เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 เกิดเหตุวิกฤติรอบเรือสังคีต (อ่านฟรีวันที่ 04/04/2025)

บทที่ 48 เกิดเหตุวิกฤติรอบเรือสังคีต (อ่านฟรีวันที่ 04/04/2025)

บทที่ 48 เกิดเหตุวิกฤติรอบเรือสังคีต (อ่านฟรีวันที่ 04/04/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 04/04/2025)

แสงโคมไฟจากเรือแล่นข้ามแม่น้ำฉายแสงสีแดงอ่อนส่องลงไปยังแม่น้ำหยูอันมืดมิด เกิดเป็นภาพอันสวยงามน่าค้นหา เรือล่องหลายลำยังคงแล่นเอื่อยๆไปบนแม่น้ำชวนให้บรรยากาศพลุกพล่าน

บนเรือสังคีต เสียงหัวเราะยังคงดังอย่างต่อเนื่องแต่ความครื้นเครงก็เริ่มลดระดับลงเรื่อยๆเช่นกัน

ใบหน้าของโจวเซียหมินแดงก่ำ มีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสองนางนั่งขนาบข้างซ้ายขวา เขาหัวเราะคิกคักเป็นระยะๆ

โจวเซียหมินเห็นว่าหลี่เยว่กำลังเตรียมลงจาเวทีหลังจากแสดงร้องเพลงร่วมกับดีดฉินเสร็จ เขาเดินโซเซไปขวางหน้าสาวงามและเอ่ยว่า “แม่นางหลี่เยว่ เพลงที่ท่านแสดงไปเมื่อครู่ช่างไพเราะจับใจข้านัก ถ้าข้าจำไม่ผิดเพลงนี้ชื่อ‘พระจันทร์กลางสารทฤดู เหนือทะเลสาบอันเงียบสงบ’ ใช่หรือไม่”

หลี่เยว่หัวเราะอย่างถ่อมตนเมื่อกล่าว “สมกับเป็นคุณชายโจว ความรู้ของท่านช่างกว้างไกลยิ่งนัก เพลงนี้ชื่อ‘พระจันทร์กลางสารทฤดู เหนือทะเลสาบอันเงียบสงบ’จริงๆเจ้าค่ะ เพลงนี้เล่นยากนัก ข้ากลัวทำมันออกมาได้ไม่ดีนัก”

“ท่านอย่าพูดเช่นนั้น” โจวเซียหมินรีบพูดเมื่อเห็นสาวงามหน้าเสียเพราะความกังวล “ทำออกมาไม่ดีที่ไหนกันเล่า! เพลงที่แม่นางหลี่เยว่แสดงไปเมื่อครู่ช่างไพเราะจับใจข้ายิ่งนัก ข้าไม่เคยได้ยินบทเพลงที่กินใจเช่นนี้มาก่อน แม้แต่กองสังคีตหลวงก็สู้ท่านไม่ได้”

ประโยคของโจวเซียหมินเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองแต่ก็แฝงไปด้วยคำชมกินใจ หากอันจิงมาได้ยินคงกรอกตาให้อีกฝ่าย

“คุณชายโจว ท่านชมข้าเกินไปแล้ว” หลี่เยว่โค้งคำนับเล็กน้อย “คุณชายหมิงเฟยรอข้าอยู่ ข้าคงต้องขอตัวก่อน”

โจวเซียหมินได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะน้อยๆ “ไม่เป็นไร ข้ารอท่านอยู่ที่นี่ได้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”

รออยู่ที่นี่? เมื่อได้ยินคำพูดของโจวเซียหมิน รอยยิ้มของหลี่เยว่ก็แข็งค้างขึ้น นางถอนหายใจเบาๆพอให้อีกฝ่ายไม่ทราบว่านางกำลังหงุดหงิด “ท่านอย่าลำบากรอข้าเลยเจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านก็ลำบากมากพอแล้ว อากาศเย็นเช่นนี้เดี๋ยวล้มป่วยลงได้ ท่านก็ทราบสถานการณ์ของข้าในตอนนี้ดี อย่าเสียเวลาทำให้ตัวเองลำบากแล้วทำให้ข้าไม่สบายใจไปด้วยเลยนะเจ้าค่ะ”

เดิมทีหลี่เยว่เป็นคุณหนูจากกตระกูลขุนนางในเมืองหยูจิง ครอบครัวของนางต้องโทษคดีเลี่ยงภาษีในเมืองหยูจิงทำให้ถูตัดสินว่ามีความผิด ผู้ชายในตระกูลบ้างก็ถูกประหาร บ้างก็ถูกจำคุกหรือถูกเนรเทศ ผู้หญิงและเด็กในตระกูลบ้างก็ถูกเนรเทศและขายออก ตัวหลี่เยว่เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ครั้งแรกนางได้รับโทษให้ไปทำงานในกองสังคีต แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างนางกลับถูกขายให้กับหอนางโลมและกลายเป็นหญิงคณิกาจนถึงทุกวันนี้

นางมาจากตระกูลขุนนางใหญ่ เป็นหญิงสาวที่มีชื่อเสียง มีรูปร่างและหน้าตาที่โดดเด่น ดังนั้นราคาในการไถ่ตัวนางออกจากหอนางโลมจึงสูงมากและต้องได้รับการอนุมัติจากผู้อาวุโสในเครือนางโลมเรือนสีชาดทุกคนอีกด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนพยายามที่จะไถ่ตัวนางออกไปแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ใครคิดสู้ราคาที่ตั้งไว้ได้

นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดี

ส่วนโจวเซียหมินนั้น เขาไม่คิดที่จะยอมแพ้อย่างแน่นอน ‘แม่นางหลี่เยว่คงกลัวว่าข้าจะรู้สึกกดดันเรื่องการสอบเคอจวี่กระมัง..ไม่หรอก..ข้าไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน’

หัวใจของโจวเซียหมินพลันอุ่นวาบขึ้น “แม่นางหลี่เย่ว เชื่อใจข้าเถิด ข้าไม่ได้ลำบากเลยสักนิดและจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน ท่านไปหาคุณชายหมิงเฟยก่อนเถิด ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่อีกสักพัก”

“อ่า..เช่นนั้นก็ตามใจท่านเถิด เชิญท่านดื่มเหล้าตามสบาย คงอีกพักใหญ่ข้าถึงจะกลับมาหาท่านได้”

หลี่เยว่ยิ้มบางขอโทษ จากนั้นก็โค้งคำนับและรีบสาวเท้าเดินราวกับหนีบางอย่างไป

หลี่ฟู่โจวเหลือบมองร่างของหลี่เยว่ที่กำลังเดินจากไป ปากก็ยังคุยกับหญิงงามที่นั่งข้างๆโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

เมื่อคิดว่านักฆ่าระดับสูงของหอคอยพิรุณวาโยกำลังซ่อนตัวอยู่ในเรือสังคีตเช่นนี้เรียกความสนใจให้เขาได้ไม่น้อย คนอื่นอาจไม่รู้ถึงตัวตนของหลี่เยว่แต่ไม่ใช่กับผู้นำระดับระดับสูงของพรรคมารเช่นหลี่ฟู่โจว

หญิงคณิกาผู้นี้คือนักฆ่าชั้นนำของหอคอยพิรุณวาโย

กลุ่มนักฆ่ากลุ่มนี้หาตัวจับได้ยากและพวกเขายังเป็นบุคคลที่สร้างความหวาดกลัวให้กับยุทธภพเจียงหูแต่ตอนนี้กลับมีหนึ่งคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหยูอย่างเงียบๆในคราบหญิงคณิกา บ่งบอกได้ว่ามีแผนการลับที่แอบแฝงอยู่

ในยุทธภพเจียงหูอันกว้างใหญ่นี้ ใครบ้างที่ไม่มีแผนการของตัวเอง อย่างไรก็ตามหลี่ฟู่โจวมาเยือนเรือสังคีตในวันนี้เพื่อหาความสุขใส่ตัว ไม่ได้มาตามสืบเรื่องนักฆ่าของหอคอยพิรุณวาโยแต่อย่างใด เขาจึงคิดปล่อยผ่านเรื่องนี้

โจวเซียหมินมองตามแผ่นหลังของหลี่เยว่ที่ค่อยๆหายลับไปอย่างเหม่อลอย

“เซียหมิน มาดื่มเหล้าต่อเถอะ” หลี่ฟู่โจวตะโกนเรียก

“ขอรับ” โจวเซียหมินเดินกลับมาที่โต๊ะเขาทรุดตัวลงนั่งและพึมพำกับตัวเอง “ดื่มเหล้าไหนี้หมด แม่นางหลี่เยว่ก็น่าจะออกมาแล้ว”

