เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : บัตรตกสาวระดับเทพ

ตอนที่ 2 : บัตรตกสาวระดับเทพ

ตอนที่ 2 : บัตรตกสาวระดับเทพ


เบ็นนั้นกลั้นหายใจ ขณะที่ดวงตาของเขามองต่ำลงไปด้วยความหวาดกลัวและความหวัง

แสงจางลงเผยให้เห็นชะตากรรมของเขา มันคือ...

กระดาษที่ฉีกขาดซึ่งมีรอยขีดข่วนอยู่บนนั้น

“เยี่ยม...เกมดีจริงๆ”

เบ็ดกอดชะตากรรมของตัวเองไว้แน่นราวกับมันเป็นคนรักที่ห่างหายกันไปนาน ในหัวของเขานั้นลิสต์รายชื่อสิ่งที่เขาอยากจะทำต่อไปในเดือนสุดท้ายของชีวิต

[คุณได้รับ บัตรตกสาวระดับเทพ (ใช้แล้วทิ้ง, ยอดเยี่ยม) x1]

“เดี๋ยวก่อนนะของระดับเทพ? มันน่าจะเป็นของดีใช่ไหม แล้วทำไมมันเหมือนกระดาษของใครสักคนในชั้น ป.3 เลยละ? กระดาษนี่ใหญ่ไม่พอจะให้เขาเขียนจดหมายลาให้ครอบครัวของเขาด้วยซ้ำ”

หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เบ็นคิดว่าบางทีมนุษย์นั้นอาจจะไม่สามารถเข้าใจถึงความงดงามทางศิลปะของพระเจ้าหรือปีศาจที่สร้างระบบนี้ขึ้นมาได้ แทนที่จะคิดถึงเรื่องที่ดูเพ้อฝัน เขานั้นเลือกที่จะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัน

[คุณได้รับ บัตรตกสาวระดับเทพ (ใช้แล้วทิ้ง, ยอดเยี่ยม) x1] – ใช้กับผู้หญิงคนไหนก็ได้เพื่อเพิ่มความสนใจของเธอที่มีต่อคุณอย่างรวดเร็ว

ลมหายใจของเบ็นหนักหน่วงขึ้น ‘นี่มัน...’ เขานั้นถูกส่องด้วยแสงสว่างที่อยู่ด้านบน เขามีทางรอดจากปล่องภูเขาไฟลึกที่เขาติดอยู่นี่สักที เจ้ากระดาษเล็กๆนี้คือเชือกสำหรับช่วยชีวิตเขา

*แกร๊ก*

ประตูถูกเปิดออกและมีเด็กวัยรุ่นที่เบ็นไม่เคยพบเดินเข้ามาภายในห้อง คิ้วของเขาเลิกขึ้นเมื่อเห็นเบ็นที่อยู่ด้านใน เขาวางกระเป๋าลงพร้อมยืนตรงและเดินเข้ามาใกล้เบ็นด้วยท่าทีที่เป็นทางการเพื่อต้องการที่จะจับมือทักทาย  เบ็นไม่ต้องการเสียมารยาทจึงยืนขึ้นพร้อมจับมือทักทายกับเขา

“สวัสดีพวก นายน่าจะเป็นเบ็นจามินใช่ไหม? ฉันฟลิกจากอินเดียพวกเราจะกลายเป็นรูมเมตกันต่อจากนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนายนะ ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ร่วมห้องกับคนที่เป็นเจ้าของกิจการ เป็นเกรียติกับฉันมากเลย”

เนื่องจากเรื่องที่เขากำลังจะถูกประหารทำให้เขาลืมเรื่องที่ว่ารูมเมทของเขาจะมาภายในวันนี้เสียสนิท แต่ว่ามันมีอย่างหนึ่งในประโยคที่ฟลิกพูดที่ทำให้เขารู้สึกแหม่งๆ

“เจ้าของกิจการ?” เบ็นถามออกมาอย่างสับสน

ฟลิกยืนหลังตรงยิ่งกว่าเดิม “ฉันเห็นออร์เดอร์จำนวนมากที่หน้าประตูห้องของพวกเรา ฉันรู้สึกประทับใจมาก นี่มันพึ่งวันแรกแต่นายก็เริ่มธุรกิจเสียแล้ว โมเดลของธุรกิจเป็นไงอย่างงั้นเหรอ? อาหารเม็กซิกันแบบมีบริการส่งงั้นเหรอ?” เขานั้นจ้องมองมาทางเบ็นราวกับว่าเบ็นนั้นเป็นอาจารย์ของเขา ฟลิกนั้นอยู่ในคณะบริหาร ดังนั้นเขาต้องการที่จะเรียนรู้กับผู้ประกอบกิจการสตาร์ทอัพจริงๆและเขาเองก็อยากจะเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต

ใบหน้าของเบ็นนั้นดำมืดยิ่งกว่าเพจเฟสบุ๊คของหมอผีเสียอีก “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มันก็แค่การเข้าใจผิดเพียงเท่านั้น”

ฟลิกพยักหน้าซ้ำไปซ้ำมาอย่างยินดี “การถ่อมตัวก็เป็นเรื่องที่ดีสินะ เยี่ยมเลยเห็นได้ชัดว่าฉันสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมากจากนาย หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันนะ”

‘เพื่อน...’ สำหรับเบ็น คำๆนี้เหมือนกับเป็นสำนวนในภาษาต่างประเทศ เขานั้นรู้คำแปลของมัน ทว่าเขานั้นไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมันได้ ‘ครั้งสุดท้ายที่ฉันมีเพื่อนนอกเหนือจากในแชทนี่มันตอนไหนกันนะ?’

เบ็นนั้นเห็นความจริงใจของฟลิกจึงทำให้เขานั้นอารมณ์ดีขึ้น ‘นี่มันวันแรกแต่ฉันก็สามารถมีเพื่อนได้แล้ว’ เขานั้นเริ่มเห็นความหวังในอนาคตแล้ว ‘ใช่แน่นอนนี่เป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตอันสดใสของฉัน ฉันอาจจะเคยทำผิดพลาดมาในอดีต ทว่าฉันนั้นยังเด็กอยู่แถมยังมีความเป็นไปได้ไม่จำกัดรอฉันอยู่ข้างหน้า ใครที่จะสามารถบอกได้ว่าฉันไม่สามารถทำสิ่งดีๆได้? นี่มันเป็นฤดูใบไม้ผลิของวัยหนุ่มของเขาแล้ว’

[เหลือเวลาอีก 29 วัน 23 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกกำจัด]

‘ให้ตายสิพระเจ้า นี่แม้งเหมือนเด็บบี้ ดาวน์เนอร์ (1) ใช้ชีวิตอยู่ในหัวฉันเลย! ฉันไม่ต้องการได้ยินมันตอนนี้’

[คุณต้องการปิดระบบการแจ้งเตือนรายชั่วโมงอย่างงั้นเหรอ?]

ดูเหมือนว่าระบบจะตอบกลับจากความคิดได้สินะ ใช่ปิดแม้งซะ มันไม่ใช่ว่าหลังจากนั้นฉันจะลืมว่าเวลาตายของตัวเองกำลังจะมาถึงเสียเมื่อไหร่...’ จิตใจของเขาที่กำลังคร่ำครวญก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของสัตว์ป่า

*กรู๊ววว*

เบ็นมองลงไปที่ท้องของเขาและตระหนักขึ้นได้ว่าวันนี้นั้นเขายังไม่ได้กินอะไรเลย เขานั้นขึ้นรถไฟมาตั้งแต่เช้า จากนั้นก็ยุ่งอยู่กับการสมัครและจัดห้องพักของเขาตลอดทั้งวัน ก่อนหน้านี้นั้นเขาได้ล้างคราบเปื้อนที่ปกคลุมร่างกายเขาออกเรียบร้อยแล้ว เขาตัดสินใจว่าตอนนี้นั้นน่าจะเป็นเวลาที่ดีที่เขาจะลองลงไปข้างล่างและลงไปยังห้องอาหาร ตอนนี้มันก็สายมากแล้วเขาได้แต่หวังว่ามันคงจะยังไม่ปิด เบ็นนั้นชวนฟลิกซึ่งไม่ได้ลงไปกับเขาด้วยเนื่องจากต้องโทรหาครอบครัวพร้อมทั้งจัดของ ดังนั้นเบ็นจึงเลือกที่จะไปคนเดียว

เมื่อเบ็นเดินผ่านโถงทางเดินไป ใบหน้าของเขาก็สดใสเล็กน้อยเนื่องจากมีใครบางคนนำโปสเตอร์มีมของเขาออกไปแล้ว ‘อย่างน้อยก็ยังมีคนดีๆอยู่บนโลกใบนี้’ เขานั้นใช้ลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่างและเดินไปยังโรงอาหาร เมื่อเขาเดินไปตามทางเดินก็มีคนตะโกนเรียกเขา “เฮ้ราชาเบอริโต้”

เบ็นมองไปและพบไทเลอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ติดโปสเตอร์ของเขาไปทุกที่ อารมณ์ของเบนดิ่งลงอีกครั้ง เชานั้นคิดจะทิ้งอดีตที่มืดมดที่เขาถูกกลั่นแกล้งไว้ด้านหลัง ทว่ามันยังไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำก็มีคนมาผลักเขาลงพร้อมฝังเขาในหลุมที่มืดมิดไร้แสงสว่างเสียแล้ว

“นายยังรับออเดอร์อยู่เหรอ?” ไทเลอร์และนักศึกษาคนอื่นๆต่างหัวเราะต่อหน้าเบ็นขณะที่พวกเขากำลังหยิบเครื่องดื่มจากตู้หยอดเหรียญ

เบ็นนั้นต้องการจะยืนหยัดเพื่อตัวเอง ทว่าเขานั้นไม่ใช่นักสู้ เขานั้นเคยลองยืนหยัดมาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่เขายังเด็กกว่านี้ นั่นเป็นตอนที่เขารู้ความจริงว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าในหนังเสียอีก ผลลัพธ์ของความกล้าหาญนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือการที่เขาถูกจัดการลงด้วยพวกเด็กขี้แกล้งและทำให้เขาต้องนอนติดเตียงไปกว่าสองอาทิตย์ นั้นทำให้เขาต้องคอยทำตัวให้ต่ำต้อยอยู่เสมอ พร้อมทำความเข้าใจว่าการเดินไปพร้อมกับความอับอายนั้นมันก็ยังดีกว่านอนไปพร้อมความอับอาย

ในขณะที่เบ็นกำลังจะเดินจากไปนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมที่รุนแรงมาจากน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ลอยฟุ้งออกมาจากด้านหลังของเขา เขานั้นหันกลับไป มันใช้เวลาแค่เพียงพริบตา ทว่าเขาก็พบเจอสิ่งที่เขาปราถนาเสียแล้ว

ที่ตรงนั้นมีสาวสวยยืนอยู่ เธอนั้นมีใบหน้าแบบชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่หาได้ยากราวกับหญิงสาวที่ออกมาจากภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ ผิวสีมะกอก ผมที่ยาวจนถึงต้นคอซึ่งมีสีดำสนิทของเธอนั้นโบกสะบัดตามการเคลื่อนไหวของเธอราวกับกระแสน้ำในมหาสมุทรที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์สลัว เธอนั้นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่และไม่ได้สังเกตุเห็นเบ็นที่กำลังน้ำลายไหลย้อย

เบ็นนั้นกลืนน้ำลาย ‘สวยอะไรอย่างงี้...’

*เหอะ* “อย่าแม้แต่จะฝันเลยไอตัวน่ารังเกียจ” ไทเลอร์พูดขึ้นเมื่อเห็นเบ็นจ้องมองหญิงสาวคนนั้นด้วยอาการตกอยู่ในภวังค์

เบ็นนั้นกำหมัดแน่นจนตัวสั่น ‘ฉันจะฝันกลางวันอย่างสงบสุขก็ไม่ได้งั้นเหรอ!?!’

ด้วยลมหายใจอันหนักหน่วง เขาคว้าบัตรตกสาวระดับเทพขึ้นมาจากกระเป๋าของเขาและจ้องมันอยู่นาน...

นี่คือโอกาสใช่ไหม? เขาไม่ได้เห็นสาวสวยขนาดนี้มาตั้งแต่เขามาถึงยังแมนแฮตตัน ทว่าที่เขากำลังเล่นกับมันอย่คือชีวิตของเขา หากเขาล้มเหลวนั่นหมายถึงตาย หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นในตอนนี้เขาก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดที่เขาเคยทำมา เขานั้นมีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น

‘ฉันควรใช้มันตอนนี้เลยรึเปล่า?’

***

เด็บบี้ ดาวน์เนอร์ (1) หมายถึงคนที่มักจะชอบพูดแย่ๆ หรือติอยู่เสมอ มีที่มาจากรายการโชว์ที่ชื่อ Saturday Night Live (SNL)

จบบทที่ ตอนที่ 2 : บัตรตกสาวระดับเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว