- หน้าแรก
- ข้าขอเล่นเกมสบายๆ แล้วกลายเป็นเซียนละกัน
- บทที่ 730 หมดหนทาง (ฟรี)
บทที่ 730 หมดหนทาง (ฟรี)
บทที่ 730 หมดหนทาง (ฟรี)
บทที่ 730 หมดหนทาง
ทันทีที่หลิวหยวนเทียนลงมือ ก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาเต็มกำลัง ไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย
สำหรับเขาแล้วจางอวี้เหอผู้อยู่ในขอบเขตราชันเทพเก้าก้าว แถมยังสามารถฆ่าลู่กังได้ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่อ่อนแอ หากตนไม่ทุ่มเทเต็มที่ เกรงว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือกระบี่สุดท้ายของจางอวี้เหอที่ฟาดฟันลู่กัง หลิวหยวนเทียนเองก็เห็นกับตา แสงกระบี่ที่เปล่งประกายนั้นช่างน่าสะพรึงกลัว แม้แต่ตัวเขาเอง หากต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งกระบี่นั้นก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
ในฐานะปีศาจเฒ่าซึ่งมีชีวิตมายาวนานนับไม่ถ้วน หลิวหยวนเทียนรู้ดีว่า “ผู้ใดลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ” หากจะลงมือ ก็ต้องฟาดให้ตายในทีเดียว อย่าได้เสียเวลาทดลองกำลังกัน ยิ่งมัวแต่หยั่งเชิง ยิ่งเสี่ยงต่อการพลิกเกมเสียเอง ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น
ดังนั้น เมื่อเขาตัดสินใจลงมือ หลิวหยวนเทียนจึงระดมพลังทั้งหมด ก่อเกิดเงาค้อนมหึมา พุ่งกระหน่ำลงมาดั่งสายฟ้าฟาดจนแผ่นดินสะเทือน พลังแห่งกฎเกณฑ์อันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมทั่วสารทิศ
แท้จริงแล้ว หลิวหยวนเทียนได้ก้าวข้ามสู่ขอบเขตราชันเทพเก้าก้าวตั้งแต่หลายยุคสมัยก่อน และตลอดช่วงเวลายาวนานนั้น เขาได้เข้าใจพลังแห่งกฎเกณฑ์ทั้งเก้าสายจนถึงขอบเขตสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ‘ทำลายล้าง’ ‘บดขยี้’ หรือ ‘ปราบปราม’ ฯลฯ พลังเหล่านี้สอดประสานกัน กฎแห่งมหามรรคอันกว้างใหญ่ไพศาลประหนึ่งจะบดขยี้ฟ้าดินทั้งผืน
จางอวี้เหอยืนสงบนิ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นเงาค้อนอันเกรียงไกรและพลังแห่งกฎเกณฑ์กลืนกินฟ้าดินเข้ามาใกล้ ใจเขาก็อดตื่นตระหนกขึ้นมาไม่ได้
ชัดเจนยิ่งนัก—แม้จะอยู่ในขอบเขตราชันเทพเก้าก้าวเหมือนกัน แต่ผู้อาวุโสแห่งตำหนักเป่ยหยวนผู้นี้ หาได้เปรียบเทียบกับเทพเจ้าเทียนหยางในอดีตไม่ พลังที่กดทับมานี้ ถึงกับทำให้เขาหายใจไม่สะดวก
“แข็งแกร่งนัก...” จางอวี้เหอพึมพำกับตัวเอง พลังของหลิวหยวนเทียนนั้นเหนือความคาดหมายของเขามาก อาจนับได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือสูงสุดที่เขาเคยพบในทะเลโกลาหล เว้นแต่ฉีเฟยหลงผู้เคยพบเจอกับเขามาก่อนเท่านั้นที่พอเทียบได้ คนอื่น ๆ เทียบกับหลิวหยวนเทียนยังห่างไกลนัก
แต่ถึงศัตรูจะแข็งแกร่งเพียงใด จางอวี้เหอก็หาได้หวาดหวั่น ไม่ได้คาดหวังจะสังหารหลิวหยวนเทียนอยู่แล้ว เพียงแค่อยากทดสอบดูว่าราชันเทพสูงสุดแห่งทะเลโกลาหลนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ส่วนเรื่องอันตราย เขาย่อมไม่กังวล ถึงจะไม่อาจใช้กระบี่เทพอสูรสังหารสวรรค์ได้ แต่ก็ไม่สำคัญอะไร เมื่อได้รับการเกื้อหนุนจากวิชาฟ้าดินรวมเป็นหนึ่ง เพียงกระบวนกระบี่เก้าสวรรค์ฮุยหยวนก็เพียงพอจะทำให้เขาไร้เทียมทาน
ในเรื่องพลังป้องกันของกระบวนกระบี่นี้ จางอวี้เหอมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่โลกอวี้ฟานเทียน สู่โลกเซียน และจากโลกเซียนถึงทะเลโกลาหล กระบวนกระบี่นี้แทบจะเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดเส้นทางแห่งการฝึกตนของเขา
จางอวี้เหอเคยเผชิญศัตรูอันร้ายกาจมานับไม่ถ้วน ทว่าทุกครั้งก็สามารถคลี่คลายด้วยกระบวนกระบี่นี้ และในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์อันน่าสะพรึงแต่ละครั้ง กระบวนกระบี่เก้าสวรรค์ฮุยหยวนก็ช่วยปกป้องเขาไว้เสมอ
หลิวหยวนเทียนแข็งแกร่งจริง แต่จางอวี้เหอย่อมเชื่อมั่นว่า ด้วยการปกป้องของกระบวนกระบี่ อีกฝ่ายย่อมไม่อาจแตะต้องเขาได้แม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีร่างแยกทั้งเก้าประกบอยู่ จึงมั่นใจว่าตนเองไร้พ่าย หากเกิดเหตุคับขัน ก็สามารถเรียกร่างแยกมาช่วยได้ทันที
สำหรับจางอวี้เหอแล้ว ภายใต้ขอบเขตนิรันดร์ เขาไร้เทียมทาน ไม่มีผู้ใดคุกคามเขาได้
เมื่อเห็นเงาค้อนปกคลุมท้องฟ้า พลังแห่งกฎเกณฑ์รุนแรงบดขยี้เข้ามา จางอวี้เหอก็กวัดแกว่งมือขวา กระบี่เทพทั้งเก้าซึ่งลอยวนรอบกายค่อย ๆ กางออก ก่อเกิดเป็นกระบวนกระบี่ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ม่านพลังกระบี่หลายชั้นแผ่ขยายออกจากตัวเขาไปอย่างไม่รู้จบ
เสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น เงาค้อนสีดำตกกระแทกใส่ม่านพลังกระบี่อย่างรุนแรง การปะทะกันของเงาค้อนกับม่านแสงกระบี่ก่อให้เกิดเสียงระเบิดสะเทือนฟ้าดิน ม่านพลังกระบี่แตกสลายเป็นชั้น ๆ ทว่าก็ฟื้นกลับคืนดังเดิมอย่างรวดเร็ว
เวทวิเศษของทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ส่งแรงกระเพื่อมรุนแรงกวาดล้างทั่วฟ้าดิน บริเวณรอบ ๆ นับล้านลี้ ภูผาสูงตระหง่านราวกับเม็ดทรายถูกทำลายลงอย่างเงียบงัน
จางอวี้เหอวางมือซ้ายไว้ข้างหลัง มือขวาร่ายเคล็ดเวทอย่างรวดเร็ว แม้ต้องรับมือกับการโจมตีเต็มกำลังของหลิวหยวนเทียน เขาก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ยังคงยืนหยัดนิ่งอยู่กลางเวหา
หลิวหยวนเทียนเหวี่ยงมือขวา ฆ้อนเทพทมิฬพิฆาตกลับคืนมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ จ้องมองจางอวี้เหอที่อยู่ห่างไกล
เขารู้ดีว่าจางอวี้เหอแข็งแกร่ง ทว่าไม่เคยคาดคิดว่าจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ การโจมตีเมื่อครู่ เขาไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย ถือเป็นหนึ่งในหมัดเด็ดของตนเอง
แต่ถึงจะเป็นกระบวนท่าทรงพลังเช่นนั้น จางอวี้เหอก็ยังรับไว้ได้อย่างสบาย ไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว
นี่มันพลังระดับไหนกัน?
“เจ้าคือใครกันแน่?” หลิวหยวนเทียนเอ่ยถามเสียงเข้ม เขาไม่เชื่อว่าจางอวี้เหอจะเป็นเพียงราชันเทพนิรนามธรรมดา ด้วยพลังระดับนี้ ไม่มีทางที่ชื่อเสียงจะไม่กระฉ่อนไปทั่วทะเลโกลาหล จะต้องเป็นใครสักคนที่ปลอมตัวมาแน่
หลิวหยวนเทียนมั่นใจว่าเบื้องหน้าเขาคือราชันเทพเก้าก้าวเก่าแก่ที่แสร้งปลอมแปลงตัว หากไม่เช่นนั้น ทะเลโกลาหลจะมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งขนาดนี้มากมายได้อย่างไร
ตลอดกาลเวลาที่เขาโลดแล่นมา แม้ไม่อาจอ้างตนว่าไร้เทียมทานในหมู่ราชันเทพ แต่คนที่สามารถรับสุดยอดไม้ตายของเขาได้อย่างง่ายดาย มีน้อยจนนับนิ้วได้ และไม่มีทางที่เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของอีกฝ่าย
จึงเป็นไปได้มากว่าคนผู้นี้แอบปลอมตัวมา
ท่ามกลางความเคลือบแคลงของหลิวหยวนเทียน จางอวี้เหอก็ตอบกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“ข้าได้บอกไปแล้วเมื่อครู่” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ
“เจ้ามาจากต้าหมอเทียนจริงหรือ?” หลิวหยวนเทียนยังคงไม่ปักใจเชื่อ
จางอวี้เหอพยักหน้าช้า ๆ “ต้าหมอเทียน—ตำหนักตงฮวา จางอวี้เหอ ข้าเพียงแค่มาเยือนขอบเขตเป่ยหยวนโดยบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจจะก่อเรื่อง หากลู่กังคิดหาที่ตายเอง ก็อย่าได้โทษข้าเลย”
เมื่อกล่าวจบ จางอวี้เหอก็หยุดเล็กน้อย สายตาจับจ้องหลิวหยวนเทียนที่อยู่ไกลออกไป เอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า
“หากตำหนักเป่ยหยวนของพวกเจ้ายังไม่พอใจ ก็เชิญไปหาเรื่องข้าที่ต้าหมอเทียนได้”
เมื่อพูดจบ จางอวี้เหอก็ทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นแสงวูบวาบพุ่งหายลับไปในพริบตา
หลิวหยวนเทียนยืนอยู่กลางอากาศเงียบ ๆ ไม่คิดไล่ตาม เพราะมันไร้ความหมาย ต่อให้ไล่ไปก็ไม่อาจทำอะไรได้ กระบวนกระบี่ของจางอวี้เหอเขาก็ทะลวงไม่ได้ จะไล่ล่ากันต่อไปก็ไร้ผล
ถึงตำหนักเป่ยหยวนจะมียอดฝีมือมากมาย แต่ในเมื่อเขาเองยังไร้ทางรับมือ รอให้คนอื่นมาช่วยก็ไม่ต่างกัน เว้นเสียแต่จักรพรรดิเป่ยหยวนจะลงมือเอง ไม่เช่นนั้น ต่อให้ระดมพลังทั้งสำนัก ก็คงยังยากจะรับมือจางอวี้เหอได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ปล่อยให้จางอวี้เหอจากไป ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ตอนนี้เสียไปเพียงลู่กังคนเดียว หากยั่วยุให้จางอวี้เหอเดือดดาล จนเขาออกอาละวาดในเป่ยหยวนเทียน ถึงตอนนั้นตำหนักเป่ยหยวนอาจต้องสูญเสียย่อยยับ
“ต้าหมอเทียน... ตำหนักตงฮวาอย่างนั้นหรือ?” หลิวหยวนเทียนมองตามทิศทางที่จางอวี้เหอหายลับไป ในใจครุ่นคิด
เขาย่อมรู้จักต้าหมอเทียน และเคยได้ยินชื่อเสียงของตำหนักตงฮวามาก่อน เพราะเทพเจ้าตงฮวานั้นแข็งแกร่งยิ่ง ในบรรดาราชันเทพเก้าก้าวถือเป็นยอดฝีมือชั้นนำ เขาเองก็เคยมีโอกาสพบปะเทพเจ้าตงฮวาตอนข้ามด่านสวรรค์ต่างแดน
แต่จางอวี้เหอคือใคร? ในตำหนักตงฮวานอกจากเทพเจ้าตงฮวา ยังจะมีราชันเทพสูงสุดที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้อีกหรือ?
หลิวหยวนเทียนอดสงสัยไม่ได้ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่า สิ่งที่จางอวี้เหอเอ่ยไว้ก่อนจาก ย่อมไม่ใช่คำลวง
ถึงระดับนี้แล้ว อีกฝ่ายไม่มีความจำเป็นต้องโกหก
“หรือว่า...ตำหนักตงฮวาเพิ่งจะมีราชันเทพเก้าก้าวคนใหม่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้?” พอคิดมาถึงตรงนี้ หลิวหยวนเทียนก็อดทอดถอนใจไม่ได้
“ดูท่าจะมีอัจฉริยะไร้เทียมทานคนใหม่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นอีกแล้ว...”