หลี่ฟู่โจวได้ยินเข้าก็พูดด้วยความหงุดหงิด “ทำไมต้องกังวลกับดอกไม้งามแค่ดอกเดียว ในเมื่อบนโลกนี้มีดอกไม้งามเต็มไปหมด”

โจวเซียหมินรินเหล้าใส่จอกและยกดื่ม “ผู้อาวุโสหลี่..แม่น้ำอาจไม่เคยแห้งขอดคอยให้ผู้คนได้ดื่มใช้แต่สำหรับข้า..ปรารถนาเพียงน้ำในจอกนี้เพียงจอกเดียว”

หลี่ฟู่โจวได้ยินแบบนั้นก็พูดไม่ออก โดยปกติแล้วเมื่อเขาเอ่ยสอนใคร คนส่วนใหญ่มักไม่กล้าตอบโต้ บางคนอาจซาบซึ้งในคำสอนหรือบางคนก็ไม่รู้ว่าต้องโต้แย้งอย่างไร ยกเว้นเพียงอันจิงที่ดูเหมือนคำสอนของเขาจะเป็นสิ่งไร้ประโยชน์และโจวเซียหมินผู้นี้เท่านั้นที่ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก

ครึ่งชั่วยามต่อมา

หลี่ฟู่โจวมองโจวเซียหมินที่ตัวเริ่มเอียงด้วยความเมาพลางส่ายหน้าน้อยๆ “เจ้าดื่มเหล้าจนหมดแล้ว แต่นางก็ยังไม่ออกมา”

ในครึ่งชั่วยามที่ผ่านมานั้น โจวเซียหมินดื่มเหล้าหมดไปไหแล้วไหเล่า จำนวนของมันเพียงพอที่จะให้ตาเฒ่าคอแข็งที่ท่องไปทั่วยุทธภพเช่นหลี่ฟู่โจวยอมแพ้ได้

“ข้า..คง..ดื่มน้อยไป” ใบหน้าของโจวเซียหมินแดงก่ำและไหเหล้าเปล่าหลายใบก็วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าเขา

หลี่ฟู่โจว “….”

เหล่าสาวงามที่อยู่รายรอบ “…”

ทันใดนั้นก็มีบางอย่างเรียกความสนใจของหลี่ฟู่โจวจากโจวเซียหมินได้

“หืม?”

คิ้วของหลี่ฟู่โจวขมวดเป็นปมเมื่อสังเกตเห็นแรงกระเพื่อมของน้ำใต้ท้องเรือ เขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆพลางพึมพำในใจ ‘ดูเหมือนจะเกิดการต่อสู้ของผู้เชี่ยวชาญสินะ อ่า..เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดทีเดียว’

.

.

.

ยามราตรีกำลังจะผ่านพ้นไปทุกขณะแต่แม่น้ำหยูยังคงพลุกพล่านเช่นเดิม

เจียงซานเจียนั่งขัดสมาธิบนเบาะตรงดาดฟ้าเรือลำเล็ก โดยวางมือไว้บนตักสลับกับหมุนวนมือเพื่อเพิ่มพลังให้กับกลไกสวรรค์ เขาทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกใจกระตุกราวกับกำลังมีวิกฤตคืบคลานเข้ามาหาเขา

เขาค่อยๆลืมตาขึ้นและมองไปที่เรือสังคีตลำใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป

เสียงดนตรียังคงคลอมากับสายลม โคมไฟสีแดงสะท้อนลงผิวน้ำส่งประกายวาววับ สะท้อนความสงบสุขให้เกิดทั่วบริเวณ

“มู่เสี่ยวหยุน มู่เสี่ยวหยุน...” เจียงซานเจียตะโกนขึ้น

“มีอะไรรึ?” มู่เสี่ยวหยุนเปิดม่านออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ” เจียงซานเจียเอ่ยพลางสูดหายใจเข้าลึก

“อะไรของท่าน?” มู่เสี่ยวหยุนเลิกคิ้วสงสัย

“เจ้าลองมองไปรอบๆสิ ไม่คิดว่ามันดูสงบกันไปหรือ?” เจียงซานเจียวกวาดมือชี้ไปรอบๆ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่เสี่ยวหยุนก็กวาดสายตาไปมองรอบๆ นางสังเกตเห็นแรงกระเพื่อมของผิวน้ำที่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

จุดนี้นับเป็นจุดที่เงียบสงบ เนื่องจากเรือล่องลำนี้อยู่ห่างจากบริเวณที่คึกคักพอสมควร ผืนน้ำจึงมืดสนิท บดบังทัศนียภาพโดยรอบทำให้รู้สึกราวกับพวกเขาอยู่ในโลกที่มืดมิด

“แย่แล้ว!” ดวงตาของมู่เสี่ยวหยุนเบิกกว้างก่อนจะหมอบตัวลงอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น ลูกธนูหลายสิบลูกก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว มันถูกยิงมาจากระยะไกลๆ

เฟี้ยว! เฟี้ยว! เฟี้ยว! ฉึก! ลูกธนูบางส่วนพุ่งลงแม่น้ำ ขณะที่ลูกธนูส่วนใหญ่พุ่งเข้าใส่ตัวเรือ มันแหวกผ่านอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เจียงซานเจียสะบัดแขนเสื้อ พลังภายในเอ่อออกมาก่อนจะพุ่งไปกระแทกลูกธนูทั้งหมดให้ถอยกลับ

ใบหน้าของมู่เสี่ยวหยูนเปลี่ยนไปโดยทันที นางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ “ฝีมือพรรคเฉา”

หลังจากนั้นลูกธนูก็พุ่งเข้ามาเหมือนพายุ เปลี่ยนให้เรือล่องลำน้อยกลายเป็นเรือที่โคลงเคลงอยู่ท่ามกลางพายุกระหน่ำ โดยมีลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เรือจนดูคล้ายกับซื่อเว่ย*เข้าทุกที

พื้นผิวทั้งหมดของแม่น้ำเกิดเป็นระรอกคลื่นแล้วคลื่นเล่า

มู่เสี่ยวหยุนและเจียงซานเจียเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสอง พายุธนูพวกนี้ย่อมไม่สามารถทำร้ายพวกเขาได้และสามารถป้องกันมันได้ทันที

หลังจากนั้นไม่นาน พายุธนูก็หยุดลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง

“นายหญิง ท่านประมุขส่งคำเชิญถึงท่านขอรับ”

ทันใดนั้นเสียงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น ใบหน้าของบัณฑิตผู้ทรงภูมิยืนอยู่บนผิวน้ำ ผิวซีดๆของเขาราวกับผีพรายที่ผุดขึ้นจากแม่น้ำ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายเย็นชา

ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปรมาจารย์พิษกัวหยูชุน

เมื่อเห็นชายตรงหน้าได้ถนัด หัวใจของเจียงซานเจียแทบหล่นออกจากอก เขากวาดสายตาไปมองด้านข้างคนผู้นี้ทันที หากกัวหยูชุนอยู่ที่นี่ ไม่มีทางที่เขาจะโผล่ออกมาตามลำพัง คนอื่นๆก็ควรอยู่ที่นี่เช่นกัน

“เจ้าปฏิบัติต่อสุภาพสตรีเช่นนี้รึ!” คิ้วของมู่เสี่ยวหยุนขมวดมุ่นเมื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

กัวหยูชุนโค้งคำนับและฉีกยิ้มเย็น “ต้องขออภัยนายหญิงที่ข้าต้องใช้วิธีนี้ ข้าหวังว่านายหญิงจะเข้าใจและไม่ทำให้ข้าลำบากใจไปมากกว่านี้”

แม้ประโยคของเขาจะสื่อถึงคำขอโทษแต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความคุกคาม

“ดี พูดได้ดี ไม่ทำให้พวกเจ้าลำบากใจไปมากกว่านี้งั้นรึ?” ดวงตาของมู่เสี่ยวหยุนหรี่ลงเมื่อเอ่ยต่อ “ถ้าข้าปฏิเสธคำเชิญของเจ้าเล่า เจ้าจะยิงธนูพวกนั้นเพิ่มหรือไม่ อยากก่ออาชญากรรมเพิ่มอีกกระมัง”

“แล้วนายหญิงจะให้คำตอบอย่างไรหรือขอรับ” มุมปากของกัวหยูชุนกระตุกยิ้มเยาะ สายตาที่จ้องเขม็งไปยังมู่เสี่ยวหยุนเต็มไปด้วยความมาดร้าย เจตนาฆ่าในดวงตาดำสนิทของเขาเหมือนพร้อมจะฉุดลากให้อีกฝ่ายลงสู่ขุมนรกได้ทุกเมื่อ

.

.

.

** ซื่อเว่ย คือ เม่น

จบบทที่ บทที่ 48 เกิดเหตุวิกฤติรอบเรือสังคีต (อ่านฟรีวันที่ 04/04/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว