เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 การปรากฎตัวของอัศวินทมิฬ (5)

บทที่ 22 การปรากฎตัวของอัศวินทมิฬ (5)

บทที่ 22 การปรากฎตัวของอัศวินทมิฬ (5)


บทที่ 22 การปรากฎตัวของอัศวินทมิฬ (5)

กวาง..

กว๊าก!

กิกันท์อะคิลลิสสีฟ้าถูกผลักกลับไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างแตกตื่นของผู้ชม

“อี๊กกก! มันต้องไม่เป็นแบบนี้!”

เลือดเริ่มไหลออกจากริมฝีปากของมิลเลี่ยน

หลังจากรับการโจมตีที่หนักหน่วงของฟิลิปเสร็จ มานาที่อยู่ภายในของอะคิลลิสก็เริ่มเกิดการปั่นป่วน  ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้นมิลเลี่ยนเริ่มกัดริมฝีปากของตัวเองด้วยความกลัว

“บ้าจริง! เจ้านี่ต้องไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดาแน่ๆ”

หากฟิลิปไม่สามารใช้ออร่าขนาดมหีมานั้นได้อีก มิลเลี่ยนก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะฟิลิปได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามในขณะที่มิลเลี่ยนกำลังมีความสุขกับจินตนาการของตัวเขาเอง เขาก็ได้แสดงออร่าขนาดมหึมาห่อหุ้มร่างกายของเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่มิลเลี่ยนต้องอับอายขนาดนี้ต่อหน้าฝูงชน และนั่นยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อคนที่ทำให้เขาอับอายนั้นเป็นใครก็ไม่รู้

“เจ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม?”

"ฮะ?"

มิลเลี่ยนตัดสินใจที่จะป้องกันการโจมตีของฟิลิปด้วยความกล้าหาญทั้งหมดที่เขามี

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าคงจะแพ้เป็นแน่! หากเป็นเช่นนั้นแล้วความประทับใจที่ท่านเคานต์มีต่อข้าก็จะหายไป!”

หากเขาพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ทุกความประทับใจและความเชื่อใจที่เขาเคยได้รับจากเคานต์โมนาร์ชก็จะหายไป

ท้ายที่สุดมิลเลี่ยนจึงตัดสินใจที่จะใช้ไม้ตายของเขา

เขาคว้าคริสตัลที่ติดอยู่กับแกนเครื่องยนต์ของกิกันท์ และพยายามจัดการกับพลังนั้นด้วยมือของเขาเอง

บึ้ม!

ทันทีที่เสียงคำรามดังขึ้น การเคลื่อนไหวของอะคิลลิสก็เปลี่ยนไป ทั้งความเร็วและพละกำลังของมันต่างก็ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น

ด้วยความเร็วและพละกำลังในตอนนี้ มันทำให้ดูเหมือนกับว่าที่เมียร์สามารถต้อนอะคิลลิสจน จนมุมได้นั้นเป็นเรื่องโกหก

“นี่มันอะไรกัน!?”

ฟิลิปสะดุ้งขึ้นเมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

เขาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมาตั้งรับขณะที่คิดหาวิธีตอบโต้สิ่งที่เกิดขึ้น

“นี่มันทุเรศจริงๆ!”

ทันใดนั้นลุคที่มองดูการต่อสู้อย่างใกล้ชิดก็ตะโกนขึ้นเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของอะคิลลิส

เขาวิ่งไปที่ที่นั่งของผู้ตัดสินและกล่าวประท้วง

“ผลลัพธ์แกนเครื่องยนต์ของอะคิลลิสนั้นมันมากเกินไป นี่มันไม่ใช่พลังของกิกันท์คลาสนักรบเเล้ว!”

ในสนามประลองกิกันท์แห่งนี้ ก็มีกฎบางอย่างที่ถือเป็นข้อห้ามสำคัญ

หนึ่งในนั้นคือข้อจำกัดของผลลัพธ์จากแกนเครื่องยนต์ที่ห้ามเกินกว่า 1,200 ไฟท์ ถ้าเกินกว่านั้นกิกันท์ตัวนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าแข่งขันไป

แต่จากเท่าที่ลุคสังเกตเห็น ผลลัพธ์แกนเครื่องยนต์ของอะคิลลิสในตอนนี้นับได้ว่าเป็น 1.5 เท่าของผลลัพธ์ที่เมียร์สามารถทำได้ หรือก็คือผลลัพธ์ของอะคิลลิสนั้นได้เกินกว่า 1,500 ไฟท์ไปแล้วนั่นเอง

“ยุติการต่อสู้เดี๋ยวนี้ และปรับให้แคลนลิปปี้พ่ายแพ้ไป!”

อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินก็ยังคงเพิกเฉยต่อการประท้วงที่ดุเดือดของลุค

“ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดถึงอะไร ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าอะคิลลิสนั้นมีผลลัพธ์มากกว่า 1,500 ไฟท์”

“ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน การต่อสู้นี้ก็เหมือนกับการต่อสู้ของกิกันท์คลาสนักรบธรรมดาสองตัว”

“พวกเ*รนี้!”

ลุคโกรธอย่างยิ่งเมื่อเห็นท่าทีการแสดงออกของผู้ตัดสิน

แม้ว่าลุคจะรู้อยู่แล้วว่าสถานที่แห่งนี้มีเจ้าของเป็นเคานต์โมนาร์ช แต่เขาก็ไม่คิดว่าพวกมันจะโกงจนเลยเถิดไปได้ไกลขนาดนี้

“นี่พวกเจ้ามาเพราะเรื่องแค่นี้เองหรอ?”

ขณะที่ลุคกำลังจะยื่นมือไปจับดาบที่ติดอยู่ข้างเอวของเขา เจ้าหญิงเรย์น่าก็ได้เดินเข้ามาและคว้ามือของเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมไปจับดาบ

“ใจเย็นๆก่อนเถอะลุค โปรดเชื่อฟิลิปต่ออีกหน่อย”

“ฟู่.. โอเค”

ตามจริงแล้วต่อให้ทำการต่อต้านพวกเขาไป มันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร มิหน่ำซ้ำดีไม่ดีพวกเขาอาจจะถูกโยนออกไปโดยพวกผู้คุม

ถึงแม้ลุคโกรธมาก แต่เขาก็เลือกที่จะกลับไปยังที่นั่งอย่างเงียบๆ

ฟิลิปซึ่งกำลังอยู่เป็นฝ่ายตั้งรับก็พยายามสังเกตุศัตรูของเขาอย่างเต็มที่

ร่างกายส่วนบนของเมียร์เริ่มแกว่งไปแกว่งมาจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง เพื่อสร้างภาพติดตาให้กับฝ่ายอะคิลลิส

มิลเลี่ยนเบิกตากว้างด้วยตั้งใจและมองหาจุดอ่อนของศัตรูที่จะสร้างชัยชนะให้กับเขา

‘นั่นไง!’

กวาง!

กิกันท์ทั้งสองต่างโจมตีสวนกันไปมา

เมื่อดาบของกิกันท์ทั้งสองปะทะกัน เสียงระเบิดก็ดังขึ้น ฝุ่นต่างฟุ้งทั่วเวทีสนามประลอง

“โอ้โอ้ ใครคือผู้ชนะกัน?”

“อาดูนั่นสิ!”

ขณะที่ฝูงชนกำลังค้นหาผู้ชนะด้วยความตื่นเต้น พวกเขาก็เหบือยไปพบกับแขนของเมียร์ที่ตกอยู่บนพื้น

"ว้าว! นี่ท่านมิลเลี่ยนชนะใช่ไหม”

หลังจากฝุ่นหายไปจากเวทีประลองเรียบร้อยแล้ว ภาพของแขนขาทั้งสองข้างซึ่งเป็นของอะคิลลิสก็ปรากฎออกมา ทั้งร่างกายส่วนบนและส่วนล่างต่างก็แยกออกจากกัน

พึมพำ!

ในไม่ช้าอะคิลลิสก็ได้ล้มลงไปนอนกองกับพึ้น พร้อมกับเสียงที่ดังออกมาจากห้องคนขับของกิกันท์อีกตัว

“เจ้าต้องการจะสู้ต่ออีกไหม”

“คึก ... ข้าแพ้แล้ว!”

แม้มิลเลี่ยนจะโกรธสักแค่ไหน แต่เขาก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้

“อัศวินปีศาจทมิฬปรากฏตัวที่นี่จริงๆหรอเนี่ย!”

วิถีดาบอันน่าทึ่งที่ฟิลิปได้แสดงให้เห็นในตอนสุดท้ายนั้นเป็นสิ่งที่มิลเลี่ยนเคยได้เห็นมาก่อนแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นเขายังประลองอยู่ที่สนามประลองกิกันท์จักพรรดิ มันมีครั้งหนึ่งที่เขาได้ถูกคู่ต่อสู้หลอกล่อจนพ่ายแพ้ไปในที่สุด

มิลเลี่ยนได้มาพบในภายหลังว่าคนขับ "กิกันท์ทมิฬ" ที่เขาได้พ่ายแพ้ไปนั้นเป็นที่รู้จักกันในนาม “อัศวินทมิฬ” อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยเปิดเผยตัวตนออกมา

แต่ในตอนนี้สิ่งที่เขาได้เห็นนั้นมันคล้ายกับบุคคลในความทรงจำของเขาอย่างมาก!

“ท่านคืออัศวินทมิฬใช่ไหม?”

“หึ ครั้งหนึ่งข้าเคยถูกเรียกแบบนั้น”

ตลอดช่วงชีวิตของเขาในฐานะอัศวิน ฟิลิปไม่เคยได้เข้าสู่เส้นทางของคนขับกิกันท์อย่างแท้จริงเลยสักครั้งเดียวเพราะมันมีพวกขุนนางชั้นสูงที่คอยอิจฉาและกลั่นแกล้งเขา

ในตอนนั้นเขาก็ต้องการที่จะฝึกกับกิกันท์ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม เขาจึงไปรับหน้าที่คนขับกิกันท์ให้กับแคลนในสนามประลองกิกันท์จักพรรดิอย่างลับๆ

ตอนแรกที่เขาเข้าไปประลองก็เพราะเขาแค่อยากจะฝึกเฉยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มตกหลุมรักกิกันท์และกลายเป็นคนขับกิกันท์รับจ้างเป็นเวลาสามปี

ในช่วงเวลานั้น เขาได้รับอะไรมากมายหลายอย่างจากมัน นั่รวมถึงฉายา “อัศวินทมิฬ”

ต่อมาเมื่อสิ่งต่างๆเริ่มซับซ้อนเขาก็เริ่มสูญเสียชื่อเสียงนั้น

“ทำไมกัน? ทำไมคนที่มีทักษะเช่นนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่…”

“เป็นเพราะคำสั่งของเจ้านายของข้ายังไงละ และมันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่อัศวินจะช่วยเจ้าหญิงที่กำลังลำบากและต้องการความช่วยเหลือ”

หลังจากอธิบายเสร็จฟิลิปก็หันหลังกลับไป และโบกมือซ้ายให้กับฝูงชนที่กำลังชื่นชมกับความสำเร็จของเขา

"เราชนะ! เราชนะจริงๆ!”

เจ้าหญิงเรย์น่าก็รู้สึกดีใจจนน้ำตาเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอ

ลุคที่เห็นผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ เขาก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น

“ท่านไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับเคานต์โมนาร์ชอีกต่อไปแล้วนะ”

"ใช่.. ทั้งหมดนี้ต้องขอขอบคุณท่านมากจริงๆ ขอบคุณนะ"

เจ้าหญิงเรย์น่ากล่าวขอบคุณลุคอย่างจริงใจ

ลุคส่ายหัวขณะกล่าว

“มันไม่ใช่แค่เพราะคนเดียวหรอก ใครก็ตามที่เข้าใจถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ของท่านต่างก็อยากที่จะช่วยท่านกันทั้งนั้น”

“ถึงแล้ว…”

ขณะนั้นเองวิคเตอร์ที่พึ่งมาถึงก็กล่าวขัดจังหวะขึ้นมา

“เจ้าหญิงเราควรจะมุ่งหน้าลงไปที่โรงซ่อมบำรุงเลยหรือไม่?”

“โอ้! ข้าควรจะที่จะไปขอบคุณเซอร์ฟิลิป สำหรับความช่วยเหลือทั้งหมดของเขา”

เมื่อเห็นเรย์น่าเริ่มลงบันไดไป ที่มุมปากของลุคก็เริ่มมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้น

“เจ้าทำได้ดีมาก ที่ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแบบนี้ก็เพราะเจ้าจริงๆ ฟิลิป”

แม้ว่าเจ้าหญิงเรย์น่าจะไม่ใช่คาธารีน่าที่เขารู้จักก็ตาม แต่การได้ช่วยเหลือเธอนั้น ก็ดูเหมือนว่ามันจะทำให้เขารู้สึกผิดลดลงไปเล็กน้อยที่ไม่สามารถปกป้องคาธารีน่าในอดีตได้

“อ๊ะ! ข้าไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนี้”

ลุคนั้นทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าและเพื่อที่จะได้รับเงินปันผล 210,000 เปโซ…

ติดตามอ่านนิยายก่อนใครได้ที่เพจ : นอนน้อยโนเวล

จบบทที่ บทที่ 22 การปรากฎตัวของอัศวินทมิฬ (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว