- หน้าแรก
- ข้าขอเล่นเกมสบายๆ แล้วกลายเป็นเซียนละกัน
- บทที่ 320 ค่ายกลเริ่มก่อตัว (ฟรี)
บทที่ 320 ค่ายกลเริ่มก่อตัว (ฟรี)
บทที่ 320 ค่ายกลเริ่มก่อตัว (ฟรี)
บทที่ 320 ค่ายกลเริ่มก่อตัว
บนยอดเขาทัณฑ์สวรรค์ จางอวี้เหอยืนตระหง่านอยู่เพียงลำพัง
เขากวาดสายตาไปทั่วผืนฟ้าและผืนดินรอบตัว หัวใจพลันพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ตลอดสองแสนปีแห่งการบำเพ็ญเพียร
ในที่สุด วันนี้เขาก็ใกล้จะก้าวข้ามเข้าสู่ขอบเขตแห่งชีวิตอมตะเสียที
แม้เซียนแท้จะมีคำว่า “เซียน” นำหน้า ทว่าก็มีอายุขัยเพียงล้านปี
นั่นยังห่างไกลจากคำว่า “อมตะ”
เซียนทองก็เช่นกัน แม้จะมีอายุยืนยาวขึ้นอีกขั้น แต่ก็อยู่ได้แค่สิบล้านปี
ไม่ว่าจะเป็นเซียนแท้หรือเซียนทอง
เมื่อมองเผิน ๆ อาจดูเหมือนยืนยาวจนนับไม่ถ้วน
แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตยังมีขีดจำกัด
เมื่อใดที่อายุขัยหมดลง หากยังไม่อาจฝ่าทะลวงขอบเขตต่อไปได้
สุดท้ายก็ทำได้เพียงนั่งสมาธิจนร่างดับสูญ
ในโลกเซียนแห่งนี้
ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกตนเซียนแท้และเซียนทองมากมายเพียงใด
ที่ต้องเผชิญจุดจบเช่นนี้เพราะอายุขัยสิ้นสุด
ผู้ฝึกตนต่อสู้กับฟ้าเพื่อแย่งชิงชะตาชีวิต
นี่มิใช่เพียงวาทะลอย ๆ
หากใครอยากมีชีวิตยืนยาว
ก็ต้องฝึกฝนไม่หยุดยั้ง
ทลายขีดจำกัดของตนเอง
หวังจะได้อายุขัยเพิ่มขึ้นอีกสักนิด
เมื่อผู้ฝึกตนบรรลุขั้นสร้างฐานแล้ว
ก็ถือว่าหลุดพ้นจากขอบเขตของมนุษย์
นับแต่นั้น ทุกครั้งที่ฝ่าขอบเขตใหญ่
อายุขัยจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
จนถึงขีดสุดของเซียนแท้ที่หนึ่งล้านปี เซียนทองที่สิบล้านปี
แต่เมื่อเข้าสู่ขอบเขตไท่อี้
ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
หากบรรลุเป็นเซียนไท่อี้
ปัญหาเรื่องอายุขัยจะหมดไป
ตราบใดที่ไม่ประสบเคราะห์ร้าย
ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ชั่วนิรันดร์
แม้กระทั่งจนถึงวันที่สวรรค์และแผ่นดินล่มสลาย
จางอวี้เหอยืนอยู่บนยอดเขาทัณฑ์สวรรค์ ความคิดล่องลอยไปไกล
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงค่อย ๆ เรียกสติกลับคืน
แล้วหันไปบอกเหลียนเจิ้งอวี่และผู้อาวุโสคนอื่น ๆ
“ข้าจะเริ่มวางค่ายกลแล้ว พวกเจ้าถอยออกไปนอกเกาะก่อน”
“ขอรับ ท่านประมุข!”
ทุกคนประสานมือคำนับจางอวี้เหอ
แล้วรีบเหินร่างออกจากเกาะทางช้างเผือก
จางอวี้เหอยืนอยู่บนแท่นสูงที่ลอยอยู่กลางอากาศเหนือยอดเขา
เขาโบกมือขวาเบา ๆ
ทันใดนั้น เสาหลายหมื่นต้นที่ส่องแสงวิญญาณระยิบระยับ
ก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของเขา
กระจายตัวไปยังขอบนอกของเกาะทางช้างเผือกอย่างรวดเร็ว
เสาล่อสายฟ้าจำนวน 100,081 ต้น
ถูกจัดวางในรูปแบบลึกลับพิสดาร
แต่ละต้นตั้งตระหง่านล้อมรอบเกาะทางช้างเผือก
เสาล่อสายฟ้าเหล่านี้
ล้วนเป็นอุปกรณ์เซียนระดับกลางทั้งสิ้น
ไม่ว่าเอาต้นไหนออกมาก็ล้วนใช้เป็นอาวุธเซียนได้จริง
พลังของมันมิได้ด้อยไปกว่ากัน
เพราะเสาล่อสายฟ้าเหล่านี้
ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานของค่ายกลวารีรั้งอัสนี
แต่ยังเป็นอุปกรณ์เซียนที่แท้จริง
พูดได้ว่า
ต่อให้วันหนึ่งนิกายเต๋าศักดิ์สิทธิ์ล่มสลาย
เพียงแค่เสาล่อสายฟ้าเหล่านี้
ก็ถือเป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุด
อุปกรณ์เซียนระดับกลางหนึ่งแสนชิ้น
มิใช่เรื่องล้อเล่น
ทั่วทั้งดินแดนเซียนทะเลใต้
ไม่มีสำนักหรืออำนาจใด
จะนำออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้
แม้แต่สามขุมพลังใหญ่
ก็ไม่อาจรวบรวมอุปกรณ์เซียนระดับกลางได้มากขนาดนี้ในคราวเดียว
เมื่อเสาล่อสายฟ้าถูกวางเรียบร้อย
จางอวี้เหอก็เหินกายขึ้นสู่กลางเวหา
เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ตรวจสอบตำแหน่งของเสาล่อสายฟ้าแต่ละต้นอย่างละเอียด
หลังจากผ่านการปรับปรุงนับครั้งไม่ถ้วน
ค่ายกลวารีรั้งอัสนีก็มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
แม้แต่ตำแหน่งของเสาล่อสายฟ้าแต่ละต้น
ก็ต้องคำนวณอย่างแม่นยำ
ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อยไม่ได้
หากเสาต้นใดวางผิดตำแหน่ง
ผลลัพธ์ของค่ายกลทั้งหมด
ก็จะได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
กระทั่งอาจไม่สามารถเปิดใช้งานค่ายกลได้เลย
เมื่อแน่ใจว่าตำแหน่งเสาล่อสายฟ้าถูกต้อง
จางอวี้เหอก็สูดลมหายใจลึก
ยกมือขวาขึ้น
เริ่มวาดลายอักขระค่ายกลในอากาศอย่างรวดเร็ว
หากจะกล่าวว่า
เสาล่อสายฟ้าทั้ง 100,081 ต้น
คือรากฐานของค่ายกลวารีรั้งอัสนี
หากขาดเสาเหล่านี้
ก็ย่อมไม่มีค่ายกลนี้เกิดขึ้น
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า
คือการเชื่อมโยงเสาล่อสายฟ้าทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
นั่นต่างหากคือแก่นแท้ของค่ายกลนี้
ระหว่างที่จางอวี้เหอคิดค้นและปรับปรุงค่ายกล
เขาได้ออกแบบลายอักขระค่ายกลชุดใหม่ทั้งหมด
ลายอักขระเหล่านี้ซับซ้อนและลึกล้ำอย่างยิ่ง
ต่อให้เขาเปิดเผยวิธีวางค่ายกลนี้ต่อสาธารณะ
ทั้งโลกเซียนก็มีไม่กี่คน
ที่จะสามารถลอกเลียนแบบค่ายกลวารีรั้งอัสนีนี้ได้อย่างสมบูรณ์
แม้แต่ราชาเซียนต้าลั่วเองก็ยังมิอาจทำได้
เพราะในลายอักขระค่ายกลเหล่านี้
ได้หลอมรวมความเข้าใจในวิถีแห่งมหาสัจธรรมของจางอวี้เหอ
และกฎสูงสุดนานัปการ
นี่คือลายอักขระเฉพาะตัวของเขา
แม้จะวางค่ายกลนี้ไว้ต่อหน้าผู้อื่น
ก็ไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้
เพราะไม่มีผู้ใดวาดลายอักขระชุดเดียวกันนี้ได้
นี่คือวิถีแห่งกฎของจางอวี้เหอ
ที่ผู้อื่นไม่อาจเลียนแบบ
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ
จางอวี้เหอยืนอยู่เหนือเกาะทางช้างเผือก
มือยังคงวาดลายอักขระอย่างไม่หยุดหย่อน
นี่คือภารกิจอันยิ่งใหญ่
การเชื่อมโยงเสาล่อสายฟ้ากว่าหนึ่งแสนต้นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
ไม่ใช่เรื่องง่าย
ต้องอาศัยลายอักขระค่ายกลจำนวนมหาศาลเป็นตัวเชื่อม
แถมแต่ละลายยังแตกต่างกันและมีหน้าที่เฉพาะของตนเอง
การวาดลายอักขระทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์
นอกจากจะต้องใช้พลังจิตใจอย่างมาก
ยังต้องใช้เวลายาวนาน
ระหว่างที่จางอวี้เหอเร่งวาดลายอักขระ
สายลายอักขระค่ายกลก็ปรากฏออกจากมือเขาไม่ขาดสาย
ลายอักขระเหล่านั้นค่อย ๆ เชื่อมโยงพลังของเสาล่อสายฟ้าเข้าด้วยกัน
นอกเกาะทางช้างเผือก
เหลียนเจิ้งอวี่และบรรดาหัวหน้าวิหารต่าง ๆ
ยืนสงบนิ่งอยู่ไกล ๆ
จ้องมองไปยังยอดเขาทัณฑ์สวรรค์
เห็นลายอักขระค่ายกลส่องแสงวาบขึ้นไม่ขาดสาย
แต่ละคนต่างตื่นเต้นจนใจเต้นระส่ำ
ในฐานะเซียนทองผู้ยิ่งใหญ่
พวกเขาย่อมเข้าใจวิถีแห่งค่ายกลอยู่บ้าง
แม้จะไม่เชี่ยวชาญทั้งหมด
แต่ก็พอมองออก
เมื่อเห็นลายอักขระค่ายกลปรากฏอยู่เหนือเกาะทางช้างเผือกอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนก็รู้ทันที
ว่าการปรับปรุงค่ายกลวารีรั้งอัสนีของจางอวี้เหอประสบความสำเร็จ
อย่างน้อยแนวคิดก็ถูกต้อง
เพราะลายอักขระที่จางอวี้เหอวาดขึ้น
สามารถเชื่อมเสาล่อสายฟ้ารอบนอกเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์
นั่นหมายความว่า
ค่ายกลนี้ต้องเปิดใช้งานได้แน่นอน
แม้จะยังไม่อาจทราบผลลัพธ์ที่แท้จริง
เพราะยังไม่ได้รับการทดสอบในสนามรบ
มีเพียงเมื่อผู้ฝึกตนเซียนทอง
ใช้ค่ายกลนี้ฝ่าฟันมหันตภัยสวรรค์ไท่อี้ได้สำเร็จ
จึงจะรู้ว่าค่ายกลที่ปรับปรุงใหม่นี้
สามารถลดทอนพลังทัณฑ์สวรรค์ได้มากน้อยเพียงใด
แต่ทุกคนก็มั่นใจในตัวจางอวี้เหอ
เพราะก่อนหน้านี้
เขาก็เคยวางค่ายกลวารีรั้งอัสนีสำเร็จมาแล้ว
แม้ค่ายกลเดิมจะใช้ได้แค่กับผู้ฝึกตนเซียนแท้
แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์ในทางค่ายกลของเขา
ทุกคนล้วนเชื่อมั่น
ว่าครั้งนี้จางอวี้เหอจะต้องประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด
ความศรัทธาในตัวจางอวี้เหอ
ได้หยั่งรากลึกในใจของทุกคน
พวกเขาเชื่อ
ว่าหากจางอวี้เหอคิดจะทำสิ่งใด
ย่อมต้องทำสำเร็จแน่นอน
ผู้ที่ไม่เชื่อในตัวเขา
ต่างก็ถูกกลืนหายไปในกองขยะประวัติศาสตร์นานแล้ว
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลย
จางอวี้เหอยังคงยืนอยู่เหนือเกาะทางช้างเผือก
มือวาดลายอักขระอย่างรวดเร็วไม่หยุด
ลายอักขระค่ายกลนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นจากมือเขา
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร
จนเมื่อเขาวาดลายอักขระสุดท้ายเสร็จสิ้น
จางอวี้เหอก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
เขาประเมินในใจ
ว่าการวาดลายอักขระค่ายกลทั้งหมดนี้
กินเวลายาวนานถึงครึ่งปีเต็ม
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา
มือของเขาไม่เคยหยุดเคลื่อนไหวแม้แต่วันเดียว
หลังจากทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดก็วาดลายอักขระทุกเส้นเสร็จสมบูรณ์
จางอวี้เหอยืนอยู่กลางอากาศ
กวาดตามองไปรอบ ๆ
พลางพึมพำกับตัวเอง
“ในที่สุดก็เสร็จสิ้นเสียที คราวนี้ก็ให้ข้าดูหน่อยเถอะ ว่าค่ายกลวารีรั้งอัสนีที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่นี้ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะทรงพลังเพียงใดกันแน่”
เมื่อร่ายเคล็ดเวทด้วยมือ
จางอวี้เหอก็ตะโกนก้อง
“ค่ายกล เปิด!”