เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 มู่เสี่ยวหยุน โฉมงามอสรพิษ (อ่านฟรีวันที่ 09/03/2025)

บทที่ 22 มู่เสี่ยวหยุน โฉมงามอสรพิษ (อ่านฟรีวันที่ 09/03/2025)

บทที่ 22 มู่เสี่ยวหยุน โฉมงามอสรพิษ (อ่านฟรีวันที่ 09/03/2025)


(อ่านฟรีวันที่ 09/03/2025)

ใช้เวลาไม่นานการแสดงบนเวทีก็จบลง

หลี่เยว่ช้อนสายตามองผู้ชมด้านล่างเวที นางลุกยืนและโค้งคำนับพร้อมกล่าวขอบคุณเสียงหวาน “ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับความกรุณาในค่ำคืนนี้”

เสียงใสของนางดังกังวานชัดเจนช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้นางได้ไม่น้อย

“เกรงใจเกินไปแล้วแม่นางเยว่”

“ท่านสร้างความเพลิดเพลินให้เราแท้ๆ มาขอบคุณอะไรกัน”

“เสียงเพลงฉินของแม่นางเย่วช่างกินใจข้านัก”

ทุกคนต่างยกจอกเหล้าตอบรับนางอย่างสุภาพ แม้ว่าในใจของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความต้องการแต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของสุภาพบรุษเอาไว้

“วิเศษมาก! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! การได้ฟังบทเพลง‘ชมพระจันทร์บนหุบเขากวน’จากฝีมือฉินของแม่นางหลี่เยว่นับเป็นเกียรติสำหรับพวกเรา! เป็นบุญหูของข้าเหลือเกิน”

ตอนนั้นเองเสียงคนผู้หนึ่งก็ดังก้องไปทั่วเรือสังคีต ผู้ที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นโจวเซียหมินนั่นเอง ใบหน้าของเขาแดงก่ำ การแสดงออกของเขาก็เต็มไปด้วยความเปิดเผยและกระตือรือร้น

ปฏิกิริยาแบบนี้มันจำเป็นจริงๆนะหรือ....

อันจิงเกือบทำจอกเหล้าหลุดมือเมื่ออยู่ๆคนที่นั่งข้างๆก็ตะโกนขึ้นเช่นนั้น สำหรับคนที่ไม่คิดอะไรอาจมองว่าเป็นการให้กำลังใจนักแสดงตามปกติแต่ถ้าคนคิดมากหน่อยก็มองว่าเขาคือบัณฑิตชั้นนำที่ประดิษฐ์คำชมเชยนางโลมอยู่

หลี่เยว่ยกมือปิดปากอย่างมีจริตพลางหัวเราะน้อยๆเมื่อกล่าวว่า “คุณชายโจวกล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับการชมเชยเช่นนั้นเลย ช่างละอายใจยิ่งนัก ขอบคุณคุณชายโจวที่มาเยี่ยมเยือนเรือสังคีตของเราอีกครั้ง หากท่านยังพอมีเวลาโปรดนั่งดื่มกับข้าสักเล็กน้อยนะเจ้าค่ะ ถือเป็นการแสดงความขอบคุณจากข้า”

ทุกการขยับและรอยยิ้มของนางทำให้โจวเซียนหมินใจเต้นแรงจนควบคุมแทบไม่อยู่

“พี่โจว นางไปแล้ว” จากนั้นอันจิงก็ตบไหล่โจวเซียหมินเพื่อเรียกสติ

“เอ่อ..หมออัน” โจวเซียหมินถึงได้รู้สึกตัวและพูดต่ออย่างตื่นเต้น “เมื่อครู่ท่านได้ยินหรือเปล่า?”

“ได้ยินอะไรรึ?”

“ในบรรดาคนทั้งหมดของวันนี้ แม่นางหลี่เยว่เลือกที่จะคุยกับข้าเพียงคนเดียว ท่านไม่ได้ยินเหรอ”

“ก็..ได้ยิน” อันจิงมองโจวเซียหมินอย่างจะถามว่าแล้วมันทำไมหรือ? ตาแก่นี้จะคลั่งรักเกินไปแล้ว

อันจิงไม่มีทางเชื่อว่าโจวเซียหมินจะสามารถสานสัมพันธ์กับบุปผางามของเรือนสีชาดได้ง่ายๆ แต่เมื่อเสียเงินไปตั้งสองตำลึงเงินแล้ว เขาก็ไม่เต็มใจที่จากไปโดยยังไม่พบสิ่งที่จะทำให้เขาได้รับโชคชะตาเพิ่มเติม

“คำพูดของนางมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านี้อย่างแน่นอน” โจวเซียหมินกำหมัดอย่างมั่นใจ

“อย่าเพิ่งคิดไปไกล” อันจิงถอนหายใจอย่างรู้สึกเหน็ดเหนื่อย “เรื่องนี้มันไม่ได้มีบทสรุปง่ายๆแบบที่ท่านคิดหรอก”

“ท่านก็ลองคิดดูสิหมออัน ทำไมนางถึงไม่พูดเช่นนั้นกับคนอื่นแต่ทำไมถึงมาพูดกับข้าคนเดียว?” โจวเซียหมินยังกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เอ่อ..นั่นมัน..” อันจิงรู้สึกพูดอะไรไม่ออก ในเวลานั้นคนที่ตะโกนเสียงดังที่สุดก็คือท่าน ทั้งยังเป็นคำพูดที่แปลกประหลาดแตกต่างจากคนอื่นๆ นางจะมองเห็นอะไรในตัวท่านจนหลงเสน่ห์ท่านได้เล่า ช่างเป็นตาแก่วัยเกือบสี่สิบที่น่าสงสารจริงๆ

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาดังๆได้เพราะกลัวอีกฝ่ายเสียกำลังใจ

“นางกำลังส่งนัยบางอย่างให้กับข้า” จู่ๆโจวเซียหมินก็ตบโต๊ะและตระหนักได้บางอย่าง

“หืม?” อันจิงนึกทึ่งกับจินตนาการสุดโต่งของคนตรงหน้า

“ความรักที่ยากจะได้ครอบครอง ความรักที่ยากจะได้รับการยอมรับจากสายตาคนอื่นๆ นางกำลังประสบปัญหา ไม่สามารถแสดงความรู้สึกของนางต่อข้าได้อย่างเปิดเผย”

“ท่านคิดมากไปแล้วพี่โจว”

“ต้องใช้เงินเท่าใดถึงจะสามารถไถ่ตัวนางออกจากหอนางโลมได้” โจวเซียหมินไม่ฟังคำพูดของอันจิง จิตใจของเขาเต็มไปด้วยประโยคที่หลี่เยว๋เพิ่งพูดกับเขา

เขารู้สึกว่าคำพูดของแม่นางหลี่เยว่มุ่งเป้ามาที่เขาผู้เดียว

“นี่ท่านจะเอาเงินที่หามาได้อย่างยากลำบากไปใช้จ่ายแบบนี้นะรึ” อันจิงอุทานเบาๆ

สำนวนที่ว่า ‘ความรักทำให้คนตาบอด’ เป็นเรื่องจริง ในกรณีของโจวเซียหมินไม่ใช่แค่ตาบอดเพียงอย่างเดียวแต่ยังหูหนวกอีกด้วย

แม้ว่าโจวเซียมินจะเป็นบัณฑิตสอบตกที่พลาดหวังแม้กระทั่งตำแหน่วซิ่วไฉ่*แต่เขาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบัณฑิตผู้ทรงภูมิที่คนในละแวกต่างนับหน้าถือตา การคว้าเอาหญิงนางโลมมาเป็นภรรยาก็อาจดูไม่ดีสำหรับเขานัก ถึงในนิทานหลายๆเรื่องจะมีเรื่องเล่าของบัณฑิตที่แต่งงานกับหญิงนางโลมอยู่บ้างแต่ถ้าพูดถึงชีวิตจริงมันค่อนข้างเป็นไปได้ยาก

“เอาเงินที่หามาได้อย่างยากลำบากไปใช้จ่ายแบบนี้นะรึ?”โจวเซียหมินทวนประโยคที่อันจิงด้วยแววตาขุ่นเคือง ดูเหมือนเขาพร้อมจะคว่ำโต๊ะได้ทุกเมื่อ

“การไถ่ตัวแม่นางหลี่เยว่ไม่ใช่เรื่องง่าย นางเป็นหญิงคณิกาที่ขายศิลป์ไม่ขายเรือนร่างและเรือสังคีตทั้งหมดนี้ก็มีรายได้หลักๆจากนางทั้งนั้น หากตีเป็นเงินอย่างต่ำก็ต้องใช้เงินหลายร้อยตำลึงทอง”

อันจิงส่ายหัวให้กับคุณชายผู้น่าสงสาร ลืมเรื่องการไถ่ตัวแม่นางหลี่เยว่ไปได้เลย ต่อให้ท่านจะหาเงินมาไถ่ตัวนางได้ก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูนางให้สุขสบายได้หรอก

“หมออัน การพูดเรื่องเงินเป็นการหยาบคายมากเกินไป อีกอย่างแค่ร้อยตำลึงทองมันก็แค่เศษเงินเท่านั้นล่ะหากเทียบกับความรักของข้าที่มีต่อนาง”

โจวเซี่ยหมินส่ายหน้าน้อยๆ “แต่ความรักไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้หรอกนะ”

“อ่า..ช่างเถิดๆ” อันจิงไม่ต้องการโต้เถียงไร้สาระกับโจวเซียหมินอีก

“ดื่มเหล้าอีกสักไหแล้วกัน เอาไว้ถ้าข้ามีเงินเมื่อไหร่ข้าจะจ่ายคืนให้” กล่าวจบโจวเซียหมินก็รินเหล้าให้ตัวเอง

ชายผู้หนึ่งที่แทบจะหาเงินใช้เองไม่ได้แต่กลับบอกว่าเงินร้อยตำลึงทองเป็นเพียงเศษเงิน?

อันจิงส่งเงินอีกหนึ่งตำลึงเงินให้กับสาวงามที่คอยบริการอยู่ข้างๆ จากนั้นก็เดินออกไปสูดอากาศข้างนอก

พระจันทร์เริ่มลอยเด่น แสงจันทร์สาดแสงลงมาเป็นประกายระยิบระยับบนผืนน้ำ เรือล่องลำอื่นๆที่อยู่รายล้อมเรือสังคีตต่างก็คึกคักไปด้วยผู้คนที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆแตกต่างกันไป

[คำเตือนที่สาม : เจอเป้าหมายที่จะทำให้โฮสต์ได้รับโชคชะตาเพิ่มแล้ว โฮสต์มีโอกาสได้รับโชคชะตาสีเขียวจากเรือล่องลำหนึ่ง การได้รับโชคชะตาสีเขียวนี้จะช่วยเพิ่มพลังของรากวิญญาณได้]

“หืม? เพิ่มรากวิญญาณของข้ารึ”

อันจิงตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนี้ ต้องรู้ก่อนว่าการจะบรรลุการฝึกยุทธ์ขั้นต้นในระยะเวลาสั้นๆนั้นจะต้องมีรากวิญญาณที่แข็งแกร่ง ซึ่งอันจิงได้รับรากวิญญาณเป็นของรางวัลตั้งแต่แรกๆที่เขามาอยู่ในร่างนี้

มันเป็นรากวิญญาณชนิดพิเศษที่ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นประมุขพรรคหรือเจ้าสำนักได้หากเขาต้องการ รากวิญญาณนี้พิเศษไม่เหมือนใคร หากมีโอกาสที่มันจะเพิ่มพลังและพัฒนาต่อไปได้ เขาก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือเช่นกัน

สมาธิของอันจิงจมดิ่งไปกับระบบ มันกำลังพาเขาสำรวจไปรอบๆเพื่อหาเป้าหมายจนมาสะดุดตากับเรือล่องลำเล็กที่ดูธรรมดาๆลำหนึ่ง

อันจิงกลับขึ้นไปบนเรือสังคีตและออกตามหาหม่านเยว่

“นี่คือเงินห้าตำลึงเงิน จัดห้องให้ข้าสักห้อง”

“ได้เลยคุณชาย ข้าจะพาท่านไปทันที”หม่านเย่วรับเงินมาไว้ในอกเสื้อก่อนจะเดินนำอันจิงออกไปอย่างมีความสุข

.

.

.

เรือโคลงเคลงในจังหวะที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป มันคล้ายกับไหลไปตามกระแสน้ำเท่านั้น

ภายในเรือลำหนึ่งมีเพียงโต๊ะหนึ่งตัว กาน้ำชาหนึ่ง ถ้วยชาสี่ใบและเบาะรองนั่งเพียงสามใบ ทุกอย่างดูเรียบง่ายยิ่งนัก

มีชายชราในชุดนักบวชเต๋านั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม หากอันจิงอยู่ที่นี่ด้วยย่อมรู้ว่าเขาคือเทพพยากรณ์เจียงซานเจีย ตรงข้ามเขาคือหญิงวัยกลางคนที่ยังคงความงามเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นซึ่งอันจิงก็เคยพบนางมาก่อนแล้วเช่นกัน

หญิงวัยกลางคนคลี่ยิ้มอ่อนโยนส่งให้ “ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้วสินะ ข้าจำได้ว่าเราพบกันครั้งสุดท้ายที่โรงละครสวนดอกท้อเมืองหยู อ่า..ตอนนั้นผมของท่านยังไม่ขาวโพลนเช่นนี้”

“ไม่ต้องเจอกันอีกยังจะดีเสียกว่า” ตรงข้ามกับความกระตือรือร้นของหญิงวัยกลางคน เจียงซานเจียกลับดูเฉยเมยมาก

“คำพูดของท่านทำให้ข้าเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก” นางทำปากยื่นน้อยใจเมื่อกล่าวต่อ “ท่านไม่เคยแสดงกิริยาแบบนี้กับข้ามาก่อน อย่างน้อยท่านก็ใจดีกับข้าเพื่อเอาใจพี่หญิง ท่านลืมไปแล้วหรือไงว่า...”

“หุบปาก!” เจียงซายเจียขมวดคิ้วมุ่นและตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มู่เสี่ยวหยุน บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไร”

‘มู่เสี่ยวหยุน’ ชื่อนี้โด่งดังไปทั่วยุทธภพเจียงหู

มู่เสี่ยวหยุนมาจากตระกูลมู่ในมณฑลเจียงหนาน ความงามของนางเป็นที่เลื่องลือและชื่อเสียงของนางโด่งดังขึ้นเมื่อนางเริ่มท่องยุทธภพ ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และจอมยุทธ์พเนจรจำนวนนับไม่ถ้วนต่างตามไล่ล่านางจนตกอยู่ใต้มนต์สะกดของนางและถูกนางกำจัดในที่สุด ต่อมานางได้แต่งงานกับหลิวชิงซานผู้เป็นประมุขพรรคเฉา นางเข้าไปช่วยจัดระเบียบพรรคด้วยวิธีการที่โหดร้ายและเด็ดขาด ทำให้ชื่อของนางถูกเรียกว่าโฉมงามอสรพิษ

มู่เสี่ยวหยุนว่าโด่งดังแล้วแต่พี่สาวของนางยิ่งโด่งดังมากกว่าเมื่อเป็นถึงกุ้ยเฟยของฮ่องเต้แคว้นหยาน

ตระกูลมู่ครอบครองการค้าในมณฑลเจียงหนานถึงกึ่งหนึ่งควบคู่กับสายสัมพันธ์ที่มีกับราชวงศ์ทำให้ อิทธิพลของพวกเขาในมณฑลเจียงหนานไม่มีใครเทียบเคียงได้

ครั้งหนึ่งพี่สาวของมู่เสี่ยวหยุนและเจียงซานเจียเคยผูกสัมพันธ์รักใคร่ นับเป็นเรื่องราวโด่งดังและได้รับการชมเชยเมื่ออัจฉริยะจากหุบเขาปีศาจผู้เป็นที่โปรดปรานของราชสำนักกับหนึ่งหญิงงามที่ไม่มีใครเทียบได้จากตระกูลใหญ่ที่ครอบครองการค้ากึ่งหนึ่งของมณฑล เป็นการจับคู่ที่ลงตัวและเหมาะสมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่เรื่องกลับจบลงเมื่อพี่สาวของมู่เสี่ยวหยุนถวายตัวเป็นสนมของฮ่องเต้จนในที่สุดก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุ้ยเฟย เจียงซานเจียจึงลาออกจากราชสำนักและก้าวเข้าสู่ยุทธภพในที่สุด

*ซิ่วไฉ่ การสอบคัดเลือกขุนนางระดับท้องถิ่น(ตำบล/อำเภอ)

จบบทที่ บทที่ 22 มู่เสี่ยวหยุน โฉมงามอสรพิษ (อ่านฟรีวันที่ 09/03/2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว