- หน้าแรก
- ที่แท้คุณก็เป็นแบบนี้นี่เอง เลขาหลิน
- ตอนที่ 1 เลขาหลินนัดบอด
ตอนที่ 1 เลขาหลินนัดบอด
ตอนที่ 1 เลขาหลินนัดบอด
ตอนที่ 1 เลขาหลินนัดบอด
ในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ชายหญิงคู่หนึ่งนั่งประจันหน้ากัน
“คุณหลิน พวกเราก็คุยกันมาหลายวันแล้วนะ ผมว่าคงไม่ต้องเสียเวลามากไปกว่านี้แล้วล่ะ ตรงไปตรงมาเลยดีกว่า บอกเงื่อนไขของคุณมาเถอะ”
หลินเยว่ใช้ช้อนคนกาแฟในแก้วเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นจิบอย่างสง่างาม
“คุณหลี่คะ ฉันยอมรับว่ามาเจอกันเพราะนัดบอด แต่เพิ่งคุยกันได้แค่อาทิตย์เดียว คุณก็มาบอกให้ฉันแต่งงานด้วย ขอโทษนะคะ ฉันว่าพวกเราไม่เหมาะกันจริงๆ”
“ทำไมล่ะ? นัดบอดก็ต้องเร็วสิ ถ้าเราคุยกันถูกคอ ก็ใช้ชีวิตร่วมกันได้ จะมามัวชักช้าเสียเวลาไปทำไม”
“ขอโทษนะคะ วันนี้กาแฟฉันเลี้ยงเอง”
ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะหยัน “ทำเป็นหยิ่งไปได้ แค่สาวบ้านนอกเข้ามาทำงานในเมือง ยังจะวางท่าหรือไง ก็แค่หน้าตาดีหน่อยเท่านั้นแหละ”
หลินเยว่ตอบเย็นชา “เชิญค่ะ ฉันไม่ส่ง”
เขาสะบัดแขนเสื้อใส่เสียงดัง แล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย
คาเฟ่เงียบเหงา ไร้ผู้คนในสายตา พนักงานก็อยู่หลังฉากกั้น หลินเย่ว่วางแก้วลงก่อนซบหน้าลงกับโต๊ะ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบๆ
“ฮือๆ… นี่มันคนอะไรเนี่ย แชทในวีแชทก็คุยกันดีๆ พอเจอตัวจริงกลายเป็นแบบนี้เนี่ยนะ? เพิ่งคุยกันอาทิตย์เดียวจะให้แต่งงานแล้ว? จรวดขึ้นฟ้ายังไม่เร็วขนาดนี้เลย ฮือออ…”
เธอสะอื้นพลางบ่น พอหยิบมือถือจะกดบล็อก แต่ดันเผลอกดส่งข้อความที่เคยพิมพ์ค้างไว้ให้เขา พอเห็นเครื่องหมายตกใจสีแดงขึ้นมาว่าส่งไม่ถึง น้ำตาก็ทะลักอีกครั้ง
“ฮือออ… กล้าดีเนอะ ลบฉันก่อนซะงั้น…”
พอจัดการบล็อกเขากลับเสร็จ หลินเยว่ก็ใช้เวลาพักใหญ่เช็ดน้ำตาออก สูดหายใจลึกๆ แล้วพูดกับตัวเองอย่างมีสติ
“พอแล้วๆ อย่าร้อง วันนี้ก็ปล่อยให้เป็นวันที่ระบายความกดดันก็แล้วกัน”
ท่าทางตอนก่อนหน้ากับตอนนี้แทบจะเป็นคนละคน ถ้าใครมาเห็นคงคิดว่าเธอเป็นโรคหลายบุคลิกแน่ๆ
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแผ่วเบาดังขึ้น พร้อมกับผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าที่ถูกยื่นมาตรงหน้า
หลินเยว่สะดุดสายตา ผ้าเช็ดหน้านี้…คุ้นมาก
เธอเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องชะงักกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปรากฏตรงหน้า
“คุณ… คุณเฮ่อ!”
ใบหน้าเธอไม่มีแม้แต่เงาของความเศร้าสะอื้นเมื่อครู่ ถึงแม้ร่องรอยน้ำตายังฉายแววอยู่ที่หางตา แต่เธอก็รีบยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง
“เฮ่อ… ประธานเฮ่อ”
เฮ่อหยวนยกมุมปากขึ้นนิดๆ ก่อนจะขยับผ้าเช็ดหน้ามาตรงหน้าเธอ “เลขาหลิน เท่าที่ผมรู้ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วใช่ไหม ที่คุณนัดบอดไม่สำเร็จ”
หลินเยว่ “……”
พูดถึงเรื่องนี้ ก็อดอึดอัดไม่ได้เหมือนกัน
ตอนแรกที่มาสมัครเป็นเลขาของเฮ่อหยวน เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่คิดเรื่องความรักหรือการแต่งงานไปอีกห้าปี เพราะตำแหน่งเลขาซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ ต่อให้เป็นแค่เลขาตัวเล็กๆ ก็ต้องทำงานจนหัวหมุน อีกอย่าง บางบริษัทก็มีกฎทำนองนี้จริงๆด้วย
เป้าหมายชีวิตของเธอในตอนนี้คือหาเงินและสร้างครอบครัว แต่พอเห็นเงินเดือนของเหิงซิงกรุ๊ปที่สูงลิบ ก็คิดว่าถ้าต้องรอจนถึงสามสิบก็คงไม่สาย ไหนๆแล้ว ควรเลือกเงินก่อน เธอจึงตัดสินใจสมัครงานนี้
ที่ไหนได้ บริษัทเขาไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องห้าปีไม่แต่งงานอะไรทั้งนั้น ดังนั้นเวลามีนัดบอด เธอก็ไม่ได้ปิดบังเป็นพิเศษ
ครั้งแรกที่ไปนัดบอด ก็ดันตรงกับวันที่เธอยังทำงานล่วงเวลา โทรศัพท์ดังไม่หยุดจนเฮ่อหยวนขมวดคิ้วถามขึ้นมา “เลขาหลิน มีเรื่องด่วนอะไร?”
หลินเยว่เพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่มีทักษะการเลี่ยงพูดตรงๆ เลยตอบไปว่าตัวเองต้องรีบไปนัดบอด
ผลคือ เฮ่อหยวนยิ่งขมวดคิ้วลึกกว่าเดิม ถ้าใครมีประสบการณ์หน่อยก็คงรู้ว่าเรื่องแบบนี้พูดไม่ได้เด็ดขาด เพราะอีกวินาทีอาจถูกไล่ออกทันที––เพิ่งเข้ามาทำงานแท้ๆ กลับเอาแต่คิดเรื่องแต่งงาน แบบนี้มันสะท้อนว่าจิตใจไม่ได้อยู่กับงานเลย เป็นข้อห้ามตายตัวของการทำงานชัดๆ
แต่ที่เธอยังสอบผ่านได้ ก็เป็นเครื่องยืนยันฝีมือเหมือนกัน เพราะตำแหน่งเลขาซีอีโอ ไม่ได้มีแค่ฝ่ายบุคคลสัมภาษณ์ เฮ่อหยวนเองก็ลงมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง
ครั้งที่สองเกิดขึ้นตอนเธอนั่งคุยเล่นกับผู้ช่วยส่วนตัวของเขา แล้วถูกเฮ่อหยวนเดินผ่านมาได้ยินไปเต็มๆ ไม่คิดเลยว่าครั้งนั้นจะโดนจับได้จะๆ
หลินเยว่ไม่รับผ้าเช็ดหน้า แต่รีบเบี่ยงประเด็นทันที “ขอบคุณค่ะท่านประธาน แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
คนอย่างเขาไม่ใช่ประเภทที่จะมานั่งชิลจิบกาแฟแน่ๆ เอกสารยังท่วมหัวขนาดนั้น
“นัดกับเพื่อนไว้ แต่ถูกเท” เฮ่อหยวนตอบเรียบๆ
ใครมันกล้าขนาดนี้ เทซีอีโอเหิงซิงกรุ๊ปได้เนี่ย! หลินเยว่บ่นอยู่ในใจ แต่ปากก็ไม่กล้าพูดออกมา
การมาเจอเจ้านายช่วงพักแบบนี้ ทำเอาเด็กใหม่อย่างเธอไม่รู้จะทำตัวยังไงดี ขณะที่เฮ่อหยวนเก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไปแล้วเอ่ยขึ้น “ไปเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ” หลินเยว่รีบโบกมือปฏิเสธ “ฉันยังมีนัดต่อ ไม่อยากรบกวนเวลาคุณ”
เขาก็ไม่ได้ฝืน เพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหมุนตัวออกไป
ทว่าแววตาทิ้งท้ายก่อนเขาเดินออกจากร้าน กลับทำให้หลินเยว่ยืนอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะตระหนักได้ว่า เขาไม่ได้คิดว่าฉันยังมีนัดบอดต่ออีกคนหรอกนะ?
โอ๊ย––เธอไม่อยากจะจินตนาการภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาเจ้านายอีกแล้ว ช่างดูเหมือน “สาวโหยหาการแต่งงาน” เกินไปจริงๆ!
หลังจากนั่งสงบสติอยู่อีกพัก หลินเยว่ก็ถอนหายใจ ลุกขึ้นจ่ายเงินเพื่อออกจากคาเฟ่ แต่พนักงานกลับบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หลินเยว่แค่เหลือบตาก็รู้ทันทีว่าเป็นเฮ่อหยวนที่ออกรอบนี้ เพราะชายแซ่หลี่คนนั้นรีบสะบัดออกไปตั้งแต่ต้น ยังไม่ทันไปเคาน์เตอร์แน่ๆ
ตอนเธอกลับถึงห้องเช่า ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว เหตุผลง่ายมาก ที่พักอยู่ไกลเกินไป ต้องต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสองสาย ใช้เวลาอย่างต่ำก็ชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะถึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าบริษัทอยู่ไกลออกไปอีก
เธอแชร์ห้องอยู่กับเพื่อนอีกสองคน เป็นคอนโดสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น หลินเยว่เลือกอยู่ห้องเล็กสุด ห้องใหญ่เป็นของฉินเยี่ยน ครูสอนภาษาต่างประเทศในโรงเรียนประถมเอกชน ส่วนห้องรองเป็นของชิงจิ้ง ซึ่งทำงานอยู่บริษัทเดียวกันกับเธอ
ตอนสมัครตำแหน่งเลขาซีอีโอ ทั้งคู่เข้ามาพร้อมกัน ชิงจิ้งมั่นใจว่ายังไงตัวเองก็เหนือกว่าหลินเยว่ทุกด้าน แต่ผลกลับตาลปัตร เธอสอบตก ขณะที่หลินเยว่ได้ตำแหน่งไป ส่วนชิงจิ้งแม้จะสอบไม่ผ่าน แต่ก็ได้ตำแหน่งผู้ช่วยในสายงานของรองประธานเพราะผลงานถือว่าดี
เรื่องนี้กลายเป็นหนามตำใจของชิงจิ้ง ตั้งแต่นั้นมาท่าทีที่มีต่อหลินเยว่ก็เต็มไปด้วยคำเหน็บแนม เสียดสี แถมยังตั้งใจทำให้เธออึดอัดหนักขึ้นไปอีก หลินเยว่เป็นคนรักความสะอาด แต่ชิงจิ้งกลับชอบทำพื้นที่ส่วนกลางเละเทะ โดยเฉพาะห้องน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เลย ชัดเจนว่าทำเพื่อกวนประสาทโดยเฉพาะ
อย่างตอนนี้ หลินเยว่ยืนมองกองจานชามมันเยิ้มกองพะเนินอยู่ในอ่างล้างจาน เธอแทบอยากจะปาแม่งทิ้งให้หมด
ฉินเยี่ยนเพิ่งกลับบ้านต่างเมืองไป กว่าจะถึงก็อีกตั้งสองสามชั่วโมง ดังนั้นคนที่ทำเละย่อมเป็นใครไม่ได้นอกจากชิงจิ้ง
หลินเยว่หมดความอดทน เดินไปเคาะประตูห้องชิงจิ้ง
ชิงจิ้งเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใช้ผ้าขนหนูพันผมเปิดประตูออกมา พอเห็นหลินเยว่ มุมปากก็แอบตึงลงเล็กน้อย “อะไร?”
“ช่วยไปเก็บห้องน้ำกับครัวด้วย ฉันจะใช้ต่อ”
“เดี๋ยวก่อน ขอเป่าผมแป๊บ”
หลินเยว่พยักหน้าแล้วกลับเข้าห้อง แต่เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ชิงจิ้งก็ยังไม่โผล่มา หลินเยว่เลยออกไปเคาะอีกครั้ง คราวนี้ได้ยินเสียงเหมือนเธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
จนกระทั่งฉินเยี่ยนกลับมาถึงบ้าน ชิงจิ้งก็ยังไม่ยอมออกมาทำตามที่ขอ
หลินเยว่โมโหจนเผลอเตะโต๊ะกลางในห้องนั่งเล่นทีหนึ่ง ก่อนหันหลังกลับเข้าห้องตัวเองอย่างหัวเสีย
(จบตอน)