เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 รักแรกพบ

ตอนที่ 3 รักแรกพบ

ตอนที่ 3 รักแรกพบ


ตอนที่ 3 รักแรกพบ

เฮ่อหยวนเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเฮ่อ และยังเป็นทายาทรุ่นแรกของเหิงซิงกรุ๊ป

ทำไมถึงเรียกว่ารุ่นแรก? เพราะเขายังมีน้องชายอีกคนชื่อเฮ่อหลิน อายุเพียงสิบสองปี

เมื่อช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมาได้ราวเดือนหนึ่ง เฮ่อหลินเกิดเรื่องทะเลาะตบตีกับเพื่อนร่วมชั้น จนทางโรงเรียนเรียกผู้ปกครองมาพบ แต่พ่อแม่ของพวกเขาอยู่ต่างประเทศกันทั้งคู่ เฮ่อหยวนจึงต้องรีบปิดประชุมแล้วตรงไปยังโรงเรียนประถมเอกชนที่เฮ่อหลินเรียนอยู่

ตอนเขามาถึง ฟ้าก็ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขาเดินตามหลังครูประจำชั้นชั่วคราวของเฮ่อหลิน นามว่า “ครูฉิน” ระหว่างเดินไปที่ห้อง ครูฉินก็รับโทรศัพท์สายหนึ่ง พอวางสายก็มาขอโทษเฮ่อหยวน บอกว่ารูมเมทเธอลืมกุญแจ ต้องเอาไปให้ก่อนแล้วจะรีบกลับมา

เฮ่อหยวนไม่ใช่คนมีท่าทีหยิ่งยโสอะไร จึงยอมรออยู่ตรงนั้นอย่างสงบ แล้วในแสงอาทิตย์อัสดงที่ส่องลอดเข้ามา เขาก็ได้เห็นใครบางคนเดินตรงมา––

หลินเยว่

วันนั้นเธอปล่อยผมยาวดัดลอนอ่อนๆ สวมเสื้อไหมพรมสีชมพูตัวสั้นกับกางเกงยีนส์ทรงตรงธรรมดาๆ แต่พอเธอยิ้มบางๆให้ครูฉิน กลับดูหวานจับใจ ผิวขาวเนียน เครื่องสำอางบางเบา โครงหน้ากลมมนอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตากลมโตสดใสราวกับมีน้ำพุใสซ่อนอยู่ภายใน

แม้รูปร่างจะผอม แต่ก็สมส่วน มีส่วนเว้าโค้งอย่างพอดี

เฮ่อหยวนโลดแล่นอยู่ในแวดวงธุรกิจมาหลายปี สายตาดูคนย่อมไม่เลว ผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ทำให้เขาสะดุดตาและสะดุดใจทันที ภายใต้ความอ่อนโยนในแววตานั้น กลับซ่อนความดื้อรั้นเล็กน้อย เป็นคนที่ไม่ง่ายจะยอมแพ้

และข้อสังเกตของเขาก็พิสูจน์ว่าไม่ผิดจริงๆ

วันที่หลินเยว่เข้ามาสัมภาษณ์ เขาจำเธอได้ทันที

ความรู้สึกในใจ เขารู้เพียงคนเดียว––เฮ่อหยวนไม่ใช่คนที่จะเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงาน ตอนแรกยังคิดจะให้โจวอวิ๋นเช่อกาชื่อเธอทิ้งไปด้วยซ้ำ แต่โจวอวิ๋นเช่อเหมือนจะมองออก จึงหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า

“ท่านประธาน คุณรู้จักเธอรึเปล่า? ตัดสิทธิ์คนอื่นไปดื้อๆแบบนี้ มันจะไม่ยุติธรรมเกินไปหน่อยหรือครับ?”

คำพูดนั้นเหมือนปลุกเขาให้ตื่น

ก็จริง…ในเมื่อหลินเยว่ก้าวเข้ามาถึงห้องสัมภาษณ์แล้ว ถ้าเขาเลือกปัดเธอออกไปเพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัว แบบนั้นมันก็เป็นอีกหนึ่งความไม่ยุติธรรมเหมือนกัน

ตั้งแต่นั้น เฮ่อหยวนจึงไม่พูดอะไรอีก เขานั่งร่วมฟังการสัมภาษณ์จนจบ ทั้งหมดมีเพียงตอนที่หลินเยว่ตอบคำถาม เขาถึงถามเพิ่มไปแค่สองข้อเท่านั้นเอง

การทำงานก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า หลินเยว่ถือว่าทำได้ดีมาก แม้จะไม่ใช่ผู้สมัครที่โดดเด่นที่สุดในวันนั้น แต่ความละเอียดรอบคอบกับท่าทีสุภาพตรงไปตรงมากลับตรงกับสิ่งที่เฮ่อหยวนต้องการ วันนั้นบริษัทจึงรับผู้หญิงเข้ามาเพียงสองคน อีกคนหนึ่งเพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสูง จึงถูกรองประธานดึงไปเป็นผู้ช่วย

เฮ่อหยวนวางแก้วลงบนถาด ก่อนจะก้มหน้าจะอ่านเอกสาร แต่ก็เหลือบตามองเลขาของเขาอีกครั้งโดยไม่ให้ผิดสังเกต

บานเกล็ดตรงฉากกั้นเหมือนจะขัดข้อง ดึงขึ้นไปได้เพียงครึ่งแล้วค้างอยู่ไม่ยอมขยับ

หลินเยว่ยืนพยายามแกะดูปัญหาอยู่ตรงนั้น ผมยาวดัดลอนระดับเอวที่เขาเคยเห็นวันแรก ตอนนี้ถูกเล็มสั้นเหลือเพียงแค่ประบ่า เธอสวมเชิ้ตสีเบจเรียบง่ายแต่สุภาพคู่กับกระโปรงเข้ารูปสีม่วงเข้มเนื้อผ้าพลิ้วที่ช่วงเอวมีโบผูกไว้อย่างเรียบร้อยสมมาตร ดูแล้วน่ารัก สดใส เหมือนช่วยเติมชีวิตชีวาให้ห้องทำงานที่แสนเคร่งขรึมของเขา

ผิวขาวละมุนราวน้ำนมของเธอต้องแสงเช้ายิ่งดูคล้ายภาพวาด พาให้ความใสสะอาดในใบหน้าและเรือนร่างที่เซ็กซี่พอเหมาะผสานกันอย่างลงตัว

เฮ่อหยวนลุกขึ้นถือถาดในมือ หลินเยว่หันมาเห็น รีบละทิ้งการต่อสู้กับบานเกล็ดแล้วก้าวเข้ามารับถาดแทน “ท่านประธาน ให้ฉันทำเถอะค่ะ”

เขาไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงส่งถาดให้เธอไป

หลินเยว่นำไปล้างแก้วในห้องชาอย่างเรียบร้อย ก่อนจะรินน้ำอุ่นใส่กระบอกเก็บความร้อนของเขาแล้ววางไว้บนโต๊ะ เผื่อเวลาที่เขามัวทำงานจนไม่มีโอกาสแม้แต่จะเงยหน้า

เมื่อทำงานจุกจิกเล็กๆน้อยๆเสร็จเรียบร้อย เธอกำลังจะไปเตรียมเอกสารประชุม กลับพบว่าบานเกล็ดที่ค้างไว้เมื่อครู่ ตอนนี้ถูกดึงขึ้นจนหมดแล้ว

เธอเผลอสบตาเฮ่อหยวนผ่านกระจกใส ริมฝีปากยกยิ้มน้อยๆโดยไม่รู้ตัว

ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลินเยว่เคยผ่านงานพิเศษเล็กๆน้อยๆ มานับไม่ถ้วน แต่ตำแหน่งเลขาซีอีโอของเหิงซิงกรุ๊ป คืองานประจำงานแรกของเธอหลังเรียนจบปริญญาโทอย่างแท้จริง

ตอนทำงานพิเศษที่ผ่านมา หลินเยว่เคยเจอคนมาหลายรูปแบบ แต่มีเพียงเฮ่อหยวนเท่านั้น ที่ถึงจะอยู่ในตำแหน่งสูงกลับไม่เคยแสดงท่าทีหยิ่งผยอง ท่วงท่าพูดจาล้วนเต็มไปด้วยความสง่างามที่สืบเนื่องจากการอบรมในครอบครัวร่ำรวย บวกกับบุคลิกและหน้าตาที่หล่อเหลาจนโดดเด่น ทำให้เขากลายเป็นหัวข้อสนทนาสุดฮอตของสาวๆ ทั่วทั้งบริษัท

เล่าลือกันว่า ก่อนหน้าหลินเยว่ เฮ่อหยวนเคยเปลี่ยนเลขามาแล้วสามคน และทั้งหมดถูกไล่ออกเพราะ “คิดไม่ซื่อ”

แต่เรื่องจริงเป็นอย่างไร หลินเยว่ไม่เคยสนใจ เธอเพียงต้องการทำงานให้ดีที่สุด เพื่อแลกกับเงินเดือนก้อนโตที่บริษัทจ่ายให้ก็พอ

การประชุมประจำกินเวลาไปเกือบชั่วโมง ช่วงเที่ยงบริษัทมีโรงอาหาร หากเฮ่อหยวนอยู่บริษัท หลินเยว่ก็มักจะไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยซื้อกลับมาให้เขาทีหลัง

แต่วันนี้พอถึงเวลาเลิกงาน กลับถูกุณโจวอวิ๋นเช่อ ผู้ช่วยใหญ่ของเฮ่อหยวน เรียกเอาไว้

หลินเยว่หันไปยิ้มทัก “สวัสดีค่ะคุณโจว”

“เลขาหลิน ไปกินข้าวด้วยกันสิ”

“หือ?” หลินเยว่กวาดตามองรอบๆ ก็เห็นสองเลขาของโจวอวิ๋นเช่อยืนอยู่ด้านนอก แอบส่งสายตามองมาเหมือนกำลังจับตามองอะไรอยู่

เธออยากปฏิเสธ แต่คิดแล้วก็จนใจ ไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรดี จะให้พูดว่า “ไม่อยากกินด้วย” ก็คงโดนมองจนแทบอยากมุดดินหนีแน่ๆ

โจวอวิ๋นเช่อ ไม่ว่าจะเรื่องฐานะหรือหน้าตา แม้อาจเทียบเฮ่อหยวนไม่ได้ แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มคนทั่วไป เขาก็ยังถือว่าโดดเด่นจนกินขาดอยู่ดี

“ไปเถอะ เลขาหลิน เรื่องการประชุมวันนี้ ผมยังอยากจะคุยกับคุณต่อหน่อย”

“……”

หลินเยว่ถึงกับพูดไม่ออก ผู้ช่วยใหญ่ระดับนี้จะมาหาเธอคุยเรื่องการประชุมเนี่ยนะ? เธอก็แค่เลขาตัวเล็กๆเอง

สุดท้าย เธอก็ต้องจำใจเดินตามพวกเขาออกไปอยู่ดี แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ช่วยโจวถึงอยากให้เธอร่วมโต๊ะ ทั้งที่มีเฮ่อหยวนอยู่แล้วก็ตาม

ในลิฟต์ โจวอวิ๋นเช่อก็หันไปดันศอกใส่เฮ่อหยวนเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่มีนัยบางอย่าง

เฮ่อหยวนไม่ตอบอะไร เขารู้ดีว่านิสัยของโจวอวิ๋นเช่อเป็นยังไงตอนอยู่ที่ทำงานก็จริงจังเคร่งขรึม แต่พอออกนอกบรรยากาศการทำงานทีไร ก็มักจะกลายเป็นคนชอบหยอกล้อ ดูเหมือนอยากหาเรื่องสนุกไปเรื่อย

โจวอวิ๋นเช่อกับเฮ่อหยวนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมากว่าสิบปี ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวโจวล้มละลายไปก่อน เขาเองก็คงใช้ชีวิตสุขสบายแบบคุณชายไร้กังวลเหมือนกัน เอาเข้าจริง ต่อให้เป็นพ่อแม่ของเฮ่อหยวนเอง ก็ไม่ได้เข้าใจเขามากเท่าโจวอวิ๋นเช่อ

วันที่หลินเยว่เข้ามาสัมภาษณ์ เฮ่อหยวนแสดงท่าทีผิดแปลกไปเล็กน้อย แค่นั้นโจวอวิ๋นเช่อก็จับได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ปกติ ระหว่างชายหญิง ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ก็คงเหลือเพียงเรื่องความรู้สึกนี่แหละ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฮ่อหยวนต้องเตรียมตัวสืบทอดกิจการครอบครัว เลยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เขาไม่เคยมีใจให้สาวผมทองตาสีฟ้า แม้จะมีคนอยากเข้าหาเยอะแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยตารางเรียนแน่นขนัด ก็แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องความรักเลย

โจวอวิ๋นเช่อแอบคิดในใจ ต้นไม้เหล็กพันปีอย่างเฮ่อหยวน…ถ้าได้ผลิดอกขึ้นมาสักครั้ง ยังไงซะในฐานะเพื่อนพี่น้อง และในฐานะผู้ช่วย ก็ควรต้องช่วยรดน้ำพรวนดินหนุนหลังให้บ้างแหละ

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 3 รักแรกพบ

คัดลอกลิงก์แล้ว