียงพึมพัมของเหล่านักศึกษาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเห็นดังนั้นอาจารย์ก็ถอนหายใจออกมา เขามีหน้าที่ที่ต้องดูแลนักเรียนทั้งหมด เบ็นจะไม่ได้รับเวลาไปมากกว่านี้แล้ว อาจารย์มองไปที่เบ็นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ เขากำลังจะพูดขึ้นเพื่อขอให้เบ็นเดินลงมา

แต่ในตอนนั้นเอง เบ็นก็ลืมตาขึ้นมา!

ราวกับผู้เชี่ยวชาญลงสู่สนามเอง อาจารย์สังเกตุได้ว่าดวงตาของเบ็นนั้นเปลี่ยนไป ดวงตาคู่นั้นสงบลงแล้ว!

เบ็นไม่ได้กังวลอีกต่อไป! เทคนิคของเขาได้ผล!

เบ็นดูนิ่งสงบพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ‘ตอนนี้ล่ะ’ เขามองไปรอบห้องสายตาของเขาปะทะเข้ากับสายตาของทุกคนที่นั่งอยู่ หลังจากที่เขามองไปที่ทุกคนเสร็จแล้ว ห้องก็เงียบสงบลง ไร้ซึ่งเสียงกระซิบกระซาบอีกต่อไป

สายตาและภาษากายของเบ็นเป็นบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถต้านทานมันได้ มันดึงดูดความสนใจจากทุกคน ทำให้ทุกคนหยุดทำหรือหยุดคิดเรื่องของตัวเอง พวกเขาต้องการจะรู้ว่าเบ็นจะทำอะไรต่อไป

เมื่อเวทีพร้อมแล้ว เสียงของเบ็นก็ดังขึ้น เขากล่าวออกมาพร้อมกับความแน่วแน่ “ฉันอยากจะถามอะไรพวกคุณสักอย่าง...”

ฝูงชนต่างถูกดึงดูดไปด้วยคำพูดของเขา

“และนั่นคือ...พิมพ์เขียวในชีวิตของพวกคุณเป็นแบบไหนงั้นเหรอ?”

เหล่าฝูงชนต่างเริ่มคิดตาม

เบ็นพูดต่อว่า “นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต ว่าคุณจะทำอะไรในตอนนี้ หากคุณตัดสินใจมันตั้งแต่ตอนนี้บางทีมันอาจจะเป็นตัวช่วยกำหนดว่าชีวิตของพวกคุณจะก้าวเดินไปทางไหน...

และคำถามคือ...พวกคุณมีพิมพ์เขียวที่มั่นคงและลื่นไหลแล้วหรือยัง

และฉันต้องการแนะนำอะไรสักอย่าง...บางสิ่งที่ควรจะอยู่ในพิมพ์เขียวแห่งชีวิตของพวกคุณ...”

เมื่อเบ็นพูดจบ น้ำเสียงของเขาก็ดังขึ้นโทนเสียงของเขาเองก็มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเช่นกัน เขาใช้มือทำท่าทางเพื่อเน้นความหมายของมันออกมา

“สิ่งแรกที่ควรมีในพิมพ์เขียวแห่งชีวิตของพวกคุณก็คือ...

การเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง...ในศักดิ์ศรีของตัวเอง, ในคุณค่าของตัวเอง และในความเป็นตัวของตัวเอง อย่าให้ใครก็ตามทำให้พวกคุณรู้สึกว่าคุณเป็นเพียงคนที่ไม่มีคุณค่า!”

ทั้งชั้นเรียนต่างรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเมื่อได้ยินมัน คำพูดเหล่านี้ราวกับเป็นเสียงสะท้อนในใจของเบ็นและหนุ่มสาวทั้งหมดในห้องนี้ ทุกคนต่างดิ้นรนเพื่อหาที่ของพวกเขาในโลกใบนี้

เมื่อสามอาทิตย์ก่อน เบ็นนั้นเป็นแค่ใครก็ไม่รู้ ทั้งเป็นพวกขี้แพ้, เป็นพวกที่ถูกรังแกและถูกขับไสไล่ส่งโดยโลกและคนรอบข้างของเขา ในตอนนั้นระบบก็ตกเข้ามาสู่หัวของเขา ทว่ามันไม่ใช่พรวิเศษใดๆกลับกันมันเป็นกิโยตินต่างหาก! เขายอมแพ้ให้กับมันงั้นเหรอ? เขายอมปล่อยให้ตัวเองตายไปงั้นเหรอ? มา! ต่อให้เขาจะตายในอาทิตย์ถัดไป เขาก็จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในทุกๆวันของเขาเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า, เพื่อต่อสู้ และเพื่อมีชีวิตรอด! นี่คือสิ่งที่เขาอยากจะบอกให้กับทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้!

“พยายามคิดว่าตัวเองมีจุดยืน...พยายามคิดว่าตัวเองมีคุณค่า...และให้คิดอยู่เสมอว่าชีวิตของตัวคุณนั้นสำคัญที่สุด!”

ทุกคนต่างหยุดหายใจ! แซคลีอ้าปากค้างจนกรามตกถึงพื้น! ดวงตาของมิยูกิเองก็เปร่งประกายขึ้นมา! อาจารย์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เบิกตากว้างพร้อมมองไปยังเบ็น! นักศึกษาทุกคนต่างรู้สึกลุกโชนขึ้นมา! มีใครในพวกเขาบ้างที่ไม่เคยถูกปฎิเสธ! มีใครบ้างที่ไม่เคยโดดเดี่ยวและหวาดกลัว? คำพูดพวกนี้สื่อไปถึงจิตวิญญาณของพวกเขา!

“อย่างที่สอง...ในพิมพ์เขียวของพวกคุณจำเป็นต้องมีมันราวกับว่าเป็นหลักการเบื้องต้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆของพวกคุณ

คุณจะต้องตัดสินใจว่าคุณจะใช้เวลากี่วันและกี่ปี และคุณจะทำอะไรต่อในชีวิตของคุณ และชีวิตการทำงานของพวกคุณจะเป็นแบบไหน

และเมื่อคุณพบมันแล้วว่าจะทำยังไง ก็ลุกออกมาและทำมันเลย ทำมันให้ดีที่สุดราวกับพระเจ้าผู้สูงส่งบอกให้พวกคุณทำให้มันกลายเป็นประวัติศาสตร์!” เบ็นเงียบลงพร้อมมองเข้าไปในดวงตาของทุกคนอีกครั้ง

“จงกลายเป็นพุ่มไม้หากพวกคุณไม่สามารถเป็นต้นไม้ได้!

หากไม่สามารถไปทางตรงได้ ก็จงไปทางอ้อม!

หากไม่สามารถเจิดจรัสราวกับแสงอาทิตย์ได้ก็จงเจิดจรัสราวกับดวงดาว

มันไม่สำคัญว่าคุณจะชนะหรือคุณจะล้มเหลว!

จงเป็นตัวคุณเองที่ดีที่สุด!”

อาจารย์ถึงกับอ้าปากค้างออกมา!

หัวใจของนักศึกษาต่างเต้นแรง! ลมหายใจของพวกเขาสั้นลง! มือของพวกเขากำหมัดแน่น!

แซคลีจับที่ด้านข้างของโต๊ะเขาแน่น เขารู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้หลุดออกจากการควบคุมไปแล้ว

ดวงตาของมิยูกิขึ้นสีแดง

มีใครในพวกเขาที่ไม่กังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง? มีใครในเมืองใหญ่แห่งนี้บ้างที่จะไม่ถูกมองข้าม? มีใครบ้างที่ไม่เคยดับฝันลงเพราะความกดดันของโลกใบนี้ ทำให้พวกเขาต้องก้าวเข้าสู่ “เส้นทางแห่งความจริง?”

พวกเขาต่างต้องการเป็นคนที่เก่ง! พวกเขาต้องการเป็นคนที่สำคัญ!

และบทพูดสุดท้ายของเบ็นก็มาถึงแล้ว

“และสุดท้าย พิมพ์เขียวของพวกคุณจำเป็นต้อง...ประกอบด้วยหลักสำคัญตลอดการนั่นก็คือ ความงดงาม, ความรัก และความยุติธรรม...

แน่นอน...ชีวิตของพวกเรานั้นไม่ได้ง่ายดายนัก ทว่าพวกเราก็จะมุ่งต่อไปข้างหน้า พวกเราจำเป็นต้องมุ่งไปข้างหน้า...

หากไม่สามารถบินได้ จงวิ่ง

หากไม่สามารถวิ่งได้...จงเดิน

หากไม่สามารถเดินได้! จงคลาน!

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ! จงก้าวไปต่อ!”

เบ็นพูดจบแล้ว เขาได้ปรับแต่งและท่องสุนทรพจน์บางส่วนของดร. มาร์ตินลูเธอร์คิงจูเนียร์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาพ่นลมหายใจออกมา ในที่สุดก็จบลงแล้ว

ภายในห้องเงียบลงเป็นเวลานาน...

จากนั้นนักศึกษาคนหนึ่งก็ยืนขึ้นพร้อมมองไปที่เบ็น

*แปะ**แปะ* นักศึกษาคนนั้นเริ่มปรบมือ

และเมื่อเขาเริ่มทำมัน ทุกคนก็ตื่นออกมาจากภวังค์หลังจากนั้นทั่วห้องก็ลุกขึ้นยืน

เสียงปรบมือดังกึงก้องไปทั่ว!

จบบทที่ ตอนที่ 21 : พิมพ์เขียวชีวิตของพวกคุณเป็นแบบไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว