เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 การกลับมาของราชาปีศาจ (1)

บทที่ 55 การกลับมาของราชาปีศาจ (1)

บทที่ 55 การกลับมาของราชาปีศาจ (1)


บทที่ 55 การกลับมาของราชาปีศาจ (1)

“ทุกคนจงมีกำลังใจ!”

“อีกไม่ไกลเราก็จะมาถึงแม่น้ำเนียร์ สิ่งที่เราต้องทำคือกำจัดทหารออกไปให้พ้นทาง!”

หลังจากผ่านไปมากกว่าหนึ่งวันผู้ลี้ภัยก็เริ่มเคลื่อนย้าย

สุขภาพของผู้ลี้ภัยซึ่งมีชีวิตที่ย่ำแย่มาเป็นเวลานานนั้นแย่ลงกว่าที่เรย์น่าคิดไว้มาก

ไม่ว่าเรย์น่าจะพยายามเข้าหาพวกเขาเพื่อให้กำลังใจมากแค่ไหน มันก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นผล

“เจ้าหญิง ข้าว่ามันจะเป็นการดีที่เราจะหยุดพักสักหน่อย”

วิคเตอร์ซึ่งเฝ้าดูขบวนอยู่พูดด้วยสีหน้าแน่วแน่

อย่างไรก็ตามพาเวลต่อต้านมัน

“ไม่! อีกครึ่งวันค่อยพัก!”

“แต่ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะอยู่ได้ถึงครึ่งวัน!”

“แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้ากองทัพของเคานต์จับได้”

“ข้าคิดว่าพวกเขาจะล้มลงก่อนที่จะถูกจับได้ซะอีก”

เรนะตัดสินใจในขณะที่อัศวินทั้งสองยังคงขัดแย้งกันกับความคิดเห็นของพวกเขา

“เราจะหยุดพักหนึ่งชั่วโมง ในระหว่างนี้จงกินให้อิ่มท้องและนอนหลับให้เพียงพอ”

เมื่อคำสั่งของเธอจบลง เส้นเดินทัพก็หยุดลง

คนที่เหนื่อยล้าก็เอนหลังและนั่งลง คนที่หิวโหยก็เติมเต็มความหิวด้วยอาหารอะไรก็ตามที่พวกเขาหาได้

“เจ้าหญิงกินนี่สิ”

เรย์น่านั้นยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อคืน

เป็นเพราะพวกเขาพยายามกระตุ้นให้ผู้คนเคลื่อนไหวแทนที่จะใช้เวลาในการรับประทานอาหาร

ดังนั้นเมื่อเธอเห็นชามซุปอุ่นๆที่พาเวลนำมาให้ เธอจึงรู้สึกหิวขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม…

“ท่านนำมันไปให้ผู้อื่นเถอะ”

“เจ้าหญิงเป็นจุดแข็งของประชาชน คนอื่นๆก็มีความสำคัญอย่างแน่นอน แต่มันจะเป็นเรื่องใหญ่หากเจ้าหญิงนั้นล้มลง”

"ขอบคุณนะ"

แต่ในขณะที่เรย์น่ากำลังจะตักชุปขึ้นมา แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน

ดุ๊ดดดดด!

"นี้! กองทัพที่เคานต์ส่งมา!”

“ทุกคนยืนขึ้น! เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้!”

วิกเตอร์และคนรับใช้คนอื่นๆ เริ่มตะโกนบอกผู้ลี้ภัยอย่างร้อนรน

ผู้ลี้ภัยที่ลุกขึ้นเริ่มวิ่งหนี อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีพลังงานมากพอที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดพวกเขาก็ถูกหน่วยทหารม้าแมงปป่องล้อม

‘ไอ้บ้าเอ้ย! อีกนิดเดียวเราก็จะถึงแม่น้ำอยู่แล้ว… ’

‘ถ้าเรามีเพียงพลังที่จะหยุดพวกมันได้ล่ะก็!’

ความรู้สึกสิ้นหวังและโกรธเกรี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าหญิง

เมื่อการล้อมเสร็จสิ้น ชายคนหนึ่งที่สวมหมวกหลากสีก็ก้าวไปข้างหน้า

มันก็คือหัวหน้าของหน่อยทหารม้าแมงป่อง ไวเปอร์

“เจ้าหญิง ท่านรู้ไหมว่าการหลบหนีออกจากความเมตตาของท่านเคาต์โมนาร์ชมันน่าระอาเพียงใด!”

“ความเมตตาของท่านเคานต์? เจ้ากำลังพูดถึงอะไร? เคานต์เคยทำอะไรให้เราด้วยหรอ?”

วิคเตอร์ตะโกนแทนเรย์น่า

“เมื่อตอนที่พวกเจ้าเหล่าผู้ลี้ภัยมาซุกหัวนอนอยู่ในเมืองนั่นก็คือพระคุณที่ข้าพูดถึง!”

"หุบปาก! พูดอย่างกับเราได้พักฟรี เราจ่ายภาษีให้กับพวกเจ้าถึงสองเท่า และเวลามีปีญหาอะไร พวกเราก็มักจะถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานอีก”

แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ลี้ภัย

อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่าผู้ลี้ภัยชาวโวลก้าจะเป็นกลุ่มคนผู้ลี้ภัยจริงๆ พวกมันเห็นพวกเขาเป็นนักล้วงกระเป๋าและให้พวกเขาทำงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สายตาของพวกเขาเย็นชาต่อผู้ลี้ภัยเสมอ

ไวเปอร์บีบจมูกของเขาขณะที่วิกเตอร์พูดถึงการเลือกปฏิบัติที่พวกเขาได้รับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“หึนั่นไม่ใช่ปัญหาของข้า ฟังนะ เจ้าหญิงเรย์น่า ถ้าท่านตามพวกเราไปอย่างโดยดี เราก็จะปล่อยคนของท่านไป อย่างไรก็ตามหากท่านเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอของเรา มันก็อาจจะมีการนองเลือดของสัตว์ร้ายเกิดขึ้นที่นี่”

ไวเปอร์ได้รับคำสั่งจากเคานต์โมนาร์ช ให้นำเจ้าหญิงกลับคืนมาโดยไม่ทำร้ายแม้แต่เส้นผมของเธอ

พวกเขาต้องการทำตามคำสั่ง แต่มีโอกาสที่เจ้าหญิงจะทำร้ายตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะพูดออกไปก่อน

ทหารที่ขู่ด้วยมีดในมือ ทำให้ผู้ลี้ภัยที่หวาดกลัวเริ่มถอนตัวออกไป

‘นี่มันหมายถึงอะไรกัน เอลคาสเซิล’

เรย์น่ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วถาม

หากนั่นคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการเธอก็ตัดสินใจที่จะไม่รู้สึกสิ้นหวังและยอมรับมัน

ถ้าเธอเสียใจมันก็จะมีแค่อย่างเดียว นั่นก็คือเธอคงไม่สามารถไปพบกับลุคที่เธอชอบ

“อย่าเลยเจ้าหญิง!”

“เราจะเปิดเส้นทางให้ท่านเองและเจ้าหญิงก็จะได้หนี…”

เรย์น่าพยายามเดินหน้าต่อไป แต่คนรับใช้ก็ต่อต้านมัน

อย่างไรก็ตามเรย์น่ายังคงยืนกราน

“ข้าเป็นราชวงศ์คนสุดท้ายของอาณาจักรโวลก้า ข้าจะละทิ้งคนของข้าแล้วหนีไปได้อย่างไร”

ราชวงศ์โวลก้าไม่เคยละทิ้งผู้คน

แม้ว่าเธอจะยังเด็ก แต่ความผิดพลาดก็จะไม่หายไป

แทนที่จะละทิ้งผู้คนของเธอ เรย์น่าคิดว่ามันคงจะดีกว่าที่จะยอมสละตัวเองแล้วไปเป็นนางบำเรอของเคานต์โมนาร์ช

“เจ้าหญิง! โปรดกำจัดความคิดที่ไร้ความสามารถเหล่านั้นออกไปจากหัวของท่านด้วย!”

“เจ้าหญิง! ท่านจะไปไม่ได้นะ!”

หญิงชราและคนอื่นๆกำลังร้องไห้ทั้งน้ำตาและขอร้องให้เธอหยุด

“ถ้าข้าไปกับเจ้าโดยไม่ขัดขืน เจ้าจะปล่อยคนของข้าไปจริงๆใชไหม”

เธอมองไปที่ไวเปอร์

ไวเปอร์พยักหน้า

“แน่นอน ข้าจะไม่กล้าแตะต้องแม้แต่นิ้วของพวกเขาด้วยซ้ำ”

ไวเปอร์โกหกอย่างไร้ยางอาย

เรย์น่าซึ่งไม่รู้ถึงความชั่วร้ายของเขา จึงกลายเป็นตัวประกันของหน่วยทหารม้าแมงป่องเพื่อช่วยคนของเธอ

เมื่ได้ตัวเจ้าหญิงมาแล้ว ไวเปอร์ก็เริ่มแสดงสีที่แท้จริงของเขา

“เนื่องจากเจ้าหญิงปลอดภัยแล้ว จงฆ่าคนอื่นๆให้หมด! ท่านเคานต์บอกว่าเขาไม่ต้องการขยะเพิ่ม!”

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ!”

“เขา.. เขาหลอกเรา!”

ขณะที่กองทหารก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับดาบดาบ ผู้ลี้ภัยชาวโวลก้าที่ตกใจก็เริ่มกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก

เรย์น่าตะโกนใส่ไวเปอร์ที่ชั่วร้าย

“ไหนเจ้าบอกข้าว่าเจ้าจะปล่อยคนของข้าไปถ้าข้ามากับเจ้า!”

“คุคุคุ เจ้าเป็นเจ้าหญิงที่ไร้เดียงสาดสียจริง สัญญานั้นมีไว้เพื่อทำลาย”

ไวเปอร์ยิ้มกว้าง

‘อ๊ะอ๊ะ! โอ้พระเจ้า! ทุกอย่างจะจบลงแบบนี้จริงๆเหรอ!? ’

เมื่อระยะห่างระหว่างทหารม้าและผู้ลี้ภัยชาวโวลก้าเริ่มแคบลงเท่าไหร่ น้ำตาตาของเจ้าหญิงเรย์น่าก็เริ่มไหลออกมามากขึ้นเท่านั้น

ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนเธอสาบานว่าจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าผู้คนของเธอ แต่เธอก็ทำผิดคำสาบานนั้นโดยไม่รู้ตัว

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดหลังจากนั้นไม่นานเราจะได้ลิ้มรสเลือด!”

“ใครอยากเดิมพันบ้าง ว่าใครจะฆ่าได้มากที่สุด?”

กองทหารม้าแมงป่องยกดาบขึ้นด้วยรอยยิ้มที่โหดร้าย

พวกเขาชี้ดาบไปที่ผู้ลี้ภัย

แต่แล้วในขณะนั้นเอง

ฮวาร์ก!?

เปลวไฟลุกโชนขึ้นระหว่างทหารม้าและผู้ลี้ภัย

พวกมันเป็นเปลวไฟสีม่วงสว่างซึ่งไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน....

ฝากนิยายครับผม

ติดตามอ่านต่อได้ที่เพจ : นอนน้อยโนเวล

จบบทที่ บทที่ 55 การกลับมาของราชาปีศาจ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว