เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 บุรุษเมืองหยู

บทที่ 1 บุรุษเมืองหยู

บทที่ 1 บุรุษเมืองหยู


รัชศกซิงผิงที่ 13 แคว้นหยาน สิบปีผ่านไปแล้วนับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในสมัยรัชศกซิงผิงที่ 3

ณ เมืองหยู มณฑลเจียงหนาน

แสงแดดส่องผ่านกระเบื้องสีเขียวและกำแพงสีแดงสะท้อนเป็นประกายและเมื่อยืนอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำหยูก็สามารถมองเห็นหลังคาที่ยื่นออกมาเรียงราย ป้ายร้านค้าโบกสะบัด ทั้งรถม้า เกวียนวัวและผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่มีสิ้นสุด

ถนนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำหยูเรียงรายด้วยร้านน้ำชา โรงเตี๊ยม โรงจำนำ โรงงานและโรงตีเหล็ก ทั้งพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยต่างตั้งแผงทั้งสองฝั่ง ร่มขนาดใหญ่เป็นตัวให้ร่มเงาแก่แผงชั่วคราวมันเรียงรายตลอดทั้งสองฝั่งถนนที่พลุกพล่าน ถนนเส้นนี้ทอดยาวไปตามแม่น้ำหยูไปจนถึงเขตชานเมืองอันเงียบสงบ ทั่วท้องถนนยังเต็มไปด้วยความพลุกพล่าน บ้างก็พากันแบกหามสินค้า บ้างก็บังคับเกวียนวัวเพื่อส่งสินค้าหรือบังคับเกวียนล่อเพื่อชมทิวทัศน์รอบแม่น้ำหยู

บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองและใกล้กับหอคอยสูงต่างมีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ทั่วทุกตรอกซอกซอย

ทางด้านตะวันตกของถนนมีแผ่นป้ายที่ทรุดโทรมเล็กน้อย มีตัวอักษรขนาดใหญ่สั้นๆสลักไว้ว่า ‘โรงหมอจีซื่อ’

แกร๊ก! แกร๊ก!

เสียงดีดลูกคิดดังแว่วออกมาจากโรงหมอที่พ่วงขายยาไปด้วย ผู้ที่กำลังดีดลูกคิดเป็นชายหนุ่มรูปงาม จุดเด่นที่สุดของเขาคงเป็นดวงตาคมทรงเสน่ห์ เมื่อขนตางอนของเขาปิดลงก็ดูนุ่มนวลดุจขนนก เขามีนามว่า‘อันจิง’ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าชั้นวางสมุนไพรพร้อมกับจดบัญชีไปด้วย

“รากบัวแห้ง 3 ชั่งเป็นเงิน 300 อีแปะ”

“อบเชย 1 ชั่งเป็นเงิน 150 อีแปะ”

“ตังกุยยังเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวค่อยสั่งเพิ่มทีหลัง อ่า..ช่วยประหยัดเงินได้อีกหน่อย”

แกร๊ก! แกร๊ก!

“ท่านหมออัน ท่านอยากได้เมียหรือไม่!”

ทันใดนั้นเสียงตะโกนเร่งด่วนก็ดังมาจากนอกม่านไม้ อันจิงเงยหน้าขึ้นมองชายวัยกลางคนร่างผอมแห้งที่วิ่งมาหาเขา

“ถ้าเพียงท่านตอบตกลง ข้าจะพานางมาหาท่านทันที”

อันจิงยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนตอบเสียงเย้า

“ถ้าท่านจะพามาหาข้าจริง ทำไมไม่พามาสัก 2-3 คนเล่า”

ชายวัยกลางคนผู้นี้นามว่า‘หนิวฟู่’ เขาเป็นผู้อาวุโสในเมืองและยังเป็นพ่อสื่อชื่อดังอีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้หนิวฟู่เป็นไข้หนักจนไม่มีหมอคนใดในเมืองรักษาเขาได้ จนสุดท้ายเป็นอันจิงที่ดึงเขากลับมาจากสะพานไน่เหอได้สำเร็จ

“ไม่ใช่ว่าการจับคู่ครั้งก่อนๆของท่านล้มเหลวหรอกหรือ แต่ครั้งนี้ล่ะ…! ข้าเจอคนที่เหมาะกับท่านแล้ว!!” หนิวฟู่พูดด้วยความตื่นเต้น

“นางเป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางที่เพิ่งย้ายมาที่เมืองของเราไม่นานมานี้ ทั้งยังไม่มีสัญญาหมั้นหมายอีกด้วย นางงามมากจริงๆ แม้แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นใครงามเท่านี้มาก่อน”

อันจิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ท่านลุงหนิว นี่ท่านจริงจังรึ”

เมื่อไม่นานมานี้อันจิงพยายามหาคู่ด้วยตัวเองถึง 4-5 ครั้ง แต่ทั้งหมดก็จบลงด้วยการแยกย้าย เมื่อพูดถึงชายหนุ่มและหญิงสาว ก็มีสองข้อหลักๆที่ต้องหยิบยกขึ้นมาให้ตัดสิน นั่นก็คือนางสามารถดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มได้หรือไม่และชายหนุ่มสามารถควบคุมนางได้หรือไม่

หนิวฟู่กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“คุณหนูผู้นี้มีนามว่า‘จ้าวชิงเหมย’ นางมาจากตระกูลขุนนาง กิริยามารยาทก็ทั้งเรียบร้อย การศึกษาก็ดีเด่น เย็บปักทั้งร้อย งานบ้านก็ได้หมด ศาสตร์ทั้งสี่ก็ล้วนแต่ถนัด ดีดฉิน หมากล้อม เขียนอักษรและวาดภาพ นางล้วนแต่ทำได้ดีทั้งนั้น!”

“ท่านหมออัน ถ้าท่านได้แต่งงานกับนาง ท่านก็โชคดีไปตลอดทั้งชีวิตท่านแล้ว”

อันจิงมีสีหน้ามึนงงไม่น้อย

“ท่านไม่ได้โกหกข้าหรอกใช่มั้ย”

คุณหนูจากตระกูลขุนนาง ทั้งรูปงาม กิริยาเรียบร้อย เก่งศาสตร์ทั้งสี่ ฟังดูแล้วนางไม่ต่างจากหญิงสาวในอุดมคติของผู้ชายทุกคน

“ข้าจะโกหกท่านได้อย่างไร ท่านคือคนช่วยชีวิตของข้านะ” หนิวฟู่ตบอกของเขาพลางเอ่ยรับรองเสียงแข็ง

“ถ้าข้าพูดโกหกแม้แต่คำเดียว ขอให้ข้าโดนฟ้าผ่าตาย!”

“อ่า..ตกลงๆ เช่นนั้นก็ให้ข้าได้พบกับนางก่อน” อันจิงต้องพยักหน้าตกลงในที่สุด เขาคิดว่าอีกฝ่ายมีความตั้งใจที่หนักแน่นเช่นนี้ถึงปฏิเสธไปก็คงไม่เป็นผล

“ท่านหมออัน ในเมื่อท่านตกลงแล้ว ข้าจะจัดการนัดหมายให้ท่านกับนางพบกันที่ร้าน้ำชาต้าถงพรุ่งนี้เลย ท่านห้ามลืมเป็นอันขาด” หนิวฟู่พูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ข้าจะรีบไปแจ้งนางเดี๋ยวนี้เลย นางกำลังรอคำตอบอยู่”

“ลุงหนิว เดี๋ยวก่อน!”

“พรุ่งนี้ก็เตรียมตัวดีๆเล่า ข้าจะรีบพานางมาหา” หนิงฟู่พูดจบก็ปรี่ออกไปทันทีโดยไม่ให้โอกาสอันจิงได้ถามต่อ

“ท่านลุงหนิวนี่นะ..”

อันจิงมองชายชราที่รีบร้อนมาหาเขาและก็รีบจากไปอย่างเร่งด่วนพลางถอนหายใจ

“รีบเกินไปแล้ว ข้าไม่ทันได้ถามรายละเอียดเพิ่มเติมด้วยซ้ำ”

‘อันจิง’ นั่นคือชื่อของเขาในชีวิตนี้ ใช่แล้ว..เขาไม่ใช่คนที่นี่ เจ้าของร่างเดิมได้เสียชีวิตไปตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อ 10 ปีก่อนและเขาก็คือวิญญาณที่มาอาศัยอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเขามาถึงโลกนี้เป็นครั้งแรกก็ได้พบกับโรคระบาดครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษในมณฑลเจียงหนาน ร่างนี้ได้สูญเสียคนในครอบครัวไปพร้อมกับโรคระบาดครั้งนั้น เขารอดชีวิตมาได้อย่างปฏิหาริย์ ก่อนจะดิ้นรนเพื่อเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้านและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในเมืองหยูซึ่งเป็นเมืองหลักของมณฑลเจียงหนาน

แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้โดยไร้ตัวช่วย เขามีระบบที่มีหน้าตาเหมือนหนังสือเล่มสีดำติดตัวมาด้วยซึ่งอยู่ในห้วงจิตของเขา เพียงคิดถึงมันครู่เดียว หนังสือสีดำก็เปิดไปที่หน้าแรกทันที

[การฝึกยุทธ์ : ระดับ 1]

[โชคชะตา : แสงดาวมงคล]

[รากวิญญาณ : อัจฉริยะโดยกำเนิด]

[พลังการต่อสู้ : ทักษะการดึงดาบ ทักษะดาบซ่อนเร้น ทักษะการควบคุมดาบไร้ทิศทาง ทักษะดาบเก้าอักขระ ทักษะเก้าสวรรค์กายทะยาน พลังควบคุมจิตวิญญาณ ทักษะซ่อนพลังชี่]

[คำเตือนที่หนึ่ง : ชะตาชีวิตของโฮสต์ยังไม่เป็นหนึ่งเดียวกับโลกนี้ (เหลืออีก 1 ปี) อย่าให้ใครรู้ตัวตนของโฮสต์ขณะที่ใช้พลัง มิฉะนั้นจะได้รับโชคชะตาสีดำทันที]

[คำเตือนที่สอง : อีกไม่นานโฮสต์จะมีโอกาสได้แต่งงาน หากสำเร็จ โฮสต์จะได้รับโชคชะตาสีเขียว]

‘โชคชะตาสีดำ’ จะนำมาซึ่งความโชคร้าย อาจนำไปสู่หายนะร้ายแรงแรงและภัยพิบัติที่ไม่คาดคิด

ตามคำแนะนำของระบบ อันจิงต้องฝึกฝนทีละขั้นๆ ฝึกฝนการแพทย์ในเมืองหยูโดยไม่เปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเองออกไป เขาเป็นเพียงหมอธรรมดาคนหนึ่งและไม่มีใครรู้ว่าหมออันที่ทุกคนรู้จักเป็นยอดฝีมือระดับ 1

เมื่อคืนนี้ หนังสือสีดำได้แสดงคำเตือนที่สองแก่เขา ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธการแต่งงานนี้ โชคชะตาสีเขียวเป็นสิ่งดีที่เขาควรจะคว้าเอาไว้และมันอาจช่วยให้เขาพัฒนาการฝึกของเขาให้เลื่อนขั้นพลังได้

“แล้วโชคชะตาสีเขียวที่ว่านี้จะเป็นรางวัลอะไรกันนะ? ช่างเถอะ..ได้แต่งเมียสวยๆก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายสักหน่อย”

อันจิงเก็บสมุดบัญชีและมองดูสภาพดินฟ้าอากาศ

“ดูเหมือนฝนจะตก ทำความสะอาดสักหน่อยแล้วกัน”

.

.

.

แม่น้ำหยู ท่ามกลางสายฝนพรำ

แม่น้ำหยูกินพื้นที่เกือบ 50,000 หมู่ แม่น้ำสายนี้ไหลผ่านในหลายเมืองของมณฑลเจียงหนาน มีทิวทัศน์อันสวยงามประดับอยู่ทั้งสองข้างทาง หากล่องเรือชมทิวทัศน์ด้วยเรือที่มีหลังคาจะได้บรรยากาศร่มรื่นเป็นพิเศษ สามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ได้ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้อย่างเพลิดเพลิน

เรือลำเล็กพร้อมกับหลังคาผ้าใบสีดำกำลังแล่นไปในแม่น้ำหยูมุ่งหน้าไปเมืองหยูด้วยความเร็วที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป

ติ๋ง! ติ๋ง! ติ๋ง!

หยดน้ำฝนตกลงบนผ้าใบหลังคาไม่แรงหนัก มันส่งเสียงคล้ายกับเสียงดนตรีพอให้คนฟังเคลิบเคลิ้ม

หญิงสาวที่ยืนอยู่หัวเรือ สายตาทอดมองเมืองตรงหน้าที่ยังคงปกคลุมไปด้วยหมอกจากละอองฝน รูปร่างและหน้าตานางงามสง่า เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเหนือจริง ราวกับพระจันทร์ที่ส่องแสงท่ามกลางเมฆปกคลุม ราวกับดอกไม้ที่ออกดอกท่ามกลางหิมะหนา ช่างน่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก

“ทันหยุน เจ้ารู้หรือเปล่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สิ่งที่ยากจะลืมเลือนก็คือสายฝนในมณฑลเจียงหนาน”

ฝ่ามือราวกับหยกเสลายื่นออกมา ปล่อยให้หยดน้ำฝนลงบนฝ่ามือของนาง นางยังพึมพำต่อ

“และคนผู้หนึ่งที่สลักอยู่ในใจ...”

สาวใช้ที่อยู่ข้างๆมองดูหมอกหนาที่แทบไม่เห็นสิ่งใดด้วยความงุนงงเล็กน้อย เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนมักจะไม่เข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้ตลอด เช่นเดียวกับตอนนี้ นางเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านประมุขถึงชอบสายฝนขนาดนี้ หรือทำไมท่านประมุขถึงต้องพยายามขนาดนี้เพียงเพื่อแต่งงานกับหมอธรรมดาๆผู้หนึ่ง

เป็นไปได้หรือไม่ว่านางเพียงต้องการสัมผัสชีวิตแบบคนธรรมดาสักครั้ง แต่คนผู้นั้นเป็นเพียงหมอธรรมดาๆ ไร้ครอบครัว ไร้ญาติ เป็นบุคคลนิรนามที่ไร้ชื่อเสียง สถานะของคนทั้งสองดูแตกต่างจนยากที่จะยอมรับได้ง่ายๆ

“ท่านประมุข ดูเหมือนฝนจะตกต่อเนื่องมาหลายวันแล้วนะเจ้าคะ”

ทันหยุนคือพยัคฆ์ลำดับที่ 84 ใน‘รายชื่อพยัคฆ์หมอบซ่อนมังกร’ซึ่งเป็นการจัดอันดับผู้ฝึกยุทธ์ในยุทธภพเจียงหู แผ่นดินนี้กว้างใหญ่แบ่งเขตการปกครองออกเป็นหลายแคว้น การจะหาว่าแคว้นใดมีผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่ากันจึงเป็นเรื่องยาก ชุมนุมชาวยุทธ์จึงได้ก่อตั้งยุทธภพเจียงหูขึ้นมาเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและรวบรวมรายชื่อของผู้ฝึกยุทธ์จากทุกแคว้นมาจัดอันดับว่าใครคือลำดับต้นๆของยุทธภพ

ทันหยุนสังกัดอยู่ในพรรคมารมีความโดดเด่นในการใช้กระบี่เดี่ยวเป็นพิเศษ ซึ่งกระบี่ชนิดนี้จะมีลักษณะแคบและยาว มีคมด้านเดียว แม้จะเก่งกาจเพียงใดแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาวผู้นี้ นางจะระมัดระวังและเคารพเป็นพิเศษ

“ปล่อยให้ฝนตกอีกสักพัก” ผู้เป็นนายเพียงยิ้มบางและเอ่ยต่ออย่างใจเย็น “เมื่อฝนหยุดตก ท้องฟ้าก็จะแจ่มใส..”

ทันหยุนครุ่นคิดตาม หรือท่านประมุขกำลังหมายความว่าพรรคมารของเราได้ผ่านพ้นวันอันมืดครึ้มไปแล้วและตอนนี้กำลังจะต้อนรับวันใหม่ที่สดใสกว่าเดิม? หลายสิบปีที่แล้วพรรคมารถูกขับออกจากยุทธภพเจียงหูและเมื่อ 3 ปีก่อน ประมุขคนเก่าก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้พรรคมารที่เคยโด่งดังในอดีตเสื่อมถอยลง จนกระทั่งท่านประมุขคนใหม่เข้ารับตำแหน่งแทนและเริ่มฟื้นฟูพรรคให้กลับมาโด่งดังเช่นเดิม

สายลมเย็นพัดเส้นผมปลิวไสว สายน้ำก็เกิดระรอกคลื่นเล็กๆ

“ทันหยุน” ประมุขสาวเอ่ยขึ้นกะทันหัน

“เจ้าคะ?” ผู้เป็นลูกน้องก็ขานรับทันควัน

“เจ้าได้ยินมั้ย?”

‘ได้ยินอะไรรึ?’ ทันหยุนได้แต่เอ่ยในใจ นางดูตกใจเมื่อกวาดสายตาไปมองรอบๆด้วยความสงสัย ด้วยพลังฝึกยุทธ์ระดับ 2 ของนาง คงมีเพียงไม่กี่คนในยุทธภพเท่านั้นที่จะสามารถหลุดรอดสายตาของนางในระยะ 3 จั้งได้

ผู้เป็นประมุขมองขึ้นบนฟ้า นางสูดหายใจเข้าลึกอย่างเพลิดเพลินกับบรรยากาศโดยรอบ

“เสียงของสายลมที่พัดผ่านกระดูก ช่างน่าตรึงใจยิ่งนัก เมืองหยูช่างเป็นสถานที่ที่แสนพิเศษจริงๆ”

จบบทที่ บทที่ 1 บุรุษเมืองหยู

คัดลอกลิงก์แล้ว