- หน้าแรก
- ที่แท้คุณก็เป็นแบบนี้นี่เอง เลขาหลิน
- ตอนที่ 40 เหมือนเลขาหลินจะร้องไห้
ตอนที่ 40 เหมือนเลขาหลินจะร้องไห้
ตอนที่ 40 เหมือนเลขาหลินจะร้องไห้
ตอนที่ 40 เหมือนเลขาหลินจะร้องไห้
หลังจากขึ้นรถ เฮ่อหยวนก็หันมาบอกหลินเยว่ ไม่ต้องใส่ใจกับคำพูดของแม่เขา
หลินเยว่ก็พยักหน้ารับเบาๆ เธอไม่กล้าใส่ใจอยู่แล้วด้วยซ้ำ
พอใกล้เที่ยงทั้งสองคนก็มาถึงออฟฟิศ แต่ไม่มีใครรู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะตารางงานของเฮ่อหยวนไม่แน่นอนอยู่แล้ว
เขาไม่ได้มาทำงานที่บริษัททุกวัน ส่วนเวลาทำงานของหลินเยว่ก็ผูกติดอยู่กับเขา
ไม่มีเวลาเข้า–ออกงานที่แน่นอนเหมือนคนอื่น
ทันทีที่เฮ่อหยวนเดินเข้าห้องทำงาน ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็มาขอเข้าพบทันที
แค่เห็นสีหน้าขึงขังของเธอ เฮ่อหยวนก็รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“คุณลองดูเองดีกว่าค่ะ”
เธอยื่นแท็บเล็ตให้เขาดู เฮ่อหยวนเลื่อนอ่านคอมเมนต์ในนั้นได้ไม่กี่บรรทัด ไฟในอกก็พุ่งวาบขึ้นมาทันที
“มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมต้องโยงไปถึงเลขาหลิน?”
“เป็นพนักงานเก่าของฝ่ายบุคคลค่ะ ใช้แอคเคานต์เล็กๆ โพสต์ในเว็บบอร์ด แต่โดนเพจข่าวเอาไปขยายจนกลายเป็นกระแส
ถึงตอนนี้เธอจะลบโพสต์ไปแล้ว แต่รูปแคปมันก็แพร่กระจายไปหมดแล้วค่ะ
จริงๆ ถ้าแค่จิ้นกันเล่นๆ มันก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องมันแย่ตรงที่ แฟนคลับของซูอิงฝั่งคู่แข่งมาปั่นกระแสใส่ ว่าแฟนคลับของเธอมองผิดคน แยกไม่ออกว่าใครเป็นนางเอก
รูปที่คุณกับเลขาหลินอยู่ในลานจอดรถใต้ดินเมื่อก่อนก็ถูกขุดขึ้นมาอีก ถึงแม้ตอนนั้นจะฟ้องศาลไปแล้วก็เถอะ แต่รูปที่เคยหลุดในเน็ต มันลบไม่หมดจริงๆ”
เฮ่อหยวนขมวดคิ้วกดขมับ “แล้วตอนนี้จัดการไปถึงไหนแล้ว? มีแผนจะทำให้เรื่องเงียบลงไหม?”
“ตอนนี้แฟนคลับของซูอิงกำลังด่ากันกับบอตอย่างเดือด แล้วก็ลากเลขาหลินเข้ามาเกี่ยวด้วยเต็มๆ เพราะพวกนั้นเอาไปเปรียบเทียบว่าเลขาหลินดูดีกว่าซูอิงอีก
แฟนคลับซูอิงก็เลยไม่พอใจ ดราม่าก็เลยยิ่งลามหนัก สุดท้ายคนที่ซวยก็คือเลขาหลิน โดนด่าเละ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางจบได้ง่ายๆค่ะ
ต้องให้ซูอิงออกมาชี้แจงเอง แล้วก็ใช้ข่าวอื่นกลบให้เร็วที่สุด
รองประธานเจิ้งดูแลฝ่ายบันเทิงอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? ให้เขาจัดการเลย”
เฮ่อหยวนพยักหน้า “โอเค งั้นเธอกับเจิ้งอวี่ช่วยกันจัดการ แต่ห้ามลากเลขาหลินมาเกี่ยวเด็ดขาด แล้วพนักงานที่โพสต์ต้นเรื่องนั่น ต้องสอบให้ถึงที่สุด”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หลังพูดจบ เฮ่อหยวนก็เหลือบไปมองโต๊ะทำงานของหลินเยว่ที่ยังว่างอยู่ แต่เขาไม่รู้เลยว่า—ตอนนี้หลินเยว่ก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
ตอนนี้หลินเยว่ก็นั่งอยู่ระหว่างเหยาซิงกับเซียวอวิ๋น เธอได้เห็นเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตาของตัวเอง
เหยาซิงชี้ไปที่แท็บเล็ตพลางพูด “ดูสิ ดูสิ นี่แหละโพสต์ของเพจข่าวที่ปั่นกระแส แต่ต้นเรื่องจริงๆ มันเริ่มจากคนที่จิ้นคู่นั่นแหละ
โพสต์ของเขานี่แทบจะบอกตรงๆ แล้วว่า คนในลานจอดรถคือเธอ
ก่อนหน้านี้คนก็เข้าใจผิดว่าเธอคือซูอิง จนซูอิงต้องออกมาเคลียร์ว่าตัวเองไม่มีอะไรกับตระกูลเฮ่อ เรื่องถึงได้ซาๆลง”
หลินเยว่พลิกดูคอมเมนต์ต่างๆ เธอเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าโพสต์เล็กๆ ที่ไม่น่าจะมีอะไรในเว็บบอร์ด จะกลายเป็นกระแสใหญ่โตได้ เพราะโดนเพจข่าวนำไปขยายความ
— ฮ่าๆๆ แฟนคลับบางคนยังแยกไม่ออกเลยว่านางเอกตัวจริงของตัวเองคือใคร ขำตาย!
— แฟนคลับ sy นี่ตาบอดกันหมดหรือเปล่า?
— ถึงจะใส่เสื้อเหมือนกัน แต่ฉันว่าคุณเลขานี่หุ่นดีกว่า sy อีก
— ฮ่าๆๆ เห็นด้วยเลย มันโคตรน่าอาย
— แล้วตอน sy ออกมาปฏิเสธข่าวลือกับประธาน ทำไมไม่พูดล่ะว่า คนในภาพไม่ใช่เธอ?
— หรือกลัวโดนเลขาตัวเล็กๆแย่งซีนเหรอ?
— แต่ฉันว่าคนนั้นน่าจะใส่เสื้อ sy แทนนะ ช่วย sy หนีปาปารัซซี่เฉยๆ
— เฮ้ๆ ฉันก็ว่าน้องเลขานี่หุ่นดีกว่า sy นะ
— พวกเธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? sy ของพวกเราน่ะ ไม่เคยบอกเลยนะว่า คนในรูปคือเธอ!
— แถลงการณ์ของเหิงซิงพวกเธอไม่ได้อ่านเหรอ?
— คนที่ถูกแฉคือพนักงานคนหนึ่ง ไม่ใช่ sy เลย
— สื่อก็แค่เข้าใจผิดว่าจับข่าวใหญ่ได้ ก็เลยปล่อยข่าวมั่วๆ
— พอ sy รู้ก็เลยต้องออกมาแก้ต่างตามทีหลัง เหนื่อยใจจริงๆ
คอมเมนต์ส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยบรรยากาศที่แย่
มีหลายข้อความที่ตั้งใจปั่นกระแสโดยตรง
แม้จะมีบางคนพยายามอธิบายและชี้แจง แต่เสียงเหล่านั้นก็ถูกกลบหมดด้วยคำเย้ยหยันและถ้อยคำที่เต็มไปด้วยอคติ
ซูอิงเองก็เป็นดาราระดับประเทศ มีฐานแฟนคลับมหาศาล พอมีใครสักคนแตะต้องหรือเปรียบเทียบเธอในทางเสียหาย เหล่าแฟนคลับก็พร้อมจะหยิบคีย์บอร์ดขึ้นมาตอบโต้ทันทีแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น!
แน่นอนว่าในหมู่แฟนคลับจำนวนมาก ก็มีไม่น้อยที่ขาดสติและเริ่มหันปากกระบอกปืนมาโจมตีหลินเยว่โดยตรง
— พวกเธอใช้ตาไหนดูว่าอิงอิงของเราหุ่นแย่กว่าเลขาคนนั้น?
— ก็แค่เลขาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง
— อิงอิงของเราน่ะ ยังไงก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของประธานเฮ่อเลยนะ!
— แล้วเลขากระจอกนี่จะไปเทียบอะไรได้!
— บางคนสมองคงอยู่ในกางเกงในแล้วล่ะ
— อิงอิงของเรากินขาดเลขาคนนี้เป็นสิบๆช่วงตึกเลย
— ใช่เลย! ต่อให้สวยแค่ไหน สุดท้ายก็แค่ของเล่นเท่านั้นแหละ
— ไม่เชื่อหรอกว่าเธอกับเจ้านายจะไม่มีอะไรเกินเลยกัน
— ฮ่าๆๆ กลับไปบอกให้อิงอิงจัดการไล่เลขาคนนี้ออกไปเลยดีกว่า!
พออ่านถึงตรงนี้ เหยาซิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอฟาดมือลงโต๊ะด้วยความโมโห
“พวกปากหมาพวกนี้เป็นบ้าอะไรกัน? อิจฉาเหรอถึงได้ด่าแบบนี้? ป่วยหรือเปล่าเนี่ย!”
เซียวอวิ๋นก็มองหลินเยว่ด้วยสายตาเป็นห่วง “เลขาหลิน อย่าอ่านเลยนะคะ ยิ่งอ่านก็ยิ่งเจ็บเปล่าๆ พวกนี้มันพูดอะไรไม่รับผิดชอบทั้งนั้น”
เหยาซิงเสริมขึ้นมาอีก “นั่นสิ ด่าเรื่องไล่ออกเนี่ยนะ? ฉันก็ชอบซูอิงอยู่นะ แต่เอาจริงๆแล้ว ซูอิงก็แค่เป็นนักเรียนทุนที่บ้านตระกูลเจียงสนับสนุน
สถานะก็แค่ ‘น้าสาวโดยนาม’ ของประธานเฮ่อ จะมาไล่เลขาหลินของพวกเราออกได้ยังไง? สมองมีรอยย่นกันบ้างไหมเนี่ย!”
หลินเยว่ดันแขนเหยาซิงเบาๆ “อย่าพูดแบบนั้น อย่าโยงไปถึงตัวซูอิงเลย เธออาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้”
เหยาซิงเลยพยักหน้าอย่างฝืนๆ
แต่ในขณะเดียวกัน เหล่านักเลงคีย์บอร์ดที่ชอบปั่นกระแสก็เหมือนจะเสียสติ เริ่มโจมตีตรงมาที่หลินเยว่มากขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะในหน้าเพจทางการของเหิงซิงกรุ๊ป พวกเขาเริ่มโพสต์คอมเมนต์ที่หยาบคายและจินตนาการเลอะเทอะเต็มไปหมด
— ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเลขาคนนี้ไม่ใช่คนดี
— ดูเอวเธอสิ ผอมจนเหมือนจะหักได้
— ฉันพนันได้เลยว่าเธอกับเจ้านายต้องมีอะไรเกินเลยแน่นอน (น้ำเสียงลามก)
— พวกเธอรู้ไหมว่าประธานของพวกเธอกับเลขาน่ะ มีอะไรลับๆกันอยู่?
— สิ่งที่กูเกลียดที่สุดในที่ทำงานก็คือแบบนี้แหละ
— ไม่ต้องมีความสามารถอะไรหรอก แค่หน้าตาดีหน่อย ก็มีคนประจบเอาใจแล้ว!
— พวกเธอไม่รู้เหรอ? เลขาทั่วไปหน้าตาดีกันทั้งนั้น เหตุผลน่ะ…ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้ว
— ก็เพราะมันใช้ง่ายไงล่ะ! ฮ่าๆๆ ถ้าฉันเป็นเจ้านาย ฉันก็เลือกคนสวยสุดเหมือนกัน
— ไม่เสียชื่อบริษัทใหญ่เลยนะ เลขาสวยกว่าดาราอีก อิจฉาประธานเฮ่อจริงๆ
— แค่นั้นไม่พอหรอก ตอนเจรจาธุรกิจมีเลขาสวยๆ ไปด้วยช่วยให้งานง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว ใครเข้าใจก็เข้าใจละกัน
— ฉันว่าไอ้คอมเมนต์บนๆ นั่นสรุปได้โคตรดีเลย เพราะว่าใช้ง่ายไง ฮ่าๆๆ เสียดายชิบเป๋งที่ฉันไม่ใช่ประธาน
หลินเยว่กำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในฝ่ามือ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
เหยาซิงรีบปิดแท็บเล็ตทันที แล้วหันมาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “เลขาหลิน…”
หลินเยว่ขยับปากอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับรู้สึกถึงความแสบในลำคอ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว สุดท้ายก็ทำได้แค่ส่ายหัวเบาๆอย่างหมดแรง เป็นสัญญาณว่า ไม่เป็นไร…
ขณะนั้นเอง เซียวอวิ๋นที่เงียบมาตลอด ก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งทันที “ประธานเฮ่อ!”
เหยาซิงกับหลินเยว่สะดุ้ง รีบลุกขึ้นตาม แต่หลินเยว่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
เฮ่อหยวนเคาะโต๊ะเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว น้ำเสียงนุ่มลงเล็กน้อยเหมือนกำลังปลอบ “เลขาหลิน มาคุยกันในห้องหน่อย”
เซียวอวิ๋นรีบขยับออกให้ทาง หลินเยว่เดินตามหลังเฮ่อหยวนเข้าไปในห้องทำงานเงียบๆ
พอประตูปิดลง เหยาซิงก็เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง “เหมือนเลขาหลินจะร้องไห้เลย…”
เซียวอวิ๋นถอนหายใจ “ถ้ามีคนมาด่าเธอแบบนั้น เธอจะไม่ร้องไห้เหรอ?”
เหยาซิงพยักหน้า “ร้องสิ คำพูดพวกนั้นมันแรงเกินไปแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงก็ยังมีประธานเฮ่ออยู่ทั้งคน”
เหยาซิงเบ้ปากนิดๆ “ก็หวังว่าเขาจะปลอบเธอได้ก็แล้วกัน…ฉันเองยังไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมประธานเฮ่อถึงปลอบใจเลขาหลินได้ทุกที”
(จบตอน)