เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 การเคลื่อนไหวของมณฑลเจียงหนาน (อ่านฟรีวันที่ 22/03/2025)

บทที่ 35 การเคลื่อนไหวของมณฑลเจียงหนาน (อ่านฟรีวันที่ 22/03/2025)

บทที่ 35 การเคลื่อนไหวของมณฑลเจียงหนาน (อ่านฟรีวันที่ 22/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 22/03/2025)

ภายในโรงหมอจีซื่อ

จ้าวชิงเหมยเอนหลังพิงเก้าอี้ คิ้วเรียวบางของนางขมวดเล็กน้อย

“เจ้ากำลังบอกว่าเมื่อเจ้ากับภิกษุหน้าผีไปถึงสำนักงานใหญ่พรรคเฉา ทั่วบริเวณก็เต็มไปด้วยเลือดอย่างนั้นรึ?”

ใบหน้าของทันหยุนซีดเซียวอย่างผิดปกติ นางกุมหน้าอกของนางแน่น “ถูกต้องเจ้าค่ะ คนพวกนั้นถูกฆ่าตายด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว บาดแผลบนร่างกายของพวกเขาล้วนแต่ถูกจุดสำคัญ ทักษะดาบของคนผู้นี้เหนือชั้นกว่าข้ามากนัก ข้าจึงรีบเข้าไปสำรวจด้านในดูจึงเห็นว่านักดาบผู้นั้นกำลังสู้กับไท่หยุนซานอยู่ ไท่หยุนซานถูกฆ่าตายด้วยกระบวนดาบที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง สภาพศพของเขาศีรษะหล่นไปทางลำตัวหล่นไปอีกทางเจ้าค่ะ”

“นักดาบผู้นั้นสังเกตเห็นการปรากฏตัวของข้าและฟันดาบใส่ข้าทันที ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย”

คิ้วของจ้าวชิงเหมยยิ่งขมวดเป็นปม นางรู้จักวิชาดาบของทันหยุนดี หากนางพูดว่าอีกฝ่ายเหนือชั้นกว่าก็คงเป็นความจริง

“ผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง? ข้าไม่คิดมาก่อนว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอยู่ในเมืองเล็กๆเช่นเมืองหยูด้วย หากเขาเป็นนักดาบที่ไม่อยากเปิดเผยตัวแต่สิ่งที่เขาทำกลับเป็นการชิงตัดหน้าพรรคมารอยู่ตลอดตั้งแต่เรื่องคุกใต้ดินแล้ว”

“ท่านประมุขเป็นไปได้หรือไม่ว่าคนผู้นี้รู้ว่าพรรคมารของเราแทรกซึมเข้ามาในแคว้นหยานแล้วและจงใจที่จะต่อต้านเรา”

“ก็อาจเป็นไปได้ แม้ว่าการแทรกซึมเข้าสู่แคว้นหยานของเราจะเป็นไปอย่างรอบคอบแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องโหว่ อีกอย่างเครือข่ายมนุษย์ของเราได้สังหารหวังเหอและคนในตระกูลหวังไป หากใครสักคนสืบสวนลงลึกก็อาจจะหาข้อสรุปได้ว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ถ้าจะบอกว่าเขาคิดที่จะต่อต้านพรรคมารของเราหรือไม่ก็อาจจะสรุปเรื่องนี้ได้ยาก”

“แล้วตอนนี้เราควรทำอย่างไรต่อเจ้าค่ะ”

“แค่รอและเฝ้าสังเกตการณ์เงียบๆ อีกนานหรือไม่ที่ท่านอาจารย์สามจะมาถึง”

“จากการประมาณการณ์ของข้า ท่านอาจารย์น่าจะมาถึงภายในสองวันเจ้าค่ะ”

“ดี ถ้าท่านอาจารย์สามมาถึง เราจะให้เขาหาโอกาสประลองกับนักดาบลึกลับผู้นั้นดู ถือเป็นการหยั่งเชิงว่าเขามีเจตนาอะไรกันแน่”

“เจ้าค่ะ”

.

.

.

เมืองหยู มณฑลเจียงหนาน ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องชวนให้อากาศเย็นสบาย

ภายในห้องหนังสือของผู้นำตระกูลซู

ในบรรดาสี่ตระกูลใหญ่ในมณฑลเจียงหนาน ครั้งหนึ่งในยามที่ตระกูลซูรุ่งโรจน์ พวกเขาเป็นถึงอันดับหนึ่งของตระกูลชั้นนำ บิดาของเขาซึ่งผู้นำตระกูลซูในเวลานั้นเป็นปรมาจารย์ประจำมณฑลที่เป็นที่นับถือของคนทั้งภูมิภาคและพี่ชายของเขาเป็นถึงรองเสนาบดีกรมพิธีการของราชสำนัก ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากองค์รัชทายาทในเวลานั้น เกียรติยศของตระกูลซูจึงรุ่งเรืองอยากจะหาใครเทียบได้

ตระกูลซูมีข้ารับใช้มากกว่าสามพันคนและยังมีอีกมากที่อยากขายตัวเข้ามารับใช้พวกเขาเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุกคนมั่นใจว่าเมื่อองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ตระกูลซูก็จะยิ่งกว่าเสือติดปีก พวกเขาจะยิ่งมีอำนาจและยกฐานะขึ้นไปเป็นตระกูลชั้นนำของแคว้นหยานได้สำเร็จ

แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกแต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่สำหรับคนในตระกูลซูและตระกูลน้อยใหญ่ในมณฑลเจียงหนานต่างก็เข้ามาใกล้ชิดเพื่ออาศัยบารมี

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ 40 ปีที่แล้วเกิดการก่อกบฏครั้งใหญ่ทำให้ทั่วทั้งแคว้นตกอยู่ในความโกลาหล นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของขั้วการเมืองครั้งใหญ่ของแคว้นหยาน ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทถูกกบฏสังหารจนสิ้นพระชนม์ และองค์ชายสามได้ขึ้นครองบัลลังก์นำไปสู่ยุคซิงผิงจนถึงปัจจุบัน

ชื่อซิงผิงสื่อถึงความปรารถนาของฮ่องเต้องค์ใหม่ที่ต้องการให้แคว้นหยานพบกับความสงบสุขท่ามกลางความวุ่นวายของการก่อกบฏ ฮ่องเต้ได้ออกราชโองการชุดหนึ่งในการนิรโทษกรรมผู้ต้องหา ลดหย่อนภาษีตลอดจนมาตรการต่างๆเพื่อประโยชน์ของประชาชนอันสอดคล้องกับคำว่าซิงผิง (興平) ที่แปลว่าความสงบรุ่งเรือง

แต่ตระกูลซูกลับไม่ได้สงบสุขตาม

เหตุผลนั้นก็ง่ายมาก ตระกูลซูเป็นกลุ่มของขั้วอำนาจเดิมของอดีตองค์รัชทายาท เมื่อองค์ชายสามได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้วย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ขั้วอำนาจเก่าจะถูกกำจัดและตระกูลซูก็ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างช่วยไม่ได้

อำนาจของตระกูลซูถดถอยลง ในช่วงหลายสิบปีต่อมาการเติบโตของตระกูลพวกเขาก็หยุดชะงักเป็นตระกูลมู่และตระกูลเฉาที่แซงหน้าไปทีละน้อยๆ แม้ว่าพวกเขาจะถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แต่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรุ่งเรืองในอดีตเท่านั้น

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเบื้องหลังของตระกูลมู่และตระกูลเฉาคือพรรคเฉา

ชื่อเสียงของตระกูลซูยิ่งตกต่ำถึงขีดสุดเมื่อสิบกว่าปีก่อน เมื่อไท่หยุนซานได้สังหารผู้นำตระกูลและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของตระกูลซูเป็นจำวนหลายสิบคน ก่อนที่เขาจะเข้าร่วมกับพรรคเฉาในเวลาต่อมา ตระกูลซูที่ต้องการแก้แค้นก็ต้องยอมรามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลิวชิงซานผู้ทรงพลัง

ในเวลานี้‘ซูเจ๋อ’กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา โดยถือม้วนกระดาษที่มีหัวเรื่อง‘สัญญาการค้า’อยู่ในมือ

“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ”

มีเสียงตะโกนเรียกจากนอกประตู

“เข้ามา” ซูเจ๋อวางม้วนกระดาษในมือลงและเอ่ยเรียกคนด้านนอกให้เข้ามาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ชายหนุ่มในชุดฝึกยุทธ์วิ่งปรี่เข้ามา ใบหน้าของเขาสว่างไสวด้วยความยินดี “ท่านพ่อมีข่าวดีขอรับ”

“หืม? ข่าวดีอะไร” ซูเจ๋อเอ่ยถามอย่างใจเย็น ไม่ได้มีความกระตือรือร้นเท่าที่ควร

“ไท่หยุนซานตายแล้วขอรับ เขาถูกสังหารแล้ว!”

“ไท่หยุนซาน…? เจ้าว่าไงนะ? ไท่หยุนซานถูกสังหารแล้ว?” ซูเจ๋อผุดลุกขึ้นทันที เขามองไปที่‘ซูรุ่ย’ผู้เป็นบุตรชายด้วยสายตาเหลือเชื่อ ไท่หยุนซานเป็นใคร เขาย่อมรู้ดี

“จริงขอรับท่านพ่อ” ซูรุ่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไม่เพียงแต่ไท่หยุนซานเท่านั้นแต่ยังมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของพรรคเฉาอีก 37 คนที่เสียชีวิต พวกเขาล้วนแต่มีตำแหน่งสูงในพรรคเฉาทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมสมาชิกพรรคตัวเล็กๆที่เสียชีวิตในครั้งนี้อีกนับไม่ถ้วนนะขอรับ”

“ดี ดี ดี! ทำได้ดีมาก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูเจ๋อก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เขารอคอยสิ่งนี้มานานมาก เขาอยากฆ่าไท่หยุนซานมาโดยตลอดเพื่อล้างแค้นให้กับพี่ชายของเขา แต่ไท่หยุนซานที่ได้รับการคุ้มครองจากพรรคเฉากลับน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆทำให้ภารกิจในการฆ่าคนผู้นี้เป็นสิ่งที่ยากขึ้นทุกปี

ซูรุ่ยก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อมีความสุข

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ซูเจ๋อก็กลับมามีสติอีกครั้งจึงเอ่ยถามผู้เป็นบุตรชาย “ใครกันที่สามารถฆ่าไท่หยุนซานและกวาดล้างสำนักงานใหญ่ของพรรคเฉาในเมืองหยูได้เช่นนี้”

ความสามารถของไท่หยุนซานไม่ใช่ธรรมดา ฝีมือของเขาล้วนน่าเกรงขาม หลายปีก่อนพลังยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับสองและคาดว่าพลังยุทธ์ของเขาต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ใครก็ตามที่สามารถเอาชนะเขาได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน การฆ่าไท่หยุนซานและกวาดล้างสำนักงานใหญ่ของพรรคเฉาบ่งบอกว่าผู้ลงมือเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง

ซูรุ่ยรีบอธิบายให้ผู้เป็นบิดาฟัง “สมาชิกพรรคเฉาที่ตายไปมีบาดแผลจากดาบเพียงแผลเดียวบนร่างกายเท่านั้น ไม่มีกระทั่งร่องรอยของผู้ลงมือเหลือทิ้งไว้ ช้าเชื่อว่าคนผู้นี้ต้องเป็นนักดาบที่มีฝีมือระดับสูงยากจะหาคนเทียบเคียงได้ พลังยุทธ์ของเขาอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับสองหรืออาจจะอยู่ในระดับหนึ่งแล้วขอรับ”

“เป็นนักดาบที่ไร้เทียมทานจริงๆ”

ซูเจ๋ออ้าปากค้างและพูดต่อ “ข้าไม่คิดมาก่อนว่ามณฑลเจียงหนานจะให้ที่พึงพิงแก่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเช่นนี้ น่าเสียดายที่เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ตระกูลซูควรขอคารวะแก่เขา”

“ตอนนี้เขาน่าจะซ่อนตัวอยู่ขอรับ” ซูรุ่ยยิ้มแห้ง “เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหยูแล้วขอรับ ตอนที่ข้ากลับจวนมา ข้าเห็นเหยี่ยวบินว่อนทั่วท้องฟ้า ข้าว่าข่าวนี้คงจะแพร่กระจายไปทั่วยุทธภพเจียงหูในเร็วๆนี้”

“เป็นอย่างที่เจ้าว่า” ซูเจ๋อหัวเราะเบาๆ “ช่างเถิดๆ คืนนี้เราพ่อลูกมาดื่มฉลองกันดีกว่า เอาให้เต็มที่ไปเลยฮ่าฮ่าฮ่า!”

.

.

.

ห้องโถงหลักสำนักงานใหญ่พรรคเฉา เมืองลี่เจียง

บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันอย่างหนัก หากใครเผลอ ย่างกรายเข้าไปอาจหายใจได้ลำบาก

มีชายวัยกลางคนท่าทางคล้ายบัณฑิตนั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเศร้าหมองผสมกับความเคร่งเครียด พัดในมือถูกเคาะไปบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ

“ท่านกัว เราจะทำอย่างไรต่อ?” ชายร่างใหญ่ หนวดเครายาวเฟิ้มกำหมัดแน่นเมื่อเอ่ยถามชายผู้คล้ายบัณฑิต เขามีความสูงเกือบเก้าฉื่อ ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อบนแขนของเขาปูดโปนน่ากลัวราวกับมังกรที่กำลังขดตัว คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ‘หนานหมิง’ หนึ่งในเจ็ดของปรมาจารย์พรรคเฉา เดิมทีเขาเป็นพระภิกษุในสำนักพุทธ เขาได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ของสำนักพุทธโดยบังเอิญคือ‘ทักษะฝ่ามืออรหันต์’และได้ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลายี่สิบปี ซึ่งทำให้เขาใช้วิชานี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามเขาได้ออกจากสำนักพุทธ เนื่องจากไม่สามารถทนต่อกฎระเบียบอันเคร่งครัดของสำนักพุทธได้

ส่วนชายผู้คล้ายบัณฑิตคือที่ปรึกษาคนสนิทของหลิวชิงซานนามว่า ‘ปรมาจารย์พิษกัวหยูชุน’

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพรรคเฉาส่วนหนึ่งก็มาจากชายผู้นี้ สมาชิกบางคนของพรรคเฉาอาจไม่เกรงกลัวหลิวชิงซานเพราะแทบไม่ได้รับคำสั่งกับเขาโดยตรง แต่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของกัวหยูชุนผู้นี้ หากกัวหยุนชุนเชิญพวกเขาไปดื่มชา นั่นหมายถึงหายนะที่รออยู่ ดังนั้นหากเป็นไปได้ สมาชิกพรรคเฉามักจะหลีกเลี่ยงคนผู้นี้

“ดาบโค้งคู่ของไท่หยุนซานไม่ใช่เพียงคำโอ้อวด หากมีใครที่สามารถฆ่าเขาและกวาดล้างสำนักงานใหญ่ของพวกเราในเมืองหยูได้ก็แสดงว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าไท่หยุนซานอย่างแน่นอน มีแนวโน้มสูงที่คนผู้นี้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง”

กัวหยูชุนวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น “มีสัญญาณใดๆของผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่งที่เคลื่อนไหวในแคว้นหยูเมื่อเร็วๆนี้หรือไม่?แน่นอนว่าไม่มี สัญญาณเพียงอย่างเดียวที่เราเจอก็คือการเคลื่อนไหวของพรรคมารและนั่นรวมถึงการตายของหวังเหอและคนในตระกูลของเขาทั้งหมด..”

“พรรคมาร?” ผู้หญิงรูปลักษณ์งามสง่าที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วพลางเอ่ยเสียงเบา นางเป็นหนึ่งในเจ็ดปรมาจารย์พรรคเฉา นามว่า ‘โอวหยางหยู’

เมื่อเอ่ยสองคำนี้ก็ทำให้ทั้งห้องเงียบลง ทุกคนต่างอยู่ในภวังค์ของตนเอง

อิทธิพลของพรรคเฉาเติบโตขึ้นทุกปี ด้วยศักยภาพของพวกเขาอาจกลายเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งของยุทธภพได้ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานะนี้แล้วแต่การต้องเผชิญหน้ากับพรรคมารที่เคยยึดครองอันดับหนึ่งในยุทธภพมาตลอดหลายปี พวกเขาก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง

ขุมพลังของพรรคมารย่อมน่าเกรงขาม!

แม้จะมีการรวมตัวกันระหว่างห้าพรรค เจ็ดสำนักและหน่วยซวนยี่แห่งราชสำนัก พรรคมารก็สามารถต้านทานได้ถึงครึ่งปีก่อนจะล่าถอยออกจากยุทธภพไป หากพวกเขากลับคืนสู่ยุทธภพอีกครั้งทั่วทั้งแผ่นดินจะต้องสั่นสะเทือน

หนานหมิงเอ่ยออกมาเสียงดัง “พรรคมารเอาความกล้ามาจากที่ใด ในเมื่อยังไม่ได้วางแผนหวนคืนสู่ยุทธภพอย่างเป็นทางการ พวกเขายังไม่สามารถเข้ามาในแคว้นหยานได้อย่างเต็มตัวด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าทำเช่นนี้จะเป็นจุดสนใจของชาวยุทธ์หรือไร”

กัวหยูชุนไม่สนใจข้อสันนิษฐานของหนานหมิงเมื่อเขาเอ่ยเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าอย่างไรนักดาบผู้นี้ก็มาจากพรรคมาร”

หนานหมิงและโอวหยางหยูสบตากัน ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

กัวหยูชุนยิ้มเย็น “กระจายข่าวไปให้ทั่ว ว่านักดาบผู้นี้เป็นคนของพรรคมาร เราจะระดมคนในพรรคและพรรคพันธมิตรทั้งหมดในมณฑลเจียงหนานกำจัดภัยคุกคามนี้ออกไป..ยิงเกาทัณฑ์ครั้งเดียวได้นกถึงสองตัว พวกเจ้าไม่คิดว่าแผนการนี้สมบูรณ์แบบหรอกหรือ”

จบบทที่ บทที่ 35 การเคลื่อนไหวของมณฑลเจียงหนาน (อ่านฟรีวันที่ 22/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว