เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 พระภิกษุจากแดนตะวันตกมาเยือน (อ่านฟรีวันที่ 26/03/2025)

บทที่ 39 พระภิกษุจากแดนตะวันตกมาเยือน (อ่านฟรีวันที่ 26/03/2025)

บทที่ 39 พระภิกษุจากแดนตะวันตกมาเยือน (อ่านฟรีวันที่ 26/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 26/03/2025)

การเสียชีวิตของไท่หยุนซานจากฝีมือของนักดาบลึกลับที่คาดว่าเป็นปรมาจารย์จากพรรคมารทำให้ความเชื่อที่ว่าพรรคมารได้เข้ามายังแคว้นหยานแล้วแพร่กระจายไปเป็นวงกว้างและสร้างความโกลาหลไปทั่วมณฑลเจียงหนาน

แค่เอ่ยว่าพรรคมารเข้ามาในแคว้นหยานก็เพียงพอทำให้เกิดความหวาดกลัวไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ในยุทธภพเจียงหูก็มีข่าวลือว่าพรรคเฉาเตรียมที่จะร่วมมือกับสี่ตระกูลใหญ่ในมณฑลเจียงหนานเพื่อจัดการกับนักดาบลึกลับและกลุ่มคนชั่วร้ายอย่างพรรคมาร

พายุเริ่มก่อตัวทำให้ท้องฟ้าเหนือเมืองหยูมืดครึ้ม ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบขมุกขมัว

ตอนนี้เป็นเดือนจิ่วเยว่*แม้จะยังไม่ย่างออกจากฤดูใบไม้ร่วงอย่างสมบูรณ์แต่ความหนาวเย็นก็ค่อยๆเข้ามาแทนที่แล้ว

โรงหมอจีซื่อ

อันจิงกำลังแยกสมุนไพรตากแห้งใส่ตู้ยาสลับกับกรอกยาผงใส่ขวดเก็บเข้าตามชั้นต่างๆ ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขารู้สึกว่าพลังภายในของเขาแข็งแกร่งขึ้นถึงแม้จะห่างไกลจากการปลุกบุปผาปฐพีในร่างกายได้ก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณหินใบโพธิ์

หินโบโพธิ์เป็นสมบัติล้ำค่าของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง มันมีพลังหยางบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ด้านในเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกฝนของเขา

หลี่ฟู่โจวนั่งอ่านหนังสืออยู่เก้าอี้ใกล้ๆไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทันหยุนก็เหมือนกับม้าขยันนางเดินถือตำราอ่านไม่หยุดพัก ส่วนเจ้าเสี่ยวเฮยจ๋ายนอนผึ่งพุงตรงหน้าประตูรับแดดยามบ่าย เป็นภาพที่ดูกลมกลืนยิ่งนัก

“ทันหยุน วันนี้อากาศดีทีเดียว อีกสักพักไปตกปลากันดีหรือไม่?” อันจิงเหลือบมองไปนอกประตูและพบว่าวันนี้อากาศดีเป็นพิเศษ

ทันหยุนเงยหน้ามองชายชราหัวโบราณที่อยู่ใกล้ๆและกระซิบตอบอันจิง “ข้าไม่ว่างหรอกเจ้าคะ ข้าต้องช่วยนายหญิงเย็บผ้าสำหรับใส่ในฤดูหนาว”

อันจิงทำหน้าเสียดายแทนทันหยุน “น่าเสียดายๆ ข้าว่าจะเช่าเรือท่านลุงลี่ไปตกปลาแถวๆแม่น้ำทางทิศตะวันตก เจ้าก็น่าจะรู้ว่าขนมเซาปิ่ง*ที่ขายอยู่แถวนั้นอร่อยมากเพียงใด”

ขนมเซาปิ่ง! ทันหยุนกลืนน้ำลายก่อนจะมองอันจิงด้วยสายตาหงุดหงิด เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจพูดถึงขนมให้นางรู้สึกเสียดาย ทุกครั้งที่อันจิงไปตรวจคนไข้หรือไปธุระแถวเขตตะวันตกมันจะซื้อขนมติดไม้ติดมือกลับมาด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นถังหูลู่ ขนมเซาปิ่ง ขนมกุ้ยฮวา*และยังมีขนมน่าตาน่าทานอีกหลายอย่าง แค่คิดถึงรายการขนมหวานเหล่านั้นก็แทบทำให้น้ำลายไหล

หลี่ฟู่โจวกวาดสายมองเนื้อหาในหนังสือและพึมพำออกมาไม่ดังไม่เบา“ในหนังสือมีห้องทองคำ ในหนังสือมีหยกงาม**”

“ท่านลุงสามพูดถูก” ทันหยุนพยักหน้าเห็นด้วยและก้มอ่านตำราในมือต่อไม่สนใจอันจิงอีกต่อไป

อันจิงคล้ายกับมีเสียงอื้ออึงอยู่ในหัว ราวกับมีบางอย่างที่มาสะกิดใจเขาให้บรรลุ เขาค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดของหลี่ฟู่โจว

“หืม?” อันจิงเลิกคิ้ว เขารู้สึกว่าคำพูดของหลี่ฟู่โจวเมื่อครู่มีอิทธิพลต่อตัวเขา มันคล้ายกับการสะกดจิตที่ชาวยุทธ์ชอบใช้หรือหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่โน้มน้าวให้คนเชื่อฟังคำสอนนั้นๆ

หรือจะเป็นสิ่งที่เขารู้สึกไปเอง? อันจิงเหลือบมองหลี่ฟู่โจว ชายชราผู้นี้ดูผิดปกติเล็กน้อย

“เด็กนี่สอนไม่ได้จริงๆ” หลี่ฟู่โจวพึมพำกับตัวเองเมื่อไม่เห็นอันจิงสะทกสะท้าน เมื่อครู่เขาใช้ทักษะปีศาจสวรรค์ผ่านคำสอนที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งสามารถชี้นำผู้อื่นได้อย่างแนบเนียน

โดยปกติแล้วจะมีคนเพียงสองประเภทเท่านั้นที่ไม่มีปฏิกิริยากับทักษะปีศาจสวรรค์ คนประเภทแรกคือคนที่มีความแข็งแกร่งทางจิตใจเป็นพิเศษและอีกประเภทคือคนโง่ที่มีไหวพริบเกินเยียวยา เห็นได้ชัดว่าในสายตาของหลี่ฝูโจว อันจิงคือคนประเภทหลัง เป็นคนที่ทำอย่างไรก็ขุนไม่ขึ้น

ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้าโรงหมอจีซื่อ

“อ้าวพี่โจว!” เมื่อเห็นผู้มาเยือน อันจิงก็ตะโกนทัก เป็นโจวเซียหมินที่มาเยือนโรงหมอจีซื่ออีกครั้ง

หลี่ฟู่โจวกระแอมไอเบาๆโดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใดและโจวเซียหมินก็ดูเหมือนจะเมินคำทักทายของอันจิงไปโดยปริยาย เขาตะโกนเรียกหลี่ฟู่โจวที่กำลังอ่านหนังสือ

“ผู้อาวุโสหลี่ ผู้อาวุโสหลี่!”

“รู้แล้วๆ” หลี่ฟู่โจวขานรับโจวเซียหมินและวางหนังสือที่ตนอ่านลงบนโต๊ะ เขาหันไปพูดกับทันหยุนที่อยู่ข้างๆ

“ข้าจะออกไปข้างนอกสักพัก เจ้าก็พักผ่อนตามสบายแล้วกัน”

“เจ้าค่ะ” ทันหยุนพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ก่อนจะพยักหน้าแรงๆ

หลังจากพูดจบหลี่ฟู่โจวก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว เขาพูดคุยและหัวเราะกับโจวเซียหมินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพากันเดินออกไป

ทันหยุนมองแผ่นหลังของโจวเซียหมินและหลี่ฟู่โจวด้วยสายตาไตร่ตรอง นางกำลังคิดว่าต้องคุยกับพวกเขาในภายหลังเรื่องขอให้ไปเที่ยวหอนางโลมให้น้อยๆลงหน่อย

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

อันจิงมองดูคนทั้งคู่ที่เดินหัวเราะเคียงคู่กันออกไปก่อนจะเอ่ยเสียงหยัน “เมื่อครู่เขาบอกว่าอะไรนะ ‘ในหนังสือมีห้องทองคำ ในหนังสือมีหยกงาม’ ข้าว่ามันไม่มีในหนังสือหรอก น่าจะมีในหอนางโลมมากกว่า”

“นายท่าน ไม่ใช่ว่าจะไปตกปลาที่แม่น้ำทางตะวันตกหรือเจ้าคะ? เราไปกันเถอะเจ้าค่ะ” ทันหยุนวางหนังสือลงแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“ข้าแค่พูดเล่น นี่เจ้าอยากไปจริงๆหรือนี่?”

“โถ่นายท่าน ทำไมถึงหลอกข้าตลอดเลย” เมื่อได้ยินที่อันจิงเอ่ย ทันหยุนก็พองแก้มด้วยความโมโหไม่ต่างจากหมั่นโถลูกกลมๆ

“จะไปไหนกันหรือเจ้าคะ?” จ้าวชิงเหมยเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับถาดไม้ที่ใส่ขนมแป้งนึ่งที่ดูน่าอร่อยออกมา กลิ่นหอมอ่อนๆลอยฟุ้งในอากาศ

“ท่านพี่ นี่ขนมแป้งนึ่งหน้าเหอเถา*เจ้าคะ ท่านลองชิมดู” จ้าวชิงเหมยหยิบแป้งนึ่งขึ้นมาและส่งให้อันจิงลองทาน

“อร่อยมาก!” อันจิงเอ่ยชมจ้าวชิงเหมยด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ถ้าอร่อยก็ลองทานอีกชิ้นสิเจ้าคะ” จ้าวชิงเหมยหัวเราะน้อยๆ

“นายหญิง ข้าก็อยากทานเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นเช่นนั้นทันหยุนก็เอ่ยขึ้นบ้าง จ้าวชิงเหมยจึงยื่นถาดไม้ให้

อันจิงหัวเราะ “เห็นหรือไม่ ต่อให้เราไม่ได้ทานขนมเซาปิ่งแต่เราก็มีขนมแป้งนึ่งหน้าเหอเถาที่นายหญิงของเจ้าเป็นคนทำ รสชาติยังอร่อยกว่าด้วยซ้ำ”

ทันหยุนที่ยังหงุดหงิดจึงหันหลังให้อันจิงทันที

ตึกตึก!

ตอนนั้นเองที่มีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่หน้าร้าน พวกเขาทั้งสามจึงหันไปมอง ตรงหน้าคือพระภิกษุรูปหนึ่งที่ รูปลักษณ์ดูน่าเลื่อมใสและพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“อมิตาพุทธ!” พระภิกษุรูปนี้กล่าวทักทายคนทั้งสามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อาตมามีนามว่าฮุ่ยจื้อขอรบกวนประสกและสีกาสักครู่”

“ท่านไต้ซือไม่ต้องเกรงใจหรอกขอรับ” อันจิงหยิบกล่องใส่เงินเพื่อหาเหรียญอีแปะมอบให้กับพระภิกษุรูปนี้

เมื่อราชวงศ์โจวล่มสลาย สถานะของพุทธศาสนาก็เสื่อมอำนาจลง อารามต่างๆไม่ค่อยได้รับการทำนุบำรุงหรือมีชาวพุทธขึ้นไปสักการะถึงที่หมาย ดังนั้นพระภิกษุหลายๆรูปจึงต้องเดินธุดงค์เพื่อบิณฑบาต

หากพูดถึงพุทธศาสนาก็ต้องนึกถึงสมัยราชวงศ์โจว สมัยนั้นพวกเขาศรัทธาในพุทธศาสนาและปราบปราบลัทธิเต๋า ส่งผลให้พุทธศาสนามีอิทธิพลอย่างแพร่หลาย ในเวลานั้นทั้งวัดวาอารามและรูปปั้นพระต่างๆปรากฏอยู่ทั่วทุกที่และเหล่าพระภิกษุก็ได้รับการเคารพนับถือเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตามเมื่อราชวงศ์โจวล่มสลลาย พระพุทธศาสนาก็เสื่อมอำนาจลง พวกเขาถูกข่มเหงจากกลุ่มอำนาจต่างๆและเกือบจะสูญหายไปในช่วงที่เกิดสงครามเก้าแคว้น โดยมีการกวาดล้างพุทธศาสนาครั้งใหญ่ถึงสามครั้ง

ในเวลานั้นสำนักเจิ้นยี่ซึ่งเป็นตัวแทนลัทธิเต๋าได้เข้ามามีบทบาทสำคัญจนกลายมาเป็นศาสนาประจำแคว้นหยานแทน

แม้ว่าการกวาดล้างและต่อต้านพระพุทธศาสนาจะไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมดแต่ก็ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลงอย่างมาก วัดต่างๆเช่นวัดเล่ยหยินและวัดไป๋หม่าถูกกดดันจนต้องถอยร่นไปปักหลักอยู่ที่ดินแดนตะวันตกหรือที่เรียกว่าดินแดนสุขาวดี

วัดที่เหลือก็มีจำนวนพระภิกษุน้อยลงและค่อยๆทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จำนวนผู้ศรัทธาก็ลดจำนวนลงคงเหลือเพียงบางอย่างที่ยังมีสถานที่ให้สักการะและจุดธูปไหว้บูชา

พระภิกษุเหล่านี้เมื่อขาดการสักการะจากชาวบ้านก็ต้องลงมาจากเขาเพื่อขอบิณฑบาต

ในเมืองหยูก็มีวัดโบราณอยู่แห่งหนึ่งชื่อว่า‘วัดฝ่าซี’ ซึ่งเป็นวัดที่หลงเหลือจากสมัยราชวงศ์โจว

“ฮุ่ยจื้อ? ท่านไต้ซือมาจากแดนสุขาวดีหรือเจ้าคะ?” จ้าวชิงเหมยถามด้วยรอยยิ้ม

“ใช่แล้วสีกา อาตมามาจากแดนสุขาวดีเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อสามเดือนก่อน” พระฮุ่ยจื้อพนมมือทั้งสองไว้ตรงหน้าอกตน

“น้องหญิงรู้ได้อย่างไรว่าไต้ซือท่านนี้มาจากแดนสุขาวดี” อังจิงกระซิบฮูหยินของตน

แคว้นหยานก่อตั้งมาหลายร้อยปีและพระภิกษุในเมืองหยูหรือเมืองต่างๆในท้องถิ่นจะมีความแตกต่างจากพระภิกษุในแดนสุขาวดีเล็กน้อย หากคนไม่สังเกตจะมองไม่เห็นความแตกต่างนี้

จ้าวชิงเหมยอธิบายว่า “ในแคว้นหยาน เครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุจะมีความผสมผสานกันโดยเน้นที่ความเรียบง่ายและความสง่างาม ในขณะที่พระภิกษุในแดนสุขาวดีจะยึดมั่นในคำสอนมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องนุ่งห่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

พระฮุ่ยจื้อยิ้มบาง “สีกาท่านนี้กล่าวถูกต้องแล้ว อาตมามาจากวัดเล่ยหยินแห่งแดนสุขาวดี เมื่อครู่อาตมาเดินผ่านโรงหมอแห่งนี้ แล้วสัมผัสได้ถึงพลังพุทธจึงถูกดึงดูดเข้ามาที่นี่โดยไม่รู้ตัว หวังว่าการบุกรุกของอาตมาจะได้รับการอภัยจากประสกและสีกา”

พลังพุทธ? หรือจะเป็นหินใบโพธิ์? อันจิงเริ่มกระวนกระวายเพราะกลัวพระภิกษุรูปนี้จะสัมผัสได้ถึงมัน

คิ้วของจ้าวชิงเหมยเลิกสูงพลางคิดในใจ ‘วัดเล่ยหยิน? ไต้ซือรูปนี้มาจากวัดเล่ยหยิน หรือจะเป็นพระภิกษุรูปนั้น...?’

ทันหยุนเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “ไต้ซือเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ นี่เป็นเพียงโรงหมอเล็กๆเท่านั้น ไม่มีรูปปั้นหรือของโบราณจากทั้งพุทธศาสนาและลัทธิเต๋าเจ้าค่ะ”

“เปล่า อาตมาไม่ได้เข้าใจผิด”

พระฮุ่ยจื้อเหลือบมองอันจิงแล้วยิ้ม “ประสกผู้นี้เต็มไปด้วยพลังของพุทธคุณอัดแน่นไปด้วยพลังหยางแต่ยังไม่เปล่งประกายออกมา คนเช่นนี้ถูกกำหนดมาให้เข้าสู่ร่มเงาของพุทธศาสนาเป็นแน่แท้”

เต็มไปด้วยพลังของพุทธคุณอัดแน่นไปด้วยพลังหยางแต่ยังไม่เปล่งประกายออกมา? เขากำลังพูดถึงหินใบโพธิ์อยู่

หินใบโพธิ์อยู่ในตัวอันจิงทำให้คนทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้แม้แต่มู่เสี่ยวหยุนและเจียงซานเจียก็ยังไม่ทราบ แต่พระภิกษุรูปนี้กลับรู้? ก่อนที่อันจิงจะได้เอ่ยอะไรออกไปจ้าวชิงเหมยก็เอ่ยกลั้วหัวเราะขึ้นมาก่อน

“ไต้ซือเป็นไปไม่ได้หรอกเจ้าคะที่จะให้สามีของข้าน้อยออกบวช”

‘ หากพระภิกษุรูปใดใจกล้ามาโกนผมของสามีข้า ข้าจะฆ่าพระรูปนั้นทันที หากวัดใดใจกล้ายอมรับเขา ข้าก็จะทำลายวัดนั้นให้ราบคาบ’

“อมิตาพุทธ!” พระฮุ่ยจื้อประสานมือขออภัยพร้อมเอ่ยด้วยความเสียดาย “น่าเสียดายจริงๆ อาตมาไม่ทราบว่าประสกแต่งงานแล้ว สีกาไม่ต้องห่วง ด้วยหลักศาสนาแล้ว เราไม่สามารถบังคับใครให้ออกบวชได้”

อันจิงเหลือบมองพระภิกษุชราครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่พระภิกษุธรรมดาทั่วๆไป มิเช่นนั้นเขาคงไม่สามารถสัมผัสถึงพลังของหินใบโพธิ์ในตัวเขาได้

“ต่อให้ท่านไต้ซือเปลี่ยนใจในภายหลัง ข้าน้อยก็ไม่ยอมหรอกเจ้าค่ะ” จ้าวชิงเหมยปกป้องอันจิงและหวงอีกฝ่ายราวกับจงอางหวงไข่

“แน่นอน” พระฮุ่ยจื้อยิ้ม “อาตมาเดินทางมาจากแดนสุขาวดีเพื่อมาเป็นเจ้าอาวาสคนใหม่ของวัดฝ่าซี อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลยวี๋หลานเผินเจี๋ยแล้ว โยมทั้งสามสามารถไปเยือนวัดฝ่าซีเพื่อถวายธูปบูชาหรือปัจจัยให้แก่วัดได้ วันนี้อาตมารบกวนโยมทั้งสามมานานแล้ว ต้องขอตัวลาไปก่อน”

พูดจบพระภิกษรูปนี้ก็หันหลังกลับและเดินจากไปทันที

“ไต้ซือรูปนี้คือเจ้าอาวาสคนใหม่ของวัดฝ่าซีหรือนี่” อันจิงมองตามหลังของพระภิกษุที่กำลังจากไปด้วยความประหลาดใจ

จ้าวชิงเหมยก็มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยจิตใจที่วุ่นวายเช่นกัน

ดินแดนสุขาวดีได้ปรากฏตัวในแคว้นหยานอย่างที่หลี่ฟู่โจวพูดไว้จริงๆ

.

.

.

* *เดือนจิ่วเยว่คือเดือนกันยายน

** ขนมเปี๊ยะสดหรือแป้งทอด ที่ชาวจีนเรียกกันว่า เซาปิ่ง 燒餅 (shāobǐng) หรือ ฮวงกั๊วะเปี๊ยะ เป็นขนมโบราณของคนจีน ทำจากแป้งหรือแป้งผสมมันเทศบด สามารถกินได้สองแบบ คือแบบไม่มีไส้ กับแบบมีไส้ ซึ่งจะยัดไส้ด้วยถั่วเหลือง หรือเผือก กดให้แบนแล้วนำไปทอด บางสูตรอาจโรยงาด้วยก็ได้

**ขนมกุ้ยฮวา 桂花糕 (Guìhuā gāo) เป็นเค้กแบบจีนโบราณที่มีทั้งแบบที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว จะให้ความรู้สึกนุ่มๆ ฟูๆ เหมือนเค้กแบบทั่วไป หรือถ้าใช้แป้งข้าวเหนียว จะให้สัมผัสหนึบหนับ ผสมด้วยน้ำผึ้งดอกกุ้ย หรือน้ำตาลดอกกุ้ย มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยม คล้ายขนมถั่วกวนบ้านเรา โรยหน้าด้วยดอกกุ้ยฮวา หรือที่คนไทยเรียกว่าดอกหอมหมื่นลี้

** ในหนังสือมีห้องทองคำ ในหนังสือมีหยกงาม หมายถึงตั้งใจเล่าเรียนหนังสือต่อไปจะได้มีฐานะร่ำรวยมั่นคง มีภรรยางดงาม

**เหอเถอคือวอลนัท

จบบทที่ บทที่ 39 พระภิกษุจากแดนตะวันตกมาเยือน (อ่านฟรีวันที่ 26/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว