เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่

ตอนที่ 5 ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่

ตอนที่ 5 ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่


ตอนที่ 5 ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่

“ฉันคุยกับเธอในใจได้ใช่ไหม?” เล็กซี่ถามกลับ

" ใช่เลยชู ~!" ชูรูตอบด้วยท่าทางจริงจังพร้อมกับชูมือไปมา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เล็กซี่เพียงแค่มองผ่านๆ และไม่ได้พูดอะไร

" เราจะไปไหนกันเหรอ ชู ~"

' ไม่ใช่เรื่องของเธอ ' เล็กซี่สาวท้าวออกจากห้องของเธอไป อย่างไม่มีสะดุดจนกระทั่งเธอมาถึงหน้าห้องทำงานของพ่อ

เธอเคาะเบา ๆ หลังจากเคาะไม่กี่ครั้งเธอก็ได้ยินเสียงที่หนักแน่นของพ่อขานรับ

" เข้ามาได้ "

เล็กซี่เลิกคิ้วขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของพ่อเธอ ด้านในมีภาพครอบครัวขนาดใหญ่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังโต๊ะทำงาน และมีชั้นหนังสือติดผนัง ชุดโซฟากับโต๊ะเล็ก ๆ ตรงกลางห้อง

เล็กซี่จ้องมองตรงไปที่ ‘ เฟรดเดอริคหยาง ’ เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเกิดเป็นเส้นบาง ๆ จากรูปลักษณ์ของพ่อเธอที่ดูเหมือนจะแก่ลงไปในชั่วข้ามคืน เล็กซี่เดาได้ว่า บริษัทของพวกเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก และหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข พวกเราก็คงจะล้มละลายในอีกไม่ช้า

เล็กซี่รวบรวมความกล้าก่อนที่จะพูดออกมา “พ่อคะ มีอะไรที่หนูพอจะช่วยบริษัทได้บ้างไหม?”

เมื่อได้ยินลูกสาวสุดที่รักของเขาพูด เฟรดเดอริคหยางสะดุ้ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างขณะที่เขาจ้องกลับมาที่เธอและมองอย่างจริงจัง ครู่หนึ่งพ่อหยางไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง อย่างไรก็ตามการแสดงออกของเล็กซี่ยืนยันว่าเขาได้ยินถูกต้องแล้ว

"เล็กซี่ลูกรัก ... ลูกไม่ต้องกดดันตัวเอง ลูกไม่ต้องทำแบบนี้ " พ่อหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้ว่าเขาจะดีใจที่ลูกสาวอยากช่วยกอบกู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัท แต่ด้วยสภาพจิตใจของเธอ เขากลัวว่าเธอจะคิดตำหนิตัวเธอเองสำหรับวิกฤตนี้  เขาไม่ต้องการให้เธอกดดัน

ดังนั้นแม้ว่าลูกสาวของเขาจะเป็นผู้หญิงที่เก่งกาจ แต่เขาก็กลัวว่าหลังจากการพยายามฆ่าตัวตายครั้งนั้น ความกดดันจะกระตุ้นให้เธอมีความคิดจะทำอีก

" หนูไม่เป็นไรค่ะ หนูรู้ว่านี่มันเป็นความผิดของตัวเอง ... ให้หนูได้แก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นเถอะค่ะ " คราวนี้สายตาของ เล็กซี่ฉายแววความมุ่งมั่นอย่างมาก เพื่อกอบกู้บริษัทของเรา "นอกจากนี้หนูไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ เหมือนรอความตาย "

คุณหยางจ้องมองลูกสาวของตน พร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาแพ้แล้ว อันที่จริงเล็กซี่ไม่เคยเป็นแบบนี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นคนพูดออกมาด้วยตัวเอง ดังนั้น เขาอาจจะรู้สึกขัดแย้งไปสักหน่อย แต่นี่คือลูกสาวของเขา ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอทำตัวเหลวไหลอย่างการไล่ตามผู้ชายคนหนึ่ง แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เฟรดเดอริคก็มั่นใจในความสามรถและมันสมองของลูกสาวตน ไม่ใช่ว่าเธอเป็นลูกสาวของเขา แต่เพราะเล็กซี่ได้พิสูทน์ตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

" เฮ้อ เอาล่ะ แต่ลูกต้องสัญญากับพ่อ ว่าลูกจะไม่พยายามทิ้งชีวิตตัวเองไปอีก" คุณหยางถอนหายใจ

เล็กซี่ยิ้มอย่างสดใสเมื่อได้รับอนุญาตจากพ่อของเธอ เธอหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินคำพูดสุดท้ายของเขา ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าเธอเสียใจกับการฆ่าตัวตายในครั้งนั้น เล็กซี่จึงเข้าไปหาพ่อของเธอ ก่อนจะกอดคอของเขาจากด้านหลังเก้าอี้สีดำราคาแพง

" หนูขอไม่รับปากนะคะ"

" เฮ้อ เด็กโง่ ... ลูกอยากจะเห็นพ่อตายตรงนี้เลยใช่ไหม" พ่อหยางพึมพำขณะที่เขาตบแขนเรียวที่โอบรอบคอของเขา  เขายังคงคิดถึงการพยายามฆ่าตัวตายของลูกสาวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

-----

" เราจะไปไหนเหรอ ชู ~? " ชูรูที่อยู่ ๆก็โผล่มาบนที่นั่งข้างคนขับ ราวกับดอกเห็ดที่จะงอกที่ไหนก็ได้

ตอนนี้เล็กซี่กำลังขับรถหรูของตัวเองไปยังสถานที่หนึ่ง และเมื่อ ชูรูโผล่ขึ้นมา ความสงบของเธอถูกทำลายอย่างอย่างกะทันหัน จนเธอเกือบจะเหยียบเบรก  " ชิท!  อย่าโผล่มาแบบนี้ได้ไหม! "

“ชู?” ชูรูเอียงคอไปด้านข้างอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเล็กซี่ถึงไม่พอใจล่ะ? เธอพึ่งมาถึงเองนะ แล้วเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ...

" เฮ้อ อย่าโผล่ออกมาจากอากาศแบบนั้นอีก มันทำให้ฉันตกใจ " เล็กซี่หันหน้าไปด้านข้าง อดที่จะหยิกแก้มกลมของเจ้าเกี๊ยวนี้ที่เบาะด้านหน้าไม่ได้ แล้วได้แต่คิดว่าเจ้าเกี๊ยวนี่ไม่รู้จริงๆหรอ?

" โอส!.. แล้วจะไปไหนล่ะ ชู~?" ชูรุพยักหน้าด้วยความเข้าใจชูรูถามซ้ำคำถามก่อนหน้านี้

"ฉันก็กำลังจะไปกอบกู้บริษัทของฉันยังไงล่ะ แน่นอนว่าฉันไม่อยากเป็นคนจน และดูน่าสมเพช " เล็กซี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

" ทำยังไงหรอ ~ ตื่นเต้นจังเลย ชู ~!" ชูรูหันขวับขณะยกมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างขึ้นไปในอากาศแล้วโบกมือไปด้านข้างราวกับว่าเธอกำลังนั่งรถไฟเหาะ

เล็กซี่กลอกตาและส่ายหัวเล็กน้อย "เกี๊ยวน้อย การแสดงออกของเธอนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ มีอย่างอื่นนอกเหนือจากการมีความสุขกับไฮเปอร์หรือเปล่า " อนิจจาคำพูดของเล็กซี่เหมือนจะถูกส่งผ่านชูรูราวกับอากาศธาตุ เหมือนว่าเธออยู่ในโลกเล็ก ๆ ของเธอเองซะแล้ว

เมื่อมองไปที่เจ้าเกี๊ยวที่กำลังเต้นอยู่และส่งเสียงเชียร์ "สุดยอด! ไปเลยเล็กซี่!" เล็กซี่ เลือกที่จะเพิกเฉยต่อเสียงเชียร์ที่น่ารำคาญเป็นของชูรู

-----

เล็กซี่ หยาง ใช้เวลาไม่นานในการไปถึงจุดหมาย เธอเชิดใบหน้าของเธอ และเหยียดหลังตรงเดินเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่ ‘อาณาจักรหลิว’ อย่างสมศักดิ์ศรี

ท่าทางของเธอราวกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ด้วยยามเธอลงส้นเท้า ทำให้เกิดเสียงคลิกที่กระทบเบา ๆ ในทุกย่างก้าว เครื่องแต่งกายที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกสวมใส่บนร่างของเธอขับเน้นทุกสัดส่วนโค้งเว้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ไม่ได้โชว์เนื้อหนังก็ตาม กระเป๋า Birkin รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นของเธอล่อสายตาไปมาอย่างหยอกเย้า ด้วยราคานับล้านราวกับอวดความมั่งคั่งของเธอเอง แต่ผู้คนก็ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ

โดยไม่คิดอะไร เล็กซี่ไม่สนใจสายตาของพวกเขา เธอมุ่งตรงไปที่โต๊ะผู้ช่วย ถ้าก่อนหน้านี้ เล็กซี่จะไม่หยุดอยู่ที่ครงนี้แน่ เพราะเธอจะตรงไปที่ห้องทำงานของ มอริส หลิว เลย

แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว และเธอก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งว่าที่มาดามหลิวอีกต่อไป ดังนั้นจึงเหมาะสมที่เธอจะมาหามอริสหลิวในฐานะอื่น ที่ไม่ใช่ในฐานะคู่หมั้นของเขา

"แจ้งกับ ประธานหลิว ว่าฉันขอพบ  โอ้! และฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาหรอกนะ" เล็กซี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน และยกคิ้วขึ้นด้วยความมั่นใจ

ผู้ช่วยมองเธอแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะตอบอย่างมืออาชีพ

“ขอโทษค่ะคุณหยาง แต่คุณต้องนัดหมายอย่างเป็นทางการ ถ้าคุณต้องการพบกับ ประธานหลิว”

“นัดหมายอย่างนั้นเหรอ?” เล็กซี่รักษาท่าทางของเธอไม่ให้สติแตก ในขณะที่เธอฟังเจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับปฏิบัติต่อเธออย่างเย็นชา แน่นอนว่าก่อนหน้านี้เธอคาดหวังมอริสหลิวจะไว้หน้าเธอบ้าง ท้ายที่สุดเขาคงเกลียดเธอมาก แม้กระทั่งอยากจะพบยังต้องนัดหมายก่อน ล้อกันเล่นเหรอ?

นอกจากนี้บริษัทของพ่อเธอ จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ หากมอริสหลิว ยังคงกดดัน บริษัท หยาง ของพวกเขา

เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะพบกับบุคคลที่ถือเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดของบริษัท  ไม่นานหางตาของเล็กซี่ก็พบโอกาส รอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ปรากฎบนริมฝีปากของเธอ

เธอรีบวิ่งไปหาชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังจะเข้าลิฟต์ของอาคารโดยไม่พูดอะไรต่อ

“คุณอีธานลู่  สวัสดีค่ะ” เล็กซี่ทักทายอย่างเชื่องช้า แต่ยังคงภาพลักษณ์สง่างาม

เมื่อชายคนนั้นได้ยินเสียงใครบางคนทักทายเขาจากด้านหลัง เขาก็หันหน้าไปยังต้นตอของเสียงอย่างเกียจคร้าน เมื่อเห็นร่างของเล็กซี่ ดวงตาของเขาก็ขยายกว้างอย่างไม่คาดฝัน

"เล - เล็กซี่ หยาง?! คุณยังไม่ตาย?

' ชูรู บอกฉันทีว่าเขาไม่ได้พูดแบบนั้นออกมาจริง ๆ ' เล็กซี่รู้สึกหงุดหงิด เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ถูกกลั่นกรองจากสมอง

"เขาพูดจริง ๆ ชู ~"

“ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่” เล็กซี่พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะรักษาอารมณ์บนใบของเธอและพยายามฝืนรอยยิ้มบนริมฝีปากสีสวย

จบบทที่ ตอนที่ 5 ดีใจที่ได้พบคุณนะคะ คุณลู่

คัดลอกลิงก์แล้ว