เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38.4 - ชาสิ่ว (ฟรี)

ตอนที่ 38.4 - ชาสิ่ว (ฟรี)

ตอนที่ 38.4 - ชาสิ่ว (ฟรี)


*ก่อนจะอ่านนิยาย โปรดตรวจสอบว่าท่านได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงเพียงพอ หรือถ้าท่านอ่านในความมืดก็อย่าลืมเปิด Night Mode หรือจอส้ม เพื่อป้องกันการปวดหัวและสายตาสั้นด้วยนะครับ*

--------------------------------------------------------------------------------------------

สิ่งที่ควรจะพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว. เธอไม่อยากทำให้การทำงานของหัวหน้าเชฟต้องล่าช้าไปกว่านี้จึงรีบตามอาจารย์หวังเข้าไปในครัว.

 

ครัวของร้านหอมดั่งสวรรค์นั้นกว้างมาก. ที่ฝั่งนึงของครัวมีชั้นวางของที่มีแต่ผักและผลไม้สดอยู่เต็มไปหมด. ส่วนพวกเนื้อกับปลานั้นเขาบอกเธอว่าแช่แข็งไว้ที่ห้องแช่พิเศษด้านหลัง.

 

อาจารย์หวังมีชุดมีดกับเตาพิเศษเป็นของตัวเอง. พอเห็นว่าชิยูอยากเรียนการทำเนื้อชาสิ่ว เขาจึงแสดงให้เธอเห็นอย่างละเอียดทุกขั้นตอนเลยทีเดียว.

 

“คุณหนูคงจะเดาวัตถุดิบหลักของเนื้อชาสิ่วได้สินะครับ?.

 

ชิยูพยักหน้า “ถ้าหนูเดาไม่ผิดล่ะก็น่าจะเป็นหมูค่ะ” ก็นะ ถึงเธอจะบอกว่าหมู แต่คำตอบที่ถูกจริงๆก็คือมันหมูที่ไม่มีเนื้อปนอยู่เลยต่างหาก. ใช่แล้ว, มันล้วนๆ.

 

“ไม่เลวครับ” อาจารย์หวังยิ้ม. เขาเดินไปทางหมอซึ้งแล้วเปิดฝาออก ด้านในมีหม้อต้มอีกใบอยู่. พอเปิดฝาหม้อต้มนั้นออกก็เห็นน้ำซุปสีขาวๆอยู่ด้านใน.

 

กลิ่นของน้ำซุปนั้นหอมมากๆแถมมีความรู้สึกหวานหน่อยๆด้วย. อาจารย์หวังจ้องไปที่น้ำซุปแล้วกล่าว “เดี๋ยวก็ได้ที่แล้วครับ” ขณะที่เทน้ำซุปนั้นใส่หม้ออื่นอยู่นั้น ชิยูก็สังเกตุเห็นชิ้นเนื้อ/ไขมัน 4ชิ้นอยู่ด้านใน มันดูราวกับก้อนหยกสีเหลืองด้านในหม้อต้มเลย.

 

ก้อนไขมันนั้นดูใกล้จะละลายเต็มทีแล้วแถมยังเด้งไปมาเหมือนกับเต้าหู้นิ่มๆด้วย. ลักษณะของมันมีสีทองอ่อนๆ.

 

“อาจารย์ครับ น้ำมันร้อนแล้วครับ” เชฟหลี่กล่าวขณะทำหน้าที่ผู้ช่วยอย่างสมเกียรติ.

 

ชิยูจำได้ว่าเนื้อชาสิ่วนั้นมีสีเหลืองทองอยู่ด้านในและมีสีชาดที่ด้านนอก. ที่น่าสนใจกว่านั้นคือผิวของเนื้อมันกรอบ นั่นก็แสดงว่าเนื้อต้องผ่านการทอดมาแล้วแน่.

 

แต่พอเธอมองไปที่เนื้อยุ่ยๆที่ใกล้จะละลายตลอดเวลาแล้ว เขาจะทอดมันให้ไม่ละลายกลายเป็นบ่อไขมันที่กระทะได้ยังไงกันนะ?

 

ขณะเธอกำลังสงสัยอยู่นั้นอาจารย์หวังก็หยิบแก้วน้ำมาหนึ่งใบแล้วเทราดลงบนก้อนไขมันนั่น. ที่ผิวนอกนั้นมีเกล็ดน้ำแข็งบางๆโผล่ขึ้นมาในขณะเดียวกันเนื้อที่ยุ่ยๆอยู่นั้นก็แข็งตัวขึ้น. ตอนนี้คงไม่ต้องกลัวว่าเนื้อมันจะละลายไปกับน้ำมันร้อนๆแล้วล่ะนะ.

 

ชิยูมองอาจารย์หวังด้วยความปลาบปลื้ม. เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาจารย์เป็นผู้ฝึกวิชาด้วย.

 

พอเขารู้สึกว่าเธอประหลาดใจ อาจารย์หวังก็อธิบายให้ฟัง “ผมมีปราณธาตุน้ำน่ะครับแต่ก็ไม่มีพรสวรรค์พอจะพัฒนาวิชาได้. ความสามารถของผมจึงมีดีแค่แช่แข็งอาหารอย่างรวดเร็วเท่านั้น”

 

ชิยูพยักหน้าขณะที่มองอาจารย์หวังหย่อนก้อนเนื้อแช่แข็งลงไปในน้ำมันร้อนๆ. เกล็ดน้ำแข็งนั้นหายไปทันทีและน้ำมันก็เริ่มแตกกระเด็นออกมาเพราะน้ำ. พอน้ำมันหยุดกระเด็น ก้อนเนื้อสีทองอร่ามก็ลอยขึ้นมาด้านบน.

 

เขานำเนื้อออกมาวางลงบนกระทะก้นแบนอย่างรวดเร็ว. จากนั้นก็โรยเครื่องปรุงลงไปตามด้วยซอสข้นสีแดงๆ. หลังจากปล่อยให้เดือดเล็กน้อยแล้ว เนื้อชาสิ่วก็เป็นอันเสร็จสิ้น.

 

ตอนนี้เธอรู้ทุกขั้นตอนหมดแล้ว ชิยูจึงขอชิมน้ำซุปสีขาวเมื่อตะกี้นี้และซอสสีแดง. พอเสร็จแล้วเธอก็ขอบคุณเขาแล้วออกร้านไป.

 

แม้เขาจะทำเรื่องในวันนี้ก็ตามแต่ชิยูก็ต้องขอบคุณเฟิ้งโหลวที่ให้ยืมอำนาจของเขา. ถ้าไม่มีเขาล่ะก็เธอคงไม่ได้เข้าครัวได้ง่ายๆแบบนั้น. แต่พอเห็นความรู้สึกหดหู่หน่อยๆของเฟิ้งโหลวแล้ว เธอจึงตัดสินใจว่าค่อยขอบคุณเขาดีๆทีหลังแล้วกัน.

 

“วันนี้ชั้นหมดเรื่องแล้ว ขอบใจนายมากๆนะ” จากนั้นเธอก็พูดใบ้ “ถ้านายยังอยากจะทำอะไรล่ะก็ ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ”

 

เฟิ้งโหลวฝืนยิ้ม “เธอหมดเรื่องแล้วชั้นก็ขอตัวนะ. ถ้าอยากจะพบชั้นก็ไปหาได้ที่เรือนเฟิ้งนะ”

 

“ได้เลย” ชิยูไม่ปฏิเสธคำชวนของเขา.

 

ว่ากันตามตรงแล้วเฟิ้งโหลวคนนี้เป็นคนดีมากๆ. เขาทั้งมีน้ำใจ, มีเหตุผลและอยู่ด้วยแล้วสบายใจ. แต่เขาก็เป็นคนชักช้าในเรื่องของหัวใจและเลือกแก้ปัญหาด้วยวิธีอ้อมๆซะมากกว่า. ถึงอย่างนั้นข้อเสียเล็กน้อยพวกนี้คงซ่อนตัวตนจริงๆของเขาได้ไม่นานหรอก ทุกๆคนมีวิธีจัดการเรื่องของตัวเองทั้งนั้นแหละ.

 

พอเฟิ้งโหลวไปแล้ว ชิยูก็เดินเตร็ดเตร่ที่ถนนไปพักหนึ่ง พยายามฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนไปพบโรงแลกเปลี่ยนเข้า.

 

ด้านในมิติลับของเธอนั้นก็มีบางอย่างที่ประหลาดเกิดขึ้น. ผลชาดจอแสสิบกว่าลูกเริ่มจะสุกอีกแล้ว, มันก็ปกติอยู่หรอก. แต่ที่ไม่ปกติก็คือต้นนั้นอีกต้นเพิ่งจะงอกมาเมื่อวานนี้. มันเติบโตเร็วมากๆ ไม่มีใครรู้เลยว่ามันโตเร็วกว่าด้านนอกขนาดไหน. ชิยูรู้ว่ามิตินั้นช่วยให้พืชผลไม้โตเร็วขึ้น แต่ก็ไม่รู้เลยว่ามันโตเร็วขนาดไหน.

 

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย. ปัญหาที่น่ารำคาญที่สุดตอนนี้ก็คือการพักอยู่ในโรงเตี๊ยมนั้นไม่สะดวกเลย. เธอตัดสินใจแล้วว่าน่าจะซื้อบ้านซักหลังนึง.

 

โรงแลกเปลี่ยนนั้นเป็นที่ที่เอาไว้แลกเปลี่ยนสิ่งของต่างๆ. ถ้าอยากจะขายของก็สามารถมาเช่าที่นี่และขายของด้วยตัวเองได้ หรือจะนำของมาให้โรงแลกเปลี่ยนแล้วให้พวกเขาขายให้ก็ได้เช่นกัน. นี่เป็นวิธีเร็วที่สุดและสะดวกที่สุดในการแลกเปลี่ยนแล้วแถมคนขายสามารถปกปิดสถานะตัวเองได้ด้วยแต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คือกำไรจะลดลงอย่างมาก.

 

สำหรับชิยูแล้วการที่จะเปิดร้านขายของด้วยตัวเองนั้นทั้งเสี่ยงและไม่สะดวกมากๆ. เธอเลยรีบเอาผลชาดจอแสกว่า50ลูกให้โรงแลกเปลี่ยนจัดการให้แทน. พอตีราคาทั้งหมดแล้ว พวกเขาจึงมอบการ์ดคริสตัลที่มีตำลึงเงิน1.2ล้านด้านในให้ พร้อมๆกับบัตรเชิญ.

 

พอรับมาดูแล้วชิยูก็เห็นว่ามันเป็นบัตรเชิญงานประมูลประจำสัปดาห์ของที่นี่. เนื่องจากของที่ชิยูนำมาขายมีมูลค่าเกิน1ล้านตำลึงเงินพอดี พวกเขาจึงเชิญให้เธอมาร่วมงานประมูลของสัปดาห์ถัดไป.

 

ชิยูเก็บบัตรเชิญเข้ากระเป๋าแล้วไปเดินดูของ.

 

ที่ตลาดนั้นมีของขายทุกๆอย่างเลยแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นของที่เกี่ยวกับการฝึกวิชาซะมากกว่า. ทั้งยาโน่นยานี่, ทั้งคัมภีร์วิชาลับต่างๆ. บางร้านคนเยอะมากจนเธอเดินผ่านไปดูของที่เขาขายไม่ได้เลย.

 

แต่ชิยูก็ไม่ได้สนใจพวกของเกี่ยวกับการฝึกวิชานี้มากนักจึงหันไปดูของที่ร้านคนน้อยๆซะมากกว่า.

 

พอหมดวันแล้ว ชิยูจึงล้มเลิกความคิดที่จะซื้อบ้านซะ. เธอควรจะรอดีกว่าเอาเงินไปใช้มากมายแบบนั้น.

 

พอกลับมาถึงที่โรงเตี๊ยมเธอก็ไปนั่งขัดสมาธิที่เตียงเพื่อทำสมาธิ. ซันผังก็ยังคงนอนหลับสบายใจอยู่ที่มุมเตียง.

หนึ่งวันก่อนงานประมูลจะเริ่มนั้น ชิยูก็ได้ยินข่าวลือเหมือนๆกันในทุกๆที่เธอไปว่า: เด็กใหม่คนนั้นโด่งดังไปทั่วสำนักหลวงเลย แค่มาวันแรกเขาก็เอาชนะที่หนึ่งของเทอมก่อนได้……

จากผู้แปล: จากนี้ตอนที่อัพทุกวันจันทร์จะเป็นตอนฟรีนะครับ

จบบทที่ ตอนที่ 38.4 - ชาสิ่ว (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว